#mereadingg กรีดนิยายวาย เกาหลี/จีนmgk993
살아서 만납시다 // Let's Meet Alive
  • //กรีดมาก อวยมาก นี่เป็น AZ ที่ดีที่สุดที่อ่านมาแล้ว โหยหวนยาวมากนะคะ //




    คนเขียน: 할로윈
    แนว: ซอมบี้, วันสิ้นโลก, ตัวเอกเก่ง, พระเอกไทป์หมายักษ์, fluff
    ความสัมพันธ์: นายจ้าง X บอดี้การ์ด / หมาจินโด X คนเลี้ยง
    จำนวนตอน: 71 ตอน (ยังไม่จบ)

    ก่อนเปิดเรื่อง มีการเล่าถึงเฮลิคอปเตอร์ทหารที่ติดต่อกับศูนย์เพื่อให้จัดเตรียมทีมแพทย์ไว้สำหรับคนในทีมที่กำจัดบาดเจ็บและไม่ได้สติ ขณะที่กำลังรายงานเหตุการณ์ ศูนย์ก็ได้ยินเสียงตะโกนจากเฮลิคอปเตอร์ว่าทหารที่บาดเจ็บไม่ได้สติ ลืมตาขึ้นมาแล้ว และก็กระโจน “กัด” นายทหารโดยรอบ ก่อนที่จะได้ยินเสียงปืนกราดยิง และเสียงร้องตะโกนแตกตื่นว่าทหารทำร้ายนักบิน ... ก่อนที่สัญญาณทุกอย่างจะขาดหายไป

    เริ่มเรื่อง Lee Shinhoo ทหารจากหน่วยกองกำลังพิเศษที่เพิ่งลาออกมากำลังจะเริ่มงานในฐานะบอดี้การ์ด และระหว่างที่กำลังแต่งตัวและเตรียมออกจากบ้าน Shinhoo ที่เปิดช่องข่าวไว้ ก็ได้ยินการรายงานข่าวเรื่องเฮลิคอปเตอร์ทหารตกบนเขาจากการที่เครื่องขัดข้อง โดยเจ้าตัวเองก็คิดว่าแปลก เพราะว่าเฮลิคอปเตอร์ที่ได้รับการดูแลและตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอไม่น่าจะเกิดปัญหาถึงขั้นที่เครื่องตก และยิ่งกว่านั้น ภาพของเฮลิคอปเตอร์ในทีวีก็มีรอยกระสุนปืนยิงกราดอยู่ด้วย

    งานใหม่ของ Shinhoo ก็คือเป็นบอดี้การ์ดให้ Han Taebaek ลูกชาย chaebol บริษัทขนาดใหญ่ตามคำสั่งของประธานบริษัท ซึ่งก็คือพ่อเลี้ยงของ Taebaek เพื่อให้จับตามองลูกเลี้ยงของตน มากกว่าจะเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัยจริงๆ และขณะที่แม่ที่เสียไปของ Taebaek เป็นเจ้าของบริษัท แต่ตำแหน่งในองค์กรของลูกชายเจ้าของกลับเป็นหัวหน้าทีมเล็กๆ แม้ว่าจะมีที่ทำงานใหญ่โตหรูหราก็ตาม

    ตอนแรก Shinhoo คิดว่า Taebaek จะเอาแต่ใจ วางท่าตามลักษณะลูกเศรษฐี แต่กลายเป็นผิดจากที่คาด เพราะนอกจากนิสัยชอบแหย่แล้ว ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เจ้าตัวมีนิสัยเรียบง่าย และการดูแลและอยู่ร่วมกับ Taebaek ก็ราบรื่นกว่าที่คิด

    แต่ละวันของ Shinhoo เริ่มต้นที่ไปหาอีกคนที่บ้านในตอนเช้า และก็นั่งรถหรูที่ Taebaek ขับไปที่บริษัทด้วย และระหว่างที่เจ้าตัวทำงาน ตัว Shinhoo ก็คอยระวังอยู่ด้วยแค่นั้น ก่อนที่ตอนเย็นจะนั่งรถกลับไปกับ Taebaek ที่บ้าน

    จนกระทั่งครึ่งอาทิตย์ผ่านไป ในตอนเช้า ระหว่างทางที่นั่งไปที่บริษัท เจ้านายเก่าของ Shinhoo โทรมาหา และบอกว่าถ้าอยากรอดชีวิตก็ให้รีบเดินทางไปหาตัวเอง และ Shinhoo ที่ไม่สนใจอะไร โดยเฉพาะเมื่อทำหน้าที่อารักขา Taebaek อยู่ ก็บอกปัดไป และเมื่อมาถึงบริษัทตามปกติ น่าแปลกที่รถของพ่อเลี้ยง Taebaek ที่มาทำงานก่อนทุกวัน และไม่เคยขาดงานไม่ได้อยู่ในที่จอด ยิ่งเมื่อขึ้นไปที่ห้องทำงาน และระหว่างที่ Taebaek นั่งอ่านเอกสารอยู่ก็ได้ยินเสียงอุบัติเหตุดังขึ้นมาถึงห้องทำงานข้างบน เมื่อสองคนและเลขาเดินมาชะโงกดูที่หน้าต่างก็เห็นว่ารถบัสชนกันบนถนน และที่แปลกเกินกว่าจะเป็นแค่อุบัติเหตุจราจร ก็เพราะการทำร้ายร่างกายและนองเลือดต่อมา ขณะที่ Taebaek ที่เห็นเหตุการณ์กำลังจะกลับไปที่โต๊ะเหมือนเดิม ตัว Shinhoo ที่อาชีพและนิสัยทำให้การรับรู้อันตรายและโต้ตอบฉับไวก็ตีความไปถึงความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดว่าเกิดการรัฐประหารขึ้นจากฝีมือของคนในรัฐบาล เมื่อทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ด แล้วเคยเป็นทหารมาก่อน พอสถานการณ์เริ่มผิดปกติ ความปลอดภัยของเจ้านายต้องมาเป็นอันดับแรก ก็บอก Taebaek ทันทีว่าให้กลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน ไม่นับที่บอกให้เลขาของ Taebaek สั่งให้เจ้าหน้าที่ในบริษัทปิดประตูทางเข้าออก เอา shutter ลงมาไม่ให้คนนอกเข้ามาได้อีกต่างหาก

