มาอ่านหนังสือกันเถอะ :)Aum Piyaratt
Don’t get my heart hurt - อย่าให้ใจเราเจ็บ

  • ผู้เขียน : ซอลเลดา (นามปากกา)              เเปล : ตรองสิริ ทองคำใส

    สำนักพิมพ์ : Springbooks (เครืออมรินทร์)

                    

    เวลาประมาณ 12.00 น. ภายในร้านหนังสือเเห่งหนึ่ง...

    สายตาเราก็พลันสะดุดเข้ากับเจ้ากระต่ายน้อยสีเหลืองบนปกหนังสือเล่มนี้ ชื่อเรื่อง Don’t get my heart hurt อย่าให้ใจเราเจ็บ ช่างใกล้เคียงกับปณิธานปีนี้ของตัวเองเหลือเกิน 

    เมื่อพลิกไปอ่านหน้าคำนำ เคยไหมยู่ท่ามกลางผู้คนมากมายแต่ในใจกลับรู้สึกโดดเดี่ยวแค่ประโยคขึ้นต้น แต่ กลับกระแทกใจเราอย่างมาก เลยทำให้ตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้มา

    ทุกคนเคยถามตัวเองกันมั้ยว่ากำลังรู้สึกแบบนั้นอยู่หรือเปล่า

    ถ้ายังไม่เคย อยากให้เริ่มถามตั้งแต่วันนี้ สำหรับเรา มักจะมีเส้นแบ่งระยะหรือ กำแพงที่มองไม่เห็น คั่นกลางในความสัมพันธ์กับคนอื่นอยู่เสมอ การกินข้าว หรือดูหนังคนเดียว ไม่ได้ทำให้รู้สึกเศร้า แม้บางครั้งจะรู้สึกเหมือนมีหลุมโหวง ๆ ข้างในจิตใจก็ตาม

    ชีวิตประจำวันของผู้เขียน ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ถูกวาดลงบนกระดาษโพสต์-อิท ถูกเรียบเรียงออกมาเป็นหนังสือ โดยมีตัวละครหลักเป็นเจ้ากระต่ายซอลโท กับ แครอทเพื่อนยาก ภายในเล่ม แบ่งออกเป็นหลายบท มีชื่อตอน ได้แก่ ความเหงาเอ่อท้นอ่อนจาง คุณสมบัติของวัยผู้ใหญ่ ทำอะไรไม่ได้เลย ฯ แต่ละตอนย่อย จะมีภาพวาด และ ข้อความเพียง 1-3 หน้ากระดาษที่สื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกได้เป็นอย่างดี ขณะอ่านก็อินเหมือนตัวเราเป็นซอลโทเสียเอง เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเจ้ากระต่าย คือ สถานการณ์ที่ทุกคนต้องเคยเผชิญ การอ่านหนังสือเล่มนี้อาจทำให้พวกเราย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เหล่านั้น ทางที่ดีอยากให้ นึกด้วยว่าเราแก้ปัญหาอย่างไร และ ได้บทเรียนอะไรกลับมาบ้าง 

    ผู้เขียนถ่ายทอดเรื่องราวผ่านคีย์เวิร์ดสำคัญ คือ เพื่อน ความรัก เเละ บาดเเผล

    [หลังจากตรงนี้อาจมีสปอยล์นิดหน่อย…]

