MiscellaneousAsinay
Day17: Oh, we should not.
  • เอ็มรีสตามกลิ่นบุหรี่ไปที่ห้องเอกสาร ใต้สำนักงานหนึ่งชั้น เด็กชายคิดว่าจะได้เจอพ่อที่นั่น พ่อหายไปตั้งแต่เช้า เขาประหลาดใจอยู่นิดหน่อยที่ได้เจอผู้ชายตัวใหญ่ที่พบในสุสานเมื่อสามเดือนก่อนแทน

    เอ็มรีสวางลูกหมาในอ้อมแขนลงกับพื้น เจ้าแฮตเตอร์ เยอรมันเชพเพิร์ดอายุเดือนเศษวิ่งเตาะแตะไปฟูกนอนมุมห้องทันที เสียงเล็บกระทบพื้นไม้ทำให้ชายคนนั้นลดหนังสือในมือลงและเงยมามอง

    "ลูกเคอร์วินหรอกเหรอ" เขาว่า บุหรี่ขยับขึ้นลงตามการขยับของปาก
    วันนี้เคลย์ตันดูน่ากลัวน้อยกว่าครั้งก่อน หนวดเครารุงรังหายไปเกลี้ยงจนเกือบจำไม่ได้ ผมยังกระเซิงออกมาจากก้อนมวยตรงท้ายทอยอยู่ดี แต่คิ้วเข้มยุ่งลาดลง ดวงตาสีอ่อนก็เฉยชา เป็นมิตรกว่าเคย ชายหนุ่มดับบุหรี่กับถาดกระเบื้องที่มีก้นบุหรี่เก่าๆ ของพ่ออยู่เต็มไปหมด

    "คุณเห็นพ่อไหม" เอ็มรีสถาม ไม่คิดจะแนะนำตัว เขาเดินเข้าไปหา ชายหนุ่มนั่งกินพื้นที่บนเก้าอี้ยาวไปเกือบครึ่ง วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีตุ่นๆ พับแขน กับกางเกงยีนส์เข่าขาดรุ่งริ่ง เอ็มรีสคิดว่าเขาเห็นปื้นดำบางๆ ที่ท้องแขนซ้ายของฝ่ายนั้น ก่อนชายหนุ่มจะขยับมันหลบจากสายตาไป

    "เห็นว่าออกไปคุยกับร้านทำป้ายหลุมศพ" เขายักไหล่ "เดี๋ยวก็คงมา"

    "แล้วคุณมาทำอะไร"

    "เอาของมาส่ง แล้วหมอนั่นก็มีหนังสือน่าสนใจ เขาบอกให้ฉันอ่านรอได้" ว่าพลางก็หยิบหนังสือที่ว่าขึ้นมาอ่านอีกครั้ง เอ็มรีสพยายามเพ่งมองรอยดำที่แขน แต่อีกฝ่ายกลับขยับเปลี่ยนท่านั่งเสียก่อน
    "หมาน่ารักดีนะ"

    เด็กชายกะพริบตา
    "ขอบคุณ… มันชื่อแฮตเตอร์"

    ชายร่างใหญ่เลิกคิ้ว "แมดแฮตเตอร์?"

    "แต่ไม่บ้า" เอ็มรีสตอบ "พ่อบอกถ้าได้เจอกันอีก ให้ผมขอบคุณคุณที่ห้ามผมได้ทัน"

    "พนันได้ว่านายไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเต็มร้อย" เคลย์ตันว่า เสียงเหมือนจะหัวเราะแต่ก็ไม่ขำ "สัตว์เลี้ยงตายเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเด็กเสมอ ตอนฉันสิบขวบยังร้องไห้กระอืดๆ เพราะปลาทองตายเลย"

    "แล้วทำไมคุณถึงห้ามผมล่ะ ในเมื่อเข้าใจเสียขนาดนั้น" เอ็มรีสประชด อีกฝ่ายพลิกหน้ากระดาษแกรบ ทำเฉยใส่

    "ข้อแรก แฮมสเตอร์อายุขัยสั้น ถึงนายเอาอลิซกลับมาได้ พนันได้เลยว่ามันก็อยู่กับนายได้อีกไม่ถึงปี ไม่คุ้มค่ากันหรอก"

    "คุ้มสิ! คุ้ม! นั่นมันเพื่อนผม คุณมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าชีวิตไหนคุ้มค่าที่จะอยู่ที่จะตายกัน" เอ็มรีสลุกพรวด เขาจ้องหน้าเคลย์ตัน เดอร์แรม ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

    ฝ่ายอายุมากกว่ายอมปิดหนังสือลง ดวงตาฟ้าซีดเหลือบขึ้นมองเขา
    "แล้วถ้าฉันบอกว่าถ้าจะเอาอลิซคืนมา นายต้องแลกด้วยชีวิตของแฮตเตอร์ นายจะบอกว่าคุ้มไหม"

    เอ็มรีสผงะ เขาเหลือบไปมองลูกหมาตัวจ้อยแล้วหันกลับมาหาเคลย์ตัน เดอร์แรม
    "มันไม่เห็นจะเกี่ยวกันสักนิด"

