บันทึกจากคำเทศนาบันทึกหมึกจิ๋ว
บทที่ 1 ความเสียใจที่น่าดีใจ (2 โครินธ์ 7:2-16)
  • บทที่ 1 ความเสียใจที่น่าดีใจ (2 โครินธ์ 7:2-16)

    โดย อาจารย์ทนนท์ ชาญชิตโสภณ

    บันทึกเมื่อ 1/9/2560

    หากมีข้อความใดที่ผิดไปจากพระคัมภีร์หรือต้องแก้ไขข้อมูล ผู้อ่านสามารถแสดงความคิดเห็นในบทความนี้ได้เลยนะคะ

    ปัจจุบันหลายคนคงพบปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจหรือโรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้นวันนี้เราเลยอยากแบ่งปันการเฝ้าเดี่ยวจากคำเทศนา ที่เราได้เคยบันทึกไว้เมื่อหลายปีก่อนโดยหวังว่าเรื่องราวและข้อความเหล่านี้จะช่วยหนุนใจพี่น้อง และเป็นกำลังใจให้กับหลายคนที่กำลังเผชิญกับวิกฤติในตอนนี้

    เราขอแนะนำให้ทุกคนอ่านข้อความจาก 
    ก่อนอ่านบทความนี้

    เพราะแม้ว่าเมื่อเรามาถึงแคว้นมาซิโดเนียแล้ว เนื้อหนังของเราไม่ได้พักผ่อนเลย เรามีความลำบากอยู่รอบข้าง ภายนอกมีการต่อสู้ ภายในมีความกลัว

    2 โครินธ์ 7:5

    จาก 2 โครินธ์ 7:5 เห็นได้ว่าอาจารย์เปาโลนั้น กำลังเผชิญกับปัญหาทั้งจากภายในและภายนอก คือ งานที่ต้องทำและความกลัวภายในจิตใจ ขณะเดียวกันชาวโครินธ์ก็มีความเสียใจที่ถูกตักเตือนด้วยถ้อยคำที่รุนแรงจากบาปที่เขาทำในข้อที่ 8

    เพราะถึงแม้ว่าข้าพเจ้าได้ทำให้ท่านเสียใจเพราะจดหมายฉบับนั้น ข้าพเจ้าก็ไม่เสียใจ
    ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนนั้นข้าพเจ้าจะเสียใจบ้าง เพราะข้าพเจ้าเห็นว่า 
    จดหมายฉบับนั้นทำให้ท่านมีความเสียใจเพียงชั่วขณะเท่านั้น
    2 โครินธ์ 7:8

    ดังนั้น ในพระคัมภีร์ตอนนี้จึงทำให้เราเห็นถึงความยินดีในความเสียถึง 4 ข้อ นั่นคือ 

    จาก 2 โครินธ์ 7: 4, 7, 13 และ 16

    และสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากความเสียใจที่น่ายินดีในครั้งนี้มีถึง 3 อย่างด้วยกัน คือ

    1. การปลอบโยนของพระเจ้า (2 โครินธ์ 7:6)

    แต่พระเจ้าผู้ทรงหนุนใจคนที่ท้อใจ ได้ทรงหนุนใจเราด้วยการมาของทิตัส
    2 โครินธ์ 7:6

    ทุกความเสียใจของเรา ทำให้เราได้เข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้น เพราะเวลาที่เรามีปัญหาเรามักจะเข้าหาพระเจ้าเพื่อให้พระองค์ช่วยแก้ปัญหานั้น ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหาผ่านการฟังเทศน์ การอ่านพระคัมภีร์หรือการอธิษฐาน และทุกครั้งที่เราเริ่มเข้าใกล้พระเจ้าและรู้จักพระองค์มากขึ้น เรามักจะปรับปรุงตัวและเติบโตในทางของพระเจ้ามากขึ้น

    เหมือนกับที่มัทธิว 5:4กล่าวไว้ว่า

    'คนที่โศกเศร้า ก็เป็นสุข เพราะว่าเขาทั้งหลายจะได้รับการหนุนใจ'

    เพราะพระเจ้ารักและห่วงใยเรา พระองค์จึงไม่ยอมให้เราเผชิญหน้ากับปัญหาเพียงลำพัง นอกจากนั้น การตอบสนองของเราต่อปัญหา ยังบ่งบอกถึงสายตาที่เรามองพระเจ้าอีกด้วย เหมือนคำที่กล่าวไว้ว่า

    Big GOD, Small Problem
    Big PROBLEM, Small God

    2. เราจะได้รับการหนุนใจจากพี่น้อง (2 โครินธ์ 7:4)

    ข้าพเจ้าไว้ใจและภูมิใจในพวกท่านมาก ข้าพเจ้าได้รับการหนุนใจอย่างบริบูรณ์และมีความยินดีอย่างเหลือล้นในความยากลำบากทุกอย่างของเรา
    2 โครินธ์ 7:4

    จากพระคัมภีร์ตอนนี้ กล่าวถึงตอนที่เปาโลได้รับการหนุนใจจากทิตัส ที่บอกว่าชาวโครินธ์นั้นได้รู้สึกเสียใจหลังอ่านจดหมายของเปาโลแล้ว และตอนนี้พวกเขากำลังกลับใจจากบาปที่ทำอยู่ ข้อความนี้ทำให้เปาโลรู้สึกภูมิใจในชาวโครินธ์เป็นอย่างมาก

