Football Talkdaddy__crow
Neymar-Cavani มหากาพย์ที่ไม่มีผู้ชนะ
  • เรื่องจริงยิ่งกว่าละครหลังข่าว เมื่อสื่อช่วยกันเสี้ยมความสัมพันธ์ของเหล่ากองหน้าสามประสานที่ฮ็อตที่สุดในเวลานี้อย่าง เนย์มาร์-คาวานี่-เอ็มบัปเป้ หรือ MCN ตามที่บางสื่อขนานนาม โดยเฉพาะเนย์มาร์และคาวานี่ที่มีข่าวกินเกาเหลากันเป็นเดือนๆ และแม้จะออกสื่อว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่ก็ไม่พ้นโดนจวกทึ้งอยู่ร่ำไปจนกระทั่ง ณ ตอนนี้

    เป็นที่ทราบกันดีว่ายักษ์ใหญ่แดนน้ำหอมอย่างสโมสรปารีส แซงต์แชร์กแมง กำลังประสบปัญญานักเตะไม่ลงรอยกัน โดยเรื่องเริ่มที่การยิงจุดโทษเจ้าปัญหา ที่เดิมทีเป็นหน้าที่ของเอดินสัน คาวานี่ แต่เมื่อมีเนย์มาร์ แข้งทองคำสนนราคา 222 ล้านยูโร (อ่านว่าสองร้อยยี่สิบสองล้านยูโร) อะไรๆมันก็ไม่แน่เสมอไป เมื่อเจ้าตัวออกปากขอคาวานี่ว่าจะขอเป็นคนยิงจุดโทษเอง แต่ก็ถูกกองหน้าวัยเก๋าชาวอุรกวัยดีกรีดาวซัลโวปฏิเสธเรื่อยมา ตั้งแต่ในแมชที่เจอกับตูลูส หรือแม้แต่กับแซงต์เอเตียน ที่แฟนๆก็เริ่มเห็นเค้าลางแปลกๆ

    เรื่องมันลุกลามมากขึ้นเมื่อในคืนวันที่ 17 กันยายนในเกมการแข่งขันที่ปารีส แซงต์แชร์กแมงเปิดบ้านเอาชนะโอลิมปิก ลียง ทีมดีกรีประวัติศาสตร์ลีกเอิงด้วยสกอร์ 2-0 แต่ทั้งสองประตูที่เกิดขึ้นเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของนักเตะฝั่งลียงทั้งสองลูก มิหนำซ้ำยังเกิดเหตุการณ์เดิมๆ เพิ่มเติมคือแย่งฟรีคิกอีก!?

    เหตุการณ์เริ่มต้นด้วยการที่ ดานิเอล อัลเวส และ เอดินสัน คาวานี่ แย่งลูกบอลกันเพื่อมายิงฟรีคิกในระยะน่าลุ้น ก่อนที่อัลเวสจะส่งลูกบอลให้เนย์มาร์คว้าไปยิงอย่างเนียนๆฉบับ  Brazilian Connection ที่แท้ทรู ก่อจะตามด้วยการที่เนย์มาร์เดินมาหาคาวานี่ที่กำลังจะตั้งบอลเพื่อยิงลูกโทษ เพื่อที่จะขอยิงเอง แต่ก็ถูกปฏิเสธ และสุดท้ายจบลงด้วยการถูกเซฟโดยนายทวารอันโธนี่ โลเปซอย่างน่าเสียดาย

    เนย์มาร์ที่เข้าไปขอคาวานี่ยิงจุดโทษ แต่ถูกปฏิเสธ และในนาทีต่อมาคาวานี่เองก็พลาดจุดโทษ
    บรรดาแฟนๆเริ่มแตกเป็นหลายเสียงว่า ช็อตนั้นเนย์มาร์ไม่ควรไปทำลายสมาธิคาวานี่ หรือคาวานี่ควรหลีกทางให้เนย์มาร์ยิงบ้าง หรือแม้แต่ตั้งคำถามว่าทำไมผู้จัดการทีมอย่างอูไน เอเมรี่ถึงไม่จัดการเรื่องนี้ให้ชัดเจนสักที เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก

    มันจึงกลายเป็นชัยชนะที่หม่นหมองที่สุดในประวัติศาสตร์ 

    เพราะนอกจากเราจะเห็นรอยร้าวเล็กๆในทีมแล้ว มันยังสร้างความแตกแยกไปยังกลุ่มแฟนๆที่ต่างก็เลือกฝั่งเลือกฝ่าย และพยายามหาแพะ โบ้ยความผิดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

    เรื่องเหมือนจะไม่มีอะไร จนกระทั่ง เนย์มาร์ทำการ Unfollow คาวานี่ในแอพ Instagram หลังเกมดังกล่าว ที่ทำเอาสื่อตาลุกวาว เขียนข่าวกันมันส์มือไปทั้งวันทั้งคืน 

    ว่ากันว่ามันเป็นเชื้อไฟที่ทำให้เกิดมหากาพย์ Neymar-Cavani ธรณีนี้ใครครอบครองเลยทีเดียว!