    "เกี่ยวสิ" ชายหนุ่มว่า เนิบช้า "เพราะเหตุผลข้อสอง นายถามฉันเอง และฉันก็จะถามนายเหมือนกัน นายเอาสิทธิ์อะไร จากไหน มาเลือกว่าชีวิตไหนคุ้มค่าจะเอาไปแลก จะตาย จะอยู่" เขาพาดแขนทั้งสองกับหัวเข่า โน้มตัวและเงยหน้ามองเอ็มรีส รอยปื้นดำบางๆ นั่นไหลลงกลับมาให้เห็นอีกครั้ง

    "ผมเปล่านะ ผมแค่…" เขาเหลือบตาไปมองหีบไม้ใส่ตำราของพ่อ เคลย์ตัน เดอร์แรมมองตาม ชายหนุ่มพ่นลมหายใจ

    "แค่ยกเลิกความตาย?" เขาย้อนคำที่เอ็มรีสเคยพูด "มันไม่ใช่ยกเลิกกันง่ายๆ เหมือนบอกร้านพิซซ่าว่าไม่เอาเปปเปอร์โรนีที่สั่งไปเมื่อกี้หรอกนะ" ดวงตาสีซีดจ้องเขา เป็นครั้งแรกที่เด็กชายรู้สึกเหมือนตนเองกำลังตกบ่อน้ำ "นายไม่ได้ใช้ตำราของดีหรือเคลลีย์ใช่ไหม อักขระในพิธีของนายมาจากคัมภีร์นอกรีต" เอ็มรีสตัวสั่น เขาพยักหน้า

    "นั่นยิ่งอันตราย ฉันรู้จักคนที่… ไม่สิ ฉันรู้จักสายเคลลีย์ แต่นั่นยิ่งอันตรายกว่าดี กว่าเคลลีย์" ชายหนุ่มบอก "ทุกอย่างมีราคาต้องจ่ายเสมอ วิชาสายของนายก็เช่นกัน นายอาจจะคิดว่าตัวเองเตรียมไว้พอแล้ว ทั้งสิ่งของ ทั้งใจ -- อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่ากระแสวิญญาณตรงนั้นมันกำลังจะผิดเพี้ยนเชียวนะ!" เอ็มรีสสะดุ้ง "แต่ที่นายไม่รู้คือโลกฝั่งนั้น หนึ่งไม่มีวันเท่ากับหนึ่ง นายรู้ว่าสิ่งที่ต้องจ่ายราคาแพง แต่นายไม่มีวันรู้หรอกว่ามันแพงขนาดไหนจนกว่าจะถึงเวลาจ่ายจริง"

    ปื้นดำบางๆ บนท้องแขนคร้ามแดดเข้มขึ้นเหมือนคราบฝุ่นก่อนหายไป เอ็มรีสกะพริบตา
    "เพราะไม่มีใครรู้ความลับของโลกฝั่งนั้น จนกว่าจะได้เดินผ่านม่านดำไป" เขากระซิบตอบ คำที่พ่อย้ำจนจำได้ดี คำที่สลักด้วยหมึกดำจัดบนหน้าแรกสุดของคัมภีร์ปกหนัง

    "ก็รู้นี่" เคลย์ตัน เดอร์แรมว่า ชายหนุ่มเหยียดแขนออกก่อนลุกขึ้น หยิบหนังสือเล่มนั้นติดมือไป เอ็มรีสมองตามแขนซ้ายที่ตอนนี้ปราศจากร่องรอยใดๆ แล้ว และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัว เขาหันกลับมาเลิกคิ้ว

    "ที่คุณพูดเรื่องราคา…" เด็กชายกลืนน้ำลาย "ที่คุณพูดเรื่องราคาที่ต้องจ่าย ที่คุณโมโหขนาดนั้น เป็นเพราะคุณเคย…"

    "เปล่า" ชายหนุ่มขัด ออกเสียงช้า ชัด "เปล่า ฉันไม่ได้ทำ และไม่มีวันทำเรื่องโง่ๆ พรรค์นั้น" ดวงตาสีฟ้าเรียบนิ่งเหมือนผิวขวดแก้ว "แต่ฉันก็เคยทำเรื่องโง่ๆ โง่เท่าๆ กับที่นายทำ ฉันทำตอนที่ยังเด็กกว่านี้ และคิดว่าตัวเองรู้ราคาที่ต้องจ่ายดี" ริมฝีปากปราศจากหนวดเคราบิดเป็นรอยยิ้ม เย้ย ที่เอ็มรีสไม่รู้ว่าเยาะตนเองหรือเขา "แต่ไม่ว่าในตำราจะบอกว่าอะไร ไม่ว่านายจะเตรียมอะไรไว้มากขนาดไหน จำไว้นะ ไอ้หนู โลกฝั่งนั้นเรียกร้องจากเรามากกว่าที่เราตั้งใจจะจ่ายเสมอ"












    (ติดลมจริงๆ 5555)
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in