    ระหว่างทางเหมือนจะไม่มีอะไรปกติ แต่ทว่าก็มีคนที่ขับรถสวนทางมาจะชนรถของ Taebaek และเมื่อหักหลบ รถก็ชนเสาไฟฟ้าแทน ระหว่างที่คิดว่าจะลงไปช่วยดีหรือไม่ จ้องมองอยู่ก็เจอว่า "บางอย่าง" ที่เหมือนมนุษย์ แต่อ้าปากกว้าง มีฟันแหลมคมกระโดดมาจากท้ายรถ และกัดกินคนขับ โดยที่อ้าปากกว้างที ร่างกายส่วนหนึ่งก็หายไปที ซ้ำร้าย เมื่อเห็นทั้งสองคนก็กระโดดเกาะท้ายรถมาด้วย ขับสลัดอย่างไรก็ไม่หลุด แถมยังกัดเหล็กรถได้อีก

    สุดท้าย "บางอย่าง" นั้นก็ตามสองคนมาถึงที่จอดรถ และด้วยความที่ไม่มีอาวุธเหมาะสมในมือ Shinhoo ก็บอกให้ Taebaek ถอยรถให้อัดชนกับกำแพงแล้ว Shinhoo ลงมาสู้ จนในที่สุด ก็จบลงที่ Taebaek ถอยรถให้อัดชนกับกำแพงอีกรอบ และ Shinhoo เอามีดแทงกระโหลกไป

    เมื่อส่งเจ้านายถึงห้อง Shinhoo ก็บอกลาจะกลับไปที่บ้านตัวเอง โดยบอกอีกคนว่าการที่ Taebaek เป็นลูกหลาน chaebol ใหญ่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ทั้งรัฐบาลและทหารไม่เข้ามาแตะต้องแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเขตที่พักอาศัยเป็นเขตคนมีฐานะ ถ้าเก็บตัวอยู่ในบ้าน อย่างไรก็ปลอดภัย และถ้า Shinhoo จะอยู่ด้วย Taebaek ก็ต้องปันส่วนอาหารและน้ำที่มีให้ Shinhoo จะทำให้อาหารส่วนของ Taebaek หมดไวขึ้น .... หากแต่ Taebaek ที่ไม่อยากอยู่คนเดียวกลับรั้ง Shinhoo ไว้ให้อยู่ด้วยกัน

    และเมื่อยามเย็นมาถึง แปลกที่ไฟที่ควรจะส่องสว่างตามหน้าต่างบ้านรอบๆ กลับปิดมืดกว่าที่เคย ..... ตอนสามทุ่ม ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูจากป้าคนทำความสะอาดที่มาในสภาพบาดเจ็บเลือดโชก เพราะไม่กล้าหยุดงาน ถึงแม้จะเกิดเหตุผิดปกติที่คนทำร้ายกันทั่วโซล และระหว่างทางก็ถูกเด็กที่หลบอยู่ในพุ่มไม้กัด เมื่อทำแผลและให้แม่บ้านเข้าไปพักผ่อนในห้องแล้ว Shinhoo ก็เจอว่าหูของแม่บ้านแดงก่ำกว่าที่มนุษย์พึงเป็น และก็คิดถึงความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะเปลี่ยนเป็น “บางอย่าง” เหมือนที่ตัวเองกับ Taebaek เพิ่งเจอ และก็คิดถึงอันตรายขึ้นมากรณีที่จะมี “บางอย่าง” ในบ้านขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อห้องนอนล็อคได้แค่จากด้านในเท่านั้น กับเทียบกับตัวก่อนที่สู้ด้วย ตัวนี้อยู่ในสภาพสมบูรณ์กว่ามาก

    แล้วในตอนกลางคืน ก็ได้ยินเสียงดังโครมครามมาจากด้านที่แม่บ้านพักอยู่จริงๆ Shinhoo ให้นายจ้างตัวเองหลบอยู่ในห้อง ขณะที่ตัวเองจะไปดูเอง แต่ Taebaek กลับขอไปด้วย ด้วยเหตุผลที่ว่า ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับ Shinhoo ตัวเองก็ไม่กล้าออกไปจากห้องอยู่ดี อาจจะตายอยู่ในห้องได้ ถ้ามีอะไรก็ตายด้วยกัน ... จนสุดท้ายก็เลยต้องให้ Taebaek ไปด้วย โดยให้อีกฝ่ายหาอาวุธติดมือไป และก็ได้ไม้กอล์ฟติดมือโดยถูก Shinhoo ย้ำใส่ว่าถ้ามีอะไรให้หวดที่หัวให้สุดแรง และเพราะกระโหลกหนา ให้คิดว่าทุบหินอยู่ ตอนแรก Shinhoo ออกไปสู้ก่อน แต่พอพลาดถูก “บางอย่าง” กระโดดคร่อมจะกัด ก็ได้ Taebaek เอาไม้กอล์ฟหวดจนดิ้นหลุดออกมาได้ และเพราะทำอย่างไรก็ไม่ยอมตาย ก็เลยต้องหวด หวด หวดใส่ไม่ยั้ง เลือดกระเซ็นลงทั้งหน้า ทั้งประตู ทั้งกำแพงแล้ว กระโหลกยุบก็แล้ว แต่ก็ยังไม่ตาย อ้าปากกินส่วนไม้กอล์ฟอีก จนสุดท้าย Shinhoo ก็ปิดฉากด้วยการเอามีดทำครัวปักสมอง ... แต่เพราะไม่แน่ใจว่าจะฟื้นขึ้นมาอีกไหม Shinhoo ที่สังเกตว่าตัวประหลาดนี้ใช้การมองเห็นเป็นหลัก ก็เลยควักเอาลูกตาออกมาเป็นมาตรการกันไว้ก่อน

    สองคนนอนห้องเดียวกัน และตอนเช้าก็ตื่นมาโดยที่ Taebaek ขึ้นมานอนหลับอยู่บนตัว Shinhoo เพราะได้ยินเสียงหวีดเตือนภัยจากมือถือ สรุปว่ารัฐบาลประกาศแจ้งสภาวะฉุกเฉินจากการแพร่ระบาดของไวรัส โดยที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังระบุไม่ได้ ให้งดการออกจากบ้าน ปิดประตูหน้าต่าง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ

