……….
ตอนที่ 8 : กลางดึกในร้านขายปืน
“มีอะไร” ริกถามขึ้นเมื่อเห็นผมร้องลั่นพร้อมกับรีบปิดประตู
ปึ้ง ! ปึ้ง ! ปึ้ง ! ๆ ๆๆ
“โอเค รู้และ” ริกรีบลุกขึ้นมาสะพายเป้ขึ้นหลังก่อนคว้าท่อนเหล็กมากระชับไว้ในมือ
“มึงนี่ก็จะเอาอย่างเดียวเลย ไปหาอะไรมาขวางทางก่อนเด้” ผมบอกริกให้ไปช่วยหาของมากั้นในขณะที่ผมกำลังดันประตูไว้
“ไอ้นี่น่าจะพอใช้ได้” ริกจัดแจงลากชั้นวางของซึ่งทำด้วยเหล็กมาขวางประตูเอาไว้
“ไปเอากล่องมาวางทับอีกทีดิ” ผมบอก
“กล่องอะไรวะ หนักชิบ” ริกบ่นขณะแบกกล่องที่พื้นขึ้นมาวางบนชั้น
“แล้วทำไมไม่เปิดดูก่อนล่ะ ว่ามันคืออะไร” ผมพูด เปิดกล่องที่มันเอามาวางไว้บนชั้น
“เฮ้ย ! ไอริก กระสุนปืน” ผมถึงกับตะลึงเมื่อเปิดขึ้น มันเป็นกล่องใส่กระสุนปืนจำนวนมากอัดกันแน่นอยู่ในกล่องลังที่มันเอามาวางเพิ่มน้ำหนักให้ชั้นวางของ
“เดี๋ยวนะ ถ้างั้นกล่องในห้องนี้มันก็คือ”
“ฮ่าๆ มันต้องยังงี้เซ่” ริกตะโกนร้องด้วยความดีใจ
ผมหยิบปืนขึ้นมาก่อนจะเดินไปยังห้องลูกกรงเหล็กข้างในที่ผมเห็นก่อนหน้าโดยมีไอริกเดินส่องไฟตามมาข้างหลัง
“โว้วว !” ริกอุทานด้วยความทึ่งกับสิ่งที่มันเห็น
“งานนี้มีมันส์อ่ะ บอกตรง” ผมหยิบปืนขึ้นมาบอกให้ริกถอยหลบไปข้างหลังก่อนยิงใส่แม่กุญแจจนหลุดออกจากประตู
“พอเห็นว่ามีกระสุน นี่มึงยิงไม่คิดเลยนะ” ริกว่า รีบเดินเข้าไปในห้องเก็บปืนทันที
“น่าเสียดายที่เราเอาไปหมดไม่ได้” ผมพูด
“แค่ปืนสั้นกับปืนกลก็พอแล้ว เอาไรมาก” ริกตอบ มองหาปืนที่ถูกใจ
“นี่มัน HK416 นี่หว่า เอาอันนี้แหละเหมือนที่เคยเล่นในเกมส์เลย” ผมพูด เมื่อเห็นปืนคุ้นตาวางอยู่ตรงหน้า
“ว่าแต่เราจะรู้ได้ไงว่ากระสุนมันอยู่กล่องไหน” ริกถามก่อนจะหยิบปืน M4A1 ออกมาจากชั้น
“ก็ดูที่กล่องดิ เกมส์นี้มันง่ายตรงที่ว่าแต่ละกล่องมันบอกว่าเป็นกระสุนของปืนชนิดอะไร”ผมตอบ
“ใช่หรอวะ” ริกเดินไปเปิดกล่องลังในชั้นข้างๆ ก่อนจะหยิบกล่องกระสุนปืนออกมาดู
“ถ้าเกมส์นี้มันไม่สมจริงก็ตรงนี้ล่ะมั้งกล่องปืนสั้นก็ปืนสั้น สไนเปอก็มีกล่องกระสุนของมัน ระบบมันคงพลาดตรงนี้มั้ง ไม่ก็ขี้เกียจทำหลายแบบ” ผมพูด
“มันก็ง่ายดีเหมือนกัน ว่าแต่รีบๆ หน่อยเถอะ ประตูมันคงต้านได้ไม่นานหรอก” ริกว่า
เมื่อเราสองคนจัดแจงกับอุปกรณ์ใหม่ได้ซึ่งตอนนี้พวกเราไม่ต้องถือไฟฉายแล้วเพราะริกไปเจอไฟฉายกระบอกเล็กที่เอาไว้ติดปลายปืนทำให้พวกเราสามารถทำอะไรได้สะดวกขึ้น
