บันทึกการเดินทางbee_nis
เวียดนาม - มาแล้วว แต่วตาแดแต่ว [4วัน 3คืน]
  • ฮาโหลลลลว ครั้งนี้เราจะมารีวิวการไปเวียดนาม(ใต้)ก้นนนน เย้><  โดยทริปนี้เราไปมาทั้งหมด 3เมืองด้วยกัน ได้แก่ โฮจิมินท์ซิตี้ ดาลัด แล้วก็มุยเน่ 

    ผู้ร่วมทริป: เรา(บี) และ นุ่น 

    ให้ทายเราชอบเมืองไหนมากสุด 5555 คนที่เคยไปมาแล้วก็ต้องรู้แน่นอนว่า 'ดาลัด' จ้าา เป็นเมืองที่มีความดีงามมากๆอ่ะ มาๆเดี๋ยวเล่าให้ฟัง

    อันที่จริงคือเราไปทริปนี้มาซักพักแล้วแต่เพิ่งจะได้มาเวลามาอัพเดตให้ทุกคนได้อ่านนี่แหละ ข้อมูลมันก็อาจจะไม่ได้แน่นขนาดนั้นเน้าะ แต่เราจะมาตกผลึกฟีลลิ่งในตอนนั้นไปพร้อมๆกัน

    -วันที่หนึ่ง-

    เครื่องเราแลนดิ้ง ณ เมืองไซ่ง่อน เวลาประมาณเกือบๆสิบโมงเช้า เราก็จัดแจงซื้อซิมต่างๆแล้วก็นั่งรถเมล์ไป ฟามงูเหลา เพื่อนไปซื้อตั๋วทัวร์ต่างๆ โดยเราก็ไม่ได้เจาะจงมาซื้อเจ้าไหนเป็นพิเศษ เราเลยซื้อไปทั้งหมด 3 ที่ เพราะ แต่ละที่มีตารางเดินรถไม่เหมือนกัน  ทำให้ทริปของเราออกมาเป็นประมาณนี้

    วันที่หนึง - เที่ยวในโฮจิมินท์ ตกหลางคืนขึ้นบัสนอนไปดาลัด
    วันที่สอง - ถึงดาลัดช่วงเช้ามืด แล้วซื้อทัวร์แบบ oneday trip ไปเที่ยว
    วันที่สาม - เที่ยวดาลัดครี่งเช้า ตกบ่ายไปขึ้นรถทัวร์ต่อไปมุยเน่ ถึงประมาณเย็นๆหัวค่ำๆ
    วันที่สี่ - เที่ยวมุยเน่ช่วงเช้า เที่ยงนั่งรถกลับโฮจิมิน เพราะมีไฟล้บินกลับตอนดึก

    วันนี้เราก็ไปเที่ยมตามสถานที่ต่างๆที่คนอื่นเค้าไปกัน ไปรษณีย์ โบสถ์ คาเฟ่อพาร์ทเม้นท์ ได้แวะห้างนึงที่หรูมากๆเพื่อเข้าห้องน้ำ55555 แล้วก็ได้กินอาหารหลางวันข้างทางโดยบังเอิญเพราะหาร้านที่อนากกินไม่เจอ ประสบการณ์ในวันแรกนั้นที่ต้องปรับตัวอย่างมากคือการข้ามถนน55555 คือรถมอไซต์บ้านเค้าเยอะมากแบบมากๆ แล้วคนที่นู่นเวลาข้ามถนนคือแบบ อยากข้ามก็ข้ามอ่ะ ซึ่งแบบ เดี๋ยวน้าาา จะโดนชนมั้ยเนี่ย คือเราได้ฝึกสกิลข้ามถนนมากๆที่นี่ เกินไปจริง555555


    ไปรษณีย์จ้าาาา

    แล้วก็อีกเรื่องนึงที่เรารู้ตั้งแต่ก่อนไปที่นู่นแล้วว่าแท็กซี่เค้าชอบจิ๊กเงินทอนเราไปเฉยเลย ดังนั้นวิธีป้องกันของเราก็คือการแตกแบงค์ที่ร้านสะดวกซื้อแล้วก็จ่ายแบบพอดีเป้ะ 