    และเมื่อเปิดทีวีฟังข่าวเพิ่มเติม ก็ได้ยินรายงานพิเศษแจ้งว่า ให้สังเกตลักษณะผู้ติดเชื้อ ที่เห็นชัดก็คือฟันที่แหลมคมเหมือนปลาฉลาม และหูที่แดงก่ำผิดปกติ ทั้งนี้ ผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ไปจะตายทันที แต่ว่าสมองจะยังทำงาน โดยที่จะสั่งการให้มีความอยากอาหาร หรือเจาะจงก็คือเนื้อมนุษย์ จนถูกเรียกชื่อว่า Eaters

    แต่ระหว่างฟังรายงาน ตัว Taebaek กลับไม่มีท่าทางเดือดร้อนเลย ตักอาหารเข้าปากดูผ่อนคลายด้วยซ้ำ และเมื่อ Shinhoo ถามก็ได้ความว่า จากประสบการณ์ที่ดูหนังแนวซอมบี้มาเยอะ การที่คนไม่อยู่บ้านแต่ไปเพ่นพ่านข้างนอกทำให้ปริมาณซอมบี้ยิ่งเยอะ อยู่บ้านเฉยๆ รอให้ตำรวจทหารจัดการซอมบี้ก่อนดีที่สุด การอยู่บ้านช่วยลดปริมาณซอมบี้ได้ ไม่งั้นทุกคนก็เป็นซอมบี้กันหมด

    แต่ว่าไม่ใช่ทุกคนที่คิดอย่าง Taebaek เพราะมีทั้งพวกประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่มาจับกลุ่มบอกให้รัฐบาลหยุดสร้างและเผยแพร่เรื่องไม่จริง พวกคลั่งศาสนาที่เชื่อว่าอีทเตอร์มาช่วยล้างโลก พวกอยากดังที่คิดจะจับและฆ่าอีทเตอร์ออกโซเชียลมีเดียต่างๆ ทำให้เกิดความวุ่นวายยิ่งขึ้นอีก

    แต่เมื่อบ้านของ Taebaek กินพื้นที่ทั้งชั้นของตัวตึกที่มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดก็เป็นฐานที่มั่นที่ปลอดภัยให้ทั้งสองคนหลบภัยได้

    จนกระทั่งหนึ่งเดือนผ่านไป ในวันที่ 30 กันยายน ก็ได้ยินประกาศที่เปลี่ยนไปของรัฐบาล ....เพราะว่าการกำจัดอีทเตอร์ไม่ได้ผล รัฐบาลที่สูญเสียกำลังทหารไปเปลี่ยนท่าทีโดยแจ้งประชากรว่าจะละทิ้งกรุงโซลไปตั้งเมืองใหม่ที่เกาะเชจู และประกาศทิ้งระเบิดถล่มกรุงโซลและคาบสมุทรเกาหลีทั้งหมดในวันที่ 30 ตุลาคม ตามคำแนะนำของ UN และ WHO ที่เห็นว่าไวรัสและอีทเตอร์ที่กำลังแพร่ระบาดคุกคามต่อความปลอดภัยของภูมิภาคอื่นในโลกด้วย โดยให้ประชาชนอพยพไปที่เมืองมกโพแล้วนั่งเรือไปที่เกาะเชจูต่อไป

    ดังนั้น การทิ้งที่ปลอดภัย และเดินทางไปที่มกโพของสองคนก็เริ่มขึ้น

    .

    .

    .

    จบการเล่าเรื่องย่อแบบวิชาการจริงจัง (?) ต่อไปจะเป็นการโหยหวนกรีดร้องทุกอย่างแล้ว จากใจก็คือว่าอยากจะกรี๊ด กรี๊ด และกรี๊ดมาก นี่เป็นเรื่องแนว AZ วันสิ้นโลกกับซอมบี้ที่ดีที่สุดที่อ่านมาทั้งชีวิตเลย ฮืออ อยากจะกราบทุกสิ่งอันเริ่มตั้งแต่บุคลิกตัวละครสองคนแล้ว

    เริ่มที่ตัว Shinhoo ปกติไม่ค่อยเจอตัวเอกสายทหารหรือการ์ดเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่สาย ability คนที่พื้นเพมาจากทางทหารหรือตำรวจจะเป็นพระเอกมากกว่า โดยเฉพาะสายจีน เปิดมาตัว Shinhoo มีความสามารถตามอาชีพตัวเองไม่พอ ยังมีความสุขุมรอบคอบอีก นิสัยนิ่งเย็นหาทางออกทำให้หนทางรอดของทั้งคู่เพิ่มสูงมากขึ้นและเป็นไปได้ทุกครั้ง โดยเฉพาะตั้งแต่วันแรกที่เดินไปสำนักงานของ Taebaek ก็จินตนาการภาพในหัวแล้วว่า ถ้าเกิดเหตุร้ายอะไรขึ้นมา จะรับมือและตั้งหลักอย่างไร ตั้งแต่จะเอาโต๊ะทำงานมาเป็นแนวกัน โดยเฉพาะเพื่อกำบังกระสุนแล้ว

    ไม่นับความจริงจังรับผิดชอบต่อหน้าที่อีก เพราะตอนที่กลับมาบ้าน ตัว Taebaek บอก Shinhoo เองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยที่นอกเหนือจากที่ระบุในสัญญา ถ้าจะยกเลิกสัญญาและเลิกดูแลตัวเองก็ทำได้ แต่ว่า Shinhoo ก็พูดย้ำบอกมาชัดว่า ยังไงก็จะปกป้องต่อไป จะไม่ทิ้งกันไป และต้องเอาชีวิตให้รอดให้ได้ทั้งคู่

    กับส่วน Taebaek เอง ที่เปิดมาเป็นพระเอกสาย chaebol เอาแต่ใจ ชอบขับรถเอง และมีงานอดิเรกชอบรถขับแข่ง แต่ว่าเป็นสายหมายักษ์ไปแล้วชอบกล เพราะว่าพอเกิดเรื่องขึ้นมาก็ดูติดตัวเอกไปเลย แถมยังอยากให้ตัวเอกชมตัวเอกทุกครั้งที่ทำอะไรถูก/ดีอีก เริ่มตั้งแต่ตอนที่บุกไปดูแม่บ้านในบ้านที่กลายเป็นอีทเตอร์ก็รีบเอาโทรศัพท์มาเปิดแอป CCTV ให้ Shinhoo ดู และก็รอคำชมอย่างใจจดใจจ่ออีก แต่สิ่งที่ดีที่สุดในตัว Taebaek ก็คือสภาพอีคิวที่สมบูรณ์และพร้อมที่จะมองโลกด้วยมุมมองที่ต่างออกไป การคิดบวก ไหวพริบสูงและการเรียนรู้ที่รวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่ออยู่ร่วมกับ Shinhoo และคอยสังเกตพฤติกรรมและนิสัยของอีกคน และมาปรับใช้กับตัวเองก็ทำให้เจ้าตัวแข็งแกร่งและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรก

    ซึ่งในแง่หนึ่งสองคน นิสัยคนละแบบ แต่ก็มาเสริมกันอยู่ โดยเฉพาะเมื่อ Shinhoo จริงจังขาดความยืดหยุ่น ไร้จินตนาการ มองแค่เป้าหมายกับภาพรวม และ Taebaek ดูเรื่อยเปื่อยไม่จริงจัง แต่จินตนาการสูง และสนใจรายละเอียดปลีกย่อยระหว่างทาง และโดยเฉพาะเมื่อตัว Shinhoo สนใจแค่การทำหน้าที่ให้ลุล่วงก็ไม่ดูแลสนใจตัวเอง จนเมื่ออยู่กับ Taebaek ที่ทำให้อีกฝ่ายผ่อนคลายตัวเองได้ลง

    แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ค่อยบ่อยที่เจอตัวเอกเป็นมหาเศรษฐีจริง ๆ และดังนั้นการห่วงไปก่อนว่าทำไมกลับถึงบ้านแล้ว Taebaek ถึงรีบโอนเงินออกไปนอกเกาหลี เคลียร์บัญชีทรัพย์สินที่มี ไม่ลงไปซุปเปอร์ หรือมินิมาร์ตแล้วตุนอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็นต่างๆ หรือแม้แต่รองน้ำในอ่างก็เป็นการห่วงของเหล่าคนอ่านทั้งมวลที่กรีดร้องโหยหวนเปล่าประโยชน์ เพราะว่าถึงแม้จะไม่ทำอะไรเลย แต่สภาพบ้านที่พร้อมสรรพของ Taebaek ก็มีทุกอย่างแล้ว นับตั้งแต่อาหาร ของแห้ง ขนมอย่างช็อกโกแลต คุกกี้ และลูกอมในห้องเก็บของ ไม่นับขวดน้ำดื่มที่สูงจรดเพดานอีกด้านอีก ยิ่ง Shinhoo เดินสำรวจบ้านก็ได้สิ่งของที่แม้แต่ Taebaek ก็ไม่คิดว่ามีอย่างแบตเตอรี่สำรองมาอีก ไม่นับว่าตัวบ้านกว้างขวางขนาดที่ตัว Shinhoo ใช้เวลาสำรวจบ้านอย่างคร่าวๆ อย่างเดียวก็กินเวลาไปร่วม 30 นาทีแล้ว

    วันแรกที่กลับบ้านมาอาหารที่ Taebaek ทำก็คือสเต็กอย่างดี กับมะเขือเทศเชอร์รี่ตกแต่งสวยงาม ไม่นับไวน์แดงแกล้ม และมาการองปิดท้าย หรือเช้าต่อมาก็เป็นออมเล็ตหรูหรา ถึงจะไม่ได้ออกไปหาอาหารเพิ่มเติมแต่อาหารในบ้าน Taebaek ก็สามารถเลี้ยงผู้ชายสองคนได้ (ถึงจะเป็นการกินวันละสองมื้อเพื่อประหยัดอาหาร) มาร่วมแรมเดือน แม้ตอนหลังๆ จะเริ่มร่อยหรอกลายเป็นพาสต้ากับซอสต่างๆ ที่โชคดีว่าเจ้าตัวซื้อสะสมระหว่างเดินทางไปที่ต่างๆ ก็ตาม

    และก็น่ารักว่าอาหารที่ Taebaek ทำอร่อยและถูกปาก Shinhoo อย่างยิ่ง ถึงขั้นที่แม้จะเป็นพาสต้ากับซอสสำเร็จแต่พอผ่านการปรุงเสริมใส่หอมใหญ่ กระเทียม โน่นนิด นี่หน่อย จากฝีมือ Taebaek ก็อร่อยมากไป จน Shinhoo กินอย่างเอร็ดอร่อยทุกครั้ง ทั้งที่ปกติเวลาอยู่คนเดียว ตัวเองที่มีนิสัยกินเพื่ออยู่ก็ถึงขนาดเอาโปรตีนมาเขย่ากับน้ำแทนอาหารด้วยซ้ำ และพอเอ่ยปากชม เจ้าตัวก็บอกว่าปกติไม่ทำอาหารเพราะขี้เกียจ แต่พอเห็นอีกคนกินอร่อยทุกครั้งก็เลยอยากทำ คิดว่านี่คือสาเหตุที่คนเลี้ยงหมากัน ... ทำเอา Shinhoo อยากจะลุกขึ้นมาชกหน้า

    Shinhoo: I feel it every day, but you are really good at cooking.
    .........
    Taebaek: I don't even cook because I'm too lazy.
    Shinhoo: Ah .....
    Taebaek: But seeing Manager Lee eats well, I just want to do it.
    Shinhoo: Yes?
    Taebaek: I Guess that's why people raise dogs.
    Shinhoo: ...
    Taebaek: Oh, clench your fists again. Are you going to hit me?

