/me Now.geekjuggler
งานนี้ไม่ได้มีแต่น้าต๋อย...10 ประโยคเด็ดชวนคิดจาก TEDxBANGKOK 2016
  • นานๆ ทีที่จะพลังทะลักร่างขนาดนี้...

    ไม่ได้ไปฝึกวิชาซุปเปอร์ไซย่าหรือเบิกทวารทะลวงจุดชีพจรมาจากไหน แต่ได้มีโอกาสไปฟัง TEDxBangkok เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งธีมของปีนี้คือ "Learn, Unlearn, Relearn" เรียนรู้สิ่งใหม่ ละทิ้งความเชื่อแบบเดิมๆ และกลับมาเริ่มเรียนรู้สิ่งเดิมในมุมมองใหม่อีกครั้ง ซึ่งบรรยากาศโดยมวลรวมของงานครั้งนี้ นับว่าดีงาม เรื่องราวจาก speaker แต่ละคนเกาะกับธีมอย่างเหนียวแน่น กิจกรรมที่ให้ลงมือทำทั่วงาน อาหารอร่อย และ ผู้คนหลากหน้าหลายตาที่พร้อมจะแลกเปลี่ยนพูดคุยกันตลอดเวลา
    (แต่ตินิดเดียว สถานที่แน่นไปนิด เลยอาจจะรองรับคนได้ไม่พอ)

    และจากที่นั่งฟังยาวตั้งแต่เช้าจรดเย็น สิริรวมเกือบ 7 ชั่วโมง
    ด้านล่างต่อไปนี้คือ 10 ประโยคที่สะกิดใจ ตรงใจ กระแทกใจ จนไปถึงคันคะเยอในใจต่อตัวผมมากที่สุดที่ได้ฟังจากงาน TEDxBangkok ในครั้งนี้ครับ


    #1
    Learn: "ชื่นชมตัวเองได้ ให้อภัยตัวเองเป็น" นพ.อัศวิน และ พญ.พรพิมล นาคพงศ์พันธุ์


    Unlearn: ประโยคข้างต้นเป็นหนึ่งในสามข้อที่หมอทั้งสอง ผู้เป็นเจ้าของเพจ "เลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติ" อยากให้เราเอาไปสอนลูกของตัวเอง วรรคแรกเป็นสิ่งที่ผ่านตาเราบ่อยๆ กันอยู่แล้ว แต่วรรคหลังทำให้ได้กลับมาฉุกคิดอะไรบางอย่าง ข้อเสียอันนึงที่ยังแก้ไม่ได้ของตัวเอง คือการจ่อมจมอยู่กับความผิดพลาดที่เคยทำมาในอดีต วันดีคืนดีจะแว้บไปแว้บมาในหัวให้ชวนหงุดหงิดเสมอ ไม่ว่าจะเป็น ความผิดหวังจากการสอบ การทำงานที่รู้สึกว่ายังไม่ดีพอ ลากไปจนถึงเรื่องเล็กๆ อย่าง ทำไมวันนั้นเราพูดกับเขาด้วยคำนี้นะ มันไม่ดีเลย พอได้ฟังประโยคนี้เข้าไป เหมือนทำให้ตัวเองได้เจอทางสว่างอะไรมากขึ้น เหมือนมีคนมาตบไหล่ว่า เรื่องบางเรื่องมันผ่านไปแล้ว อย่าไปอะไรกับมันมากนัก

    Relearn: ถ้าความผิดพลาดในอดีตหวนกลับมาหาอีก เราจะบอกกับมันว่า ขอบคุณนะที่มาเป็นหนึ่งในบทเรียนชีวิตของเรา ก่อนจะโบกมือลา และก้าวเดินต่อไป


    #2
    Learn: "ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทยเป็นประชาธิปไตย รัฐ ไผทของไทยทุกส่วน" นักรบ มูลมานัส


