บันทึกเรื่องที่รักsnowping
Mi wo Tsukushi Ryoricho ธรรมดา...แต่จับใจ


  • จำนวนตอนมันสั้นเกินไป! 

    นี่คือความรู้สึกแรกหลังดู Mi wo Tsukushi Ryoricho จบ ซีรี่ส์ญี่ปุ่นยุคเอโดะอันมีฉากหลักของเรื่องเกี่ยวกับการทำอาหาร ซึ่งก่อนมาเป็นซีรี่ส์เคยสร้างเป็น Movie มาก่อน 2 ภาค โดยได้ Keiko Kitagawa คนสวยเป็นนางเอก แต่เราไม่ได้ดูในตอนนั้นเพราะไม่คลิก ดันมาคลิกเอาภาคซีรี่ส์ซึ่งฉายตั้งแต่ปี 2017 แต่เรากลับเพิ่งได้มาดู แปลกที่เอาจริงๆ ทั้งโปสเตอร์หรือพล็อตที่ได้อ่านไม่ได้มีความฉูดฉาดดึงดูดใจ หรือมีความแตกต่างจากซีรี่ส์แนวเดียวกันตรงไหน ทว่าความรู้สึกมันบอกว่าเรื่องนี้ต้องดู เป็นความถูกชะตาอย่างบอกไม่ถูก และเมื่อได้ดูจริงๆ 8 ตอนที่ว่าก็จบลงภายในวันเดียวด้วยความติดพัน ไม่เสียแรงที่เชื่อสัญชาตญาณของตัวเองเลย



    Mi wo Tsukushi Ryoricho เป็นเรื่องของสาวน้อยคนหนึ่งที่สูญเสียพ่อแม่ไปด้วยอุทกภัยตั้งแต่วัยเด็ก หากเธอก็ได้รับการอุปถัมภ์จากเจ้าของร้านอาหาร ด้วยความกตัญญูรู้คุณบวกความซาบซึ้ง นั่นจึงเป็นแรงบันดาลใจให้เธอฝันอยากเป็นยอดฝีมือทางด้านอาหาร กระทั่งเกิดเหตุไฟไหม้ร้านขึ้นทั้งเธอและเถ้าแก่สองสามีภรรยาจึงเดินทางจากโอซาก้าเพื่อมาหาบุตรชายของพวกเขาที่เปิดร้านสาขาอยู่ในโตเกียว ทว่าเมื่อมาถึงกลับพบว่าร้านถูกเปลี่ยนมือเป็นของคนอื่น นายน้อยยังหายตัวไปอีก และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการแบกรับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ของสาวน้อย 'มิโอะ' ที่ต้องกลายมาเป็นหัวหน้าครอบครัว ดูแลนายหญิงที่สูญเสียสามีไปด้วยความตรอมใจ โดยได้เถ้าแก่ใจดีแห่งร้านซึรุยะให้โอกาสเธอมาเป็นแม่ครัวของร้านแทนตนที่อายุมากและทำงานหนักไม่ไหวแล้ว โดยเธอก็ยังคงมีเป้าหมายที่จะตามหานายน้อยให้พบแล้วกอบกู้ร้านเดิมขึ้นมาใหม่ ทว่า ณ โตเกียวแห่งนี้ นอกจากรสนิยมการทานอาหารของผู้คนจะต่างจากบ้านเกิดที่เธอจากมา พวกเขายังไม่ยอมรับอาหารที่ทำโดยผู้หญิงอีกต่างหาก นั่นคืออุปสรรคที่มิโอะต้องฟันฝ่าไปพร้อมๆ รับมือกับร้านใหญ่อันดับหนึ่งในเมืองที่คอยหาวิธีสกปรกมาทำลายร้านของเธออยู่ตลอด


    ตัวละครหลัก

    'มิโอะ' (Haru Kuroki) นางเอกของเราที่ชีวิตจะว่าไปก็เข้าขั้นอาภัพอับโชค ทว่าความมุ่งมั่น มองโลกบวกและจิตใจดีก็นำพาดวงชะตาให้เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี เราชอบคาแรคเตอร์นางเอกตรงที่เธอดูเป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ไม่ฉลาด ไม่โง่ ไม่เก่งกล้า แก่นแก้วเว่อร์วัง มีความไม่มั่นใจ กังวล แต่ให้ยังไงก็ยังเดินหน้าต่อไปไม่ท้อถอย ซึ่งนั่นเป็นเสน่ห์แบบหนึ่งที่เราว่ามันจับต้องไม่ได้ในทีแรก หากแต่จับใจและส่งผ่านพลังในการต่อสู้ให้คนที่อยู่ใกล้ พูดตามจริงๆ นางเอกที่รับบทมิโอะในสายตาเราเธอก็ดูธรรมดา น่ารักแบบจืดๆ แต่นั่นก็ทำให้ภาพของมิโอะตรงกับบุคลิกที่เป็นยิ่งขึ้น ปกติเราไม่ชอบผู้หญิงหน้าตาสไตล์นี้ แต่คนนี้เราชอบเธอจาก The Emperor's Cook เลยกลายเป็นชอบเธอไปด้วยซะงั้น 