    วันนี้เราก็เน้นเดินเป็นส่วนมาก เพราะสถานที่เที่ยวมันเดินถึงกันได้ แต่ก็แอบไกลหน่อยๆ บ้านเมืองเค้ามีความคล้ายเมืองไทยมากๆ ค่อนข้างเจริญเลยทีเดียว แต่เหมือนว่าจะยังไม่มีรถไฟฟ้านะ การเดินทางเลยอาจจะต้องเพิ่งพวกรถเมล์ รถแท็กซี่เอา 

    โดยรวมคือชอบนะเมืองนี้ สีสันเยอะดี คาเฟ่ ร้านอาหารต่างๆเยอะมากๆ อย่างนึงที่เราแบบเจ็บใจเลยคือเราไม่ได้เข้าร้านอาหารที่เป็นอาหารเวียดนามแท้ๆเลย(กลับมาเพิ่งนึกออก55555)

    ค่าเฟ่ อพาร์ทเม้นท์


    พอตกเย็ยเราก็ยังพอมีเวลาอยู่เลยลองเสิร์ชหาพวกตลาดไนท์มาเก็ตดู เผื่อมีอะไรกิน แล้วเราก็ไปเจอตลาดเบนทั๋นเข้า ซึ่งพอไปถึงก็แอบผิดหวังๆเล็กๆเพราะมีไม่อะไรให้กินเลย คือเหมือนตลาดเค้าขายของมากกว่า สรุปได้รองเท้าแตะกันคนละคู่555555

    พอหัวค่ำก็ได้เวลากลับไปฟามงูเหลา เพื่อรอขึ้นรถบัสนอนไปดาลัดกัน ตอนนั้นคือจำได้เลยแบบทำการเปลี่ยนชุดล้างหน้าแปรงฟันอยู่ที่ทัวร์ ซึ่งความจริงรถต้องออกตอนรอบสองทุ่มครึ่ง แต่คือวันนั้นคนแน่นทัวร์มากๆ แล้วเราก็รอรถนานมาก คือได้ขึ้นจริงๆตอนสี่ทุ่มกว่าๆเลย แบบนานมาก แต่พอขึ้นไปก็ไม่ได้ผิดหวังหรืออะไร ไม่มีการเหม็นเท้าอย่างที่คิด(โชคดีไป..55555) พอขึ้นเราก็จัดแจงวางของ พอรถออกได้ไม่นาน เค้าก็ปิดไฟมืดทั้งคัน เราก็หลับเลยเพราะวันนั้นคือเหนื่อยมากๆ


  • -วันที่สอง-

    มาถึงดาลัดตอนประมาณตีสี่ ฝนก็ตกมืดมากๆแล้วก็หนาวมากๆ

    คือพอมาถึงดาลัดแล้วเค้าจอดให้ลง พอลงออกนอกรถเท่านั้นแหละ สะท้านเลย คือหนาวมาก อาจจะเป็นเพราะฝนตกด้วย ถ้าใครหลายๆคนทราบก็คือ ดาลัด คือเมืองที่อยู่บนเขาสภาพอากาศเลยจะหนาวๆเย็นๆตลอดทั้งปี 

    โด ฮา คาเฟ่

    พอลงจากรถ บนคนก็มีรถจากทางโรงแรมมารับ ส่วนบางคนก็เรียกแท็กซี่ไปที่พัก ซึ่งมันมีจำกัด ส่วนที่เหลือก็คือรออยู่ที่ทัวร์ เรากับนุ่นก็พยายามรอแท็กซี่แต่ก็ไม่มี เลยต้องเข้าไปรอในทัวร์เพราะความหนาว พอซักพักตี5 คนเริ่มน้อย เราเลยออกไปเรียนกรถ ปรากฎว่าได้ เลยได้เข้าที่พักเลยตั้งแต่ตี5 นิดๆ

