เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
องครักษ์หญิงจอมป่วน – minimore
เล่ม 1 ตอนที่ 16 ความต้องการปกป้อง!
  • เล่ม 1 ตอนที่ 16 ความต้องการปกป้อง!

     

    หนิงเจิงกลัวว่าจะมีทหารไล่ตามดังนั้นจึงวิ่งกลับจวนไท่จื่ออย่างเหนื่อยหอบและไม่หยุดพักเลยระหว่างทาง

    เมื่อเห็นกระบี่ล้ำค่าในมือแล้วนางก็ซาบซึ้งใจจนแทบร้องไห้!

    ดีที่นางไหวพริบดี…ชิงกระบี่เล่มนี้กลับมา ปกป้องชีวิตน้อยๆนี้ของตนได้ ฮือๆๆ

    เซียวหนานสวินกลับมาถึงก็เห็นนางนั่งอยู่บนเตียงบุปผาพร้อมทั้งหายใจเหนื่อยหอบ โดยไม่สนใจรูปลักษณ์ใดๆ แล้ว

    “วิ่งทำไม”

    น้ำเสียงของเขาไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก

    หนิงเจิงแหงนหน้ามองเขาแวบหนึ่ง ชีวิตน้อยๆของนางแขวนอยู่บนกระบี่เล่มนี้ ต้องวิ่งแน่นอนอยู่แล้ว!…นางคิดในใจ

    นางตบปากตนเอง “นี่เป็นกระบี่ที่กระหม่อมชนะมาด้วยความสามารถของตนไม่อาจปล่อยให้คนชั่วแย่งไปได้เป็นอันขาด!”

    หนิงเจิงรู้สึกว่าถึงเพลาที่ต้องกระชับความสัมพันธ์แล้ว…ต้องไม่ปล่อยให้โอกาสในการประจบสอพลอหลุดไปแม้แต่นิดเดียว!

    “นั่นเป็นคนน่ารังเกียจที่อิจฉาในรูปลักษณ์ของพระองค์จึงได้จับผิดพระองค์อย่างไร้เหตุผล!”นางกล่าวด้วยวาจาขุ่นเคือง “เขาไม่อาจเทียบได้แม้แต่นิ้วมือของพระองค์เลยสักนิ้วดังนั้นกระหม่อมจึงไม่สนใจว่าเขาจะเป็นผู้ใดเลยแม้แต่น้อย!”

    “…”

    เซียวหนานสวินหัวเราะ “อย่างนั้นหรือ”

    เขากล่าวเรียบๆ “เขาแซ่เซียว นามว่าเฉิงอิ่ง”

    “อ่อ…”

    แซ่เซียว นามว่าเฉิงอิ่ง…

    เซียวเฉิงอิ่ง

    หนิงเจิงเบิกตากว้างขึ้นกะทันหัน “ฮะ”

    ริมฝีปากบางๆ ของเซียวหนานสวินยกขึ้นเล็กน้อย“ตามที่เจ้าคิดเขาคือน้องสามของเปิ่นกงเอง”

    หา?!

    หา?!

    หนิงเจิงมองเขาอย่างไม่น่าเชื่อ “น้องสามอย่างนั้นหรือ”

    เซียวเฉิงอิ่ง…องค์ชายสามผู้เป็นที่โปรดปรานมากที่สุดของฮ่องเต้ในบัดนี้อย่างนั้นรึ!

    หนิงเจิงเสียวสันหลังวาบไปชั่วขณะ มิน่าล่ะ…วันนี้อีกฝ่ายถึงได้กล้าเชิญนางฆ่าศัตรูอย่างห้าวหาญคนที่จะฆ่าเป็นน้องชายแท้ๆ ของไท่จื่อหรือ!

    แล้วที่ทั้งสองแสร้งทำเหมือนไม่รู้จักกันนั้นหมายความว่าอย่างไร!

    หนิงเจิงเห็นริมฝีปากที่อมยิ้มของชายผู้นี้ก็รู้สึกไม่ดีไปทั้งตัว…จริงๆ ด้วย ไท่จื่อยิ้มเมื่อใดต้องไม่ใช่เรื่องดีเป็นแน่!

    นางอยากร้องไห้แต่ไร้น้ำตา แล้วกล่าวว่า “ขอ…ขอถามไท่จื่อเมื่อครู่นี้กระหม่อมได้เสียมารยาทต่อองค์ชายสามหรือไม่”

    เซียวหนานสวินเลิกคิ้ว “เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ”

    “ไม่…ไม่หรอกกระมัง”

    “หึ”

    หึทำพระแสงอะไรเล่า!

    หนิงเจิงจะร้องไห้จริงๆ แล้วชายคนนี้เมื่อครู่ไม่ได้พูดอะไรไม่ว่าแถมตอนนี้ยังแสดงท่าทางเหมือนดูฉากในละครหลังข่าวอีก

    เป็นเพราะใครกันที่ทำให้นางไปบาดหมางกับองค์ชายสามได้!