    Unlearn: นักรบชวนทุกคนมาตั้งคำถามว่า "อะไรคือความเป็นไทย" (ซึ่งให้ฟิลลิงคล้ายที่ อ.พิเชษฐ พูดเมื่อปีก่อนแต่เล่าคนละมุม คนละแง่กัน) ในสไลด์หน้าหนึ่ง เขาเปิดสไลด์ที่มีเนื้อเพลงชาติไทยฉบับล่าสุด ซึ่งนี่ก็ดันไปสังเกตเห็นว่า เออ เนื้อเพลงฉบับดราฟท์แรกสุด มันโดนแก้เนาะ อารมณ์เหมือนลูกค้าอยากแก้คำในงานโฆษณา ซึ่งอันนี้คาใจมากๆ ว่า เอ๊ ทำไมเขาต้องแก้หนอ อาจจะเพราะเสียงไม่ลงคีย์ คำไม่ลงจังหวะ หรือ เพราะคนสั่งประกวดเนื้อเพลงคือ จอมพล ป. ผู้ดันแคมเปญชาตินิยมสุดลิ่มทิ่มประตู ในตอนนั้นหว่า ซึ่งเอาจริงๆ นี่ก็ยังคงเป็นปริศนาค้างใจกันต่อไป ว่าทำไมเขาถึงแก้หว่า อนึ่ง ประเด็นที่สงสัยคิดเลยไปไกลอันนี้ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่ speaker พูดเลย เขาเปิดหน้านี้แบบผ่านไปเร็วๆ ด้วยซ้ำ แต่ก็นั่นแหล่ะ ก็คนมันคาใจนี่นา

    Relearn: ด้วยสภาพบ้านเมืองในปัจจุบัน ถ้าใช้เนื้อร้องเพลงชาติเวอร์ชั่นก่อนแก้อันนี้ คงน่าจะสนุกอยู่ไม่น้อย


    #3
    Learn: "คนที่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงคือคนล้าหลัง คนที่เปลี่ยนแปลงคือคนที่ไม่พอเพียง" สุวิชาน พัฒนาไพรวัลย์


    Unlearn: บทเพลงพื้นเมืองของชาวปกาเกอะญอที่พี่ชิ-สุวิชาน นำมาเล่นให้ฟังบนเวทีสะกดทุกคนเอาไว้ได้อย่างอยู่หมัด เครื่องดนตรีพื้นเมืองผสมผสานกับเครื่องดนตรีตะวันตก ฟังแล้วชวนให้คิดถึงเพลงแนว indie folk อยู่ไม่น้อย ประโยคข้างต้นถูกกล่าวขึ้นมาในช่วงระหว่างบทเพลง มันคือสภาวะที่ชาวปกาเกอะญอต้องเผชิญอยู่ในปัจจุบัน กับ รอยต่อที่ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเดินไปทางไหนในสังคมแบบยุคสมัยใหม่ แต่ลึกๆ แล้ว ยังคงเชื่อได้อยู่แหล่ะว่า พวกเขาน่าจะหาเส้นทางที่สมดุลได้ เหมือนกับการผสมผสานเครื่องดนตรีในบทเพลงที่พี่ชินำมาแสดงให้เราเห็นบนเวที

    Relearn: ทุกอย่างมันก็มีทางสายกลางของมัน ตึงเกินไปก็ไม่ดี หย่อนเกินไปก็ไม่ได้ แต่ที่ไม่ดีที่สุด คือ การเอาเหตุผลของตัวเองไปตัดสินคนอื่น 


    #4
    Learn: "How can we hate each other even we haven't met them yet" จารุวรรณ สุพลไร่