    ไม่ว่าจะข่าวว่าห้องแต่งตัวลุกเป็นไฟ หรือดินเนอร์ที่อัลเวสจัดเพื่อให้เพื่อนๆมาพบปะกันบรรยากาศอย่างกับงานศพ หรืองานปาร์ตี้วันเกิดของกัปตันติอาโก้ ซิลว่าที่มี(เกือบ)ทุกคนยกเว้นคาวานี่ หรือจะข่าวที่ท่านประธานใหญ่เปแอสเชของให้คาวานี่ยกหน้าที่ยิงลูกโทษให้เนย์มาร์โดยเสนอเงินโบนัสพิเศษให้ 1 ล้านยูโร

    นักวิจารณ์หลายคนได้ให้ความเห็นไปต่างๆนานาถึงความเหมาะสมของปัญหาครั้งนี้อย่างกว้างขวาง บ้างก็เข้าข้างคาวานี่ บ้างก็เข้าข้างเนย์มาร์ ยิ่งเหมือนการตรอกย้ำความแตกแยกของทั้งสองให้ยิ่งทวีให้เห็นความแตกต่างกันระหว่างทั้งระดับชั้นการเป็นนักเตะชั้นยอด หรือการเป็นนักเตะมืออาชีพ

    "คาวานี่ควรได้รับการเคารพมากกว่านี้ เขาได้ทำประตูมาตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขายิงลูกโทษเหล่านั้น มันควรค่าที่จะเคารพนักเตะอย่างเขา ถ้าเป็นลิโอเนล เมสซี่ เนย์มาร์คงจะไม่กล้าทำแบบนั้นแน่"

    ข้อความตอนหนึ่งของกองหน้าชาวอุรุกวัยรุ่นพี่ ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ที่มีต่อสถานการณ์นี้

    อย่างไรก็ตาม ในแมชต่อๆมา ปารีส แซงต์ แชร์กแมงก็ได้เปิดบ้านถล่มบาเยิร์น มิวนิคขาดลอยไปด้วยสกอร์ 3-0 ในวันที่ 27 กันยายน และทำเอาเหล่ากองแช่งผิดหวังไปตามๆกัน เพราะนอกจากจะไม่ได้เห็นฉากแซ่บๆของสองกองหน้าทะเลาะกันยิงลูกโทษแล้ว ยังเจอช็อตหวานๆที่ทั้งคาวานี่และเนย์มาร์แทบจะกอดกันกลม จับมือกันหวานน้ำตาลหยดทั้งเกม (ที่ก็ไม่รู้ว่ามีใบสั่งหรือเปล่า)

    คลิปเนย์มาร์ และคาวานี่ที่สวีทกันทั้งเกม
    หรือแม้แต่ประเด็นที่ว่าใครจะเป็นคนยิงลูกฟรีคิกหรือลูกโทษก็หมดไป เมื่อแมชต่อมาที่เปแอสเชเปิดบ้านขย้ำบอร์กโดซ์ 6-2 เนย์มาร์เป็นคนกดจุดโทษโดยไม่ต้องทวงถามใดๆให้มากความ และคาวานี่ก็ไม่ลืมที่จะไปสวมกอดแสดงความยินดี

    คลิปเนย์มาร์ยิงลูกโทษในเกมปะทะบอร์กโดซ์ และคาวานี่เข้าไปแสดงความยินดี

    สถานการณ์ของปารีส แซงต์ แชร์กแมงดูเหมือนจะกลับมาดีอีกครั้งเมื่อทั้งสองคล้ายว่าจะปลูกต้นรักกันได้ใหม่ แต่มันก็เริ่มมีกระแสข่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเนย์มาร์ และอูไน เอเมรี่ บอสใหญ่ของทีมเปแอสเช ที่ดูเหมือนจะเริ่มไม่ลงรอยกัน 

