เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
องครักษ์หญิงจอมป่วน – minimore
เล่ม 1 ตอนที่ 20 แตะเนื้อต้องตัวเปิ่นกงทั้งวัน
  • เล่ม 1 ตอนที่ 20 แตะเนื้อต้องตัวเปิ่นกงทั้งวัน

     

    หนิงเจิงตกใจกะทันหัน

    เขามองนางด้วยสายตาเช่นนี้ทำไมกัน

    “พี่รอง” เซียวเฉิงอิ่งพูดเสียงต่ำ “พระองค์รู้ดีว่าข้าเป็นคนอย่างไรบ่าวคนนี้ทำกับข้าเช่นนั้น ข้าไม่สามารถขอความยุติธรรมให้กับตนเลยหรือ”

    “สิ่งที่เขาทำไปล้วนเป็นคำสั่งของเปิ่นกงทั้งนั้น”

    เซียวหนานสวินละสายตาแล้วจ้องไปยังเขาด้วยสายตาอันเย็นชา “หากเจ้ามีเรื่องไม่พอใจให้บอกเปิ่นกงโดยตรง”

    หนิงเจิงอึ้งไปอีกครั้ง

    หากนางจำไม่ผิด เมื่อครู่ไท่จื่อยังบอกว่าจะไม่สนใจนางอีกเหตุใดจึงเปลี่ยนคำแล้วล่ะ

    เซียวเฉิงอิ่งหัวเราะเยาะ กล่าวด้วยน้ำเสียงกลางๆ“ทว่าเมื่อครู่นี้เขาตอบตกลงจะไปกับข้าแล้วเรื่องแบบนี้ให้เขาตัดสินเอาเองเถิด”

    เซียวหนานสวินได้ยินดังนั้นสีหน้ายิ่งเย็นชามากขึ้น“หากว่าเปิ่นกงไม่ให้ล่ะ”

    เซียวเฉิงอิ่งสายตาขรึมลงความเย็นชาแผ่ซ่านบนใบหน้า “เพียงแค่องครักษ์กระจอกๆ คนหนึ่ง มีค่าพอให้ไท่จื่อก่อสงครามเพื่อเขาด้วยหรือ”

    องครักษ์กระจอกอย่างนั้นหรือ

    ดวงเนตรของเซียวหนานสวินฉายแววเย็นชา “เขาเป็นองครักษ์ข้างกายของเปิ่นกงต่อไปน้องสามอย่าได้หาเรื่องเขาเลย มิเช่นนั้นอย่าหาว่าเปิ่นกงไม่เตือน”

    เขาหรี่ตาลง พูดชัดถ้อยชัดคำแผ่ซ่านไปด้วยความเย่อหยิ่งที่ความน่าเกรงขามอยู่รอบตัว

    เซียวเฉิงอิ่งสีหน้าซีดเผือด

    “ยังไม่รีบมานี่อีก”

    เซียวหนานสวินมองไปทางหนิงเจิง หนิงเจิงจึงรีบเดินไปหาเขาทันที!

    นางยังไม่ทันได้เข้าใกล้ แขนก็ถูกคว้าอย่างรุนแรงไปเสียแล้วชายหนุ่มดึงนางแล้วก้าวเท้าเดินไปทางจวนอย่างรวดเร็ว

    เซียวเฉิงอิ่งมองแผ่นหลังของพวกเขาความโกรธที่มีในตอนแรกลดลง สายตาเปลี่ยนไปอย่างแปลกประหลาด

    หากไม่ใช่ว่าเขาตาฝาดไป นั่นไท่จื่อกำลังจับมือขององครักษ์อยู่ใช่หรือไม่

    ข่าวใหม่ในใต้หล้าเชียวล่ะ

    มิเช่นนั้น อย่าหาว่าข้าไม่เตือน

    คำพูดนี้จะออกจากปากใครก็ไม่แปลกแต่ได้ยินจากปากของพี่รองนั้น…แปลกจริงๆ

    ปกป้ององครักษ์คนนี้หลายครั้งภายในหนึ่งวันดูท่าแล้วหนิงเจิงคนนี้ดูจะสำคัญสำหรับเขามากสินะ

    …

     