    “ไท่จื่อ…”

    นางมองเขาด้วยความน่าสงสาร “หากว่าคืนนี้มีคนลอบสังหารกระหม่อมพระองค์จะทรงปกป้องกระหม่อมหรือไม่”

    เซียวหนานสวินชำเลืองมองนาง “ฝันไปเถอะ”

    หนิงเจิงหมดหวังแล้วจริงๆ

    เพิ่งจะรอดชีวิตจากไท่จื่อมาอย่างไม่ง่ายดายจะต้องตายคามือน้องชายของเขาจริงๆ หรือ

    นางสูดจมูก ดวงตาทั้งสองแดงก่ำน้ำเสียงสะอื้น “เช่นนั้นหากว่าคืนนี้กระหม่อมตายในจวน พระองค์…ช่วยเก็บศพแทนกระหม่อมได้หรือไม่”

    เซียวหนานสวิน “…”

    เขามองดูท่าทางน่าสงสารของนางเป็นชายหนุ่มแท้ๆ กลับแสดงอาการเฉกเช่นสตรี ทั้งยังไร้กลิ่นอายความเป็นหญิงสาวในทางกลับกันยังมีความไร้เดียงสาและบริสุทธิ์ซ่อนอยู่ ทำให้สะกิดความอยากปกป้อง…ที่อยู่ส่วนลึกในใจของเขาขึ้น

    ความต้องการปกป้อง?!

    สีหน้าของเซียวหนานสวินขรึมลงในทันที

    เขาจะอยากปกป้ององครักษ์ของตนเองได้อย่างไร

    ดวงตาของชายหนุ่มกระตุกริมฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงในทันที พร้อมกับตอบกลับไปสองคำอย่างเย็นชา “ไม่เก็บ!”

    หนิงเจิง “…”

    บาดเจ็บจากการทำงานแล้วไม่ชดใช้ค่าเสียหายไม่ว่าแค่เก็บศพยังไม่ยอมอีกหรือ!

    ชาติที่แล้วนางทำเวรทำกรรมอะไรไว้กันแน่!

    เซียวหนานสวินคว้ากระบี่ออกจากมือนางกล่าวชัดถ้อยชัดคำด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เปิ่นกงพูดจริงทำจริง ในเมื่อเจ้านำกระบี่มั่วเหยียมาได้ฉะนั้นเปิ่นกงไม่ถือสาเอาความเจ้าเรื่องเมื่อคืนก็ได้ แต่ทว่าเรื่องอื่นนั้น…เจ้าอย่าหวังแม้เพียงนิดเดียว!”

    กล่าวจบ เขาก็เดินจากไปอย่างสุขุมเยือกเย็น

    หนิงเจิงโกรธมากจนแทบอยากจะพุ่งเข้าไปตีเขาสักรอบ!

    ดูสิ…นี่ก็คือนายแสนดีของนางเอง!

    อดีตฮองเฮาพระองค์ก่อนเป็นคนสง่างามและใจดีเช่นนั้นเหตุใดจึงได้กำเนิดบุตรชายที่จิตใจชั่วร้ายอำมหิตเช่นนี้ออกมาได้กัน

    และนางยังต้องอยู่ร่วมกับผู้มีพระคุณที่ชั่วร้ายอำมหิตคนนี้อีกนานแสนนาน!

    หนิงเจิงความโกรธแน่นอก แล้วทุบหน้าอกแรงๆ

    ในขณะนั้นเองก็มีเงาคนเงาหนึ่งค่อยๆเดินเข้ามาหานาง…เป็นมู่เอ๋อร์สาวใช้ข้างกายของเซวียนเช่อเฟย

    “องครักษ์หนิง เซวียนเช่อเฟยเรียกเข้าพบ”

    หนิงเจิงมึนงง “เซวียนเช่อเฟย…เรียกพบข้าหรือ”

    นางและเซวียนเช่อเฟยพบเจอกันที่นอกประตูห้องตำราเมื่อคืนเพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น เซวียนเช่อเฟยจะมีเรื่องอันใดจนต้องเรียกพบนางกัน

    มู่เอ๋อร์ยิ้มตอบรับ “เจ้าค่ะ”

    …

     

    ขณะที่หนิงเจิงก้าวเข้าไปในตำหนักชิงเฟิงก็มีหญิงสาวในชุดสีม่วงอ่อนกำลังนั่งกินผลไม้อยู่ในตำหนักหว่างคิ้วที่สวยงามและละเอียดอ่อนมีกลิ่นอายความสูงศักดิ์อย่างชัดเจน

    เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหญิงสาวเงยหน้ามองไปที่นางทันที

    “ถวายบังคมเซวียนเช่อเฟยพ่ะย่ะค่ะ”

    เยี่ยเหลียงเซวียนค่อยๆ ลุกขึ้นเดินไปหานางแล้วถลึงตามองนางอย่างเย็นชา “ได้ยินมาว่า…หลังจากที่ข้าออกไปแล้วเจ้ายังอยู่ต่อที่ห้องตำรานานพอควรอย่างนั้นหรือ”

    หนิงเจิงเปลือกตากระตุกมีลางสังหรณ์ไม่ดีแปลกๆ

    นางพยักหน้าอย่างรู้สึกผิด “ทูลเซวียนเช่อเฟยเมื่อวานกระหม่อมเพิ่งรับตำแหน่งวันแรกจึงไปรายงานต่อไท่จื่อพ่ะย่ะค่ะ”

    “อย่างนั้นหรือ”

    เยี่ยเหลียงเซวียนเบะปาก “เช่นนั้นหน้าผากของไท่จื่อบาดเจ็บได้อย่างไร”

    หนิงเจิงเปลือกตากระตุกอีกครั้งยิ่งรู้สึกผิดกว่าเดิม “เรื่องนี้กระหม่อมไม่ทราบเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ อาจจะ…”

    “พอแล้ว!”

