เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
I Know It's Real, I Can Feel It | TXT Fan Fictionsa week before valentine
Into Your Magic | #yeonbin
  • Rating: General Audiences

    Archive Warning (s) : None

    Fandom (s) : TOMORROW X TOGETHER

    Categories: M/M

    Relationship: YEONJUN/SOOBIN

    Characters: YEONJUN, SOOBIN, HUENINGKAI

    Additional Tags: Hogwarts AU

    Credit: Photo by Josipa Juras on Unsplash



    Work Title: Into Your Magic


    Notes: ล่าไอเท็มวันวาเลนไทน์ใน ReadAWrite ค่า 5555555



    Disclaimer: บทความนี้เป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด และไม่มีเจตนาสร้างความเสื่อมเสียแก่บุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงที่ถูกกล่าวถึงใด ๆ ทั้งสิ้น








    Into Your Magic

    YEONJUN/SOOBIN




    14 กุมภาพันธ์ของฮอกวอตส์นับเป็นความวุ่นวายเหลือประมาณ

    พรีเฟ็คปีหกแห่งบ้านฮัฟเฟิลพัฟถอนหายใจเมื่อเห็นบรรยากาศแสนหวานแหววตั้งแต่ยังไม่เสร็จสิ้นมื้อแรกของวัน มองทางไหนก็เห็นแต่พวกคู่รักชั้นปีต่าง ๆ เดินควงกันให้วุ่น บางคนก็เริ่มเลยเถิดจนเกือบจะแลกลิ้นกันกลางห้องอาหารแล้ว ถ้าไม่ได้ยินเสียงเข้ม ๆ ของศาสตราจารย์ที่คอยเตือนพวกเขาอยู่เรื่อย ๆ ซูบิน ชเว เองก็อยากร่วมเป็นเสียงหนึ่งเสนอให้คนพวกนี้กลับไปทำอะไรในที่ลับตาคนทีเถิด

    นี่มันโรงเรียนนะทุกคน

    อย่างน้อยก็ลองไปหาห้องต้องประสงค์หน่อยก็ได้

    สีหน้าไม่ชอบใจนักของเขาคงออกชัดเจน จนรุ่นน้องร่วมบ้านยื่นศอกมาสะกิด

    “หน้าตาหงุดหงิดเชียวนะ อิจฉาคนมีแฟนหรือไง”

    ไค คามาล ฮยูนิง ทำหน้าล้อเลียนเขาอยู่หลังอาหารเช้าชุดใหญ่ที่ปรากฏอยู่บนโต๊ะ ซูบินอยากเอามัฟฟินปาหัวเจ้ารุ่นน้องพูดมากนี่สักครั้ง แต่นึกได้ว่าอย่างนั้นคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่

    “ฉันเปล่าอิจฉา” เขาตอบ “แต่ก็แค่วันวาเลนไทน์ บางอย่างก็น่าจะรู้กาลเทศะกันบ้าง วันอื่นไม่รักกันหรือไงถึงต้องมาทำตัวเหมือนชีวิตนี้จะมีแฟนคนเดียวตลอดไปแบบวันนี้”

    ไคหัวเราะ “สำหรับบางคนการกำหนดวันพวกนี้ก็อาจจะมีความหมายมากก็ได้ นายก็อย่าไปอะไรมากเลย ไว้มันเลยเถิดมาก ๆ ก็หักคะแนนบ้านเอาแล้วกัน คุณพรีเฟค”

    “ฉันไม่ได้อยากใช้อำนาจในทางที่ผิดขนาดนั้นสักหน่อย”

    “ดูแลความเหมาะสมเรียบร้อยในโรงเรียนมันผิดยังไงล่ะ” ไคส่ายหัวยิ้ม ๆ “แต่ก็เพราะใจดีแบบนี้ไง ทุกคนถึงได้อยากให้นายเป็นพรีเฟ็ค นายใจกว้างแหละ ถึงจะขี้บ่นไปนิด”

