DIVASkwpan
สตรีหมายเลข 1 แห่งวงการ Norma Shearer
  • นางเอกที่สง่างาม และน่าหลงใหลที่สุดคนหนึ่งในยุคทองคำของฮอลลีวูด ผู้ที่ได้รับฉายาว่า First Lady of the MGM (สตรีหมายเลข 1 แห่งวงการ) เพียง 17 ปีในวงการ กับหนังกว่า 70 เรื่อง ที่สามารถกุมหัวใจของทั้งผู้ชมและผู้สร้างได้อย่างอยู่หมัด ตลอดกาล ♥

     

    Edith Norma Shearer หรือที่รู้จักกันในชื่อ Norma Shearer


    นอร์มา เป็นนักแสดงชาวแคนาดา ที่เข้ามาในฮอลลีวูดในช่วง 1925 (จนถึง 1942) นักแสดงเจ้าบทบาท ที่เล่นได้ทุกแนวทั้ง ดราม่า ตลก และหนังย้อนยุค ซึ่งก็เป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะเป็นนักแสดงที่มีผลงานตั้งแต่ยุคหนังเงียบ ไปจนถึงภาพยนต์ที่มีการบันทึกเสียง โดยที่กระแสความนิยมในตัวเธอไม่ได้ลดลงไปเลย ด้วยความสามารถและหน้าตาที่สวยงาม ยังกะรูปปั้นเทพธิดาที่ถูกบรรจงสร้างมาอย่างดี แค่นี้เอาชนะทุกคนได้หมดแล้ว การันตีด้วยผลงานมากมาย

    . . . อย่างที่จั่วหัวไว้ข้างต้น คือถาเทียบกับตำนานคนอื่นๆระยะเวลาในวงการของ นอร์มา เชอเรียร์ ก็ดูจะน้อยกว่าคนอื่นๆมากเลย แต่จำนวนผลงานก็ไม่ได้น้อยหน้าใครๆเลย เพราะ 17 ปี มีภาพยนตร์ 70 เรื่อง (หนังเงียบ 46 เรื่อง และภาพยนตร์อีก 24 เรื่อง) และยังเป็นเจ้าของรางวัล Oscar อีกด้วย . . .



    นอร์มา เชอเรียร์ เกิดวันที่ 10 สิงหาคม ในช่วง ค.ศ. 1900 – 1904 โดยประมาณ และจากไปในปี 1983 เริ่มต้นจากที่ครอบครัวของเธอล้มละลาย เป็นผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ในตอนนั้นแม่ของนอร์มาจึงตัดสินใจดันลูกสาวให้เป็นดารา เพื่อที่จะนำเงินมาจุนเจือครอบครัว โดยเธอเริ่มเป็นนักแสดงตั้งแต่อายุ ~ 17 ปี และเพื่อความก้าวหน้า ดังนั้นแม่จึงพาเธอและพี่สาวย้ายมาอยู่ที่นิวยอร์ก ในปี 1920

    แต่ย้ายมาแล้วก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเลยเธอโดนปฏิเสธจากโรงละครมากมายที่เธอตระเวนคัดตัวเพื่อเป็นนางโชว์ โดยหนึ่งในนั้นให้เหตุผลว่า

    “...เธอน่ะเตี้ยเกินกว่าจะแสดงที่นี่ได้แถมเธอก็ยังเต้นไม่เป็นอีกด้วย”

    บ้างก็ว่าเธอมีขาที่ใหญ่เกินไปบ้างและว่าเธอตาเหล่บ้างล่ะ (เธอเข้ารักษาอาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแอที่เป็นสาเหตุของการตาเหล่)

    แต่แล้วเธอก็พิสูจน์ตัวเองด้วยการได้ไปคัดตัวเพื่อเป็นนักแสดงในค่าย MGM เพราะเจ้าของค่ายอย่างเออร์วิง ธัลเบิร์ก เห็นแววเธอจากหนังฟอร์มเล็ก The Stealers และนั่นทำให้เธอได้เซ็นสัญญากับ MGM ค่ายหนังยักษ์ใหญ่ ในปี 1923



    และเหมือน เออร์วิง ธัลเบิร์ก จะตัดสินใจถูกต้อง เพราะนอร์มาได้พาภาพยนตร์ให้เป็นที่โด่งดังได้มากมายหลายเรื่อง โดยความดังนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยหรือความสวยอย่างเดียวหรอกนะ เพราะชนะรางวัล Oscar 1 ครั้ง จากการได้เข้าชิงสาขานักแสดงนำถึง 6 ครั้ง...