    เยี่ยเหลียงเซวียนขัดนางไว้นางไม่อยากฟังคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น ยิ่งกว่านั้นนี่อาจเป็นข้ออ้างก็เป็นได้!

    เรื่องเมื่อวานสิ่งที่นางต้องการคือการระบายอารมณ์ แน่นอนว่ายิ่งต้องสร้างมาตรการป้องกันเอาไว้เพื่อให้มั่นใจว่าบ่าวคนนี้จะไม่ทำลายแผนการของนางในอนาคตได้!

    เมื่อคิดถึงตรงนี้ ดวงตาของนางก็มีแสงมืดมนอันเฉียบคมสาดส่องอย่างรวดเร็วพร้อมกับกวักมือเรียก “มู่เอ๋อร์…ไปยกชามา”

    สิ้นเสียงมู่เอ๋อร์ก็ยกถ้วยชาเดินไปข้างหน้าหนิงเจิงราวกับเตรียมพร้อมไว้ตั้งนานแล้วอย่างไรอย่างนั้น!

    หนิงเจิงกัดริมฝีปากจ้องมองฟองน้ำชาที่ลอยอยู่ในถ้วยชาแม้นมองแล้วดูไม่มีพิษมีภัยอะไร แต่หากตระหนักให้ดีแล้วย่อมรู้ดีว่าที่เซวียนเช่อเฟยเรียกนางมาพบเป็นการส่วนตัวนั้นต้องไม่ใช่การเชิญนางดื่มชาอย่างแน่นอน!

    นางลังเลไปครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ ก้มศีรษะลง “กระหม่อมชนชั้นต่ำต้อยจะกล้าดื่มน้ำชาของเจ้านายได้อย่างไร”

    เยี่ยเหลียงเซวียนหรี่ตาลงสีหน้ายิ่งเย็นยะเยือกกว่าเดิม “ทำไม…เจ้ากล้าขัดคำข้าอย่างนั้นหรือ”

    “กระหม่อมมิบังอาจ!”

    หนิงเจิงรีบส่ายศีรษะ ทำได้เพียงรับถ้วยชามา

    แต่ทันทีที่นางสัมผัสถ้วยชาดวงตาของนางก็หรี่ลง ปลายนิ้วของนางโค้งงออย่างคาดไม่ถึงพร้อมกับดีดออกไปกลางอากาศหนหนึ่ง

    ข้อมือของมู่เอ๋อร์รู้สึกเจ็บกะทันหันถ้วยชาตกลงพื้นเสียงแตกกระจายดังเพล้งเป็นเสี่ยงๆ

    ทำเอานางตกใจจนหน้าซีดเซียว คุกเข่าลงไปทันทีพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “บ่าวสมควรตาย!”

    เยี่ยเหลียงเซวียนตกใจมึนดูเหมือนจะได้สติในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น “หนิงเจิง เจ้ากล้าดีนัก!”

    หนิงเจิงกะพริบตาปริบๆ อย่างไม่รู้เรื่อง “โทษกระหม่อมอีกแล้วหรือ…กระหม่อมยังมิทันได้สัมผัสชานี้เลยนะพ่ะย่ะค่ะ”

    “เจ้า…”

    เยี่ยเหลียงเซวียนดวงตาลุกเป็นไฟกว่าเดิม ง้างฝ่ามือออกมาเหมือนจะฟาดลงไปในทันที

    หนิงเจิงหน้าถอดสี

    กำลังจะหลบหลีก แต่ทันใดนั้นเอง นางได้เหลือบหางตามองเห็นเงาดำตรงบริเวณหน้าประตูตำหนัก…

    ดวงตาของนางเปลี่ยนไปเล็กน้อย แล้วร้อง โอ๊ยออกมา พร้อมกับกระเด็นออกมาล้มลงบนพื้น!

    ฝ่ามือของเยี่ยเหลียงเซวียนหยุดชะงักกลางอากาศพร้อมกับมองนางอย่างประหลาดใจ “เจ้าทำอะไร”

    บ่าวชั้นต่ำ…นางยังไม่ทันได้ตบเลยก็ล้มลงเสียแล้ว?!

    หนิงเจิงรีบเปลี่ยนสายตาเป็นประกายของตนอย่างรวดเร็วเงยหน้าพร้อมด้วยสีหน้าอันน่าสงสาร “เซวียนเช่อเฟยกระหม่อมทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ เหตุใดพระองค์ถึงทำกับกระหม่อมเช่นนี้”

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in