    ทางสื่อเริ่มเสนอข่าวความ Diva ของเนย์มาร์ที่ทำให้เอเมรี่ผู้ไม่มีพิษ (น้ำยาก็เช่นกัน) หงอไปหมด โดยให้เหตุผลว่า การที่เอเมรี่ไม่ยอมตัดสินใจว่าใครกันที่ควรจะเป็นคนยิงจุดโทษหมายเลข 1 ของทีมระหว่างเนย์มาร์หรือคาวานี่ มันเพราะเจ้าตัวเกรงใจเนย์มาร์ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่อยากทำร้ายจิตใจของคาวานี่ ผู้อยู่มาก่อน และยังทำผลงานได้น่าชื่นชม รวมถึงสปิริตของทีมที่อาจจะรู้สึกว่า แม้แต่ดาวซัลโวของทีมก็ยังต้องหลีกทางให้แข้งราคา 222 ล้านยูโรเลยหรือ? เอเมรี่จึงได้โบ้ยภาระหน้าที่ให้นักเตะในอาณัตทั้งสองไปตกลงกันเองอย่างลูกผู้ชาย ทั้งๆที่ถ้าเขาตัดสินใจตั้งแต่แรก ก็ไม่มีใครหน้าไหนสามารถขัดคำสั่งได้แล้ว แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ทำมัน จึงเกิดเป็นภาพแย่งกันยิงจุดโทษที่น่าเกลียดเรื่อยมาจนสถานการณ์บานปลายแบบนี้

    เอเมรี่และเนย์มาร์ขณะซ้อม

    เรียกได้ว่า นอกจากจะมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีมแล้ว ยังจะมีปัญหากับโค้ชอีก!

    ประจวบเหมาะกับบทสัมภาษณ์ของตัวเอดินสัน คาวานี่ในวันที่ 18 ตุลาคมนี้เองที่ราวกับช่วยจุดชนวนให้เหล่าสำนักข่าวทั้งสังกัดฝรั่งเศส หรือสังกัดสเปนที่ว่ากันว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรเก่าของเนย์มาร์กลับมาเล่นข่าวมันส์ๆได้อีกครั้ง

    คลิปข้อความตอนหนึ่งของคาวานี่ ที่ต่อมือถูกสื่อนำไปเล่นข่าว

    "เราทุกคนไม่จำเป็นต้องเป็นเพื่อนหรือเป็นครอบครัวกัน สิ่งที่สำคัญคือการเป็นมืออาชีพในสนามต่างหากล่ะ สิ่งนี้แหละที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใดในการเคารพซึ่งกันและกันและทำหน้าที่ให้เต็มที่ 100%"

    และแน่นอนว่าสื่อได้ตัดเพียงข้อความบางส่วนของคาวานี่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่า คาวานี่ไม่ต้องการที่จะเป็นแม้แต่เพื่อนกับเนย์มาร์ด้วยซ้ำ และไม่วายที่แฟนๆจะได้ตีกันอีกครั้งเมื่อฝ่ายหนึ่งพยายามจะอธิบายข้อความที่แท้จริงของคาวานี่ แต่อีกฝ่ายก็เข้าใจไปแล้วว่าทั้งสองหักดิบความสัมพันธ์ลงสะบั้น 

    แต่นั่นเป็นเพียงปฐมบทของความแตกแยกยกที่ 2

    เมื่อในวันที่ 22 ตุลามคม ปารีส แซงต์แชร์กแมงเดินทางไปเยือนคู่อริตัวฉกาจอย่างโอลิมปิก มาร์กเซย ที่นับเป็นดาร์บี้แมชฝรัั่งเศสที่ทั้งสองทีมเกลียดกันถึงขั้นสาบานว่าจะไม่เผาผี ซึ่งในนาที่ที่ 87 ที่ทีมเปแอสเชกำลังตามอยู่ 2-1 ความหวังสุดท้ายของแฟนๆก็ถูกทำลายลงเมื่อเนย์มาร์ได้รับใบเหลืองใบที่สอง ที่ทำเอาต้องกลับอุโมงค์ไปอาบน้ำก่อนใครเพื่อนด้วยหน้าเจื่อนๆ แม้จะทำประตูได้ในครึ่งแรก

    คลิปใบเหลืองที่สองของเนย์มาร์ หลังฟิวส์ขาดเข้าไปผลักโอกอมโพส นักเตะของมาร์กเซยต่อหน้าต่อตากรรมการ