  • THE LOVE

    . . . .

    งานรุ่งแล้ว รักก็รุ่งเช่นกัน เพราะฉายา First Lady of the MGM หรือ First Lady of the Screen ได้มาเพราะเจ้าของหัวใจของเธอก็คือ  เออร์วิง ธัลเบิร์ก เจ้าของค่าย MGM ที่จับเธอมาเซ็นสัญญานั่นเอง ซึ่งเรื่องราวความรักที่นอร์มามีต่อธัลเบิร์กนั้นช่างน่ารักจริงๆ เพราะที่จริงนอร์มานั้นเป็นฝ่ายที่ตกหลุมรักธัลเบิร์กก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่า ธัลเบิร์กเป็นผู้ชายเก่งรูปหล่อ ที่อ่อนโยน และเคยมีเพื่อนของนอร์มาให้สัมภาษณ์เรื่องราวความรักของทั้งคู่ไว้ว่า



    . . . วันนั้นเรานัดเจอกันที่ร้านอาหารเมื่อนอร์มา มาถึงเธอนั่งทิ้งตัวลงตรงข้ามฉัน พร้อมกับรำพึงออกมาว่า “ฉันกำลังมีความรัก” ฉันถามกลับว่าเขาคนนั้นคือใคร? เธอตอบกลับมาพร้อมกับ กับยิ้มอย่างเขินอายว่า “เออร์วิง ธัลเบิร์ก...” “...ฉันอยากแต่งงานกับเขา” เธอบอกกับฉันอย่างนั้น . . . - เพื่อนเธอกล่าว

    และต่อมาในปี 1927 นอร์มากับธัลเบิร์กก็แต่งงานกัน


    THE RIVAL

    . . . .

    แต่ก่อนจะลงเอยกันได้นอร์มาต้องหาวิธีพิชิตใจ ธัลเบิร์กน่าดูเลย (จริงๆก็ทำแค่พยามเล่นหนังให้ดีนั่นล่ะ) ก็พ่อทูนหัวของเธอนอกจากจะน่าตาดี ยังเป็นเจ้าของค่ายหนังอีก ผู้หญิงนี้รอถวายตัวให้เป็นทิวแถว แต่พวกนั้นน่ะไม่อยู่ในสายตาเธอหรอก คู่แข่งตัวจริงของเธอคือ The Great เกรต้า การ์โบ นี่เอง เพราะนอกจากจะหน้าตาสวยเย้ายวน เกรต้าก็เป็นนักแสดงมากฝีมือที่น่าหลงใหลอีกคน แบบนี้น่าหวั่นใจเหลือเกินว่าธัลเบิร์กจะเผลอใจไปรัก นอร์มาเลยตองเร่งสร้างผลงาน (ผลงานจริงๆ) จนเอาชนะใจธัลเบิร์กได้นี่ล่ะ


    แม้จะมีคนบางกลุ่มที่บอกว่า การที่เธอโด่งดังได้ขนาดนั้น เป็นเพราะธัลเบิร์กคอยดันเธอนั่นเอง โดยคนหนึ่งที่คิดอย่างนั้นก็คือนักแสดงสาว โจน คราวฟอร์ด นั่นเอง โดยที่นอร์มาและโจน ต่างก็เป็นคู่แข่งกันมาโดยตลอด (17 ปีในสายอาชีพ)

    นอร์มา และโจน ได้ร่วมงานกันครั้งแรกในปี 1925 ในภาพยนตร์เรื่อง Lady of the Night โดยในเรื่อง นอร์มาต้องเล่นเป็น 2 ตัวละครคือ Molly Helmer และ Florence Banning แต่มีฉากหนึ่งที่ 2 ตัวละครนี้ต้องมาพบกัน และโจนก็ได้มาเล่นเป็น Molly Helmer ในฉากนี้ ง่ายๆก็มาเป็นสแตนอินให้สินะ เพราะในเครดิตก็ไม่ขึ้นชื่อ โจน คราวฟอร์ด ปรากฏในรายชื่อนักแสดงด้วยซ้ำ