และตอนนี้หลังผมก็ค่อนข้างหนักไปกับกล่องกระสุนปืนที่หยิบมาหลายสิบกล่องโดยแต่ละกล่องก็บรรจุแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของปืนโดยส่วนใหญ่ผมกับริกจะหยิบกล่องกระสุนปืนกลมาซะมากกว่ารองมาก็ปืนสั้นแต่ตัวผมเอากระสุนสไนเปอร์มาเพิ่มอีกสองสามกล่องเนื่องด้วยผมเอาสไนเปอร์ไม้ที่แขวนอยู่มุมห้องมาด้วย
แทบจะเรียกได้ว่าผมกับริกพร้อมจะออกไปทำสงครามกันเลยทีเดียวตัวผมถือปืนกลไว้ในมือแถมยังสะพายสไนเปอร์ไว้ที่ไหล่อีกต่างหากส่วนเจ้าริกหยิบมาแค่ M4a1 กับปืนสั้น
“พร้อมยัง” ริกถาม
“ยิ่งกว่าพร้อมอีกตอนนี้” ผมลากเอาชั้นที่ขวางทางออกก่อนเปิดประตูโดยมีไอริกคอยต้อนรับซอมบี้อยู่
ทันทีที่ผมเปิดประตูเหล่าซอมบี้ก็กรูกันเข้ามายกใหญ่แต่มันก็ไม่สามารถทำอะไรพวกเราได้พวกเราสองคนสาดกระสุนยิงใส่เหล่าซอมบี้จนเสียงดังกังวานไปทั้งห้องพร้อมกับเลือดที่สาดกระจายไปทั่วทำเอาแถวๆ ประตูห้องกลายเป็นสีแดงไปทั้งผนังและพื้น
ผมเดินนำหน้าริกลงบันไดไปยังชั้นล่างเมื่อซอมบี้เสร็จพวกเราไปหมดแล้วถึงแม้จะมีปืนก็ใช่ว่าจะทำให้อาการกลัวความมืดมันน้อยลงเลยเพราะอย่างไรเราสองคนก็ยังคงมองเห็นแค่รอบวงไฟฉายเท่านั้นนอกจากนั้นก็จะกลายเป็นเงาดำๆ ไปหมด
“รู้สึกว่าจะโล่งแล้วนะ” ทันทีที่พูดจบผมรู้สึกว่ามีอะไรพุ่งเข้ามากระแทกผมลงไปนอนกองอยู่กับพื้นทำเอาปืนผมถลาออกไปข้างหน้า และยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวลุกก็โดนอะไรไม่รู้ลากไปตามพื้นที่ไม่รู้ว่าจะไปสุดที่ไหนอีกทั้งมองอะไรก็ไม่เห็นด้วย
“เฮ้ย ! ไอริก ช่วยด้วย !” ผมตะโกนสุดเสียงเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ไออ๋อง ! ไออ๋อง !” ผมได้ยินเสียงไอริกตะโกนเรียก แต่ตอนนี้ผมถูกลากมาไกลมากเห็นแค่แสงไฟฉายจากปืนที่ตกอยู่บนพื้นกับวงไฟของไอริกที่สาดแสงไปทั่วห้องเพื่อหาผม
ขณะที่ผมโดนลากผมก็สงสัยว่าถ้ามันเป็นซอมบี้จริงทำไมมันไม่กัดผมล่ะคิดได้ดังนั้นจึงรีบชักมีดที่ข้างเอวออกมา พยายามควานหาที่ยึดเกาะ
ผมกวาดมือไปในความมืดจนไปจับแท่งอะไรสักอย่างซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นขาโต๊ะก่อนออกแรงพลิกตัวเองขึ้นพร้อมกับปามีดใส่ไปยังเงาดำทะมึนที่อยู่ข้างหลังไม่นานก็เกิดเสียงร้องโหยหวนขึ้น พอเจ้าตัวที่จับขาผมมันปล่อยมือ ผมรีบลุกแล้ววิ่งกลับไปยังทางเดิมโดยไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่าเพราะมันมืดมากผมวิ่งไปชนนู่นทีชนนี่ทีหลายรอบจนคิดว่าถ้าผมมองเห็นตัวเองตอนนี้คงจะมีรอยช้ำหลายจุดแน่
“กูเองๆ !” ผมรีบตะโกนออกไปเมื่อเห็นแสงไฟไอริกกำลังส่องไปทั่วห้อง
ปัง ! ปัง ! ปัง !