      
    'โคมัตสึบาระ' (Mirai Moriyama) ชายหนุ่มท่าทางเสเพลผู้เป็นลูกค้าของร้านที่มักจะแว่บมาตอนที่ร้านปิดแล้ว เขาติฝีมือการทำอาหารของมิโอะแบบตรงๆ ไม่รักษาน้ำใจแต่ก็กลับมาที่ร้านเพื่อชิมอาหารของเธอเสมอ เมื่อมิโอะเจอกับปัญหา ชายปากร้ายผู้นี้ก็เหมือนจะชี้ทางหรือพูดเตือนสติแบบเนียนๆ ให้สาวเจ้ามีกำลังใจไปต่อ และเมื่อวันหนึ่งเขาหายหน้าไปเสียเฉยๆ เป็นเดือนๆ เธอก็รู้สึกโกรธเคืองแบบไม่เข้าใจตัวเอง โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขามีเรื่องปิดบังเธออยู่

    'เก็นไซ' (Kento Nagayama) หมอหนุ่มรูปหล่อที่ช่วยรักษานายหญิงของมิโอะ เขาเทียวไปเทียวมาคอยให้กำลังใจ สนับสนุนและแนะนำสูตรอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพให้เธอนำไปประยุกต์ให้ลูกค้า ทว่าฝ่ายหญิงสาวนั้น กลับใสซื่อไม่รู้ประสากับเรื่องรักๆ ใคร่ๆ แม้เขาจะแสดงออกชัดเจนว่ามีใจให้ มิโอะก็ยังคงซื่อบื้ออยู่แบบนั้น

    ‘ทายุ’ (Riko Narumi) เกอิชาชื่อดังแห่งหอโคมเขียวที่ชอบอาหารของมิโอะ ทั้งสองไม่เคยได้พบหน้าพูดคุยกัน หากเมื่อร้านซึรุยะเกิดเรื่อง เธอให้ความช่วยเหลือจนมิโอะสามารถลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง 

    'โนเอะ' เพื่อนสนิทในวัยเด็กที่เป็นไอดอลในใจมิโอะ ในเรื่องความกล้าหาญและมีน้ำใจของเธอ แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เธอก็ไม่รู้ว่าเพื่อนรักเป็นตายร้ายดีอย่างไร ทว่าในใจของเธอมีเพื่อนคนนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เธอเผชิญอุปสรรคอยู่เสมอ


    นี่คือพล็อตที่ดูเหมือนไม่มีอะไร ซึ่งถ้าถามว่าเรื่องราวมีความซับซ้อนหักมุมอะไรไหม ก็ต้องตอบว่า 'ถึงมีก็ไม่ได้มากมายอะไรนะ' แต่ให้ตายสิ...เรากลับหยุดดูไม่ได้เพราะความละมุนละไมสไตล์ญี่ปุ่นระหว่างทางของเรื่องนี่ล่ะ ทั้งความสบายตาของภาพและบรรยากาศย้อนยุค ความซาบซึ้งของน้ำใจไมตรีที่มนุษย์มีต่อกัน ความเอาใจช่วยให้นางเอกเอาชนะปัญหาที่กำลังเผชิญไปให้ได้ ความพยายามไม่ย่อท้อของนางเอก ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้เสพดราม่าหนักหน่วงใดๆ เลย เรื่องราวถูกเล่าสบายๆ ปัญหาถูกแก้ไขด้วยจิตใจดีงามและมุ่งมั่น ยกให้เป็นซีรี่ส์ Feel Good อีกเรื่องเลย 


