Kettle MoodyPopeny Teerapan
ก้าวแรกบนหาดทราย in Gold Coast
  • ลมที่พัดผ่านรู้สึกได้ถึงความอบอุ่น เสียงร้องของคลื่นจากทะเลแปซิฟิก สร้างบรรกาศที่ทำให้เมืองนี้ “Gold Coast” กลายเป็นเมืองที่เหมาะกับการพักผ่อนที่แสนจะไม่ธรรมดา ตึกสูงและโรงแรมหลายแห่งคือส่วนสำคัญที่ decorate เมืองนี้ให้กลายเป็นดาวน์ทาวน์ไปโดยปริยาย พร้อมด้วยการแต่งตัวของผู้คนที่แสนสบาย ให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินอยู่ที่ไมอามี่

    เราเดินทางด้วยรถยนต์ใช้เวลาก็เกือบราวๆ เก้าชั่วโมง จากเมืองที่พวกเราอาศัย ก่อนถึงชายฝั่งทะเลมีเขาลูกโตที่ต้องวนรถลง สุดสายตาจะเห็นแสงของเมือง ที่ประกายออกมาอย่างสวยงามในยามค่ำคืน อยู่ชายฝั่งทะเล เป็นภาพที่ไม่อาจลืมได้ในชีวิตนี้


    รุ่งเช้าวันถัดมา ผมตั้งใจที่จะสวมบทบาทของนักท่องเที่ยว เดินสำรวจเมือง วางแพลนไว้ว่าจะออกจากโรงแรมแต่เช้า จะได้มีเวลาเที่ยวมากขึ้น อากาศตอนเช้าหนาวเย็น ต่างจากอากาศของทะเลที่บ้านเราอย่างเห็นได้ชัด เสียงของใครสักคนในบ้านบอกผมว่า take some water and foods before you go!

    เริ่มต้นเช้าของวันด้วยการไปซึมซับ กลิ่นอายของท้องทะเล สีของท้องฟ้าที่ปนกับแสงของดวงอาทิตย์คือภาพที่ encourage การของเดินทางของผมในวันนี้

    ปลายของชายหาดจะพบเรือปั่นทรายขนาดใหญ่ เมื่อได้ถามคนแถวนั้น ได้คำตอบว่าภาวะโลกร้อนทำให้น้ำทะเลสูงขึ้น รัฐบาลท้องถิ่นจึงจำเป็นต้องปั่นทรายเพื่อไม่ได้น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งไปมากกว่านี้


    ตรงข้ามของชายหาดที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ที่ถูกเรียกว่า Surfers Paradise Beach จะมีถนนทอดผ่านเหล่าโรงแรม เพื่อจะไปเจอ Cavill Avenue เป็นถนนสายหลักที่ผ่านย่านสำคัญ และเต็มไปด้วย ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า space และสวนสาธารณะ

    ผู้คนที่เริ่มเช้าวันใหม่ ด้วยการช็อปปิ้ง หาอาหารอร่อยๆกิน ย่านนี้จึงเต็มไปด้วยผู้คนที่ไม่ใช้แค่สัญชาติออสซี่ แต่รวมทุกสัญชาติเชื้อชาติหลากหลาย ทางเดินเท้าที่เปิดกว้าง โอบรับทุกคนได้อย่างลงตัว แม้จะมีตึกสุงสุดหรูหราราคาแพง ที่อวดโอ้ความมีรสนิยม

    ขณะเดียวกันสองข้างทางของถนนปลูกต้นไม้ที่ให้ความร่มรื่น แสดงถึงความ kindness ของเมืองท่องเที่ยว เก้าอี้สาธารณะ งานศิลปะแบบกลางแจ้งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย


    เมืองท่องเที่ยวเดิมทีให้ภาพว่าเป็นของสำหรับคนที่จ่ายแพงเท่านั้น แต่เปล่าเลยทุกคนที่มา เราสามารถเสพ ศิลปะ ความงาม สุนทรียะ บรรยากาศของเมืองโดยที่ไม่มีราคาต้องจ่ายแม้แต่เหรียญเดียว และที่เก๋กว่านั้นคือมีทางเท้าที่พาเราไปยังทุกส่วนของเมืองได้อย่างง่ายดาย

    ร้านขายของแบรนด์เนม จวนไปถึงร้านขายของมือสองตั้งอยู่ในย่านด้วยกัน เพราะโดยนิสัยที่ได้รับอิทธิพลมาจากแม่ จึงชอบเลือกเข้าไปดูร้านขายของมือสองมากกว่า เพราะมีอะไรให้ค้นหาเยอะกว่า ร้านอาหารทุกสัญชาติ ติดดาวมิชลินราคาแพงมาก จนไปถึงราคาที่พอเอื้อมได้ หรือร้านอาหารฟาสฟู้ดก็มีให้เป็นตัวเลือกด้วยเช่นกัน

    ผมใช้เวลานั่งรถรางจากตัวดาวน์ทาวน์ ออกมาที่ชานเมืองประมาน สิบห้านาทีได้ เพื่อจะไปดูงานศิลปะที่ The Arts Centre Gold Coast เป็นนิทรรศการที่จัดขึ้นให้ผู้คนเข้าชมฟรี ความตื่นเต้นอะไรของชีวิตนี้ จะมากไปกว่าการที่พาตัวเองไปเห็นสิ่งอะไรใหม่ และท้าทายมันด้วยประสบการณ์ที่เรามีอยู่


    ตกเย็นมา ระหว่างทางกลับโรงแรมของผม จะมีตลาดกลางคืน ตั้งอยู่เรียบชายหาด ขายของฝากที่ระลึก ประกอบด้วยกลุ่มนักดนตรีที่เล่นเพลงแจ๊ส ท่ามกลางลมทะเลและสีสันแสงไฟจากถนนตึกและผู้คน ให้กลายเป็นกลิ่นอายของความโรแมนติก

    และคิดว่าถ้าได้มากับคนที่เรารักคงจะดีไม่น้อย ว่าแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวๆ เราพักร้อนที่นี้ ห้าวัน ก่อนที่ผมจะเดินทางไปเที่ยวต่อคนเดียวที่ซิดนี่ย์อีกสี่วัน ประสบการณ์เที่ยวแบบ backpacker ครั้งแรกของชีวิต วางแพลนคนเดียว หาข้อมูล จองตั๋ว ด้วยตัวเองทุกอย่าง ไว้จะกลับมาเล่าใหม่ฟังใหม่แน่นอน

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in