เกิดเสียงปืนดังสนั่นขึ้นเป็นระยะๆ พอได้ยินเสียงปืนผมจึงรีบหมอบทันทีก่อนจะตะโกนเรียกไอ้ริกที่อยู่ข้างหน้า
“กูเองว้อย ” ผมตะโกนออกไป
“รู้น่า กูยิงซอมบี้ ไม่ใช่มึง แล้วนี่มึงอยู่ตรงไหนเนี่ย” ไอริกตะโกนถาม
“เอาไงดีวะ” ผมพึมพำกับตัวเองค่อยๆ คลานไปกับพื้นโดยมีแสงจากไฟฉายริกเป็นเครื่องชี้ทางให้ ผมคลานไปเรื่อยๆ ตามทางที่แม้แต่มือตัวเองยังไม่เห็นไม่รู้ร้านนี้มันไม่ทำหน้าต่างรึยังไง มือผมเลื่อนไปจนโดนเท้า เท้า? หรือว่า...
แฮ่ !
“นั่นไง ชอบมากันตอนเนี้ย ถือครบมือล่ะไม่มา” ผมสบถ รีบลุกแล้วพุ่งเข้าใส่เจ้าซอมบี้ข้างหน้าถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นแต่ยังไงรูปร่างมันก็ยังเป็นคนเหมือนเดิมแค่ระวังไม่ให้โดนกัดก็พอแล้วผมปล่อยหมัดใส่มันไปสองสามชุดที่หน้า จนผมรู้สึกได้ว่ามันไม่มีทางตายด้วยวิธีนี้นี่หว่าทำต่อไปก็เจ็บมือเปล่าๆ
ผมรีบลุกขึ้น ออกวิ่งโดยอาศัยหลบเงาสิ่งของต่างๆเอา เนื่องด้วยตอนนี้สายตาผมเริ่มปรับเข้ากับความมืดได้แล้วแต่ไม่วายจะไปวิ่งชนเข้ากับซอมบี้ตัวข้างหน้าเข้าให้จนลงไปนอนฟัดอีกรอบและคอยกันมันออกไม่ให้มากัด
“มันมีกี่ตัววะเนี่ย ! ไอริก ริก กูอยู่ตรงนี้ มาช่วยก่อนเด้” ผมตะโกนออกไปเมื่อรู้สึกว่ามันอาจจะลืมเพื่อนคนนี้ไปแล้ว
“กูไม่ว่าง โอ๊ย !” ผมได้ยินเสียงไอริกตอบก่อนจะได้ยินเสียงมันร้องไล่หลังมา
“เวรจริงๆ !” ผมยันตัวลุกขึ้นและกระทืบซ้ำลงไปตรงตำแหน่งที่ผมคาดว่าน่าจะเป็นหัว
“ตู้อะไรเยอะแยะวะเนี่ย” ผมถีบตู้ที่ขวางข้างหน้าจนล้มลงกับพื้นเกิดเสียง เพล้ง ! จึงรู้ว่ามันเป็นตู้กระจกผมรีบเดินผ่านเศษซากกระจก พร้อมกับวิ่งข้ามตู้แทนเนื่องด้วยมันก็ไม่ค่อยจะสูงเท่าไหร่อีกทั้งถ้ามัวแต่อ้อมไปอ้อมมาในความมืดที่ไม่รู้ว่าทางไหนเป็นทางไหนยิ่งแย่ใหญ่
“สุดท้ายก็ต้องกลับมาช่วยมึงรึเนี่ย” ผมพูด เตะซอมบี้ตัวหนึ่งที่วิ่งมาทางผมจนหงายหลังลงไปกับพื้น
“กูโดนกัดอีกแล้วเนี่ย อย่างซวยเลย” มันพูด ใช้ท้ายปืน M4a1 ของมันฟาดเข้ากับซอมบี้ข้างหน้า
“กูว่าทำไงก็ได้ให้มันสว่างเถอะ ยิ่งนานเรายิ่งเสียเปรียบนะแบบนี้ มองก็มองไม่เห็นไม่รู้ด้วยว่ามันมาจากไหน” ผมว่า
“เอ้า ! เป้ เจออยู่แถวๆ ปืน แต่ไม่ได้เอาปืนมาด้วยนะไม่ทันจริงๆ”
“แค่นี้ก็เยี่ยมแล้ว” ผมรีบควักปืนสั้นออกมาจากเป้พร้อมกับไฟฉาย ก่อนเริ่มเปิดฉากยิงเข้าใส่ซอมบี้ตัวที่วิ่งเข้ามาทุกนัดยิงเข้าที่หัวจน เสียงหยดเลือดที่กระเซ็นฟังชัดภายในร้าน