    ซูบินยื่นขาไปเตะอีกฝ่ายใต้โต๊ะ ไคยู่หน้า

    “ฉันชมนะ”

    “งั้นก็อย่ามีประโยคหลังสิ”

    “เพื่อแสดงความขอโทษ ฉันมีของขวัญมาให้”

    ไคล้วงมือเข้าไปใต้เสื้อคลุม ซูบินหรี่ตา ยกมือสองข้างขึ้นมาตั้งการ์ดเตรียมรับการโจมตี

    “…อะไรล่ะนั่น”

    “จะให้อะไร ดอกไม้? ช็อกโกแลต? ”

    ไคทำหน้าเหมือนเขาเป็นบ้าไปแล้ว “ฉันเป็นแฟนนายหรือไง จะทำแบบนั้นทำไมเล่า” ก่อนจะหยิบของชิ้นนั้นออกมาวางบนโต๊ะแล้วเลื่อนให้เขา “นี่ มีคนฝากมาให้”

    ซองจดหมายสีเขียวเข้ม จ่าหน้าซองด้วยหมึกสีทองดูหรูหรา ด้านหลังประทับครั่งทองเป็นตราประจำตระกูลที่ซูบินคุ้นเคยเป็นอย่างดี

    เขารับจดหมายนั้นมาพลิกดู ก่อนจะหรีี่ตามองไค

    อีกฝ่ายยักไหล่ “ฉันเป็นคนส่งของเฉย ๆ นะ”

    คราวนี้ซูบินมองเลยไหล่อีกฝ่ายไปยังโต๊ะอีกฝั่งหนึ่ง

    สลิธิรีน

    ชายคนหนึ่งโดดเด่นกว่าคนอื่น ๆ อย่างประหลาดนั่งอยู่ท่ามกลางเด็กสลิธิรีนตรงนั้น ผมสีบลอนด์สว่างสะท้อนแสงอาทิตย์จากท้องฟ้าจำลองเหนือโถงห้องอาหาร รอยยิ้มและแววตาพร่างพราวขณะคุยกับคนรอบข้าง ผิดวิสัยสลิธิรีนที่หลาย ๆ คนคิดทำให้เขาดูราวกับเทวดา แต่เมื่อนัยน์ตาสีอ่อนคู่นั้นหันมาเห็นเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันที

    ซูบินชูจดหมายขึ้น เลิกคิ้วเป็นคำถาม

    ชายคนนั้นยกฝ่ามือขึ้นหันเข้าหาตัวเองเป็นเชิงว่า ‘อ่านสิ’

    ซูบินทำท่าจะเปิดมันออก

    ทันใดนั้นคนที่อยู่อีกฟากของห้องโถงก็หายวับไปกับตา ก่อนสัมผััสนุ่มนวลจะแนบลงบนฝ่ามือ มือข้างหนึ่งกุมนิ้วของเขาที่จะแกะจดหมายไว้ ซูบินสัมผัสได้ถึงแผ่นอกกว้างที่อยู่ด้านหลังเขา และกลิ่นหอมจาง ๆ ของน้ำหอมกลิ่นหนังที่ชายคนนั้นชอบใช้จนเขาจำได้

    “อย่าเปิดตรงนี้สิ”

    หมอนั่นกระซิบเบา ๆ ข้างหูเขา

    ซูบินกัดฟันตอบ “ถ้าคิดว่าไม่อยากให้ฉันเปิดจดหมายจนเอิกเกริกก็พลาดแล้ว ที่นายทำตะกี้น่ะ ยิ่งกว่ามีมังกรโผล่ออกมากลางห้องโถงอีก”

    คนที่หายตัวมาหาเขาค่อย ๆ ก้าวถอยออกไปยืนห่างจากเขาเล็กน้อย ซูบินเพิ่งรู้สึกว่าตัวเองกลั้นหายใจด้วยความตกใจจนถึงเมื่อครู่ หัวใจเต้นแรงเหมือนเพิ่งไปวิ่งมาทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั่งเฉย ๆ