    ผู้เขียนสำหรับเจ้ากระต่าย แครอทมีคุณค่าต่อมันมาก ในวันที่ทุกข์ท้อใจ แครอทจะคอยอยู่ข้าง ๆ  บ้างนั่งนิ่ง ๆ บ้างคอยปลอบ เปรียบดั่งเป็นไม้ค้ำจุนที่ช่วยฉุดขึ้นมาจากหุบเหวลึก แครอทที่เชื่อมั่นในตัวมันเสมอ เป็นแรงเชียร์ และผลักดันให้ก้าวไปตามเส้นทางที่ฝัน ซอลโทไม่ต้องแกล้งทำเป็นเข้มแข็ง หรือหากแกล้งแครอทจะเข้าใจ/รับรู้ความเจ็บปวดของเพื่อนผ่านสีหน้า แววตา และ น้ำเสียงของเพื่อนได้เสมอ ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าทุกคนต้องมีเพื่อนแบบแครอทอย่างน้อย 1 คนในชีวิต การตรวจสอบความสัมพันธ์เป็นหนึ่งในประเด็นของเรื่องนี้ที่ทำให้เราฉุกคิดถึงวันที่เราเผลอพิมพ์ข้อความประชดส่งไปให้เพื่อน ทั้งที่ในใจก็เป็นห่วง จนสุดท้ายเราก็รีบปรับความเข้าใจกับเพื่อนคนนั้นทันที อย่าทำร้ายใจกันเพราะ รู้จุดอ่อนของอีกฝ่ายเป็นประโยคที่ได้จากหนังสือซึ่งเราจะไม่มีวันลืมแน่นอน

    ตอบแชทเร็ว ๆ หน่อยสิ” “โทรมาเลยได้มั้ย” “มาเจอกันเถอะ” สามประโยคที่ทำให้ความรักของเราไม่เคยไปรอดความเอาแต่ใจตัวเอง เรียกร้องจากอีกฝ่ายมากเกินไปจนไม่เคยคิดถึงอีกฝ่ายที่เหนื่อยกับการเรียน/ทำงาน มาทั้งวันแล้วยังต้องมาอึดอัดกับประโยคแบบนี้ของเราอีก เรา และ ซอลโทจะไม่มีทางปล่อยให้อะไรแบบนี้เกิดขึ้นในครั้งต่อไปหากอยากรักษาความสัมพันธ์ให้ดำเนินไปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง คนที่เพิ่งผิดหวังจากความรักมาหากเห็นภาพซอลโทที่หัวใจแตกสลายและขังตัวเองไว้ในกล่องคงรู้สึกไม่ต่างจากเราไม่เป็นไรนะ อยู่ในนั้นอ่ะดีแล้ว พักรักษาหัวใจให้หายดี ปล่อยให้เวลาผ่านเลยไปอีกไม่นาน เราจะเติบโตมากพอ และ พร้อมอีกครั้งสำหรับความรักครั้งใหม่

    คีย์เวิร์ดสุดท้ายต้องขอชื่นชมผู้เขียนว่าทำได้ดีมาก ตลอดการเล่าเรื่องทั้งหมดได้สอนให้ทุกคนคิดถึงความสุขของตัวเองอยู่เสมอกระตือรือร้น และ เอาใจใส่ตัวเองให้มากที่สุด ก่อนจะไปเผื่อแผ่ความรู้สึกดีให้กับคนอื่น การละเลยความรู้สึกของตัวเองมักจะเกิดขึ้นในช่วงที่เราทำงานหนักการโทษตัวเองมักจะเกิดขึ้นในเวลาที่เราทำงานผิดพลาด ต่อจากนี้เราคงต้องเปลี่ยนนิสัยใหม่เสียแล้วหล่ะลองเปลี่ยนคำพูดจาก ถ้าหากตอนนั้นฉันไม่……” เป็น ไม่เป็นไรนะ ครั้งหน้ามาเริ่มต้นกันใหม่

    แค่นี้เอง ง่ายนิดเดียว !!!

    หนังสือเล่มนี้เหมาะกับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่กำลังสับสนว้าวุ่น เหงา หรือรู้สึกเหมือนมีบางอย่างหล่นหายไปจากชีวิต คนที่อยากรักตัวเองให้มากกว่าเดิม รวมถึงคนที่อยากเรียนรู้ และ อยากทำความเข้าใจคนรอบข้างอย่างที่เค้าเหล่านั้นเป็นหวังว่าคนที่อ่านหนังสือเล่มนี้เหมือนเราจะได้ข้อคิดดี ๆ กลับไปไม่มากก็น้อยนะ :)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in