    พอถึงที่พัก สิ่งแรกที่เราทำเลยคืออาบน้ำสระผมจ้า คือไม่ได้อาบตั้งแต่เมื่อวาน แล้วก็หลับไป ตื่นอีกที7โมง เพราะวันนี้เราซื้อทัวร์หนึ่งวันไปเที่ยว ซึ่งที่เที่ยวหลักๆก็คือทุ่งดอกไฮเดนเยียร์ ปราสาท... ไร่ชา กับสวนดอกไม่ ซึ่งเราจำชื่อไม่ได้ แต่จะบอกว่ามันไม่เวิร์คเอามากๆเลยการซื้อทัวร์ มันเหมือนโดนกีดกั้นทางอิสรภาพ555555 แต่ก็ต้องทนๆไป แต่ทุ่งดอกไฮเดนเยียร์คือดีมาก ถ่ายรูปสวยแนะนำให้ไปกันนะ ส่วนปราสาทแนวๆฝรั่งเศสก็ดี ถ่ายรูปสวย ตึกก็สวย บรรยากาศโอเคเลย 

    ทุ่งดอกไฮเดนเยียร์ ใหญ่และดีงามมาก

    พอทัวร์มาส่งที่พักก็เย็นๆเข้าไปแล้ว เราก็เลยทำการนั่งพักแปปนึงเพื่อหาร้านอาหารเย็น แล้วเราก็ตกลงกันว่าจะไปกินหมูกระทะกัน เพราะเหมือนที่นั่นมันดัง แต่ก่อนไปกิน เราก็แวะไปถ่ายรูปที่ยอดฮิตตรง โดฮา คาเฟ่ ที่เป็นรูปโดมทรงเหมือนดอกบัวเขียวๆ ซักพักฝนก็ตกจ้า เราเลยต้องนั่งแท็กซี่ไปร้านหมูกระทะ ปรากฎร้านคนเยอะมากกกก เค้าบอกว่าไม่ต้องรอหรืออะไรเนี่ยแหละ เราเลยต้องไปกินที่อื่นแทน ระหว่างเดินหาของกินฝนก็ตกหนักมากๆทำให้ต้องติดฝนอยู่พักใหญ่เลย ตอนนั้นคือเปียกแบบสุดๆเลยไปหลบอยู่ที่ร้านขายเต้าฮวยที่มีร่มใหญ่ๆ มีคนมาหลบเยอะเลยพอฝนซาก็คือหิวมาก เลยต้องฝ่าฝนไปกินที่ร้านนึงแถวๆ ซึ่งไม่อร่อย55555 เสร็จแล้วเราก็พากันเดินกลับที่พัก รอตัวแห้งต่างๆ แล้วคือตอนเดินกลับก็แบบหนาวมากๆ จนแบบเออคงไม่ออกมาไนท์มาเก็ตแล้วแหละ พอนั่งพักไปชั่วโมงนึง ตอนนั้นประมาณสามทุ่มก็หายเหนื่อยแล้ว เลยถามนุ่นว่าไปมั้ยไนท์มาเก็ต นุ่นก็บอกว่าไปก็ได้

    ตอนนั้นคือลังเลมากๆว่าจะออกไม่ออกดี คือมันหนาวมากๆอ่ะ แล้วเตรียมเสื้อไปไม่ได้หนาขนาดนั้น แต่พอเดินออกมาก็คือแบบสั่น55555 เดินมาเจอหมวกรูปสัตว์ที่มีที่ใส่มือ เห็นเด็กที่นู่นใส่กันเยอะมากๆ เราเลยซื้อบ้าง พอใส่แล้วแม่งแบบเห้ยย ดีมากอุ่นเลย55555 เราก็พากันเดินไนท์มาเก็ตกัน คือมันใกล้ที่พักมาก เดิน 10นาทีถึง ของขายเยอะมากๆ ทั้งของกินของจุกจิก แต่เราก็ไม่ได้ซื้ออะไรอ่ะเพราะกะแบบไปเดินเล่นๆเฉยๆ ที่สำคัญคือ พื้นแฉะมาก เละไปหมด