    แต่ถ้าจะถามหาความรักความฟินในเรื่อง แม้จะธรรมดาสักเพียงใด Mi wo Tsukushi Ryoricho ก็ไม่ทอดทิ้งจุดนี้ไป เราเองก็ยังตามลุ้นในบทสรุปความรักของมิโอะที่ดูท่าจะยังคงไม่ประสีประสาไปอีกนาน แม้มิโอะจะมีชายหนุ่มมาติดพันสองคน คนหนึ่งใช้วิธีเนียนๆ ซึนๆ บอกความในใจ กับอีกคนแสดงออกโต้งๆ เทียวมาแสดงความห่วงใยใส่ใจ ออกหน้าช่วยเหลือ แม่สาวก็หาได้สะกิดใจอะไรกับใครเขาไม่ เราถึงคิดว่าจำนวนตอนออกจะสั้นเกินไป หากทำเป็นซีรี่ส์ยาวคงได้เสพความละมุนในหลายๆ จุดมากกว่านี้ ได้เห็นบทสรุปที่แจ่มชัดทุกอย่างของเรื่อง ทั้งเรื่องนายน้อยที่หายตัวไป ทั้งเรื่องการแก้ปัญหาต่างๆ ของนางเอกที่ก็น่าจะขมวดปมได้แน่นขึ้นและแกะยากขึ้นให้เราได้ตื่นเต้นกว่านี้ เอาใจช่วยกว่านี้ เราเองก็จะได้เสพความสุขร่วมกับตัวละครไปด้วยเมื่อทุกอย่างลงเอย (ด้วยดี) ในส่วนของการทำอาหารจะว่าไม่อินมากก็น่าจะใช่ ด้วยเป็นอาหารญี่ปุ่นโบราณ แต่พอตอนท้ายเรื่องที่มีวิธีทำแต่ละเมนูมาให้ก็ยังอดจะนึกไปลองทำดูบ้างไม่ได้


    สิ่งที่ชอบแบบโดดเด่นขึ้นมาในใจ

    ยกให้คาแรคเตอร์นางเอกที่ทำให้เราดูแล้วรู้สึกได้รับพลังบวก แม้โลกจะมีเรื่องโหดร้ายแต่เราใช่ต้องมองโลกเป็นสีดำไปทั้งหมด มิโอะไม่คร่ำครวญอยู่กับอดีต ไม่จมจ่อมกับความล้มเหลว ไม่เปรียบเทียบอิจฉาใคร มองคนแง่ดีไว้ก่อน ไม่ใช้อคติบดบัง (ข้อนี้ออกจะโลกสวยเบาๆ 555)

    ชอบผู้ชายในเรื่องค่าาา...จะด้วยเราชอบ Moriyama มาตั้งแต่สมัยเขาเล่นเรื่อง Last Christmas ก็น่าจะเกี่ยว แล้วยิ่งบทนี้มาซึนๆ สลับปากร้ายเดาใจยาก ไม่แปลกใจว่าทำไมมิโอะจึงแพ้ทาง แต่ให้ซึนยังไงก็ยังไม่วายเผลอหลุดท่าทีออกมาเป็นพักๆ เขาคือแรงดึงดูดที่สองหลังเปิดเข้ามาดูแล้วทำให้เราไปต่อแบบไม่รอแล้วนะ 

    ผู้คนที่แวดล้อมรอบกายมิโอะ คืออีกหนึ่งข้อดีของซีรี่ส์ที่ทำให้เห็นภาพการแสดงน้ำใจ ความเป็นมิตร ความถ้อยทีถ้อยอาศัยต่อกันของเพื่อนมนุษย์ ที่คอยดูแลเอาใจใส่กันแม้ไม่ใช่ญาติมิตร

    ความละมุนละไม อธิบายข้อนี้ยาก แต่มันบอกได้ทางความรู้สึก ด้วยซีรี่ส์ไม่หนักหน่วง ไม่มีพิษภัย เน้นให้กำลังใจ ให้พลังในด้านบวก ดูจบแล้วมันก็รู้สึกว่า 'เออ...ดีแฮะ' ขึ้นมาเองเสียอย่างนั้น


    ข้อคิดที่ได้

    ความเชี่ยวชาญเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง : ความชำนาญในสิ่งใดสิ่งหนึ่งทำให้เรามีความมั่นใจยามลงมือทำสิ่งนั้น และนั่นก็สะท้อนออกมาเป็นเสน่ห์จับตารูปแบบหนึ่งอันน่าทึ่ง น่าชื่นชม ตลอดจนอาจเป็นแรงบันดาลใจ เป็นพลังด้านบวกที่ส่งผ่านไปถึงผู้อื่นได้  


    Mi wo Tsukushi Ryoricho เป็นซีรี่ส์ดูง่าย ดูเพลินๆ แป๊บเดียวจบ พระนางไม่โดดเด่นเบอร์หนึ่ง แต่ถ้าใครชอบแนวเรียบๆ น่าจะดูเรื่องนี้ได้ ทั้งนี้อาจดูเหมือนอวยเกิน ด้วยเพราะเราชอบสายนี้ กับบางคนอาจจะเรื่อยๆ เอื่อยๆ ไปก็เป็นได้ ตรงนี้ก็ต้องแล้วแต่บุคคลว่าถนัดแนวไหน เราเองดูจบแล้วติดใจจนต้องบันทึกไว้เป็นซีรี่์ส์ที่รักอีกเรื่อง ว่าแล้วก็ต้องไปขุดหาแนวนี้มาดูต่อ เห็นทีต้องได้วนกลับไปดู Doctor Ume อีกครั้งจนได้เสียแล้ว    

      

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in