    แต่ปารีส แซงต์ แชร์กแมงก็ยังฆ่าไม่ตาย เมื่อในช่วงทดเวลา คาวานี่ยิงประตูตีเสมอได้จากลูกฟรีคิก ที่เคยมีปัญหาว่าใครจะเป็นคนยิงมาตั้งแต่แมชปะทะกับลียง และกลายเป็นฮีโร่ของแมชนั้นไปโดยปริยาย แม้ว่าในช่วงกว่า 90 นาทีก่อนหน้าจะลุ่มๆดอนๆตามฟอร์มเพื่อนๆในทีมที่เล่นกันได้ไร้จิตวิญญาณสุดๆ

    คลิปคาวานี่ยิงฟรีคิก และฉลองชัยเว่อวังราวกับชนะ

    และเพราะมันเป็นเกมดาร์บี้แมชท์ หลายสื่อจึงเชิดชูคาวานี่ให้เป็นนักเตะที่เปแอสเชขาดไม่ได้ เป็นฮีโร่ เป็นตัวความหวัง หรือแม้กระทั่งเป็นตำนาน เป็นผู้ไม่ว่าสถานการณ์จะไม่นำพาอย่างไร เขาก็จะเป็นคนเดียวที่ฮึดสู้จนนาทีสุดท้าย พาทีมและแฟนๆกลับมามีความหวังอีกครั้ง อันจะเห็นได้จากในหลายๆเกมที่เขามักลงไปล้วงบอลถึงหน้าบ้านตัวเองเพื่อที่จะกลับมายิงให้ทีมตีเสมอในหลายๆครั้ง หรือแม้แต่ยอมลงไปเล่นเกมรับเพื่อที่จะไม่ให้ทีมเสียประตูเพิ่มและมีสักแต้มกลับบ้าน หรือจะแมชท์ที่บุกไปพ่ายบาร์ซ่าถึงแคมป์นู 6-1 ในศึกแชมเปียนส์ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ที่แม้ว่าตอนนั้นจะถูกนำอยู่ 3 ประตู ก็ยังอุตส่าวิ่งไปยิงให้ทีมเป็น 3-1 เพืี่อจะนำกลับมาซึ่งความหวังในชัยชนะอีกครั้ง

    แต่เพื่อให้ครบองค์ดราม่า แน่นอนว่าสื่อเองก็ไม่ลืมที่จะกระทบกระแทกเนย์มาร์ ที่ฟิวส์ขาดและถูกไล่ออกจากเกม แม้ว่าเจ้าตัวจะยิงประตูตีเสมอ 1-1 ในครึ่งแรก แต่ก็ดูจะไม่มีความหมายใดๆในสายตาสื่อเลยแม้แต่น้อย

    ในขณะที่เนย์มาร์ได้ใบแดง คาวานี่กลับเป็นผู้ช่วยทีมให้พ้นจากความพ่ายแพ้

    เนย์มาร์ถูกนำไปเปรียบเทียบอย่างหนักกับคาวานี่ที่มีบุคลิคสุขุม สุภาพ เรียบง่าย ความเป็นมืออาชีพและจิตใจที่เข้มแข็งที่แม้ว่าเจ้าตัวจะถูกจับไปเล่นตำแหน่งที่ไม่ถนัด ต้องลงไปช่วยเกมรับ หรือแม้แต่ถูกสื่อและแฟนๆรุมจวกก็ไม่เคยออกมาปริปากบ่น หรือมีปากเสียงใดๆ คาวานี่ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาพิสูจน์ตัวเองต่อไปบนสนามเป็นเวลากว่าหลายปี กว่าจะได้รับการยอมรับจากแฟนๆ ผิดกับเนย์มาร์ที่ทุกคนรู้กันอยู่ว่าเขามีความสามารถมากมาย แต่เขาก็ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะนักเตะของทีมอย่างเป็นชิ้นเป็นอันเลย

    ยิ่งเกมต่อมาที่เนย์มาร์ถูกแบนจากใบเหลืองแดงนั้น เปแอสเชได้เปิดบ้านรับนีซ ทีมยักษ์ใหญ่ทีมหนึ่งแห่งเวทีลีกเอิง ซึ่งชนะไปถึง 3-0 โดยเป็นประตูของคาวานี่เองถึง 2 ลูก ที่แม้ว่าในเกมถัดมาที่เปิดบ้านฉะอันเดอร์เลชท์ทีมจากเบลเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกจะไม่มีส่วนร่วมในการทำประตูใดๆเลยก็ตาม (ผิดกับเนย์มาร์ที่ยังทำได้ 1 ประตู) แต่ในเกมที่ไปเยือนอองแชร์หลังจากนั้น เจ้าตัวก็ยังทำไปถึง 2 ประตูอีกครั้ง และดันเป็นแมชที่เนย์มาร์ไม่มีส่วนร่วมเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวน จึงเกิดการตั้งคำถามจากสื่อว่า ปารีส แซงต์แชร์กแมงยังต้องการเนย์มาร์อยู่หรือไม่ ในเมื่อพอไม่มีเนย์มาร์แล้วทีมก็ดูเหมือนเล่นเป็นระบบระเบียบมากขึ้น