    เราพักที่ Pi hostel ดีมาก แนะนำ บรรยากาศธรรมชาติมากๆ

    แล้วเราก็เดินกลับที่พักกันประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆมั้ง ยังซื้อขนมกลับไปกินอีก55555 เอ้อลืมบอกว่าโยเกิร์ตที่นี่อร่อยมาก เรากินไป 4ถ้วยอ่ะ ตื่นมาท้องเสียเลย555555 นั่นแหละแต่อร่อยยย

  • -วันที่สาม-

    เช้านี้เราก็ยังอยู่ที่ดาลัดอยู่ เพิ่มเติมคือตื่นสายไม่ทันข้าวเช้าของที่พัก

    เลยต้องออกไปกินข้างนอก ซึ่งก็ได้กินมาม่านิชชินใส่ไข่ กับชาร้อน ท่ามกลางอากาศเย็นๆ ก็ฟินไปอีกก
    พอกินข้าวเช้าเสร็จ เราก็วางแผนว่าจะเดินไปที่โบสถ์สีชมพู (Domaine De Marie church) โดยเราต้องกลับมาเช็คเอ้าท์ออกจากโฮสเทลให้ทันตอน 10 โมง 
    ระหว่างทางเดินเราก็ได้แวะกินขนมครกเวียดนาม ก็คือเหมือนทำจากแป้งผสมไข่ ดีงามอยู่

    ขากลับที่พัก ก็ต้องรีบวิ่งกันหน่อยเพราะเกือบไม่ทัน 10 โมง พอเช็คเอ้าท์เสร็จ เราก็เรียก Grabbike กันคนละคัน ซิ่งไปทัวร์ขึ้นรถไปมุยเน่ย์กันต่อเล้ย

    ขนมครกเวียดนาม ระหว่างทาง

    ตลอดทั้งบ่ายของวันนี้คือเราก็เสียเวลาปับการเดินทาง โดยก็มีแวะเข้าห้องน้ำบ้าง แต่บอกเลยว่าการขึ้นบัสนั่งจาก ดาลัดไปมุยเน่ ทางนี่คือจะมาช่วงคดเคี้ยวมาก แล้วคือคนขับแอบขับเร็วจนจะอ้วก จนเราต้องพยายามนอนให้หลับอ่ะ จะได้ไม่เมารถ เศร้ามาก

    พอถึงมุยเน่ เราก็นั่งแท็กซี่เอาของเข้าไปเก็บที่พัก เหมือนเป็นที่พักแนว motel  ก็ดีอยู่ แต่ตอนดึกๆก็น่ากลัวอยู่55555 ตามสเต็ปก็คือพอเข้าที่พักปุ๊ปฝนก็ตกปั๊ป เราก็รอจนฝนหยุด แล้วออกมากินอาหารซีฟู้ดเพราะที่นี่ติดทะเล กินร้านแถวๆที่พักเพราะว่าไม่อยากออกไปไกล เพราะฝนก็ยังปรอยๆอยู่ ก็ไปหยุดอยู่ที่ร้านนึง รสชาติใช้ได้นะ ราคาก็ทั่วไปของซีฟู้ดเลย พอกินเสร็จก็ดลับที่พัก แล้วก็รีบเข้านอน เพราะว่าวันต่อไปต้องตื่นแต่เช้ามืด

    -วันที่สี่-

    วันสุดท้ายที่เวียดนามแล้ว แถมยังเป็นวันที่ผจญภัยมากๆด้วย


    เราตื่นมาตั้งแต่เช้ามืด เพราะรถจี๊ปจะมารับเราประมาณตีสี่ครึ่งตีห้า เพื่อไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ White sand dune ซึ่งพอไปถึงถึงก็นกพระอาทิตย์จ้า55555 แต่ทะเลทรายสวยอยู่ ถ่ายรูปเพลินไป 

