A Moment of my Lifennmally
About 30
  • เราที่อายุ 30 ในปีนี้ และทำงานครบ 7 ปีในปีนี้เช่นเดียวกัน

    เป็นปีที่เราเจอปัญหาเกี่ยวกับงานจนทำให้ช่วงนั้นเราร้องไห้บ่อยๆ สะสมรวมกันร้องไห้มากกว่าที่ทำงานผ่านมาทั้งหมด 6 ปีซะอีก (ปีนี้ทำงานปีที่ 7 แล้ว) เลยมองหาโอกาสให้ตัวเอง...

    1. สมัครสอบกฟผ.
        สมัครกฟผ.เพราะอยากไปทำงานใกล้บ้านที่เหนือ เลยใช้วุฒิป.โทสมัครเพราะวุฒิป.ตรีอายุเกินแล้ว ปรากฏว่าที่โรงไฟฟ้าที่เหนือไม่มีตำแหน่งรับป.โท เลยสมัครลงส่วนกลางแทน เพราะไปอ่านรายละเอียดมาว่าอาจจะมีโอกาสขอย้ายไปที่ภูมิลำเนาเดิมของเราได้
        ตั้งใจอ่านหนังสือหนักมาก เตรียมความพร้อมให้ตัวเองสุดๆ เพราะตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องผ่านรอบความรู้ทั่วไปให้ได้ ถ้าเกิดผ่านรอบนี้แล้วค่อยไปวัดดวงในรอบสัมภาษณ์เอาอีกที 
        ปรากฏว่าไม่ผ่าน!

    2. สมัครสอบรฟม.
         คือรู้ตัวเองแล้วแหละว่าไม่ผ่านข้อเขียนของกฟผ.แน่ๆ เลยลองหาที่ใหม่ที่เป็นเกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจดู ก็เลยเจอรฟม. สอบครั้งนี้เตรียมตัวไ่ม่มากเท่าไหร่ เพราะพาร์ทความรู้ทั่วไปอ่านอัดมาตั้งแต่เตรียมสอบกฟผ. ก็เตรียมในส่วนข้อเขียนไปแบบมั่วๆเพราะไม่รู้เเนวว่าจะออกประมาณไหน
        วันสอบจริงเจอข้อสอบวัดความรู้เฉพาะตำแหน่งที่เป็นข้อเขียน ช็อคเลย เพราะไม่รู้เลยว่าข้อสอบจะออกมาประมาณนี้ ก็เลยเขียนๆใช้หลักจากการที่เรียนป.โทมา ซึ่งรู้ดีแก่ใจแหละว่ามันไม่ถูก แต่ใช้คติว่าขอให้ได้ทำไปก่อน
        ปรากฏว่าไม่ผ่าน! 

    3. สมัครสอบกพ.
        สำหรับกพ. เราไม่เคยคิดอยากรับราชการ เลยไม่ได้สนใจที่จะสมัครสอบเท่าไหร่ แต่มานั่งคิดทบทวนแล้ว ลองสอบดูก็ไม่เสียหายเลยนะ และการเตรียมตัวนั้นก็ไม่ได้สนใจมากนัก เพราะมั่นใจว่าพาร์ทความรู้ทั่วไปความรู้ที่อ่านมาตั้งแต่กฟผ.ยังอยู่ เลยเปิดอ่านผ่านๆ แต่ปีนี้มีพาร์ทใหม่เพิ่มเข้ามาคือ การเป็นราชการที่ดี เลยเปิดดู Youtube ที่เขาสอนวิชากฏหมาย แต่ดูไม่จบสักคลิป หลับซะก่อน เลยกะไปวัดดวงเอาละกัน
        ปรากฏว่าไม่ผ่าน! 

    4. สมัครงานที่ใหม่
        เนื่องจากรู้ตัวว่าสมัครสอบรัฐวิสาหกิจล้มเหลวไปแล้วนั้น ก็เลยลองหาสมัครงานใหม่ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนที่เอา Resume ไปให้ HR แล้วในวันนั้นเอง HR ก็โทรมาเรียกเราไปสัมภาษณ์ในอีก 4 วันข้างหน้า ก็เตรียมตัวดีไปในระดับนึง อ่านประวัติบริษัท วิสัยทัศน์ขององค์กร บริษัทในเครือต่างๆ อ่านทบทวนวิชาป.โท เพราะบริษัทและตำแหน่งที่สมัครเป็นงานที่อยู่คนละอุตสาหกรรมกันเลย และที่เราเลือกสมัครที่นีเพราะ
       1. มั่นใจว่าเงินเดือนขึ้นเเน่ๆ (จะได้ส่งเงินให้พ่อกับแม่เพิ่มมากขึ้น) 
       2. อยู่ใกล้หอพัก เดินทางสะดวกมากๆ
       3. เป็นฟีลงานที่เราอยากทำ และมั่นใจว่าเราทำได้แน่นอน 
       การสัมภาษณ์ผ่านไปประมาณน่าจะชั่วโมงหนึ่งได้ ลึกๆเราแอบใจไม่ดี เพราะคนสัมภาษณ์น่าจะตำแหน่งระดับหัวหน้าของ HR ในตอนแรกที่เริ่มสัมภาษณ์สีหน้า นัยตา น้ำเสียง ยังดูอารมณ์ดี แต่พอจบการสัมภาษณ์ เราสัมผัสได้เลยว่าสีหน้า นัยตา น้ำเสียง เปลี่ยนเป็นเรียบเฉยอย่างชัดเจน แต่เราค่อยข้างมั่นใจว่าคำตอบที่เราตอบไปนั้นเป็นแนว positive หมดเลย (หรือไม่เกี่ยวกันนะ) 
        นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำงานมา ที่สมัครงานไปแล้วเขาเรียกสัมภาษณ์ 
        และตอนนี้ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว เขาก็ยังไม่แจ้งผลมาเลย (ตอนนั้นหลังสัมภาษณ์เสร็จเขาแจ้งว่าจะแจ้งผลกลับภายใน 2 อาทิตย์) โทรไปเขาก็ไม่รับ คิดว่าคงไม่ผ่านแล้วล่ะ รู้สึกเฟลตัวเองอย่างแรง นี่แค่สัมภาษณ์รอบแรกเองนะ ยังไม่ผ่านเลย.


        เหตุการณ์ทั้ง 4 ข้อเกิดขึ้นในช่วงเดือน สิงหา กันยา ตุลา พฤศจิกา ติดๆกันเลย เรารู้สึกผิดหวังในตัวเอง เพราะเราตั้งความหวังไว้ค่อนข้างสูงว่าจะเราจะประสบผลซักอันใดอันหนึ่ง เราจมในความรู้สึกนี้พักใหญ่ๆจนรู้สึกว่าควรต้องพอได้แล้ว เเละตอนนี้ความรู้สึกนั้นหายไปแล้วและพร้อมที่จะเริ่มให้โอกาสตัวเองใหม่อีกครั้งในปี 2021! สู้ต่อไปปป



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Debby, judy and cooper. (@debbyjudycooper)
เป็นกำลังใจให้นะคะ เราจะ 30 ยังไม่มีงานทำเลยค่ะ TT
nnmally (@nnmally)
@debbyjudycooper ขอบคุณมากนะคะ เราขอเป็นกำลังใจให้เช่นกันค่ะ ( :