    สลิธิรีนที่มาโผล่ตรงโต๊ะฮัฟเฟิลพัฟและกำลังโดนไคส่งสายตาล้อเลียนกระแอมเบา ๆ ขัดความเงียบที่ปกคลุมโถงมาพักหนึ่งตั้งแต่เจ้าตัวทำตัวแปลก ๆ เมื่อครู่

    “ไม่มีอะไรหรอก กินข้าวกันต่อเถอะ เดี๋ยวคาบแรกจะเริ่มแล้วนะ”

    โต๊ะสลิธิรีนกับกริฟฟินดอร์ทำเสียงโห่ฮามา ขณะที่ฝั่งเรเวนคลอส่ายหน้าขำ ๆ ส่วนฮัฟเฟิลพัฟจ้องเขาตาเขม็ง

    “ขอโทษทีที่ฉันล้อว่านายอิจฉาคนอื่นเพราะไม่มีแฟน” ไคหันมาพูดกับซูบิน “รู้กันทั้งโรงเรียนแล้วแหละตอนนี้ ว่านายเป็นแฟนแดเนียล ชเว”

    เจ้าของชื่อแดเนียล ชเว ยิ้มเผล่ ขณะที่ซูบินคิ้วกระตุก

    “มีเรียนเช้าหรือเปล่า” แดเนียลถามเขาเบา ๆ แน่ใจแล้วว่าคราวนี้คงไม่มีใครได้ยินแล้วเพราะพวกเขาหมดความสนใจตั้งแต่แดเนียลบอกให้กินข้าวต่อ

    ซูบินถอนหายใจ “ไม่มี มีอีกทีตอนบ่าย”

    “งั้นไปเดตกัน”

    พูดแล้วก็ยื่นมือมาหาเขา

    เอางี้เลย ตรง ๆ งี้เลย?

    “ไปเถอะ” ไคว่า โบกมือไล่เขา “อยู่ไปก็เป็นเป้าสายตาชาวบ้านเปล่า ๆ”

    ซูบินเตะขารุ่นน้องร่วมบ้านอีกทีก่อนจะลุกออกจากโต๊ะแล้วคว้ามือแดเนียลลากออกไปจากโถงทางเดิน

    “เดตกันให้สนุกน้า~!”

    ได้ยินนะ! ไอ้พวกนี้!





    สวนริมทะเลสาบใกล้กับปราสาทฮอกวอตส์นับเป็นสถานที่เดตยอดนิยมของเด็กนักเรียนก็ว่าได้ ซูบินกวาดสายตามองคู่รักหลายคู่ที่กระจายกันอยู่ราวกับจะตั้งแคมป์ด้วยสายตาสับสน ก่อนจะหันมามองคนที่เขายังไม่ปล่อยมือ

    “คนเยอะอะ”

    “อยากไปที่ไหนหรือเปล่า”

    “หอสมุด”

    “ฉันก็โดนศาสตราจารย์ดุสิ”

    ซูบินขมวดคิ้ว “ทำไมอะ”

    “ก็ฉันว่าจะจูบนาย”

    “…”

    ซูบินอยากหยิกคนข้าง ๆ จริง ๆ ให้ตายเถอะ

    “ว่าแต่จดหมายนี่คืออะไรกันแน่” เขาชูจดหมายขึ้นดู “จดหมายรักวันวาเลนไทน์เหรอ”

    แดเนียลอมยิ้ม “จะว่าอย่างนั้นก็ได้”

    “…ถามจริง”

    “ฉันไม่โรแมนติกหรือไง”

    “นายเป็นคนกวนประสาทต่างหาก” ซูบินถอนหายใจ “เอาเป็นว่า ไปที่ที่เงียบกว่านี้เถอะ”