    Unlearn: ในขณะที่ใครหลายคนอยากเดินทางไปญี่ปุ่น เกาหลี หรือ ยุโรป แต่พี่เขาออกเดินทาง 5,000 กิโลเมตร 5 ประเทศ 5 เดือน ตามเส้นทางของแม่น้ำโขง นอกจากจะบอกเล่าถึง "ความไร้พรมแดน" ของภาษาและน้ำใจในเพื่อนมนุษย์แล้ว หนึ่งในบทเรียนที่พี่เขามานำเสนอคือการที่เราหลายๆ คนพาลไปเกลียดเพื่อนบ้านเรือนเคียงในกรณีของประสาทเขาพนมรุ้ง ทั้งๆ ที่แต่ไหนแต่ไร เราก็อยู่กันมาอย่างสงบสุขมาโดยตลอด เมื่อได้ฟังก็กระตุกใจตัวเอง ตัวอย่างที่ยกมาอาจดูไกลตัว แต่เออ เราก็เคยหมั่นไส้ใครคนหนึ่งทั้งๆ ที่ได้ฟังแค่คำนินทาเขามาเหมือนกันนี่หว่า อืมมมมมม 

    Relearn: เข้าใจและอินในเพลง น้ำลาย - Silly Fools มากขึ้น และจะนำไปปฏิบัติตาม


    #5
    Learn: "ตอนนี้แม่นาคไม่ได้เป็นแม่นาคพระโขนงแล้ว เพราะแม่นาคอยู่เขตสวนหลวง" อาเจ็กสมชัย กวางทองพาณิชย์

    Unlearn: เราชื่นชอบในเรื่องราวของชุมชนต่างๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อได้มาฟังอาเจ็กสมชัยพูด นี่ถึงขั้นอยากกราบกรานเป็นซือแป๋มากๆ ยอมใจในความ "เนิร์ด" ต่อชุมชนละแวกบ้านเกิดของอาเจ็กย่านสำเพ็งและเยาวราชเหลือเกิน อาเจ็กสอนให้เรารู้ถึงการหาเรื่องราวที่น่าสนใจในละแวกบ้านของแต่ละคน และ ประโยคข้างต้นก็เปิดโลกมาก ไม่เคยรู้มาก่อนว่า การแบ่งเขตใหม่ของกรุงเทพมหานครจะทำให้แม่นาคต้องย้ายสำมะโนครัวไปแบบอัตโนมัติ (อีกเรื่องที่ Unlearn คือ ได้รู้ว่า Vivian Maier มาถ่ายเซลฟี่ที่ซอยเจริญกรุง 38 คือแบบ แถวบ้านมาก เดินผ่านทุกวันไม่เคยรู้) 

    Relearn: เรื่องใกล้ตัวที่เรามองข้ามไป บางเรื่องโคตรมีเสน่ห์เลย 


    #6 
    Learn: "ถ้าไม่ให้เด็กดูการ์ตูน แล้วจะให้ดูอะไร ให้ดูละครหลังข่าว หรือ หนังจีนดีไหม" น้าต๋อย เซมเบ้


    Unlearn: ประโยคข้างต้น น้าต๋อยพูดเมื่อปี 2530 คราวที่ต้องเข้าไปอธิบายให้เหล่าอาจารย์ นักวิชาการ และ "ทั่นๆ" ทั้งหลายกับประเด็นว่าการ์ตูนเป็นพิษเป็นภัยต่อเด็กไทย (และแพะในงวดนั้นคือ ดราก้อนบอล และ ซิตี้ฮันเตอร์) สิ่งที่น่าสนใจคือเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในปีก่อนที่ผมจะเกิดอีก แต่ทุกวันนี้ ประเด็นนี้ก็ยังไม่หายตายไปจากสังคมไทย ก็ไม่อยากคิดแบบนี้ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า ผู้ใหญ่หลายๆ คนในตอนนี้ มีความคิดราวกับสืบทอดทายาทอสูรมาจากผู้ใหญ่ในสมัยนั้นก็มิปาน 

    Relearn: จากใจจริง การได้เห็นน้าต๋อย ซึ่งเปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งในครอบครัว แข็งแรงขึ้นจากแต่ก่อน ออกมาโชว์พลัง ส่งต่อพลังให้กับคนดู​ แค่นี้ก็คุ้มแล้วจริงๆ และถึงแม้น้าต๋อยจะออกมายืนเฉยๆ บนเวที เราก็ยอมแล้ว ฮือ รักน้าต๋อย จากใจเด็กติดการ์ตูนคนนึง 