    ในครั้งหนึ่ง MGM ได้นำนิยายเรื่อง Ex-Wife ของ เออซูลา แพร์รอตต์ มาปรับเป็นบทภาพยนตร์ โดยเปลี่ยนชื่อเรื่องเป็น The Divorcee โดยเดิมที ธัลเบิร์กนั้นตั้งใจจะให้ โจน คราวฟอร์ด เล่นบทนำแต่ นอร์มา มีความสนใจในบทนี้เช่นกัน แม้ในตอนแรกธัลเบิร์กคิดว่านอร์มาดูเซ็กซี่เกินไปสำหรับบทนี้ แต่นอร์มาก็ได้ทำการพิสูจน์ว่าตัวเธอนั่นเหมาะสมพอ ในทีสุดบทนี้ก็ตกเป็นของนอร์มา (บ้างก็ว่าเปลี่ยนลุคการแต่งตัวเป็นอาทิตย์บ้างก็ว่าเป็นการออดิชั่นหรือถ่ายภาพเป็นตัวละครนั้น) และนอร์มาก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเพราะ The Divorcee เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้นอร์มาได้รับรางวัล Oscar สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมนั่นเอง

     


    ที่จริงก็คงโทษใครไม่ได้ ที่โจนจะคิดแบบนั้น เพราะนอกจากจะเป็นเมียเจ้าของค่ายแล้ว ในภาพยนตร์หลายๆเรื่องของนอร์มานั้น ล้วนแต่เป็นบทที่วางไว้เพื่อ โจน คราวฟอร์ด ก่อนทั้งสิ้น ซึ่งแน่นอนว่าการแต่งงานกับเจ้าของค่ายก็อาจจะได้ผลประโยชน์บางอย่างไปโดยปริยาย แต่ถึงจะมีเรื่องนี้ขึ้นมาเราก็คิดว่า นอร์มาก็ยังคงเป็นนักแสดงที่ดี เพราะอย่างน้อยก็มีภาพยนตร์ที่เดิมวางไว้ให้โจนแต่นอร์มาได้เล่นแทนและได้รับการเข้าชิง Oscar ถึง 4 เรื่อง และ 1 ในนั้นก็ชนะด้วย

  • THE CHANGE

    . . . .

    สิ่งหนึ่งที่ทำให้ธัลเบิร์กรักนอร์มามาก(เช่นเดียวกับที่นอร์มารักธัลเบิร์ก) เพราะธัลเบิร์กเป็นคนร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยได้ง่าย โดยตลอดมานอร์มาก็ดูแลธัลเบิร์กอย่างดีมาตลอด ธัลเบิร์กจึงตอบแทน นอร์มาด้วยการมอบความโด่งดังคืนให้กับเธอและเหมือนจะเป็นสิ่งที่คุ้มค่า เพราะในวันที่เธอโด่งดังสุดๆเธอก็ไม่เคยทิ้งเขาไปไหนและยังคงดูแลเขาจนวาระสุดท้าย

     

    ในปี 1936 ธัลเบิร์กก็ได้จากไปถึงจะไม่ใช่เรื่องกะทันหันเพราะ เขาป่วยเป็นประจำอยู่แล้ว (มีหัวใจที่ไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เกิด)แต่ก็ทำให้นอร์มาเศร้ามากจนต้องพักจากงานไป 18เดือนเต็มเพื่อทำใจกับการจากไปของสามี และหลังจากนั้น ในการกลับมาจองเธอก็ได้เล่นหนังแห่งประวัติศาสตร์อีกผลงานสร้างชื่อของเธอ Marie Antoinette (1938) ซึ่งได้เข้าชิง Oscarด้วย

     


    และหลังากที่ธัลเบิร์กจากไปนอร์มาก็จะมีข่าวเรื่องรักๆใคร่ๆไปทั่ว จนมีครั้งหนึ่งที่เป็นข่าวกับ จอร์จ ราฟท์คือกระแสข่าวมาแรงมาก และจอร์จเองก็เป็นคนป่าวประกาศไปทั่วว่าจะแต่งงานกับ นอร์มาเชอเรียร์ แต่ก็โดนสาวเจ้าหักอก+หักหน้าอย่างแรง เพราะเธอก็ตอบกลับไปชัดเจนว่า “ฉันไม่ได้จะแต่งงานกับจอร์จหรือกับใครทั้งนั้นล่ะฉันจริงจังกับเรื่องการแต่งงานมากนะ ฉันน่ะมีความสุขมากที่ได้แต่งงานกับธัลเบิร์กเพราะงั้นฉันก็ไม่หวังจะหาความสุขไหนมาเทียบอีกแล้ว เพราะงั้นคงเข้าใจผิดแล้วล่ะที่ฉันจะแต่งงานน่ะ” โอ้วววววววว พร้อมกับประโยคเด็ดฝากถึง จอร์จ ราฟท์ “..แค่เพื่อนค่ะ...”

