ฉันมาฝึกงาน ฉันต่อสู้ ฉันอดทน ฉันทำได้justtpari
ถ้าไม่รู้ครูจะสอน ถ้าไม่มีครูจะซื้อให้
  • หลังจากการทำงานที่แสนยาวนานที่ TCDC เราก็ไม่มีเวลาพักเท่าไหร่นัก เพราะในวันถัดมาเราก็ต้องเข้ามหาวิทยาลัยเพื่อไปเตรียมเรียนรู้งานต่อทันที เราเติมพลังด้วยแซนวิชของซัพเวย์เพื่อเริ่มต้นวันใหม่ด้วยใจอันมุ่งมั่น เราพบว่าการกินอาหารเช้าที่ตัวเองชอบ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เราแจ่มใสไปทั้งวัน ดังนั้นในวันที่ต้องไปเผชิญหน้ากับงานกองโตที่รออยู่ เราต้องกินให้มาก! เพื่อเตรียมรับมือทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น

    วันนี้ในช่วงเช้าเราและน้ำหวานก็แสกนรูปเก่า ๆ ของสาขากันจนแทบไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นเลย แต่ในตอนบ่ายครูแจ๊พก็เข้ามาสอนเกี่ยวกับเว็บต่อ ซึ่งทำให้ต้องละมือจากงานแสกน เราได้รู้สิ่งต่าง ๆ มากมายและด้วยความที่เป็นคอร์สเรียนแบบตัวต่อตัวกับครูจึงทำให้สามารถถามตอบได้สะดวกมาก อีกทั้งครูก็เปิดตัวอย่างให้ดูเยอะมาก ได้เรียนรู้ว่าเว็บที่ดีควรเป็นอย่างไรด้วย (มีเรื่อง UIUX ด้วยแหละ คร่าว ๆ พอประมาณให้รู้อะไรเป็นอะไร)
    ครูแจ๊พที่พร้อมสอนทุกอย่าง
    และหลังจากอยู่กันสองคนเหงา ๆ มานานก็ได้ยินมาว่า! มี! เพื่อน! มา! เพิ่ม!!! เย้!!! เราจะไม่เหงาอีกต่อไป

    โดยวันแรกที่เพื่อนมา เราได้จัดการแปลงห้องเรียนให้กลายเป็นสตูดิโอสำหรับการถ่ายภาพงานธีสิสเก่าของรุ่นพี่ เป็นวันที่น่าตื่นตาตื่นใจมากเพราะทุกอย่างดูจริง ดูเป็นสตูดิโอของมืออาชีพ อีกทั้งครูแจ๊พยังได้สอนเรื่องการใช้กล้องให้กับพวกเราอีกด้วย (ความตลกก็คือวันที่เราช่วยกันเปลี่ยนห้องเรียนให้เป็นสตูดิโอ น้ำหวานขึ้นตึกไม่ได้เพราะพี่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้ขึ้น งงมาก ๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้าก็ขึ้นได้ไม่มีปัญหา) วันนั้นทุกคนได้ลองใช้กล้อง ได้ลองจับลองถ่าย แต่เราก็พบว่าตัวเองไม่มีความสามารถด้านการถ่ายภาพเท่าไหร่จึงย้ายตัวเองให้ไปทำอย่างอื่นแทน เพราะถึงจะชอบถ่ายรูปแต่ก็ไ่ด้หมายความว่าเราจะถ่ายได้ดีนิเนอะ ก็เอาเป็นว่าคนที่โดดเด่นที่สุดในเรื่องการใช้กล้องคือหญิงนั้นเอง! เราเลยแบ่งงานกัน ให้หญิงและน้ำหวานจัดการถ่ายงานที่เป็นชิ้น ส่วนคนที่เหลือมาจัดการแสกนงานที่เป็นเล่ม 

    ฝ่ายแสกนงานที่เป็นเล่ม และใช่ค่ะ นี่คือโต๊ะทำงาน

    แล้วความคุณครูสาขาวรรณกรรมสำหรับเด็กของเราค่อนข้างมีสตางค์ เมื่อครูหญิงเข้ามาเห็นกล้อง (ที่ครูแจ๊พเอาของส่วนตัวมาให้พวกเราใช้งาน) ก็ถามเลยว่าเอกเราควรมีกล้องประจำสาขาไว้ไหม หรือควรซื้อคอมดี เด็กฝึกงานแบบเราก็ได้แต่มองตาปริบ ๆ ครูขา.. กล้องก็ไม่ใช่พันสองพัน ทำไมครูพูดเหมือนถ้าอยากได้ก็จะซื้อมาให้แบบนี้ละคะก็เป็นเรื่องที่น่าเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังมากเลยว่าหย่อนไว้ในบล็อกนี้ด้วย

    แต่ว่าความทุลักทุเลก็เริ่มบังเกิดเมื่อจู่ ๆ คณะบดีก็สั่งลงมาว่าไม่ให้พวกเราขึ้นตึก และด้วยความที่งานตอนนี้คือการถ่ายและแสกนงานธีสิสซึ่งไม่สามารถ Work from home ได้จึงไม่รู้ว่าควรทำตัวกันอย่างไร คุณครูจึงขยับให้พวกเราไปทำเว็บไซต์กันก่อนและออฟฟิศงานของเราจึงกลายเป็นห้องสมุดแทน ซึ่งไม่ชอบเลยเพราะเอาน้ำชานมไปกินไม่ได้ เศร้ามาก น้ำตาไหลพราก ๆ แง

    เข้างานสิบโมง สิบเอ็ดโมงแล้วยังสับสนอยู่เลยว่าควรทำอย่างไร
    โต๊ะทำงานใหม่ที่ห้องสมุด

    (ขอปิดจบไว้นี้ที่ตรงนี้ก่อน เนื่องจากไม่สามารถแทรกรูปเพิ่มได้แล้ว)






เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in