    #7
    Learn: "ในเมืองใหญ่ ที่ไม่ใช่บ้านเราที่นี่มันช่างหนาว อากาศของเขาเราต้องหนาวสั่น" รัสมี อีสานโซล

    Unlearn: ได้ยินคำร่ำลือ ได้ฟังเพลงของเขามานานแล้ว และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ฟังแบบสดๆ (แถมสดมาก เพราะนั่งติดขอบหน้าเวที) พลังมาเต็ม กระแทกปังๆ ติดสตัน และไม่ใช่แค่เสียงของพี่รัสมี วงแบ็คอัพของพี่เขาก็เล่นโคตรดี พลิ้วมาก ย้วยมาก ลื่นไหลมากกกกกกก Eargasm กันไป

    Relearn: การต้องฟังดนตรีแบบนี้แต่ลุกขึ้นเต้นหรือเซิ้งไม่ได้ คือ ทุกรกริยาแบบหนึ่ง 


    #8
    Learn: "การแปะป้ายคนอื่น จะทำให้เราหา Value อะไรบนโลกไม่ได้เลยจนกว่าเราจะรู้ว่าใครเป็นคนทำสิ่งนั้น" ป๋อมแป๋ม นิติ ชัยชิตาทร


    Unlearn: ไม่เคยดู เทยเที่ยวไทย แบบจริงจังมาก่อน (ดูเพราะเพื่อนเปิด เลยไปยืนส่อง) เรารู้สึกว่าพี่ป๋อมแป๋มมีพลัง และ มีลูกล่อลูกชนในการพูดจนทำให้เราต้องหยุดฟัง เรื่องการแปะป้าย (Labeling) นี่ก็เปิดโลกเราเหมือนกัน มันเป็นเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน (ที่เราเองก็ทำในบางที) แต่ก็มองข้ามๆ มันไป พอได้ฟังคนมาพูด แถม อธิบายได้โคตรเห็นภาพมากๆ ก็ช่วยเตือนสติให้เรา ลด ละ เลิก พฤติกรรมแบบนี้ได้ 

    Relearn: จะพยายามไม่แปะป้ายคนอื่น จะไม่คิดไปก่อนว่าเขาเป็นคนแบบไหน เออ สำหรับคนสันดานเสียแบบข้าพเจ้ามันโคตรยากเลย แต่จะพยายาม 


    #9
    Learn: "เพราะป้าให้หลานๆ ของป้าของทุกคนไปขอขมาญาติและผู้สูญเสียของทุกคนได้ เราจึงจัดวันสันติภาพขึ้นมา" ป้ามล คุณทิชา ณ นคร

    Unlearn: ถ้าถามว่า Talk ไหน Unlearn เรามากที่สุด เราคงต้องตอบว่า Talk นี้ ป้ามลพาเราไปสู่โลกที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน โลกของเด็กที่เคยเดินผิดพลาดจนต้องถูกจับกุม ถูกนำตัวส่งไปยังสถานพินิจ แต่ เรื่องราวของบ้านกาญจนาภิเษก บ้านที่ไม่มีรั้ว ไม่มีกุญแจมือ ไม่มีกระบอง ทำให้เราได้เปิดโลกเบิ้ลซ้ำสองไปอีก ป้ามลทำให้เราเชื่ออีกครั้งในการมองโลกที่ว่า "เราทุกคนมีด้านที่ดีซ่อนอยู่ในตัว" 