     


    ถึงต่อมาเธอจะแต่งงานใหม่อีกครั้งกับครูสอนสกีของเธอแต่เธอก็ยังทำตามคติของเธอจริงๆ เพราะเธอก็อยู่กับเขาไปจนวันสุดท้ายของชีวิตเรื่องความรักสำหรับนอร์มาช่างเป็นอะไรที่สวยงามและน่ายกย่อง ถ้ามองจากดาราสาวดังๆในรุ่นเดียวกันที่เปลี่ยนคู่แต่งงานกันเป็นว่าเล่น


  • นอกจากที่ นอร์มา เชอเรียร์จะเป็นตำนานผู้โด่งดังตลอดกาลแล้ว ในอดีตนั้นเธอก็เป็นคนสร้างตำนานอีกคนไว้ด้วยเช่นกัน คนคนนั้นคือ เจเน็ต ลี (Janet Leigh) ตำนานเหยื่อฆาตกรรมแสนสวยแห่ง Psycho นั่นเอง โดยเมื่อปี 1946 ในช่วงที่นอร์มาไปพักผ่อนเล่นสกีที่แคลิฟอเนียร์ตอนเหนือ ซึ่งในตอนนั้นพ่อแม่ของเจเน็ตก็ทำงานอยู่ที่รีสอร์ตที่นอร์มาไปพักอยู่ โดยแม่ของเธอเป็นแม่บ้าน และพ่อของเธอเป็นพนักงานที่เคาท์เตอร์สกีและในตอนนั้นเอง นอร์มาก็บังเอิญไปเห็นรูปภาพของเจเน็ต วางอยู่บนเคาท์เตอร์ทำงานพ่อของเธอนั่นเอง นอร์มาขอยืมรูปนั้นกลับมาและส่งต่อให้ทาง MGM ไม่นานต่อมาเจเน็ตได้มีโอกาสมาเทสหน้ากล้องและได้เซ็นสัญญาในทันที


    . . . .


    แม้ว่าตลอดระยะเวลาในวงการเธอจะมีข่าวลือ หรือโดนข้อครหาอะไรมากมายก็ตาม แต่ด้วยความสามารถเธอก็แสดงให้ทุกคนเห็นว่าเธอนี่ล่ะคือตัวจริงแห่งวงการ เพียงแค่ 17 ปี ในการสร้างผลงาน แต่จนถึงตอนนี้ผ่านมาแล้วไม่รู้ตั้งกี่ปี เธอก็ยังเป็นที่จดจำ และเป็นที่ชื่นชอบของคนอีกมากมาย นี่อาจเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด ว่าตำนานของจริงนั้นเป็นยังไง นี่ล่ะ First Lady of the MGM . . .



    ส่วนตัวเราชอบหน้าตาของนอร์มามากๆ คือสวยยังกะรูปปันกรีกจริงๆ มองทางไหนก็ละมุน โปรดสุดคือด้านข้าง สวยเหลือเกิน ♥ เป็นความสวยที่เจือไปด้วยความเศร้า แต่ความพิเศษที่สุดคือ เมื่อเธอยิ้มมันก็จะดูสดใสมากขึ้นอีกเท่าตัว


    ที่จริงเราเป็นแฟนคลับเกรต้า การ์โบ กับ โจน คราวฟอร์ดนะ เรื่องการแย่งผู้กับเกรต้านี่เหมือนหล่อนจะคิดไปเองคนเดียวนะ เพราะจริงๆเกรต้าก็ดูไม่ได้แยแสธัลเบิร์กเลย (ในเชิงชู้สาว) แต่พวกแย่งบทกับโจนไรงี้ลึกๆเราก็แอบหมั่นไส้นั่นล่ะ แต่ก็อย่างที่เขียนไป ว่าเธอก็เหมาะก็บทนั้นๆจริงๆ ถ้าโจนได้เล่นอาจจะไม่ดีเท่าจริงๆ


    ในปี 1955 ในบันทึกส่วนตัว นอร์มา เชอเรียร์ เขียนถึง โจน คราวฟอร์ด เมื่อครั้งแรกพบว่า

    “ฉันกำลังนั่งอยู่บนรถ และอีกฝั่งหนึ่งคือเด็กสาวคนหนึ่ง ที่มีดวงตาที่กลมโตสวยงามที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา แต่ฉันบอกได้เลยว่าดวงตาคู่นั้นไม่ไว้ใจฉัน ฉันสัมผัสได้และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ”

    นั่นหมายถึงเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเธอมาเจอกันครั้งแรกและเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกเช่นกัน


    ภาพจาก Lady of the Night ฉากที่ทั้งคู่พบกันครั้งแรก (ซ้าย) นอร์มา เชอเรียร์ (ขวา) โจน คราวฟอร์ด

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in