This is Musiccould be blue could be grey
[this is artist] ชวนมาฟังเพลงของ Finneas หนุ่ม Pop นักรัก สุดเท่ จาก LA
  •         Finneas O'Connell หรือ Finneas นักร้องหนุ่มวัย 21 ปี ที่เติบโตมากับวงการบันเทิงผ่านการเป็นนักแสดง ผลงานที่ทำให้เขาได้กลายมาเป็นที่รู้จักมากขึ้นนั่นก็คือการได้รับบทเป็น Alistar ในซีซั่นสุดท้าย (Seasons 6) ของซีรีย์ แนว musical-comedy ชื่อดังอย่าง Glee 


            นอกจากการเป็นนักแสดงแล้ว Finneas ยังเป็น นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ โดยเขาได้เติบโตมาจาก Los Angeles ท่ามกลางครอบครัวที่รักในเสียงดนตรีเช่นกัน น้องสาวของเขา Billie Eilish เองก็เป็นนักร้อง และมีผลงานเพลงที่ได้รับความนิยม อย่างเช่น เพลง Lovely ที่ได้ร่วมงานกับ Khalid และเป็นหนึ่งในเพลงซาวด์แทรค ซีรีย์ชื่อดังอย่าง 13 Reasons Why Season 2 หรือเพลง When the party’s over ที่สามารถไต่ไปอยู่ในอันดับที่ 52 ของ Billboard Chart โดย Finneas นั้นก็ได้มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ Debut Album ของ Billie Eilish ที่ชื่อว่า Don't Smile at Me - EP  ซึ่งเปิดตัวเมื่อ 11 ส.ค. 2017 นั้นประสบความสำเร็จจนสามารถติดอยู่ในอันดับที่ 97 ของ the US Billboard 200 


           กลับมาที่งานเพลงของ Finneas กันดีกว่า เขานั้นได้เขียนเพลงออกมามากมายซึ่งไม่ใช่แค่เพื่อตัวเองหรือน้องสาวเท่านั้น แต่เขายังเขียนเพลงให้กับศิลปินคนอื่นๆ อีกด้วย และยังได้มีโอกาสร่วมงานกับศิลปินแนวหน้าของวงการเพลงอย่าง Khalid, John Mayer, Jessie Reyez, และ Kehlani

           Finneas ได้เริ่มออกซิงเกิลตั้งแต่ ปี 2016 โดยซิงเกิลแรกที่ถูกปล่อยออกมาก็คือ “New girls” ต่อมาในปี 2017 ได้ปล่อยออกมาอีกหนึ่งซิงเกิลกับ "I'm in Love Without You” และในปี 2018 นั้นเรียกได้ว่าเป็นปีแห่งการปล่อยซิงเกิลของเขาเลยก็ว่าได้ เพราะได้มีการปล่อยออกมารัวๆ ตลอดทั้งปี สิริรวมแล้วในปี 2018 นี้เขาได้ปล่อยซิงเกิลออกมาทั้งหมดถึง 8 ซิงเกิลด้วยกัน ทำให้เขานั้นมีผลงานเพลงทั้งสิ้น 10 ซิงเกิล ทุกคนอาจจะสงสัยว่า ออกซิงเกิลมามากขนาดนี้ทำไมไม่ทำเป็นอัลบั้มไปเลยละ?  ซึ่งทาง Finneas ก็ได้เปิดเผยกับ Coup De Main Magazine ว่า มันเป็นความตั้งใจของเขาเอง เขาต้องการให้ทุกคนค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆทำความเข้าใจเพลงของเขาไปทีละเพลงตลอดทั้งปี ดังนั้นในปีนี้เขาจึงตั้งใจโฟกัสอยู่กับแค่การทำซิงเกิลเท่านั้น

           แนวเพลงของ Finneas นั้นเป็นเพลง Pop ที่มีการผสมกลิ่นอายของแนวเพลงอื่นๆเข้ามาด้วย Finneas เคยให้สัมภาษณ์กับ Billboard ไว้ว่า เขานั้นรักเพลง Pop มากๆ และเพลงส่วนใหญ่ที่เขาเขียนนั้นมักจะเป็นเพลงรัก เขาไม่เคยเหนื่อยหรือเบื่อเลยกับการเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก จึงทำให้งานเพลงส่วนใหญ่ของเขานั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เป็นสไตล์ Pop Love Songs นั่นเอง



       ซึ่งผู้เขียนนั้นก็ขออนุญาตเบิกตัวเพลงของ Finneas ที่ควรค่าแก่การรับฟังมาแนะนำด้วยกันทั้งสิ้น 3 เพลง ดังนี้

    1. Let’s fall in love for the night

           เป็นซิงเกิลล่าสุด ซิงเกิลที่ 10 ซึ่งถูกปล่อยออกมาเมื่อ 19 ต.ค. 61 นี้ เพลงนี้มีความเป็น classic pop ฟังง่าย สบายหู ทำนองและดนตรีนั้นมีความทันสมัย จังหวะฟังสบายๆ นำด้วยเสียงกีต้าร์ ซึ่งมันเข้ากับเสียงนุ่มๆ ของเขา ภาพรวมของเพลงนั้นมันช่างบิ้วท์อารมณ์ให้เรารู้สึกอยากตกหลุมรักใครสักคนจริงๆ 