    กับคืนก่อนออกเดินทาง Shinhoo ก็กลุ้มใจว่าอาวุธที่มีในมือตอนนี้ก็เป็นแค่มีดทำครัวกับไม้กอล์ฟ อย่างน้อยถ้ามีปืนอย่างตอนที่อยู่ในกองกำลังพิเศษก็น่าจะเพิ่มโอกาสในการรอดให้สูงขึ้น และพอกำลังกลุ้มใจ Taebaek ก็โพล่งออกว่าตัวเองมีปืนอยู่ ... โดยที่ก่อนหน้ามีวันที่ Taebaek ตื่นสายให้ Shinhoo แล้วก็ให้เหตุผลว่าเมื่อคืนมัวแต่เล่นกับของเล่นอยู่ ซึ่งก็คือปืนพวกนี้

    ซึ่งเพราะปืนอยู่ที่ตึกโรงยิมที่ Taebaek เป็นเจ้าของ พอคิดว่าจะต้องฝ่าฝูงอีทเตอร์มหาศาลเข้าตึกเอาปืนไหม ก็เป็นความกังวลที่สูญเปล่าอีกแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ลงจากบันไดหนีไฟไปที่รถ ด้วยความที่เจ้าตัวรวยมาก อยู่ในตึกที่การรักษาความปลอดภัยสูง ความเป็นส่วนตัวสูง สภาพตึกก็เรียบร้อยปลอดภัยไม่มีร่องรอยอีทเตอร์เลย แม้ว่าช่วงที่ลงมาข้างล่างจะเจออีทเตอร์บ้าง แต่สภาพประตูก็แข็งแรงพอจะกันได้ ไม่นับชั้นจอดรถของ Taebaek ที่กินพื้นที่ส่วนตัวด้านหนึ่งอีก และการเข้าไปเอาปืนก็คือการขับรถเข้าไปในโกดังด้านหลังตึกที่เจอกับอีทเตอร์จำนวนทั้งหมด 1 ตัว (หนึ่งตัว!!!!) .... การกังวลช่างเป็นเรื่องเสียเวลา!

    พอเห็นทั้งปืนที่สะสมอยู่ ตัว Shinhoo ก็ทั้งทึ่งกับราคาปืนธรรมดาแต่กลายเป็นราคามหาศาลที่ Taebaek ต้องจ่ายให้พ่อค้าอาวุธเพื่อนำเข้ามาให้ และความใจกล้าของตัว Taebaek ที่กล้าเก็บอาวุธปืนมากขนาดนี้ไว้ในกลางเมือง

    แต่จากความรักปืนและบ้าสะสมปืน ก็เลยทำให้ประกอบปืนเร็วมาก ถึงขั้นที่เร็วกว่า Shinhoo ที่เป็นทหารหน่วยพิเศษมาก่อนอีก ขำที่พนันกัน แล้ว Taebaek เร็วกว่า Shinhoo ที่มั่นใจกับฝีมือตัวเองมากก็ช็อคค้างไปแล้ว แถมแพ้พนันยังต้องเรียกชื่ออีกฝ่ายอีก ตอนที่พยายามกลั้นใจเรียก Taebaek-ah ออกมาน่ารักดี กับต้องให้อีกฝ่ายเรียกพี่ ... จากที่เคยเป็นทางการว่าหัวหน้าทีมฮัน กับผู้จัดการลี

    กับพอถามว่าถ้ายิงปืนไม่เป็น ไม่ได้ยิงปืนขนาดนั้น ทำไมมีกระสุนเยอะ Taebaek ก็บอกว่าเป็นบริการจากพ่อค้าอาวุธ

    ตอนนี้ก็ได้เวลาขับรถหนีออกจากโซลแล้ว โดยตามแผนการทั้งสองคนเลี่ยงที่จะเดินทางช้ากว่าคนอื่นหนึ่งวัน เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทุกคนจะรีบหนีออกจากเมืองพร้อมกัน และให้อีทเตอร์ตามกลุ่มคนกลุ่มแรกที่อพยพออกไป แต่เพราะกลัวว่าเส้นทางด่วนและทางหลวงที่จะไม่มีทางให้เลี่ยงหนีถ้าเกิดเหตุใดๆ ขึ้นมา ก็เลยยอมเลี่ยงไปใช้ถนนสายย่อยที่แม้จะต้องใช้เวลามากกว่า แต่ก็น่าจะปลอดภัยกว่า

    ชอบเวลา Taebaek ขับรถ แล้ว Shinhoo คอยระวังและหาเส้นทาง เป็นแบ่งงานกันช่วยเหลือกันที่ลงตัว โดยเฉพาะเมื่อตัว Taebaek ก็รู้จักรถจนเอามาใช้ประโยชน์ได้ มีตอนที่รถข้างหน้าพลิกคว่ำอยู่จากฝีมือของอีทเตอร์ แล้ว Shinhoo ก็คิดว่า Taebaek จะขับแล่นผ่านไปเลย แต่ตัว Taebaek กลับรีบหยุดรถ เพราะเห็นประกายไฟจากถังน้ำมันว่าจะระเบิด แต่ว่าหลังจากนั้นก็เป็นว่าที่กั้นถนนถูกแรงระเบิดทำลายและฝูงอีทเตอร์ก็ทะลักออกมาจากตรงที่กั้น โดยที่เมื่อยิ่งออออกมา ที่กั้นยิ่งพัง และจำนวนอีทเตอร์ก็ไหลออกมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ

    ถึงขั้นขอบคุณที่ Taebaek ขับรถแข่งมาก่อน เพราะกดคันเร่งหนีเร็วเนียนมาก ไม่งั้นสถานการณ์ที่พวกอีทเตอร์ตามเสียงระเบิดมานี่ ... ตายสถานเดียวจริง แถมมารอบด้านอีก จนสองคนหนีเข้าไปในร้านยาง พระเอกฉันเริ่มยิงปืนได้แล้ว แต่ว่าที่กั้นเหล็กกลับหยุดค้างอยู่ตอนลงมา ทำให้พวกอีทเตอร์กรูเข้ามาได้ จนสองคนต้องทิ้งรถ แล้วหนีไปที่ชั้นสอง จนไปจบที่ดาดฟ้า ดีที่ซอมบี้เรื่องนี้อาศัยการมองเห็นมากกว่ากลิ่นนะ หนีง่ายขึ้นเยอะเลย เพราะพอไม่เห็นตัว การพังประตูดาดฟ้ามาก็หมดไป จะเป็นปัญหาก็แต่พวกที่ล้อมร้านอยู่

    และระหว่างที่ Shinhoo กำลังเคร่งเครียดหาทางถึงขั้นที่คิดว่าจะเสียสละตัวเองอย่างไรให้อีกคนรอด Taebaek กลับใจเย็นกว่านั้นมาก ตอนที่บอก Shinhoo ว่า อย่างน้อยตอนนี้อากาศไม่หนาวแล้วก็ไม่ร้อน ทำให้การติดอยู่ที่ดาดฟ้าไม่ทรมานจนเกินไป และชวนให้คนข้างๆ นั่งดูท้องฟ้าก้อนเมฆสบายใจ