    เหตุการณ์นี้เหมือนกับตอนที่เราได้รับคำหนุนใจหรือกำลังใจจากพี่น้องคริสเตียนอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เจอปัญหาและความยากลำบากในชีวิต มันทำให้เราได้พบกับมิตรภาพ หรือคนที่เราควรรักษาไว้ในชีวิตอีกด้วย

    รอบตัวเราอาจมีทั้งคนที่ดีและไม่ดีกับเรา การเจอคนไม่ดีในบางครั้ง ก็เป็นส่วนหนึ่งในการขัดเกลาชีวิตของเรา และโปรดระลึกไว่ว่า... อย่าปฏิบัติกับผู้อื่นในแบบที่ตนเองไม่ชอบให้คนอื่นมาปฏิบัติกับเรา

    3. บทเรียนและการกลับใจของเรา (2 โครินธ์ 7:9-10)

    แต่บัดนี้ข้าพเจ้ามีความยินดี ไม่ใช่เพราะพวกท่านเสียใจแต่เพราะความเสียใจนั้นทำให้ท่านกลับใจ เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความเสียใจตามพระประสงค์ของพระเจ้า 
    ท่านจึงไม่ได้รับผลร้ายจากเราเลย เพราะว่าความเสียใจตามพระประสงค์ของพระเจ้า
    ทำให้เกิดการกลับใจ ซึ่งจะนำไปสู่ความรอดและจะไม่ทำให้เสียใจ
    แต่ความเสียใจอย่างโลกนั้นย่อมนำสู่ความตาย
    2 โครินธ์ 7:9-10

    จากข้อพระคัมภีร์ข้างต้น กล่าวถึงความเสียใจ 2 ประเภท คือ

    1. ความเสียใจอย่างพระเจ้า คือ ความเสียใจอย่างพระเจ้านั้นจะทำให้เรากลับใจซึ่งนำไปสู่ความรอด และความยินดี
    2.  ความเสียใจอย่างโลก คือ เป็นความเสียใจที่นำไปสู่ความตายและความหดหู่


    จงดูสิว่าความเสียใจตามพระประสงค์ของพระเจ้าเช่นนี้นำไปสู่การเอาจริงเอาจังเพียงไร 
    และยังทำให้เกิดการขวนขวายที่จะพิสูจน์ตัวเองเกิดความขุ่นเคือง ความตื่นตัว ความอาลัย ความกระตือรือร้น และเกิดการลงโทษพวกท่านพิสูจน์ตัวเองในทุกด้านแล้วว่า
    เป็นผู้ปราศจากความผิดในเรื่องนี้
    (2 โครินธ์ 7:11)
    จากพระคัมภีร์ข้อนี้ ทำให้เห็นว่าความเสียใจอย่างพระเจ้านั้น ทำให้เกิดความอาลัยที่นำไปสู่ความกระตือรือร้น รวมถึงทำให้เกิดการลงโทษ คือ การพิสูจน์ตัวเอง

    การเปิดใจรับคำวิจารณ์นั้น ทำให้เรามองเห็นข้อผิดพลาดของตัวเอง และสามารถแก้ไขตัวเองได้ง่ายขึ้น ดังนั้น อย่าไปยึดติดกับคำพูดที่ทำให้เจ็บปวด หรืออย่าไปนั่งประนามความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น และอย่าจมกับความรู้สึกจนทำให้มันมาบดบังทางออกของปัญหา

    รับบี ชานินาได้กล่าวไว้ว่า
    “ทำไมพระวจนะพระเจ้าจึงเปรียบเหมือนน้ำ เพราะน้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ
    ดังนั้น พระวจนะของพระเจ้าจึงรับได้เฉพาะคนที่มีใจถ่อมเท่านั้น”

    คำว่า ใจถ่อมในที่นี้ หมายถึง คนที่ยอมรับการชำระล้าง และแก้ไขรวมถึงการหาประโยชน์จากความเสียใจที่ได้เกิดขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นได้จาก

    1. การเปิดใจ ผ่านการไม่มีอคติต่อบทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมถึงข้อพระคัมภีร์ที่ได้รับการหนุนใจมาด้วย
    2. การกลับใจ คือ การหาสิ่งที่เราต้องการเปลี่ยนแปลง ลองสังเกตดูว่า มีปัญหาใดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ กับตัวเรา จากนั้นก็หารากของปัญหานั้นแล้วแก้ไข รวมถึงการเปลี่ยนวิธีคิดและการใช้ชีวิตบางอย่างของเรา

    จงใช้ชีวิตด้วยความสุขและความชื่นชมยนดีเพราะคนที่มีความสุขที่สุด
    ไม่ใช่คนมีทุกสิ่งดีที่สุดแต่เป็นคนที่ทำให้ดีที่สุดในทุก ๆ สิ่ง

    สุดท้ายนี้ เราอยากบอกกับทุกคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาและความเสียใจในตอนนี้ว่า ให้เราหาบทเรียนจากทุกปัญหาที่เกิดขึ้น หากรู้สึกเหนื่อย หมดกำลัง ก็ลองนั่งพักแล้วปล่อยน้ำตาให้มันรินไหลลงมา เพราะน้ำตาจะทำให้เรามองเห็นพระเจ้าได้ชัดเจนกว่าเดิม อย่าลืมอธิษฐานและเข้าหาพระองค์ด้วยใจถ่อม พระเจ้าคอยอยู่เคียงข้างทุกคนนะคะ

    พระเจ้าอวยพรค่ะ

    หากต้องการฟังคำเทศนาเพิ่มเติมสามารถกดที่ลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยนะคะ


    ฟังคำเทศนา
     

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in