“ซอมบี้มันไม่ได้เยอะหรอก แต่มึงเล่นยิงที่ตัวมันจะไปตายได้ไงล่ะ” ผมพูดพลางยิงใส่หัวซอมบี้ไปอีกสองสามตัว
“แล้วใครมันจะไปมองเห็นล่ะวะ” ริกตอบก่อนจะฟาดซอมบี้ด้วยปืน
“ไอ้ไฟฉายที่ปืนมันไม่ได้ช่วยมึงเลยสินะ แต่กูว่ามึงกลัวจนเล็งไม่ถูกมากกว่ามั้ง”
“แหม ! ไม่กลัวเลยสินะ ริกช่วยด้วยๆ เนี่ย” ริกเลียนเสียงผมไปจัดการซอมบี้ไป
สักพักผมกับมันก็สามารถจัดการพวกซอมบี้จนคิดว่าไม่น่าจะมีเหลือในร้านแล้วจึงบอกให้ริกเปลี่ยนกระสุนปืนเตรียมไว้ มีที่ไหนเล่นใช้แค่แม็กเดียวแล้วเอาปืนมาฟาดแทนซะงั้น
“เฮ้อ ! ซวยแท้ๆ ยังไม่ทันจะเริ่มวันใหม่เลยนะเนี่ย” ผมถอนหายใจ เดินสะพายเป้แล้วไปหยิบปืนที่ทำตกไว้ตั้งแต่แรกขึ้นมาถือก่อนนั่งพักบนขั้นบันไดแรกสุด
“เอาไงต่อล่ะทีนี้” ริกถาม ขณะฉีดยาต้านไวรัสอยู่บนเคาน์เตอร์คิดเงิน
“ออกไปจากที่นี่สิคับ นี่ก็ถามแปลก” ผมตอบ
“งั้นเราต้องรีบไปแล้ว เล่นยิงกันไม่สนใครแบบนี้ คงแห่มาทั้งเมืองแล้วมั้งเดี๋ยวกูจะขึ้นไปเอากระสุนเพิ่ม มึงไม่ต้องขึ้นมาหรอก เดี๋ยวเอาลงมาให้ ดูว่าข้างล่างมีอะไรใช้ได้มั่งยังไงที่นี่มันก็ร้านขายอาวุธ” ริกพูดจบก็เดินขึ้นไปข้างบน
เมื่อมันขึ้นไปได้สักพักผมจึงหยิบไฟฉายขึ้นมาส่องดูสภาพร้านหลังจากที่เรามีสงครามย่อยๆไปเมื่อครู่ เท่าที่ผมสังเกตภายในร้านจะมีแต่ตู้กระจกทั้งนั้นที่เอาไว้โชว์พวกอาวุธต่างๆซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นปืนพกและพวกมีดสั้น ผมส่องไฟที่พื้นขณะเดินข้ามพวกซากศพซอมบี้ที่ผมกับไอริกจัดการไปเป็นจำนวนมากหลังจากเดินดูอยู่คร่าวๆผมจึงสังเกตเห็นตู้สีดำขลับไปทั้งตู้ มันถูกตั้งวางไว้ที่มุมห้องและแถวๆนั้นก็ยังมีตู้ใหญ่ที่คล้ายๆ กันอีกหลายตู้
ผมเดินฝ่าความมืดเข้าไปใกล้จนแสงไฟสะท้อนเข้ากับสีดำของตู้จนเป็นมันเงาวาวขึ้นมาจึงลองเปิดประตูดูซึ่งพบว่ามันไม่ได้ล็อค ภายในเต็มไปด้วยอุปกรณ์ประเภทชุดเกราะหรืออุปกรณ์สวมใส่ต่างๆ
แต่พอจะหยิบกับกลายเป็นว่าอยู่ดีๆมือมันก็ทะลุเข้าไปในชุดซะงั้นผมตกใจกับสิ่งที่เกิดเลยรีบชักมือกลับออกมา ก่อนจะได้ยินเสียงขึ้นว่า
//กรุณาเสียบ ID CARD ก่อนซื้อของด้วยค่ะ//
“ตั้งขายกันอย่างนี้เลยหรอเนี่ย” ผมพึมพำปนทึ่งก่อนหยิบไอดีการ์ดขึ้นมาสำรวจว่าเงินของตัวเองมีมากน้อยเท่าไรเพราะผมก็จัดการซอมบี้ไปมากอยู่เหมือนกัน
ก่อนพบว่ามีอยู่หมื่นกว่าโกลด์จึงลองใส่การ์ดเข้าไปดูเพราะอยากรู้ราคาว่ามันเท่าไร ผมเสียบบัตรเข้าช่องข้างๆ ประตู เกิดหน้าจอโฮโลแกรมขึ้นมาขนาดใหญ่เท่ากับครึ่งตู้บนผมเลื่อนแถบรายการไปมาเพื่อดูราคาสินค้าต่างๆ
