TALK with Mr. NelsonBenz Thanachart
08: ขึ้นรถไฟฟ้าครั้งแรก
  • BTS FIRST TIME ขึ้นรถไฟฟ้าครั้งแรก


    เบ๊น: ทุกวันนี้ลุงยังไปไหนมาไหนด้วยรถเมล์สาย 8 อยู่หรือเปล่า
    เนลสัน: ไม่แล้ว ผมรู้สึกว่ามันตื่นเต้นเกินไปสำหรับคนอย่างผม ตอนนี้ผมเลือกใช้การขนส่งที่คนกรุงเทพฯ รักใคร่อย่างรถไฟฟ้า

    เบ๊น: การขึ้นรถไฟฟ้าเมืองไทยครั้งแรกเป็นยังไงบ้างครับ
    เนลสัน: ดีเยี่ยมทั้งใต้ดิน (MRT) และบนดิน (BTS) สะอาดเนี้ยบกว่าบ้านผมหลายเท่า แถมยังมีพี่รปภ. คอยดูแลความเรียบร้อยทุกสถานีอีกต่างหาก

    เบ๊น: อ้าวเรียบร้อยยังงี้มันจะสนุกเหรอ เห็นปกติชอบอะไรเซอร์เรียลๆ
    เนลสัน: ใจเย็นสิ ผมยังพูดไม่จบ แรกเห็นอาจจะดูธรรมดาสามัญ แต่แท้จริงแล้วรถไฟฟ้าไทยแลนด์มีทีเด็ดมากมาย

    เริ่มตั้งแต่การเข้าสถานี ผมว่าการตรวจกระเป๋าที่ MRT น่าจะเป็นการตรวจกระเป๋าที่เร็วที่สุดในโลก เรียกว่าไม่ดูอะไรเลย บางทีพี่พนักงานก็ยืนคุยกันเองด้วย พอเราเดินผ่านก็แค่ส่องไฟฉายใส่ ที่น่าทึ่งคือทำเท่านี้ก็รู้แล้วว่าไม่มีของอันตราย ถ้าใครคิดว่าคุณริวมีจิตสัมผัส ลองมาเจอเจ้าหน้าที่ MRT ผมว่าสุดยอดยิ่งกว่า

    ตอนแรกผมก็เหวอๆ แต่คิดไปคิดมานี่คงเป็นกุศโลบายของคนไทยที่ให้เราเตรียมตัวรับความตายให้พร้อมอีกเช่นกัน

    คุณรู้ไหมว่ารถไฟฟ้าใต้ดินเป็นที่ที่อันตรายอันดับต้นๆ โดยเฉพาะเวลาเกิดเหตุก่อการร้ายยิ่งน่ากลัวมาก

    ความที่มันเป็นสถานที่ปิด ทางออกไม่เยอะ อากาศไม่หมุนเวียนเท่าข้างนอก ทำให้เมื่อเกิดเหตุใดๆ ย่อมมีสิทธิ์เกิดความโกลาหลได้ง่าย ถ้าไม่เชื่อลองไปดูข่าวก่อการร้ายเก่าๆ อย่างการรมแก๊สพิษที่โตเกียวเมื่อปี 1995 หรือการวางระเบิดที่ลอนดอนในปี 2005 คุณจะพบว่ามันรุนแรงทุกครั้งจริงๆ

    แต่คนไทยบอกอย่ามาสำออย ถ้ากลัวตายขนาดนั้นชีวิตก็ไร้ความตื่นเต้นสิ เอ้ารีบๆ เดินเข้าไปเลยไม่ต้องตรวจให้ละเอียดเอาแค่ไฟฉายส่องก็พอ

    เห็นแบบนี้แล้วผมก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าองค์กรก่อการร้ายมีสถาบันการศึกษา MRT ประเทศไทยน่าจะติดอยู่ในสนามสอบ คือถ้ามึงวางระเบิดที่นี่ไม่ได้ก็ควรจะไปทำอาชีพอื่นได้แล้ว

    เบ๊น: ไม่น่าเชื่อว่าจะขนาดนั้นนะครับ... แล้ว BTS เป็นยังไงบ้าง ก่อนจะขึ้นสถานีมีอะไรเท่ๆ บ้างมั้ย?
    เนลสัน: มีครับ

    ผมชอบการแลกเหรียญมาก คือปกติเรามีเครื่องจักรไว้เพื่อแทนแรงงานมนุษย์ใช่มั้ย แต่เครื่องซื้อตั๋วที่ BTS บอกว่าพวกมึงจะหวังพึ่งเครื่องจักรอย่างเดียวไม่ได้ ต้องใช้คนด้วย! เพราะฉะนั้นเวลาจะซื้อตั๋วจึงต้องมีสองสเต็ป คือไปต่อคิวแลกเหรียญแล้วค่อยกลับมาซื้อตั๋วที่เครื่องจำหน่าย

    ตอนแรกผมก็หงุดหงิดว่าถ้ามันต้องวุ่นวายขนาดนั้นเราจะมีเครื่องจักรไว้ทำสะดือหอยทากอะไร ให้ซื้อตั๋วกับคนไปเลยก็สิ้นเรื่อง ดูสิ จะขึ้นรถแต่ละทีต้องมาต่อคิวยาวๆ แต่มองอีกนัยหนึ่งนี่เป็นวิธีที่ชาญฉลาดมาก

    เพราะ BTS สนับสนุนให้คนใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ครับ 

    เบ๊น: ...ผมว่าอันนี้ลุงคิดไปเองนะครับ
    เนลสัน: ไม่ใช่เลยครับ BTS เขาตั้งใจสอนเรื่องนี้กับคนไทยจริงๆ ไม่เชื่อคุณไปดูที่บันไดเลื่อนสิ ไม่มีใครเขารีบเดินหรือชิดขวากันเลย มีแต่คนยืนกันเต็มบันได ใครจะรีบเดินนี่หมดสิทธิ์เพราะที่นี่คืออาณาจักรสโลว์ไลฟ์

    เบ๊น: อืม...เอาเถอะมาว่ากันถึงข้างในรถไฟฟ้าบ้างดีกว่าเป็นยังไงบ้างครับประทับใจมั้ย
    เนลสัน: ผมชอบมาก มีคนเท่ๆ เต็มไปหมด เช่น...

