เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
เพื่อนเกาหลีของเราffcc4d
who you came from อึยจองบู
  • "อึยจองบู"

    ตอนได้ยินคำนี้ครั้ง คือ งง 
    บอกตรงๆไม่รู้จัก มันคือที่ไหน
    เกาหลีในหัวก็มีแค่ โซล ปูซาน อินชอน กวางจู เจจู แดกู อิลซาน ฯลฯ อะไรแบบนี้ที่ได้ยินบ่อยๆ

    แต่นี่คือ "อึยจองบู"
    ความรู้สึกคือมันต้องบ้านนอกแน่ๆ แค่ชื่อก็ฟังดูไม่เกาหลีใต้เลย (ฮ่าฮ่า)

    ความคิดของเราเป็นแบบนั้นตอนที่นายบอกว่า บ้านนายอยู่ที่อึยจองบู
    ตอนแรกไม่ยอมบอกด้วยซ้ำว่าที่ไหน บอกแค่ว่า
    "ก็อยู่แถวๆโซลแหละ ไม่ไกล ชั่วโมงเดียวก็ถึง"
    จนเราต้องถามอีกครั้งถึงยอมบอก

    พอไปเปิดกูเกิ้ล เสิร์ชคำว่า อึยจองบู (의정부)
                                        ที่วงกลมสีแดง นี่ไงอึยจองบู ก็ไม่ไกลจากโซลนี่นา 

    ก็นั่นแหละ เพื่อนคนแรกแบบจริงๆจังๆ เป็นคนอึยจองบู
    ถ้าดูจากแผนที่แล้ว ก็คงรอบๆกรุงเทพฯ อารมณ์แบบนนทบุรีอะไรประมาณนั้น

    เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนเกาหลีคนแรกเลยจริงๆ 
    นิสัยของคนเกาหลีที่จินตนาการไว้อ่ะหรอ ก็แบบในซีรีส์ไง เป็นภาพชัดที่สุด นอกจากนั้นเราจะไปรู้อะไร
    คิดว่าก็คงไม่ต่างจากคนไทยหรอกมั้ง ดูจากหลายๆอย่างแล้ว

    ส่วนนิสัยของนายอ่ะหรอ
    ไม่ค่อยเหมือนกับที่คิดไว้เท่าไหร่ เป็นคนที่เปิดเผย จริงใจ ขี้เล่น สบายๆ ลุยๆ ใจร้อน จริงจังกับเรื่องที่หมกมุ่นอยู่ ณ ตอนนั้น สนใจรายละเอียดของคนรอบข้าง แต่บ้างครั้งก็ขี้น้อยใจด้วย 
    เราคุยกันทุกวันทั้งแชทและโทรคุย ไม่เข้าใจเหมือนกันอ่ะว่าทำไมต้องโทรคุยกันทุกวัน
    แต่ที่งงกว่าก็คือ ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีเรื่องอะไรให้คุยกันทุกวัน บางครั้งก็คุยกันไปถึงเรื่องใหญ่โตหลุดโลก ติ๊งต๊อง ปัญญาอ่อน มีครั้งนึงก็คุยกันเรื่องสงครามอะไรทำนองนั้นด้วย 
    หลังจากที่เราไปเกาหลีและกลับมาเราก็ยังคุยกันเหมือนเดิม ดูเหมือนว่าจะเป็นอะไรที่เข้ากันได้ดีระหว่างเราไม่ต้องพยายามนึกเรื่องที่จะคุยเลยด้วยซ้ำ มันเป็นอะไรที่ธรรมชาติมากๆ

    แอคทิวิตี้ของนายคือสิ่งที่แปลกใหม่ที่ได้เจอ ถือว่าเป็นคนที่ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองคนหนึ่ง

    ชีวิตของเด็กเกาหลี จากที่เคยอ่านมาในเน็ต จากในทวิตเตอร์หรือต่างๆ นักเรียนเกาหลีเรียนหนักมาก
    ทุกคนจะต้องแข่งขันกันเพื่อสอบเข้ามหาลัย ช่วงเวลาของมอปลายจะเป็นอะไรที่สาหัส

    นั่นคือสิ่งที่คิดอยู่ในหัว....ว่าคนเกาหลี "ทุกคน" ต้องเป็นแบบนั้น

    ความจริงแล้ว มันไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้น
    เมื่อเราถามนาย

    "เรียนคณะอะไรอ่ะตอนนี้?" (ดูจากอายุแล้ว ปีนี้นายอายุ 22 น่าจะเรียนอยู่นะ)
    "เราไม่ได้เรียนมหาลัยอ่ะ"

    เราอึ้งเล็กน้อย และเกิดคำถามขึ้นในหัวมากมาย แต่ก็ถามต่อว่าทำไม
    นายก็ตอบมาว่า...

    "เราไม่รู้ว่าเราจะเรียนทำไม เราว่ามันไม่ใช่ทางเรา เราอยากทำอะไรที่ชอบมากกว่า"

    เฮ้ย เด็ดเดี่ยวอ่ะ เอาจริงในสังคมประเทศเกาหลีที่แทบจะไปในทางเดียวกันหมดแบบนั้น
    การที่จะกล้าคิดแบบนี้และทำแบบนี้ได้จริงๆ จ๊าบว่ะ 

    ความจริงแล้วเราก็ไม่รู้อ่ะ ว่านายแค่ขี้เกียจเรียนรึป่าว...