    แขนของหนิงเจิงถูกเซียวหนานสวินดึงจนเจ็บแต่ก็ไม่กล้าขัดขืน ทำได้เพียงเร่งฝีเท้าตามเขาไป

    ทว่าชายหนุ่มยิ่งเดินยิ่งเร็วนางกำลังจะปริปากพูด เขาก็หยุดลงกะทันหันหนิงเจิงที่ตั้งตัวไม่ทันชนเข้าแผ่นหลังอันแข็งแกร่งของเขาอย่างจัง

    ซี้ดดด…

    เซียวหนานสวินสีหน้าแย่กว่าเดิม

    หนิงเจิงเงยหน้าขึ้นพบว่าชายหนุ่มหันตัวกลับมามองนางด้วยสายตาเย็นชาอำมหิต“ทำไม…เปิ่นกงไม่ดีต่อเจ้าหรือจวนไท่จื่อเลี้ยงเจ้าไม่ดีกันเพิ่งจะเข้าจวนได้ไม่กี่วันก็อยากหานายใหม่จนอดใจมิไหวเลยหรือ”

    หรือว่าเขารู้สึกว่าตนเองดีต่อนางมากไปเองคนเดียว

    หนิงเจิงมองเขาด้วยความตกใจแต่ทว่านางไม่สนใจที่จะโต้แย้งเรื่องนี้แล้ว “หานายใหม่อะไรกัน”

    เซียวหนานสวินสายตาเย็นเฉียบ “เปิ่นกงได้ยินหมดแล้วเจ้ายังไม่ยอมรับอีก”

    เมื่อนึกถึงสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่สายตาของเขาก็ยิ่งเย็นชาขึ้น “เจ้าคิดจริงหรือว่าเขาจะดูแลเจ้าอย่างดี น้องสามของเปิ่นกงคนนี้คิดเล็กคิดน้อยเพียงแค่เรื่องเล็กๆ ก็ต้องแก้แค้นให้จงได้ตราบใดที่เจ้าเข้าไปยังจวนองค์ชายสามแล้ว เพียงแค่เรื่องที่เจ้าทำให้เขาอับอายในบ่อนพนันนั่นแม้แต่ศพเจ้าเขาก็ไม่เหลือไว้!”

    ในที่สุดหนิงเจิงก็เข้าใจถึงเหตุผลที่ทำให้ชายคนนี้กริ้วโกรธแล้วนางกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ไท่จื่อนั่นเป็นเพียงการขายผ้าเอาหน้ารอดเท่านั้นหากเป็นเช่นนี้องค์ชายสามไม่มีทางปล่อยกระหม่อมไว้เป็นแน่!”

    “หึ”

    เซียวหนานสวินไม่เชื่อ กล่าวประชด “ปากเจ้านี่มันเห็นมนุษย์พูดภาษามนุษย์เห็นวิญญาณพูดภาษาวิญญาณ ใครจะรู้ว่าในใจคิดสิ่งใดอยู่”

    หนิงเจิง “…”

    แม้นว่านางจะฉลาดน้อยไปหน่อยแต่เขาประชดนางเช่นนี้ไม่ถูก

    นางขมวดคิ้วมุ่น “ความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของกระหม่อมก็คือปกป้องไท่จื่อ!อย่าว่าแต่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเลย แม้จะเป็นกองเงินกองทอง กระหม่อมก็ไม่มีทางไปที่จวนองค์ชายสามแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ!”

    เซียวหนานสวินมึนงง สายตาเฉียบคมเกร็งหน้าพร้อมกับเบนสายตาไปที่อื่น “ไปให้พ้น”

    เมื่อกล่าวจบ และกำลังจะเดินจากไป

    หนิงเจิงเห็นว่าเขาจะไปแล้วจึงจับมือเขาไว้ราวกับมีอะไรบางอย่าง “กระหม่อม…”

    “หนิงเจิง!” ชายหนุ่มพูดขัดเสียงแข็ง

    แรงสัมผัสแปลกๆบนแขนทำให้สีหน้าเขาเปลี่ยนไปหลายส่วน แล้วจ้องมองที่มือของนางอย่างเหี้ยมโหด “บังอาจนัก กล้าแตะเนื้อต้องตัวเปิ่นกงทั้งวันเลยหรือ”

    แม้แต่พระชายารองอย่างเยี่ยเหลียงเซวียนยังไม่เคยเข้าใกล้เขาเลยแต่บ่าวคนนี้ ก่อนหน้านี้ก็กอดขาเขา ตอนนี้ก็ดึงมือเขายิ่งอยู่ยิ่งกล้ามากขึ้นกว่าเดิม!