    และพอนั่งไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรทำ ตัว Taebaek ก็เริ่มอธิษฐานเรื่อยเปื่อย ถึงช่วงแรกขอพระเจ้า พระพุทธเจ้าก็ปกติดี แล้วก็ไปถึงซุส และอโฟรไดท์

    ตั้งแต่ให้โลกล่มสลายแล้วทุกคนตายไปด้วยกัน

    ให้มีไวรัสสายพันธุ์อื่นที่ออกมาฆ่าพวกอีทเตอร์

    ..... ไปจนถึง ให้เกิดภูเขาไฟระเบิด


    ฟังคนข้างตัวอธิษฐานมาจนถึงตอนนี้ ตัว Shinhoo ก็เริ่มอดสงสัยจนเอ่ยปากถามไม่ได้ว่าทำไมต้องเป็นภูเขาไฟระเบิด แล้วอีกคนก็อธิบายว่าถ้าเกิดภูเขาไฟระเบิดแล้ว พวกอีทเตอร์ที่ชอบแสงไฟและเสียงดังก็จะกรูไปที่ภูเขาไฟระเบิด และสองคนก็จะหนีรอดไปได้

    จากความคิดแผลงๆ ไร้สาระกลายเป็นการจุดประกายให้ Shinhoo ด้วยการคิดจะระเบิดร้านข้างๆ เนื่องจากเหล่าอีทเตอร์จะทยอยกันออกไปตามสัญชาตญาณที่มักรี่เข้าหาแสงไฟและไม่รู้จักเจ็บปวดก็จะกรูเข้าไปในกองไฟเหมือนแมลงเม่าที่ทำลายตัวเองและทำลายตัวที่อยู่รอบข้างไปพร้อมกัน สองคนก็เลยเอาโครงเหล็กจากชั้นดาดฟ้าวางพาดไปที่ร้านข้างๆ แล้วปีนไปปล่อยก๊าซเพื่อจุดไฟ แต่เมื่อ Shinhoo ที่ปีนไปก่อนควรจะส่งสัญญาณให้ Taebaek หายเงียบ คนที่รอจนร้อนใจก็ตัดสินไปปีนตามไปทันที ... และ Shinhoo ก็แปลกใจและรู้สึกอบอุ่นในใจที่มีคนห่วงตัวเองอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน

    แผนสำเร็จตามคาดหมาย และก็โชคดีที่รถไม่เสียหายแม้แต่น้อย เมื่อขับรถออกมา และตระเวนหาอาหารและที่หยุดพัก ตัว Taebaek ที่หิวโซก็เริ่มจินตนาการบรรเจิดคิดถึงสิ่งที่ตัวเองอยากกิน แล้วพรรณนาออกมาให้คนที่นั่งข้างฟัง สุดท้ายก็ไปจบที่ซุปกิมจิใส่หมูชิ้นโตๆ และเมื่อรู้ตัวว่าตัวเองพูดไม่หยุดก็ขอโทษ Shinhoo ที่นั่งฟังเงียบๆ อยู่ พร้อมกับบอกว่า อย่างไรก็ชอบตัว Shinhoo มากกว่าซุปกิมจินะ .... น่ารักและใสซื่อผิดภาพลักษณ์สาย chaebol ตอนแรกจริงๆ เหมือนตอนที่ครั้งแรก Shinhoo เห็นสีผมของ Taebaek ที่เป็นสีทองจากสีดำที่เห็นในรูปประวัติ และเห็นนิสัยที่ผิดกับขนาดตัวก็เผลอคิดไปว่าตัว Taebaek เหมือนหมาจินโดได้

    จนเข้ามาถนนเส้นเล็ก ก็เจอเนอสเซอรี่อยู่ และก็โชคดีที่ถึงแม้อาหารสดจะเสียแล้ว แต่ที่นี่ก็ยังถือว่าเป็นสวรรค์ที่มีของในตู้ครบครัน ตัว Taebaek ก็ได้ทำซุปกิมจิสมใจ ไหนจะไก่นักเก็ตทอด และไส้กรอกย่าง กลายเป็นอาหารเต็มโต๊ะคู่กับข้าวสวยที่เพิ่งหุง น่ารักที่ Shinhoo ที่ปกติไม่มีความอยากอาหาร แต่เพราะอดกันมานาน ยิ่งเป็นอาหารที่ Taebaek ก็แทบจะทนรอให้ข้าวหุงสุกไม่ได้ ชอบอาหารที่ Taebaek ทำมาก ตั้งใจรอและตั้งใจตักเข้าปากจริงจัง จากที่กินให้อยู่ พออยู่ด้วยกัน ไม่เคยรู้ว่าตัวเองมี pleasure of taste มาก่อนเลย แต่ตอนนี้การกินอาหารที่อีกฝ่ายทำกลายเป็นความสุขไปแล้ว

    หลังอาหาร ตัว Taebaek ก็ยังมีไอศกรีมวานิลลาโรยหน้าด้วยบลูเบอร์รี่ และราสพ์เบอร์รี่ที่ไปคุ้ยมาจากฟรีซเซอร์ได้อีก สมเป็นคนชอบขนมจริงๆ และก็ขอบคุณเนอสเซอรี่ที่มีอาหารให้นะคะ

    เมื่อได้เวลาพักผ่อน ตัว Shinhoo ที่คิดว่าจะไม่นอนเพื่อเฝ้ายามดูแลความปลอดภัยให้ Taebaek ก็รื้อนิทานเด็กที่เล่าเกี่ยวกับเพนกวินสองตัวที่เดินทางหาบ้านมาอ่าน และอีกคนที่คิดว่าจะหลับเงียบๆ ก็ชวนคุย พอถามว่าตัว Shinhoo คิดอะไรอยู่ และคำตอบที่ได้ว่าโล่งใจที่ตอนเข้าเนอสเซอรี่มาไม่เจอเด็กที่กลายเป็นอีทเตอร์ และหวังให้เด็กๆ ในเนอสเซอรี่ทุกคนปลอดภัย และเดินทางไปถึงมกโพได้อย่างราบรื่น ก็ทำให้ Taebaek หลากใจที่คนที่ดูภายนอกเย็นชา ไม่สนใจใครเป็นห่วงเด็กๆ ที่ไม่เคยแม้กระทั่งเห็นหน้ากันมาก่อน และความรู้สึกที่มีต่อ Shinhoo ก็ท่วมท้นขึ้นมาจนเอ่ยปากถามอีกคนว่า “อยากจูบตัวเองไหม” “มาจูบกันเถอะ”