    White sand dune 

    แล้วก็ไป Red sand dune อันนี้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่ทรายก็จะแดงๆสมชื่อเลย

    Fisherman's village อันนี้ประทับใจ แต่ทางเข้านี่ออกจะวุ่นวายไปหน่อยเพราะที่นี่เป็นแหล่งจับปลาจริงๆ เหม็นคาวมากๆ บอกเลย แต่ก็คือเหมือนได้เห็นการใช่ชีวิตเค้าจริงๆ มีเรืออยู่สองแบบคือ เรือที่จะจับปลาอยู่กลางทะเล ส่วนเรือเล็กๆกลมๆ ที่เหมือนถัง ก็จะมีคนพายไปเอาปลาจากลำใหญ่แล้วมาเข้าฝั่ง แล้วมาขายต่อที่ตลาด แต่เหมือนเราว่าการที่นัดท่องเที่ยวไปที่นั่นเยอะๆก็เหมือนแบบไปเกะกะชสวประมงเค้าอยู่ ก็ฝาไว้หน่อยละกันว่าคนที่ไปก็อย่าไปอยู่นาน หรือขวางการทำงานเข้าเน้อะ 

    Fisherman's village


    พอเที่ยวเสร็จ ที่นี่ เราก็หาข้าวกินจ้า จะบอกว่าเช้าๆอย่างงี้คือไม่มีร้านไหนเปิดเลย มุยเน่เป็นเหมือนเมืองร้าง!! จริงๆนะ แบบเรากับนุ่นเลยต้องไปกินข้าวที่โรงแรมอื่นเลยอ่ะ เป็นพวกแซนวิชต่างๆ แพงใช่ย่อย55555 
  • ใกล้ๆเที่ยงเราก็ออกมารอหน้าที่พัก รอรถมารับกลับโฮจิมิน ไปสนามบินตอนสามทุ่ม

    พอถึงโฮจิมินก็เกือบทุ่มนึงแล้ว พวกเรากลัวเช็คอินไม่ทันมากๆ เลยรีบเรียกแท็กซีไปสนามบินทันที แต่ปรากฎว่ารถติดมากๆ นั่งไปก็ลุ้นไปว่าจะทันมั้ย แต่สรุปก็ทันจ้าาาา โล่งไป

    พอเช็คอินเข้าไปแล้ว ก็คือหิวมากๆ เลยได้กินขนมปังเวียดนาม ซึ่งคิกว่าถ้ากินตามตลาดที่เป็นรถเข็นน่าจะอร่อยกว่า

    ทริปนี่ก็จบลงไปอย่างสวยงามทั้งร้อน หนาว ฝน คือสามฤดูในหนึ่งทริปไปอีก55555
    ไว้จะมาเล่าทริปหน้าให้ฟังใหม่น้า หวังว่าทุกคนจะเพลิดเพลินไปกับบทความนี้เน้อะ

    บ๊ายบายยย

    - ตกตะกอน -
    พอเรากลับมาแล้วเรารู้สึกเลยว่าเราชอบเมือง ดาลัดมากๆ ด้วยสภาพอากาศเย็นๆด้วย เลยทำให้เรายิ่งชอบ  เหมือพอคิดถึงบรรยากาศเย็นๆตอนนั้น ฝนตก เดินกินโยเกิร์ต มันเป็นฟีลลิ่งที่ดีมาก การที่ได้นั่งริมหน้าต่างโฮสเทล ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ มองออกไปข้างนอกหน้าต่างทำให้มองเห็นเม็ดฝนที่โปรยลงมาก นั่งกินขนมกัน คือเป็ยบรรยากาศที่อธิบายไม่ถูก มันดีจนคิดว่าจะไม่ลืมเลย

    สุดท้ายแล้วขอฝาก vlog เวียดนามด้วยน้า
    มี 2 ep.



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in