Thanawhai Blog Showcaseomelasgirl
บ้านและนัยยะสำคัญใน The World of Married Couple ในวันที่ Home is not where the heart is
  •   

    ในที่สุดซีรีส์เข้มข้นอย่าง 부부의 세계 หรือ The World of the Married ก็ได้เดินทางมาถึงบทสรุปของมหากาพย์ความสัมพันธ์สุดเข้มข้นระหว่างหมอจีซอนอู และ อีแทโอ (อดีต) สามี-ภรรยาที่ฟาดฟันกันมาตลอด 16 ตอนนั้น ได้ปิดฉากอย่างสวยงาม ไปที่เรตติ้งเฉลี่ยทั่วประเทศที่ 28.371%และ เรตติ้งเฉลี่ยเฉพาะในกรุงโซลที่ 31.669%
    (อ้างอิงจาก

    (อ้างอิงจาก Nielsen Korea)

    เนื้อหาคร่าวๆสำหรับซีรีส์เรื่องนี้ที่การหยิบต้นฉบับที่เป็นซีรีส์จากประเทศอังกฤอย่าง Doctor Foster (BBC One, 2015) กลับมาทำใหม่ในเวอร์ชั่นเกาหลีได้บอกเรื่องราวเกี่ยวกับหมอจีซอนอูเป็นหมอที่โรงพยาบาลได้แต่งงานกับอีแทโอ ทั้งคู่เรียกได้ว่าเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบและดูพร้อมไปด้วยทุกอย่าง แต่หมอจีก็ถูกหักหลังโดยอีแทโอผู้เป็นสามีของเธอนั้นก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นโล้เป็นพาย และต้องพึ่งเมียแทบจะทุกย่างก้าวกลับทรยศต่อภรรยาที่รักและทุ่มเทให้เขาอย่างหมดหัวใจโดยการไปมีสัมพันธ์ลับ ๆ กับผู้หญิงคนอื่นที่จะสามารถพาเขาไต่เต้าได้เป็นผู้กำกับชื่อดังได้ ถึงแม้ว่าเรืองราวทั้งหมดจะดูเป็นการห้ำหั่นเฉือนคารมกันสุดฤทธิ์ระหว่างคู่ผัวเมียและคนรอบข้าง แต่เราก็จะได้เห็นว่าอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เรื่องนี้ดูมีอะไรขึ้น ก็คืออีจุนยองผู้เป็นลูกชายของคู่รักคู่นี้

    **หลังจากนี้จะมีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ** 


    อีจุนยองผู้ดูเหมือนเป็นตัวปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้ที่ทำให้เรื่องวุ่นวายไปอีกหลายเขบ็ด ได้สะท้อนถึงตัวแทนภาพจำของลูกที่พ่อแม่หย่าร้างจนต้องหนีออกจากบ้านในตอนสุดท้าย(ที่ถึงแม้จะกลับมาในฉากจบของเรื่องก็ตาม) เขากลายเป็นเด็กมีปัญหาที่ถูกกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งเรื่องไม่ว่าการจะต้องไป ๆ กลับ ๆ ระหว่างบ้านพ่อ บ้านแม่ (ที่เคยเป็นเพียงบ้านหลังเดียวของเขา)หนำซ้ำ เขายังต้องประสบกับการเป็น kleptomania หรือ pathological stealing โรคชอบหยิบฉวย ซึ่งเป็นโรคทางจิตเวชทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมอารมณ์ที่จะไม่ลักขโมยสิ่งของได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์ต่อตนเอง

    โดยการคืนกล่องที่เขาเก็บของที่เขาขโมยเพื่อนๆ ในห้องมาตอนท้ายดูเหมือนว่า เขาจะสามารถทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาได้และพร้อมที่จะมุ้ปอร (move on) ไปกับชีวิตต่อไป กลายเป็นว่าเหล่าผู้ชมก็โดนตลบหลังจากผู้กำกับอีกเมื่อเราต้องเห็น จุนยองวิ่งหนีเหตุการณ์ที่เขาไม่สามารถทนเห็นได้อีกต่อไป และความกลัวที่เขาจะไม่สามารถหลุดออกจากวังวนของโลกน้ำเน่าผัวเมียนี้เขาหนีไปแบบไร้การติดต่อโดยทิ้งไว้แค่โทรศัพท์ที่เป็นสิ่งที่สามารถตามตัวเขาได้ไว้ให้ผู้เป็นพ่อและแม่ของเขาไว้ดูต่างหน้า


    การหนีออกจากบ้านของอีจุนยองครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเขาเคยพยายามจะหนีออกจากบ้านไปนอนร้านเกมส์ มาแล้วครั้งหนึ่งในตอนที่เขากลับไปบ้านแม่เพื่อที่จะพบว่า พ่อและแม่ของเขามีอะไรกัน หลังจากที่พวกเขาหย่าร้างกันไปแล้ว และทำเหมือนกับคนเกลียดกันมาตลอดเขาเลือกที่จะไม่พูดเรื่องนี้จนกระทั่งอดรนทนไม่ไหวต้องระบายออกมาต่อหน้าพ่อแม่ว่าเขารับไม่ได้กับสิ่งที่เห็นตรงหน้าแสดงให้เห็นถึงการแสดงออกและการโต้กลับของผู้เป็นลูกในการที่ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อตอบกลับการทำร้ายจิตใจของเขา



    จะเห็นได้ว่าบ้านในเรื่องนี้ถูกใช้มาเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เริ่มตั้งแต่โลโก้ภาษาเกาหลีของเรื่องที่ถูกเติมแต่งให้เหมือนบ้านซึ่งมันก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ฉากเปิดและฉากปิดของเรื่องนี้นั้นดำเนินอยู่ในบ้านหลังเดิมที่ซึ่งเคยเป็นทั้งรังรักของคู่สามีภรรยาจีซอนอู-อีแทโอเป็นบ้านที่อบอุ่นของลูก หรือเป็นการชดใช้ (redemption)ที่ต้องรับหลังจากที่ลูกชายสุดที่รักกลับมาหลังจากหายไปแรมปีบ้านในเรื่องนี้ จึงเป็นเหมือนทั้งจุดเริ่มต้นและจุดจบ(ที่ไม่มีวันสิ้นสุด)ของความสัมพันธ์ ที่ "บ้าน" ถูกนิยามไว้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำว่าครอบครัว” ที่โลโก้ในตอนจบจะพาให้เราคิดไปว่า พวกเขากำลังจะต้องดำเนินไปอย่างมีความหวังเสมือนไฟที่ติดขึ้นมาในตอนสุดท้าย


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in