    การเปลี่ยนทิศทางกระทันหันทำให้ Shinhoo ตามไม่ทัน จนสมองประมวลผลได้ว่าเป็นเพราะถูกอีกคนล้อเล่น และก็ตอบกลับว่ารู้ไหมว่าสามารถฆ่า Taebaek ด้วยมือเปล่าได้นะ ไม่ต้อง 5 นาทีหรอก 2 นาทีก็เพียงพอแล้ว ... แต่ Taebaek ที่รู้ทันนิสัย Shinhoo แล้วก็ยุให้ Shinhoo ลองทำในสิ่งที่ไม่เคยลองทำดู ซึ่ง Shinhoo ก็ตกหลุมจริงๆ การจูบที่เกิดขึ้นเพราะความอยากรู้ของ Shinhoo ก็เริ่มขึ้น

    โดยที่หมาจินโดกลายเป็นหมาป่าไปแล้ว เพราะคิดว่าถ้าอย่างไรก็จะถูก Shinhoo ฆ่าอยู่ดี ถ้าเป็นไปได้ ก็ขอตายตอนที่ทั้งจูบ Shinhoo ให้หนำใจก่อนเถอะ If this kiss ends in a mess, I'll die at Shinhoo's hands anyway. If possible, I wanted to die after biting and sucking Shinhoo's lips to my heart's content. ส่วนอีกคนเป็นอารมณ์เด็กถูกจับไปฉีดยาที่โรงพยาบาลที่รู้ว่าต้องทำแต่ก็กล้าๆ กลัวๆ แต่น่ารักที่พอจูบอย่างตั้งใจ แล้ว Taebaek เทใส่ความรู้สึกตัวเองลงไปเต็มที่ คนถูกจูบก็รับรู้ได้ ไม่นับว่าการที่ถูกกอดและสัมผัสอุณหภูมิอบอุ่นจากร่างกายคนอื่นเป็นสิ่งที่ตัว Shinhoo ไม่เคยทำ .... ตามจริงแล้วตัว Shinhoo ขาดความรักมาตลอดนะเนี่ย

    เหมือนตอนที่อยู่บนดาดฟ้า และ Taebaek ลูบตา Shinhoo .... เพราะครั้งแรกและครั้งเดียวที่มีคนมาสัมผัสตัว Shinhoo อย่างใส่ใจก็คือตอนที่ผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตบบ่า Shinhoo เพื่อบอกลาตอนเจ้าตัวจะไปเป็นทหาร

    สรุปว่าหมาจินโดก็ยังกลายพันธุ์ต่อไป และการสัมผัสตัว Shinhoo ก็ทำให้ตัวเองภูมิใจว่าเป็นคนแรกที่ถูกตัว Shinhoo นอกจากหมอที่เคยทำแผลให้ Shinhoo เสียด้วย Except for the doctor who treated these wounds, I'll be the first to touch it. A sense of uniqueness and superiority enveloped Taebaek.

    และ Shinhoo ที่มีคนกอดและสัมผัสอย่างอ่อนโยนก็ผ่อนคลาย จนถึงขั้นที่หลับไปไม่รู้ตัว .... ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเฝ้าดูแลอีกคนแท้ๆ แต่พอหลับป๊อกไปแล้วตื่นขึ้นมาพบว่า Taebaek หายไป โดยที่ในห้องน้ำก็ไม่มี ตกใจถึงขั้นคิดความเป็นไปได้ต่างๆ นานาที่รวมถึงการที่ Taebaek ผู้ชอบของหวานเจอช็อกโกแลตแล้วตามกลิ่นช็อกโกแลตไปแล้ว ก็เลยคว้าปืนออกตามหารอยเลือด คิดแง่ร้ายและลบมากจนไปเจอ Taebaek อยู่ในครัว โดยกำลังต้มซุปสาหร่ายในหม้ออยู่

    เจ้าตัวที่คิดว่าจะเปิดฝา แล้วหยิบช้อนไปชิมซุปสาหร่ายถูก Taebaek พุ่งเข้ามาจูบออโต้ เหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองคนจะเปลี่ยนรูปไปนิดหน่อย แต่ Shinhoo ก็ยังตกใจกับการประชิดตัวและถึงตัวกระทันหันอยู่ดี ถึงขั้นคิดว่าเกิดอะไรขึ้น การจูบควรจะเป็นเรื่องที่ทั้งสองคนตกลงกันไม่ใช่เหรอ ทำไมตัว Taebaek บุกเข้ามาอย่างนั้น แล้วถ้าจะทำอย่างนี้ต่อไปในอนาคตอีกล่ะ What the hell is this, suddenly, why, what, kissing shouldn't be mutually agreed upon? What do you do if you make a sudden attack like this? Are you going to do this in the future?

    และเมื่อ Taebaek งอแงจะจูบต่อไป Shinhoo ก็ตอบกลับไปว่าตัว Taebaek เคยถูกซุปสาหร่ายราดใส่หน้าไหม จนหมาจินโดกลายพันธุ์หงอแล้วรามือไป .... ซึ่งเอาจริง ก็อยากจะตีความให้ว่าโกรธที่ขัดขวางการชิมซุป เพราะติดใจอาหาร Taebaek และคาดหวังถึงรสชาติในหัวไปแล้ว

    ถึงเวลาออกเดินทางต่อไป ทุกอย่างราบรื่นจนมาถึงเมือง Yongin ที่พอเข้ามาขับต่อไปไม่ได้ เพราะถนนรอบๆ ถูกปิดตาย ไม่ว่าจะขับเลี่ยงไปสายไหนก็เจอทั้งมีบังเกอร์มากัน มีการเอารถบัสที่เอาเครื่องยนต์ออกไปแล้วมาขวางถนน หรือแม้แต่การระเบิดตึกเพื่อกั้นทาง ..... ซ้ำร้าย ตัว Shinhoo ก็นึกออกว่าบัตรประชาชนที่ตกมาจากอีทเตอร์ตัวแรกที่สู้กันที่ที่จอดรถก็มาจากเมืองนี้ ยิ่งประกอบกับข่าวเฮลิคอปเตอร์ตกที่เข้ามาในหัวก็คิดถึงความเป็นไปได้ที่อีทเตอร์จะเริ่มต้นที่เมือง Yongin ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ข่าวหมีออกมาอาละวาดทำร้ายชาวบ้านก็น่าจะเป็นการปิดข่าวการอาละวาดของอีทเตอร์มากว่า