          Finneas ได้ให้สัมภาษณ์กับ Billboard  โดยพูดถึงรายละเอียดของซิงเกิลนี้ว่า เขาได้แรงบันดาลใจจากผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่เคยพบและไม่สามารถเจอเธอได้แม้ว่าจะอยากมากขนาดไหนก็ตาม เขาทำได้แค่ปลอบใจตัวเองโดยการจินตนาการถึงจักรวาลไหนสักแห่งที่ทั้งเขาและเธอจะสามารถอยู่ด้วยกันได้ แม้จะเป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม 

           โดยส่วนตัวแล้วผู้เขียนนั้นคิดว่าถ้าจะต้องตกหลุมรักอะไรสักอย่างหลังจากฟังเพลงนี้ ก็คงจะเป็นการตกหลุมรักเนื้อเพลงนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากว่ามัน โรแมนติกมาก แม้จะให้ความรู้สึกเป็น Loser (หรือจะ “ชู้” ก็ได้นะ 55555) แต่แล้วไงล่ะ! แค่ขอให้ฉันได้รักเธอก็พอ!! ขนลุกให้กับความขี้แพ้ที่แสนโรแมนติกนี้มากๆ อย่างในท่อน 

    - You won't stay with me, I know. But you can have your way with me ‘till you go. – 

    ซึ่งผู้เขียนนั้นชอบท่อนนี้มากที่สุด เพราะมันช่างจี๊ดดดดขึ้นใจ จนเจ็บอกไปหมด นี่ละหนอชีวิตพระรอง



    2. Life moves on

            เป็นซิงเกิลที่ 5 ที่ถูกปล่อยออกมาเมื่อ 4 พ.ค.2018 ซึ่งเขียนและโปรดิวซ์โดยตัวเขาเอง เนื้อเพลงนั้นเกี่ยวกับการก้าวต่อไปหลังจากต้องจำใจเลิกรายุติความสัมพันธ์กับคนรัก

            โดย Finneas บอกว่าเขาเขียนเพลงนี้มาจากความฝันของเขาซึ่งในความฝันนั้น เป็นเรื่องเกี่ยวกับแฟนของเขา ที่ต้องเลิกกัน และย้ายไปอยู่ที่ New York City เธอได้กลายมาเป็นนักแสดงบรอดเวย์ เขามองดูเธอและรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเธอ หลังจากนั้นเขาก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา เล่าความฝันนี้ให้กับแฟนของเขาและเกิดเป็นเพลงเพราะๆ เพลงนี้ให้เราได้ฟังกันนั่นเอง

    - She said “you know I love you” , I said “remind me” -




    3. I’m in love without you

            ซิงเกิลที่ 2 ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2017 ดนตรีและทำนองการร้องในตอนเริ่มอาจจะดูหลอนๆ เหมือนอยู่ในโบสถ์ พลางให้อดสงสัยไม่ได้ว่า นี่มันเพลงศาสนาปะนิ? แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ความรู้สึกแรกของการฟังเพลงนี้และถ้าถามถึงความรู้สึกครั้งที่ 2 หรือ 3 ที่ได้ฟังเพลงนี้นะหรอ หึ! ก็คือชอบมากๆ นะสิ (ฮา) 

           เนื้อเพลงและเสียงร้องของ Finneas นั้นถ่ายทอดความเจ็บปวดออกมาได้ดีเยี่ยม แต่ก็นั่นแหละด้วยความเป็น Finneas แม้ว่าจะเป็นเพลงที่เกี่ยวกับความรักที่แสนเศร้า ผิดหวัง เหงาหงอย ขนาดไหนก็ตาม Finneas มักจะสอดแทรกถึงการก้าวเดินต่อไป การพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้งหลังจากต้องสะดุดล้มไปกับความรัก จะเจ็บจะเศร้าขนาดไหนก็ตาม ยังไงคุณก็ต้องใช้ชีวิตต่อไปนะ

    - You loved me less and less as you lean in against his chest
    And hear the heartbeat that only beats for you. -



            นอกจาก 3 เพลงที่ผู้เขียนได้แนะนำแล้วนั้นคุณสามารถลองฟังเพลงอื่นๆ ของ Finneas ได้ทั้ง 10 เพลง ตาม Link ด้านล่าง 


          หากคุณชื่นชอบ Finneas ก็สามารถติดตามอัพเดทของเขาผ่านทาง FACEBOOK ด้านล่างนี้ได้เลย และหวังว่าในปี 2019 นี้เราจะได้ฟังเดบิวต์อัลบั้มของเขากันเสียที :)




    Reference :  https://itunes.apple.com/ca/artist/finneas/1138790033
    https://www.auxoro.com/indie/2018/9/21/finneas
    https://www.coupdemainmagazine.com/finneas/13797
    https://www.billboard.com/articles/columns/pop/8480615/finneas-oconnell-interview-lets-fall-in-love-for-the-night-single-premiere-billie-eilish-tour
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in