    บ้างก็ว่าเนย์มาร์เป็นตัวปัญหา 

    เพราะเมื่อเทียบกันแล้วเหตุการณ์วุ่นวายทั้งหลายที่เกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาสั้นๆภายใน 2 เดือนนี้ มันทำเอาเหตุการณ์กินเกาเหลาต่างๆนานาก่อนหน้านี้ระหว่างเอดินสัน คาวานี่ และ ซลาตัน อิบราฮิมโมวิช หัวหอกคนเก่าที่ขึ้นแท่นตำนานสโมสรไปแล้วดูเด็กๆไปเลย

    กระทั่งเบรคทีมชาติที่หลายๆสื่อเริ่มเสี้ยมความสัมพันธ์ของเนย์มาร์ และอูไน เอเมรี่หนักขึ้นๆราวกับว่าไม่มีข่าวอะไรจะให้เขียนแล้ว มันก็ยิ่งบั่นทอนความรู้สึกดีๆที่มีต่อนักเตะต่อเหล่าแฟนๆ และยิ่งมีการเผยว่าทางสโมสรเริ่มมีการติดต่อ โชเซ่ มูรินโญ่ หรือ อันโตนิโอ้ คอนเต้ อย่างลับๆในการเข้ากุมบังเหียนแทนที่เอเมรี่ที่ยังถือว่าคงฟอร์มดีอยู่ หรือแม้แต่การสัมภาษณ์ของเซอร์คิโอ้ รามอส ปราการหลังแห่งเรอัล มาดริด ก็กลายเป็นประเด็นที่ว่าเนย์มาร์อาจจะย้ายไปซบราชันย์ชุดขาวในตลาดหน้าร้อนปีหน้า เนื่องจากไม่มีความสุขกัับการรับใช้สโมสรเปแอสเช เนื่องจากปัญหาเพื่อนร่วมทีมและโค้ช

    ทุกอย่างมันประจวบเหมาะมากที่จะทำให้อุปมานไปว่า เนย์มาร์ จูเนียร์ เป็นศูนย์กลางของเปแอสเช ที่ไม่ว่าใครหน้าไหนในทีมก็อย่างแหยม แม้กระทั่งนายใหญ่อย่างอูไน เอเมรี่ หรือประธานสโมสรอย่างนาซเซอร์ อัล เคไลฟี่ก็ยังต้องสปอยล์

    ทั้งนี้ในวันที่ 9 พฤศจิกายน หลังเกมอุ่นเครื่องทีมชาติระหว่างบราซิล-ญี่ปุ่น ที่เนย์มาร์มีส่วร่วมในชัยชนะ 3-1 ด้วยการยิงลูกโทษตั้งแต่นาทีที่ 10 เนย์มาร์ก็ได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจเกี่ยวกับชีวิตนักเตะในเมืองน้ำหอมว่า ตัวเขาไม่ได้ต้องการที่จะเป็นปัญหา เขามาที่นี่เพื่อพาทีมคว้าแชมป์เท่านั้น

    สีหน้าจริงจังของเนย์มาร์ขณะให้สัมภาษณ์

    "ผมมีความสุขดีที่ปารีส ผมพยายามที่จะเป็นนักเตะที่เต็มที่บนสนาม อย่างไรก็ตาม มันมีบางสิ่งที่กวนจิตใจของผม ผมไม่ได้มีปัญหากับคาวานี่ และไม่ได้มีปัญหากับโค้ช(เอเมรี่)เช่นกัน "

    "ผมต้องการให้พวกคุณหยุดกุเรื่องที่ผมมีปัญหากับเขา ผมมาที่นี่เพื่อทีจะเป็นส่วนหนึ่ง ผมมาเพื่อช่วยโค้ช มันเป็นสิ่งที่รบกวนผมมาสักพักแล้ว ผมขอให้พวกคุณ หยุด "