    ป้ามลเล่าให้ฟังว่า เคยมีเด็กคนหนึ่งไปแทงคนในครอบครัวหนึ่งเสียชีวิต เขาเลยถูกส่งมายังบ้านกาญจนาภิเษก เวลาผ่านไป มีเด็กซึ่งเป็นญาติของผู้เสียชีวิต ถูกส่งมายังบ้านหลังนี้เช่นกัน เด็กคนนี้เข้ามาเพราะต้องการจะมาฆ่าเด็กคนแรก ป้ามลเห็นดังนั้น จึงจัดกิจกรรมขอขมาเหยื่อและผู้สูญเสียขึ้น เขาพาพ่อแม่และเด็กคนแรกไปขอขมาต่อญาติของอีกฝ่าย พร้อมทั้ง ให้เด็กทั้งสองคนมาเปิดใจ ขอขมาซึ่งกันและกัน ในบันทึกความรู้สึกของเด็กหลังจากเหตุการณ์นี้ เด็กคนแรกบอกว่า นี่คือคืนแรกที่เขาหลับสนิทในรอบหลายปีที่ผ่านมา เมื่อจบกิจกรรมนี้ลง หลานๆ ของป้าหลายคนก็มาบอกว่า อยากจะขอขมาต่อญาติของผู้สูญเสียบ้าง และนี่คือจุดกำเนิดของวันสันติภาพ พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธ์ที่ให้เด็กได้ทบทวนความคิด และ ขอโทษในการกระทำของตัวเอง 

    Relearn: ลึกๆ เราเคยสงสัยในแนวทางของคุกแถวสแกนดิเนเวียว่า เออ ถ้ามันสบายจริงขนาดนั้น คนมันจะเปลี่ยนไปได้จริงๆ หรอวะ ขอบคุณป้ามล ที่มาช่วยยืนยันแนวคิดนี้ว่ามันเป็นจริงได้ 



    #10
    Learn: "อุปสรรคที่ทำให้เราหาตัวเองไม่เจอคือเสียงกรีดร้องในใจ" พระจิตร์ จิตตสวโร

    Unlearn: หลังๆ เราไม่ค่อยได้ข้องแวะอะไรกับทางธรรมสักเท่าไร แต่ที่พระจิตร์มาพูดใน Talk นี้ พาเราบรรลุอะไรหลายๆ อย่างที่เราต้องเจออยู่ในทุกๆ วันได้ดีประมาณนึงเลย ท่านเล่าว่า แรกๆ เวลาที่ท่านต้องทำอะไรที่ไม่ชอบ ในใจจะมีเสียงกรีดร้องออกมารบกวนตัวเองเสมอ และนั่นทำให้ท่านไม่เข้าใจถึงความสงบที่แท้จริงสักที แต่แล้ววันหนึ่ง วันที่ท่านสามารถอยู่กับสิ่งที่เกลียดแล้วไม่เกลียดได้ เมื่อเราเปลี่ยนความคิดในใจ เสียงกรีดร้องมันก็เงียบลงในทันที และในวินาทีนั้นเอง ท่านก็ได้เข้าใจแล้วว่าตัวเองแท้จริงกำลังมองหาอะไร หลังจากที่ท่านหลงทางมานานแสนนาน 

    Relearn: ในฐานะที่เป็นคนโวยวายและหงุดหงิดกับสิ่งที่ไม่ชอบอยู่ประมาณนึง ต่อไปนี้ จะลองพยายาม (น่าจะหนักมาก) ที่จะเปลี่ยนเสียงกรีดร้องเป็นเสียงแห่งความสุข พยายามมองหาความดีงามในสิ่งที่เกลียดให้ได้ (ฮืออ แค่ฟังก็ยากแล้ว) 


    อนึ่ง ทั้งหมดนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งในงานเท่านั้น ยังมีอีกหลายประโยค หลายช่วง และ หลายแง่มุมในแต่ละ TalK ที่อยากชวนทุกคนให้มาลองเปิดใจฟังกันจริงๆ ใครฟังแล้วชอบอันไหน แวะมาเม้นท์บอกกันได้นะ 

    (ปล ทีมงานบอกว่าคลิปย้อนหลังน่าจะมาแถวๆ อาทิตย์หน้า ช่วงปลายเดือนครับ) 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in