    ช่างกล้าจริงๆ!

    หนิงเจิงตกใจรีบดึงมือกลับพึมพำเสียงเบาอย่างอั้นไม่อยู่ “แต่เมื่อครู่พระองค์ก็ดึง…”

    “เจ้าว่าอย่างไรนะ!”

    “ไม่!ไม่มีอะไรขอรับ!” นางรีบส่ายศีรษะ “กระหม่อมเพียงอยากพูดว่าไม่ว่าอย่างไรกระหม่อมก็ไม่มีทางหักหลังพระองค์ได้…หากผิดสัญญาขอให้ฟ้าผ่าตาย!”

    สายตาของเซียวหนานสวินชะงักไปอีกครั้ง

    เขาหรี่ตา แววตาลุ่มลึกขึ้นเล็กน้อย

    ความจริงถึงแม้ว่าเมื่อครู่นี้เขาจะไม่เชื่อคำของหนิงเจิงไปเสียทั้งหมดแต่ก็ตัดสินแล้วว่าจะไม่ถือสาอะไรดังนั้นเขาจึงคาดไม่ถึงว่าหนิงเจิงจะให้คำสาบานบ้าๆ เช่นนี้ได้

    มองดูองครักษ์ที่สีหน้าจริงจังตรงหน้าไม่รู้เพราะเหตุใด แม้นคนคนนี้จะพูดมั่วซั่วบ่อยครั้งแต่ครั้งนี้กลับมีความเชื่อใจที่ไม่เคยมีมาก่อนเกิดขึ้น…ราวกับว่าสิ่งที่เขาพูดล้วนออกมาจากใจ

    หนิงเจิงเห็นสีหน้าของเขาดีขึ้นแล้วจึงได้โล่งอกไปเฮือกหนึ่ง แล้วนึกอะไรขึ้นได้กะทันหัน “ใช่แล้ว พระองค์บอกว่าจะไม่ช่วยกระหม่อมอีกมิใช่หรือแล้วเมื่อครู่เหตุใดพระองค์ถึง…”

    เซียวหนานสวินสีหน้าผันเปลี่ยนอีกครั้ง “อย่าได้คิดว่าเปิ่นกงไม่อยากให้เจ้าไปเพียงเห็นแก่กระบี่มั่วเหยียที่เจ้านำกลับมาได้ ไม่อยากให้เจ้าถูกน้องชายรังแกจนตายเท่านั้น!”

    หนิงเจิง “…”

    นางยังไม่ได้บอกเลยว่าเขาไม่อยากให้นางไปเหตุใดปากของชายคนนี้ถึงได้ร้ายเพียงนี้นะ

    หนิงเจิงเบะปากแต่ในใจกลับแอบรู้สึกซาบซึ้งเล็กน้อย

    ชายคนนี้นอกจากนิสัยไม่ดี และปากร้ายแล้วจริงๆ แล้วก็ถือว่าดีต่อนางเหมือนกัน…

    ไม่…ไม่ใช่สิ!

    หนิงเจิงส่ายศีรษะอยู่กับที่นางกำลังคิดบ้าบออะไรอยู่ ถึงได้รู้สึกว่าเขาดีต่อนาง

    นางกลายเป็นคนที่มีความสุขที่ถูกรังแกไปแล้วหรือ!

    “เจ้าส่ายศีรษะทำไมกัน”ชายหนุ่มถามเสียงแข็ง

    หนิงเจิงมองเขาด้วยสีหน้าสับสน “กระหม่อมเพียงแค่รู้สึกว่า…”นางคิดแล้วคิดอีก สุดท้ายตัดสินใจพูดประจบสอพลอดีกว่า “พระองค์เป็นคนดีจริงๆ!”

    เซียวหนานสวินคิ้วกระตุก

    เมื่อมองนัยน์ตาที่แยกขาวดำชัดเจน เขาก็ขบสันกรามและสุดท้ายก็เดินจากไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in