    ยิ่งไปกว่านั้นนายใหญ่แห่งแซมบ้า ตีเต บาคคี่ ถึงกับต้องออกโรงให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับตัวเนย์มาร์ เพื่อยืนยันว่าการกระทำทั้งหลายของสื่อที่ผ่านมามันบิดเบือนความจริงที่เขาเห็น ทำเอาน้ำตาลูกผู้ชายอย่างเนย์มาร์ร่วงอย่างไม่สามารถอดกลั้นได้

    คลิปการให้สัมภาษณ์ของตีเต้ บาคคี่ ที่เนย์มาร์ที่นั่งข้างๆอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา

    "ผมได้ร่วมงานกับเนย์มาร์ในช่วงปีที่ผ่านมา ผมก็ไม่เคยมีปัญหากับเขานะ เขาเป็นคนดี เราควรจะพูดถึงแต่ลักษณะนิสัยที่แท้จริงของเขา และจิตใจที่งดงามที่เขามี"

    กานสัมภาษณ์ครั้งนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่ทุกฝ่ายต้องตระหนักถึงการนำเสนอข่าว และการอ่านข่าวอย่างใช้วิจารณญาณเลยทีเดียว เพราะไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วทั้งเนย์มาร์ หรือคาวานี่ หรือแม้แต่เอเมรี่มีปัญหากันภายในหรือไม่อย่างไร แต่ภาพที่เราเห็นคือการพยายามร่วมทีมกันของทั้งสามคนภายใต้เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการคว้าชัยชนะมาสู่สโมสรปารีส แซงต์แชร์กแมง ที่มีครบทุกอย่างแล้ว ขาดก็แต่ถ้วยบิ๊กเอียร์เท่านั้น

    เพราะสุดท้ายแล้ว ฟุตบอลต้องเล่นเป็นทีม

    อย่างไรก็ตาม การจะไปถึงเป้าหมายนั้น พวกเขาจำเป็นที่จะต้องฟันฝ่าอุปสรรคที่ถ่าโถมเข้ามา และหนึ่งในสิ่งเหล่านั้นก็ไม่ใช่ทีมยักษ์ใหญ่อะไร แต่เป็น สื่อและแฟนๆ

    เพราะไม่ว่าสื่อหรือแฟนๆที่ไหนจะเขียนข่าวจริง ข่าวเท็จ นั่งเทียนเขียนเข้าข้างใครฝ่ายใดก็ตาม ทั้งเนย์มาร์ ทั้งคาวานี่ ต่างก็ตกเป็นเหยื่อของสังคม อย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ชื่อของพวกเขาแปดเปื้อนไปด้วยการถูกนำไปล้อเลียน ด่า ว่ากล่าว รวมไปถึงการถูกขุดเรื่องต่างๆขึ้นมาเพื่อสนับสนุนความคิดที่ว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคนผิด เป็นนักเตะที่แย่ ไร้ความมือเป็นอาชีพ กระทั่งลามปามไปถึงวิถีการดำรงชีวิตนอกสนามที่ควรจะเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการค้าแข้งเลยแม้แต่น้อย 

    ภาพที่แฟนๆเปแอสเชอยากจะเห็นมากที่สุด คือภาพของนักเตะที่จะร่วมฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันไปจนถึงจุดหมาย

    "ผมแค่อยากจะมีความสุข ผมไม่ได้มาเพื่อเป็นตัวปัญหาของใคร ผมรู้ว่าหน้าที่ของผมคืออะไร และผมทำตามที่โค้ชขอให้ผมทำ ผมเป็นมนุษย์ ผมร้องไห้เป็น ผมตื่นมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัวเป็น ...และผมเองก็อยากจะขอโทษในทุกๆสิ่งที่ผมเคยทำผิดไปในชีวิต"

    ข้อความอีกตอนหนึ่งของเนย์มาร์ ในการให้สัมภาษณ์วันที่ 9 พฤศิจิกายนที่ผ่านมา

    เรียกได้ว่า ไม่ว่าใครจะผิด ใครจะถูก ไม่ว่าทั้งเนย์มาร์ หรือคาวานี่จะกำลังงัดข้อกันจริงหรือไม่ ไม่มีใครได้รับผลประโยชน์จากการถูกสื่อและแฟนๆปู้ยี่ปู้ยำ และท้ายสุดแล้วก็ไม่มีผู้ชนะที่แท้จริงในสงครามครั้งนี้

    รวมถึงตัวสื่อเองด้วย

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in