    แต่นายก็เล่าความฝันที่นายอยากเป็นให้ฟังนะ เออจริงอยู่ว่าสิ่งที่นายอยากเป็นมันไม่จำเป็นต้องเรียนต่อเลยสักนิด นายเองก็เลือกถูกแล้วที่ไม่ไปเสียเวลากับการเรียน (เอ๊ะ)

    แล้วก็เพราะว่าไม่ได้เรียนมหาลัยฯ ชีวิตนายเลยเป็นอะไรที่บันเทิงมาก
    ปาร์ตี้หนักยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ชีวิตหรรษาสุดๆ 
    และการที่บ้านอยู่ไกลจากโซลก็ดูไม่ได้เป็นปัญหาต่อการเที่ยวเลยซักนิด (ก็ใจมันรัก)

    เป็นอันรู้กันว่าวันศุกร์จนถึงวันอาทิตย์ จะไม่มีการติดต่อมาจากนาย
    จะกลับมาบอกวันอาทิตย์ตอนเย็นไม่ก็วันจันทร์ตอนเช้าว่า...
    "ไปเที่ยวมา สนุกมากกก เอิ้กๆ"
    เอิ่ม... (กรอกตา)
    ไม่มีสัปดาห์ไหนที่ไม่ไป สถานที่ที่ไปก็วนๆอยู่แถวๆ ฮงแด กังนัม อีแทวอน
    นายกลับมาเล่าให้ฟังตลอดว่าเมาเละ เมาเสียสติจนโทรศัพท์พังบ้างก็มี 
    วีคไหนหนักสุด วันจันทร์ตอนเย็นด้วยก็มี บอกแล้วว่าใจมันรัก...

    เป็นแบบนี้มาโดยตลอด จนกระทั่ง...

    นายไปเจอกับคนที่นายปิ๊ง

    ก่อนหน้านั้นก็รู้ๆมาบ้างแหละว่าคนเกาหลีตอนจีบๆกันเป็นยังไง แต่ก็คิดว่ามันก็น่าจะขึ้นอยู่กับคนด้วย
    คือว่าจากที่อ่านมาในเน็ตที่เค้าว่าๆกัน (อีกแล้ว) คนเกาหลีส่วนใหญ่จะจีบกันประมาณ 2อาทิตย์ถึงเดือนนึงก่อนคบ บางคนก็มากกว่านั้น แต่โดยปกติแล้วก็คือคุยกัน 2อาทิตย์คบ ตัดสินใจคบกันในเดทที่สาม หมายความว่าในระหว่างที่คุยๆกัน มีการนัดออกไปเดทกัน มีครั้งแรก ครั้งที่สอง และครั้งที่สามเป็นครั้งที่ตัดสินว่าจะได้คบหรือไม่ บางคนอาจจะหายไปตั้งแต่เดทที่สองแล้ว แต่ถ้ามีเดทที่สามส่วนใหญ่ก็คือได้คบกันแน่ๆ อะไรทำนองนั้น ส่วนการเจอกันก็ไม่ต่างจากไทยเท่าไหร่ เจอกันตามที่เที่ยว ร้านเหล้า ผับ แล้วก็เข้าไปทำความรู้จักก่อนเล็กน้อยก่อนแลกเบอร์กัน แต่ก็จะมีที่ต่างจากไทยเช่นการนัดบอด หรือแนะนำเพื่อนของเพื่อนให้รู้จัก แนะนำคนโน้นคนนี้ให้กัน

    คู่ของนายก็เป็นแบบนั้น นายบอกตลอดว่าเป็นคนที่เชื่อในเรื่องรักแรกพบ อารมณ์ว่าเห็นหน้าแล้วชอบเลย แล้วนี่ก็ไม่ได้มีแฟนมาหลายปีแล้ว เพราะไม่เจอคนที่ชอบเลย บางคนที่ผ่านเข้ามาก็นิสัยไม่เข้ากันพอมาเจอคนนี้นายบอกว่าชอบเค้าตั้งแรกเห็นเลย นายก็เลยรุกเต็มที่แล้วก็ได้คบกันในเดทที่สามตามสูตร แม้เวลามันจะยังไม่ถึง 2อาทิตย์ก็ตาม ทำไงได้ก็นายเป็นวัยรุ่นใจร้อน พอเจออะไรที่ถูกใจและใช่ในเวลาที่เหมาะเจาะก็ไม่เห็นว่าต้องรออะไร

    พอหลังจากมีแฟนก็กลายเป็นคนที่ไม่เที่ยวไปเลย กลายเป็นเข้าคาเฟ่มุ้งมิ้งกับแฟนสาวทันที
    มันก็ดีนะ ชีวิตนายเริ่มมีจุดยึดเหนี่ยวแล้วแหละ ไม่เละเทะ อะไรแบบนั้น

    "ตอนนี้นายกำลังทำความฝันที่นายอยากเป็นให้จริงอยู่ ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยากอย่างที่คิดแล้วนะ สู้ๆ"

             เพื่อนเกาหลีคนแรก อาจจะแปลกๆจากที่คิดไว้นิดหน่อย แต่ก็ขอบคุณอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้ได้รู้จักกับนาย เรามีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกันจนน่าตกใจ เป็นไปได้ที่คนเราจะดึงดูดคนประเภทเดียวกันใช่ป่ะ แต่ก็แอบกลัวเหมือนกันนะว่าเวลาที่ผ่านไป อาจจะทำให้ลืมกัน แต่เรามั่นใจมาก ว่าเราไม่มีทางลืม

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in