    “โรงนกฮูกเป็นไง”

    ซูบินยักไหล่ “ก็ได้”

    พวกเขาเดินจากปราสาทมาจนถึงโรงนกฮูกที่อยู่อีกฝั่ง เป็นเส้นทางยาวไกลที่เดินกันเงียบ ๆ ราวกับว่าแดเนียล ชเว ไม่ใช่คนพูดมากขึ้นมากะทันหัน ซูบินเดินขึ้นบันไดนำมาก่อน อีกก้าวจะถึงประตูโรงนกฮูก เขาก็หันกลับมามองแดเนียล

    “ทำไมวันนี้เงียบจัง”

    “ก็นายไม่ชวนฉันคุย”

    “ปกตินายเป็นคนชวนฉันคุยเถอะ”

    “แล้วอึดอัดหรือเปล่า ถ้าอยู่กันเงียบ ๆ แบบนี้”

    ซูบินขมวดคิ้ว “ไม่หรอก แค่ไม่ชิน”

    แดเนียลยิ้ม “ดีแล้ว ฉันก็คิดอยู่ว่าเราคงคุยกันตลอดเวลาไม่ได้ ถ้าอยู่เงียบ ๆ แล้วยังสบายใจ ฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นที่พักใจให้นายได้นะ”

    “…”

    ซูบินเสหลบแววตาคู่นั้นด้วยความขัดเขิน ก่อนจะรีบเดินไปพิงระเบียงในโรงนกฮูก

    โรงนกฮูกคือสถานที่เลี้ยงดูและจัดการนกฮูกส่งสาส์นของโรงเรียน บางทีก็มีคนมาฝากส่งของ แต่ส่่วนใหญ่จะเป็นที่ให้เหล่านกฮูกมาพักก่อนจะปฏิบัติหน้าที่ต่อ โดยทั่วไปแล้วไม่มีคนมากนักเพราะทุกคนมักจัดการส่งของที่ห้องอาหารตอนเช้า ตอนที่พวกนกฮูกมาส่งของกัน ดังนั้นจึงเงียบสงบและอากาศปลอดโปร่ง

    “ตอนนี้ฉันเริ่มคิดแล้วว่าทำไมเราไม่ใช้ห้องน้ำพรีเฟ็ค เป็นส่วนตัวดีออก”

    ซูบินพองแก้มใส่คนพูด “กลัวนายจะทำอะไรแปลก ๆ น่ะสิ”

    “ฉันจะไปทำอะไรนายได้” แดเนียลหัวเราะ ขยับมายืนข้างเขา พิงศอกทั้งสองข้างกับราวระเบียงแล้วมองเขาด้วยแววตาเป็นประกาย “แกะจดหมายได้แล้ว”

    ซูบินพยักหน้า เขาบรรจงแกะครั่งหลังจดหมายออก ก่อนจะคลี่ซองออกมา

    กลิ่นหอมของดอกกุหลาบอวลมาจากซองราวกับอัดแน่นด้วยทุ่งดอกไม้ ก่อนที่ก้านไม้ดอกจะปรากฏขึ้นเหนือซองจดหมาย งอกใบไม้ ฐานรองดอก และดอกตูมไล่ลำดับมา จากหนึ่งดอก สองดอก เป็นสิบดอก ดอกไม้เหล่านั้นรวมกันเป็นช่อ กระดาษซองจดหมายคลี่ขยายกลายเป็นกระดาษห่อช่อดอกไม้ หมึกสีทองเคลื่อนตัวจากหน้าซองกลายเป็นริบบิ้นสีทองผูกรัดช่อดอกกุหลาบไว้ด้วยกัน ก่อนที่ดอกกุหลาบคละสีทั้งหมดจะพร้อมใจกันคลี่กลีบแบ่งบานออกมาพร้อมกัน แล้วร่อนลงบนมือของซูบินที่นิ่งค้างอยู่อย่างตกตะลึง

