หนังสือในดวงใจNoi Beleza
พระมหาชนก

  • บทพระราชนิพนธ์ ใน
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ (รัชกาลที่ ๙)
    .
    .
    พระเจ้ามหาชนกกษัตริย์แห่งกรุงมิถิลา มีพระราชโอรส ๒ พระองค์พระนามว่า อริฏฐชนก 
    และ โปลชนก เมื่อสวรรคตแล้ว พระอริฏฐชนกได้ครองราชสมบัติและทรงตั้งพระโปลชนกเป็นอุปราช

    อมาตย์ผู้ใกล้ชิดได้กราบทูลใส่ร้ายว่า พระอุปราชโปลชนกคิดไม่ซื่อ พระอริฏฐชนกก็หลงเชื่อ สั่งจองจำพระโปลชนก แต่พระโปลชนกตั้งจิตอธิษฐานและหลบหนีไปได้ ภายหลังได้รวบรวมพลมาพร้อมส่งสาส์นขอเจรจา แต่อมาตย์ชั่วร้ายแปลงสาส์นเป็นขอท้ารบ ทำให้พระอริฏฐชนกแต่งทัพออกรบ ทั้งสองพระองค์รู้ความจริงในระหว่างการรบ แต่พระอริฏฐชนกสิ้นพระชนม์ในสนามรบ

    พระเทวีของพระอริฏฐชนก ที่กำลังทรงครรภ์จึงปลอมตัวหนีออกนอกเมืองด้วยความช่วยเหลือของท้าวสักกเทวราชจึงเสด็จหนีไปจนถึงเมือง กาลจัมปากะ ได้พราหมณ์ผู้หนึ่งอุปการะไว้ในฐานะน้องสาว ต่อมามีพระประสูติกาล ตั้งพระนามพระโอรสตามพระอัยยิกาว่า "มหาชนก"

    พระมหาชนกเติบใหญ่ และได้ทราบความจริง ก็คิดจะไปค้าขายตั้งตัว แล้วจะไปเอาราชสมบัติคืน จึงนำสมบัติกึ่งหนึ่งของพระมารดาไปขาย แลกเป็นสินค้าออกเรือไปยังสุวรรณภูมิ

    ระหว่างทางในมหาสมุทร เรือต้องพายุล่มลง ลูกเรือตายหมดยังแต่พระมหาชนกรอดเพียงผู้เดียว ทรงอดทนว่ายน้ำในมหาสมุทรด้วยความเพียร 7 วัน 7 คืน จนได้พบนางมณีเมขลา นางมณีเมขลาเมื่อได้สนทนากัน นางเข้าใจในการบำเพ็ญวิริยบารมี จึงได้อุ้มพระมหาชนกไปส่งยังมิถิลานคร

    ที่นครมิถิลา พระเจ้าโปลชนกทรงประชวรหนัก มีแต่พระธิดาพระนามว่า "สิวลี" พระโปลชนกตรัสสั่งอำมาตย์ว่า ผู้ใดสามารถไขปริศนาขุมทรัพย์ได้ก็ยกบ้านเมืองให้แก่ผู้นั้น

    อำมาตย์จึงตั้งพิธีเสี่ยงราชรถ ราชรถได้มาหยุดอยู่หน้าศาลาที่พระมหาชนกกุมารทรงประทับอยู่ พระองค์ทรงไขปริศนาได้ทั้งหมด พระองคจึงได้
    อภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงสิวลี และขึ้นครองราชย์สมบัติแคว้นวิเทหะ พระมหาชนกทรงครองราชย์ด้วยความผาสุกมาโดยตลอด เนื่องด้วยทรงอยู่ใน
    ทศพิธราชธรรม ต่อมาพระนางสิวลีประสูติพระโอรส ทรงนามว่า "ทีฆาวุกุมาร" ครั้นเมื่อเจริญวัยขึ้น พระบิดาทรงโปรดให้ดำรงตำแหน่งมหาอุปราช

    อยู่มาวันหนึ่ง พระราชามหาชนกได้เสด็จอุทยานทอดพระเนตร
    🙂 เห็นมะม่วงต้นหนึ่งมีผล มีรสชาติอร่อย
    🙂 ต้นหนึ่งไม่มีผล

    พระองค์ได้ทรงชิมต้นที่มีผล รสชาติอร่อย และทรงตั้งใจว่าจะกลับมาเสวยอีกครั้งในยามเย็น

    ทว่าต่อมามะม่วงต้นที่มีผลรสชาติดีก็เสียหายจนหมดเพราะผู้คนพากันมาโค่นเพื่อเอาผลมะม่วง ส่วนต้นที่ไม่มีผลยังอยู่รอดได้

    พระมหาชนก จึงทรงคิดได้ว่า ราชสมบัติ ก็เปรียบเหมือนต้นไม้มีผลที่อาจถูกทำลาย แม้จะไม่ถูกทำลายก็ต้องคอยระวังรักษา ทำให้เกิดความกังวล 

    พระองค์ประสงค์จะทำตนเป็นผู้ไม่มีกังวลเหมือนต้นไม้ไม่มีผล แต่ก็ไม่ทรงทำเช่นนั้นเพราะคิดว่าเป็นหน้าที่ของพระราชาที่จะทำให้สังคมอยู่รอดพ้นก่อน ทั้งนี้เนื่องด้วยเพราะผู้คนในสังคมยังขาดสติปัญญาเห็นแก่ประโยชน์เฉพาะหน้า ดุจดังผู้ที่ทำลายต้นมะม่วงเพียงเพราะต้องการผลมะม่วงโดยไม่คิดเก็บไว้กินในวันข้างหน้า

    พระมหาชนก ทรงคิดดังนั้นแล้ว จึงให้ผู้รู้วิชามาทำนุบำรุงต้นมะม่วงด้วยหลักวิชาการทางการเกษตร และจัดตั้งสถานศึกษาชื่อ ปูทะเลย์มหาวิชชาลัย เพื่อสร้างคนผู้เป็นคนดีมีสติปัญญาให้แก่สังคม เพื่อสังคมจะได้เจริญรุ่งเรืองและดำรงอยู่อย่างผาสุกสืบไป
    .
    .
    พระราชนิพนธ์ "พระมหาชนก"
    เป็นหนังสือที่สวยงาม ทรงคุณค่า ในหลวง ร.๙ ทรงใช้ระยะเวลาค้นคว้า และพระราชนิพนธ์ประมาณ ๑๙ ปี (พ.ศ. ๒๕๒๐-๒๕๓๙)
    และจัดพิมพ์เสร็จสมบูรณ์
    ในโอกาสเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษกแห่งรัชกาล

    ทรงมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับพระราชนิพนธ์
    "พระมหาชนก" ..

    "หนังสือนี้เป็นที่รักของข้าพเจ้า
    หนังสือนี้ไม่มีที่เทียม
    และจะเป็นที่เริงใจของผู้อ่าน
    ต้องการให้เห็นว่าสำคัญที่สุด
    คนเราทำอะไรต้องมีความเพียร 
    ขอจงมีความเพียรที่บริสุทธิ์
    ปัญญาที่เฉียบแหลม กำลังกายที่สมบูรณ์”

    🙏🙏🙏

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in