    เบ๊น: นั่นแน่ จะพูดเรื่องคนพิงเสาล่ะสิ...
    เนลสัน: สะเหล่อ... เรื่องพิงเสาคนเขาพูดกันจนช้ำแล้วผมจะไปพูดอีกทำไม แถมบน BTS ยังมีคนเซอร์เรียลอีกมากมาย เช่น เวลามีคนลุกจากเก้าอี้ คนแถวนั้นจะรอดูเชิงสักพักไม่กล้านั่งทันที ไม่งั้นจะดูตูดตะกละเกินไป หรือเวลาเด็กขึ้นมา คนไทยก็จะรีบลุกให้ เหตุผลส่วนหนึ่งคงเพราะอยากเสียสละให้คนเจเนอเรชั่นถัดไปได้สบายและเป็นสิ่งที่ผู้หลักผู้ใหญ่ควรทำ แต่แท้จริงแล้วผมว่าเขากลัวคนถ่ายรูปไปประจานในอินเทอร์เน็ตมากกว่า

    เบ๊น: โอ้...
    เนลสัน: ยังๆ ความเซอร์เรียลของรถไฟฟ้าไทยยังไม่จบ

    ผมชอบมากเวลาเจอคนใส่หูฟังใหญ่ๆ เปิดเพลงให้เสียงเล็ดลอดออกมา คือผมก็เคยได้ยินว่าคนไทยมีน้ำใจ แต่ไม่นึกว่าจะขนาดนี้ แล้วเพลงที่ฟังก็สำคัญนะครับ จะเป็นเพลงช้าของ นอร่าห์ โจนส์ หรือเพลงแจ๊ซยุค 70s ไม่ได้ ต้องเป็นเพลงมันๆ ตึ้บๆ แสดงถึงความ Energetic หน่อยๆ บางทีเขาอาจอยากประกาศให้คนรอบข้างรู้ก็ได้ว่าเขาเป็นคนแอ็กทีฟขนาดไหน เพราะนอกจากจะมีเพลงเป็นตัวแสดงออกแล้วเขายังโยกหัวประกอบอีกด้วย

    ความเซอร์เรียลอีกจำพวกหนึ่ง คือ พวกที่อยากออกจากขบวนรถเร็วๆ เราจะเห็นได้ว่าเขารีบมาก รถยังไม่ทันจอด พี่แกก็จะพยายามแทรกตัวไปรออยู่หน้าประตูแล้ว ผมว่าอันนี้เท่มาก เพราะจริงๆ เราควรรอให้ประตูเปิดก่อน ถ้าจะลงเดี๋ยวก็มีคนเขาเขยิบให้เอง โดยเฉพาะพวกสถานีป๊อปๆ อย่างสยามไม่ก็อโศกเนี่ยคนที่เขารอออกก็มีเยอะแยะ ไม่ต้องใจร้อนขนาดนั้นก็ได้

    ตอนแรกผมก็หงุดหงิดแต่ดูๆ ไปแล้วผมก็นับถือพวกเขานะ นี่สิคนจริง คิดอะไรต้องลงมือทำเลย ห้ามรอ Just Do It!

    ความเซอร์เรียลสุดท้ายคือพวกเฝ้าที่ คนพวกนี้มักยืนใกล้ประตู ซึ่งเวลารถเคลื่อนที่มันก็ไม่เป็นอะไรหรอกครับ แต่เวลารถจอดสถานีเขาก็ควรเดินออกไปข้างนอกเพื่อให้คนข้างในเคลื่อนตัวออกง่ายๆ ใช่มั้ยครับ

    แต่ไม่ครับ ผู้โดยสายไทยแลนด์เท่มาก เขาจะไม่ขยับไปไหนเลย ยืนเป็นตอม่ออยู่ตรงนั้น ปล่อยให้คนที่จะลง เสือกไสตัวออกไปแทน

    เบ๊น: ความเซอร์เรียลบนรถไฟฟ้าเมืองไทยมีเยอะขนาดนี้ แล้วเวลาคุณใช้บริการไม่นอยด์บ้างเหรอ?
    เนลสัน: ไม่เลย ผมมีวิธีคลายเครียดของผมเหมือนกัน

    ผมชอบไปยืนพิงกระจกตรงขอบประตู คอยดูจังหวะที่คนวิ่งมาขึ้นรถไม่ทันแล้วโดนประตูปิดใส่หน้า เพราะพวกเขาชอบทำหน้าเศร้าผิดหวัง ท้อแท้ หรือมีบ้างที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาแก้เขิน ซึ่งจังหวะที่รถค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากสถานี ผมก็จะส่งยิ้มให้เขาแล้วพูดเบาๆ ว่า

    “That’s alright. Enjoy your slow life, bitch” 

    :)

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in