    ซูบินมองดอกไม้ในมือสลับกับอีกคนตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย

    “…ชอบหรือเปล่า”

    พอโดนถาม ซูบินจึงกระพริบตาปริบ ๆ เหมือนเพิ่งหลุดจากมนตร์

    “…ยิ่งกว่าชอบเสียอีก นี่มันสุดยอดไปเลยไม่ใช่หรือไง”

    สำหรับคนอย่างซูบินที่เติบโตมาในครอบครัวมักเกิล เขานึกไม่ออกเลยว่าเวทมนตร์จะสร้างสรรค์อะไรออกมาได้บ้างเพราะเคยชินกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายจากวิทยาศาสตร์ แต่เมื่อแดเนียลทำให้เวทมนตร์กลายเป็นความสวยงาม ราวกับการแสดงอันน่าตระการตาในมือของเขา ซูบินรู้สึกราวกับว่าเวทมนตร์อาจจะควบคุมทั้งจักรวาลนี้เลยก็ได้

    หรืออาจเป็นเพราะคนใช้มันคือแดเนียล ชเว ผู้วิเศษอันดับหนึ่งของฮอกวอตส์ตอนนี้

    “คนทั้งโรงเรียนต้องอิจฉาฉันแน่ถ้ารู้ว่านายทำอะไรแบบนี้ให้ฉัน”

    “แล้วจะเอาไปอวดหรือไง”

    ซูบินย่นหน้า “ไม่เอาอะ นายทำมาให้ฉันนี่นา”

    แดเนียลหัวเราะ

    “แต่เสียดายถ้ามันจะมีแค่ฉันคนเดียวที่เห็นจริง ๆ นะ” ซูบินมองช่อดอกไม้ในมือด้วยสายตาปลาบปลื้ม “ฉันเฉย ๆ กับเวทมนตร์ของคนอื่น แต่ของนายทำให้ใจเต้นตลอดเลย”

    พอเขาพูดแบบนั้น แดเนียลก็ขยับเข้ามาใกล้จน มือข้างหนึ่งเชยคางเขาขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า

    “ไม่ใช่แค่เวทมนตร์ของฉันหรอกที่ทำให้นายใจเต้นแรงได้น่ะ”

    ซูบินยิ้มมุมปากตอบกลับ เขาเห็นสายตางุนงงชั่วขณะของแดเนียล ก่อนที่จะเป็นฝ่ายหลับตายื่นริมฝีปากไปสัมผัสความนุ่มหยุ่นตรงหน้าก่อน

    เขาผละออกแค่ครู่เดียว แดเนียลพึมพำเสียงเบา “นายนี่เป็นพวกชอบเอาชนะหรือไง”

    เขาหัวเราะ “นายก็รู้นี่”

    ซูบินไม่รู้เหมือนกันว่าเขาใช้เวลาวนเวียนกับริมฝีปากของกันและกันนานขนาดไหน

    แต่ก็อย่างที่แดเนียลกล่าวไว้ ไม่ใช่แค่เวทมนตร์ของแดเนียลเท่านั้นที่ทำให้ซูบินใจเต้นแรง

    ขอแค่เป็นแดเนียลเท่านั้น ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ทำให้ซูบินหลงรักซ้ำไปซ้ำมาอยู่เสมอ


    END




    220213

    ในที่สุดก็ได้เขียน Hogwarts AU ของด้อมนี้! ของมันต้องเขียนจริง ๆ ค่ะ ให้สมกับที่มีเพลงชื่อ "ฉันจะรอเธอที่ชานชาลาที่ 9 3/4 55555 จริง ๆ อยากเขียนอะไรสักอย่างเกี่ยวกับจดหมายรักเพราะจะล่า badge ของ RAW ด้วยค่ะ ฮา

    ขอบคุณทุกคนที่อ่านและคอมเมนต์ค่ะ หวังว่าจะชอบกันนะคะ 💕

    #wirunfic

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in