“เสื้อเกราะธรรมดา ห้าพัน เกราะเบาแปดพันห้า มันไม่มีถูกกว่านี้รึไงวะนี่ซื้อทีหมดตัวเลยนะเนี่ย”
ผมเลื่อนไปเลื่อนมาจนไปเจอเข้ากับซองใส่ปืนที่สามารถสวมไว้กับกางเกงเหมือนกับที่พวกทหารเค้าใช้กัน
“พันเดียว นี่สิราคายุติธรรม จะได้ไม่ต้องมาเก็บไว้ในเป้ ผมกดเลือกพร้อมกับยืนยันว่าจะซื้อหน้าจอโฮโลแกรมพลันหายไปแล้วมีไอ้ซองปืนนั่นแขวนอยู่ตรงหน้า
ผมหยิบมันออกมาจากตู้แล้วลองใส่ดูมันให้ความรู้สึกเท่ห์เหมือนกับในเกมหรือหนังไม่มีผิด ผมจัดแจงเอาปืนพกมาใส่ไว้ในซองที่อยู่เหนือเข่าขึ้นมาหน่อยก่อนล็อคซองปืนให้เรียบร้อย สักครู่ผมก็ได้ยินเสียงริกเดินลงมาจากบันได
“ไปทำอะไรตรงนั้นน่ะ” มันถามพร้อมกับส่องไฟมาที่ผม
“ซื้อของอยู่ มาดูดิ” ผมเรียก
“ซื้อจากตู้เนี่ยนะ มันของระบบหรอตู้นี้” ริกเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง
“ใช่ กูเพิ่งซื้อซองปืนมาเอง” ผมตอบพร้อมกับส่องไฟลงมายังซองปืนที่ขา
“เจ๋งนี่หว่า เดียวขอลองมั่ง” ริกใส่การ์ดเข้าไปแล้วเลื่อนรายการไปมาเหมือนกับผมก่อนที่มันจะบ่นว่า “ของมันจะแพงไปมั้ยว่ะ มีแค่สองหมื่นกว่าๆเองนะ”
“มึงยังมีมากกว่ากูอีก” ผมพูด
สุดท้ายเราสองคนก็ไม่ได้ซื้ออะไรมากริกมันก็ซื้อซองปืนสำหรับสวมที่ขาเหมือนผม พวกเราเตรียมพร้อมจะออกเดินทางต่อแล้ว ตอนนี้เวลาก็ปาไปเกือบจะตีสี่แล้วด้วยอีกไม่นานก็สว่างแล้ว
“เอาไงต่อ” ริกถามเริ่มมองเห็นอะไรได้ง่ายขึ้นเพราะเริ่มสว่าง
“ก็ออกไปเอาจักรยานแล้วปั่นหาทางออกนอกเมืองน่ะสิ” ผมตอบ หยิบกล่องเหล็กสีออกเทาๆที่หล่นอยู่บนพื้นขึ้นมา คงหล่นตอนที่กระจกแตก ผมคิด ก่อนเปิดกล่องดูว่าข้างในมันเป็นอะไร
“ไม่เห็นรึไง ว่าข้างนอกมีแต่ซอมบี้ที่แห่มาเพราะเสียงปืนของพวกเราน่ะดีไม่ดีไอ้สไนเปอร์นั่นมันก็อยู่แถวนี้เนี่ยแหละ” ริกพูดขณะมองลอดแผ่นไม้ที่ขวางประตูเห็นซอมบี้อยู่มากมายที่ล้อมรอบ แต่ก็ไม่ใช่จำนวนที่จะฝ่าออกไปไม่ได้ซะทีเดียว
“ตอนนี้เรามีไอ้นี่แล้วไงล่ะ” ผมพูดพร้อมกับชูสิ่งที่อยู่ในมือผมให้มันดู
“อะไรวะ เฮ่ย ! มึงไปเอามันมาจากไหนเนี่ย” ริกอุทานด้วยความทึ่งเมื่อส่องไฟเห็นสิ่งที่ผมถืออยู่ในมือ
“เจอมันตกอยู่กับพื้นน่ะสิ ทีนี้เราก็เปิดทางออกไปได้ง่ายๆ แล้วล่ะ” ผมหัวเราะกับแผนการณ์ที่เพิ่งจะคิดได้พลางมองลูกระเบิดในมือที่เพิ่งจะเก็บมา
..........
เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น
Log in