    หาทางออกต่อไปไม่ได้จนสองคนคิดว่าจะหยุดรถ และพักหาหาทางกันต่อ ตอนหยุดพัก พระเอกหันไปกุกกักๆ อยู่ท้ายรถแล้วก็เอากล่องทัปเปอร์แวร์ใส่ข้าวปั้นใส่แฮม ทูน่า สาหร่ายที่ทำจากเนอสเซอรี่มา นี่คือขับรถหนี หรือออกมาปิกนิกกันคะ? เอาทิชชู่เปียกเช็ดโต๊ะแล้วตั้งสำรับเนี่ยย

    แล้วพอขับรถมาถึงสะพานก็กลายเป็นเจอศพคนเป็นร้อยที่ถูกฆ่าแล้วแขวนเรียงไว้ที่สะพาน มีการฉีดพ่นสีบอกว่าซอมบี้เป็นตัวแทนพระเจ้าที่มาล้างบาปให้โลก กับเอาคนให้ซอมบี้กิน ไม่ไหวแล้ว เวลาเจอพวกคลั่งศาสนาแบบนี้ หลอนกว่าเจอซอมบี้จ้องเขมือบอีก ดีที่ทางจีนไม่ค่อยเล่นอุดมการณ์แบบนี้นะคะ น่ากลัวมาก

    แต่ว่าระหว่างที่ลงจากรถมาสืบหาข่าวตัว Shinhoo ก็ถูกรถพุ่งชน และ Taebaek ก็ถูกกลุ่มคนในรถรุมทำร้ายก่อนที่สองคนจะสลบไปเพราะปืนยาสลบ

    แล้วเมื่อตื่นมา Shinhoo อยู่คนเดียวในห้องที่เหมือนจะย้อนเวลากลับไปในประวัติศาสตร์ ซึ่งก็กลายเป็นว่าอยู่จับมาทิ้งไว้ในหมู่บ้านเมืองเก่าที่เป็นจุดท่องเที่ยว แม้ว่าจะระบมไปทั้งตัวเพราะถูกรถชน และมีอาการชาขยับไม่ได้จากฤทธิ์ยาสลบ แต่ความร้อนใจเกี่ยวกับความปลอดภัยของ Taebaek ทำให้เจ้าตัวฝืนลุกออกมาจากห้องเพื่อตามหาอีกคน โดยที่เอาเชิงเทียนที่มีในห้องมาเป็นอาวุธ โดยพันติดมือไว้กับเนคไทเพราะมือยังไม่มีแรง วิ่งไปจนทั่วก็ยังไม่เจออีกคน และความเป็นไปได้ด้านร้ายทั้งหลายก็ถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ

    จนในที่สุดก็เจออีกฝ่ายจริงๆ เป็น Taebaek ที่ยังเป็นมนุษย์ และยังครบสามสิบสองดีอยู่ ... และดูจากสภาพอีกคน ก็ร้อนใจไม่ต่างกันและออกวิ่งตามหา Shinhoo มาตลอดเหมือนกัน ความรู้สึกของ Shinhoo ก็เป็นทั้งภูมิใจที่คนขี้กลัวอย่าง Taebaek ไม่ได้หลบอย่างหวาดกลัวอยู่ในห้อง และก็ทั้งเต็มตื้นที่ Taebaek ก็ห่วงตัวเองเช่นเดียวกัน

    กลายเป็นความสัมพันธ์ของทั้งคู่เปลี่ยนรูปไปจริงๆ เพราะคราวนี้ การแยกจากกันโดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไรทำให้สองคนเปิดใจให้กันมากขึ้น โดยเฉพาะตัว Shinhoo และก็ส่งผลให้ความกังวลที่จะต้องแยกจากกันเป็นในตัว Shinhoo เช่นเดียวกัน แทนที่จะเป็นแค่กับ Taebaek อย่างที่เป็นมา ..... ซึ่งก็อยากจะสรุปว่าเปลี่ยนความสัมพันธ์มาเป็นหมาจินโดที่อ้อนนายกับคนเลี้ยงที่ตามใจโอ๋หมาตัวเองเต็มรูปแบบแล้ว large dog tag ของพระเอกเปิดทำงาน 100% แล้วด้วย ฮือ จับใจ

    คืนนั้นเมื่อสองคนคุยกัน และ Taebaek เล่าว่าตัวเองออกจากห้องอย่างไร และทำอะไรบ้าง Shinhoo ที่ได้ฟังก็ปลื้มใจว่าอีกฝ่ายโตขึ้นมาก และเรียนรู้จากการสังเกตและเรียนรู้แม้ว่าจะไม่ถูกสอน Taebaek grows rapidly. You learn by watching and learning without being taught. ซึ่งอ่านไปก็คิดได้แต่ว่ามันคือการเลี้ยงและพูดชมหมาตัวเองแล้วนะคะ Shinhoo

    ส่วนจินโดเอ๋ย อ่านดูก็รู้ว่าอินเลิฟ ถ้าจะบอกว่า Shinhoo หัวเราะยาก แต่พอยิ้มขึ้นมาแล้วโลกสว่างสดใสเนี่ยยย Laughter is expensive, but when you smile sometimes, the whole world becomes brighter.

    แต่น่ารักที่เวลา Shinhoo อยู่กับจินโดตัวเองแล้วหลับสนิทชนิดที่หลับแล้วหายไปเลย ทั้งๆ ที่ปกติหลับยากและหลับตื้นมาก

    และตอนนี้ก็เป็นการรวบรวมคนที่ถูกพวกคลั่งศาสนาจับมาหนีออกไป และหาทางออกจากเมือง กลายเป็นช่วง Arc Yongin + Fanatics อยู่

    อ่านเรื่องแนวซอมบี้ทีละตอนแบบนี้ทรมานมาก แต่ก็ยังดีที่มาจันทร์ถึงศุกร์นะคะ

    _____________________________________________

    เอาจริงเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เอาเล็งเอาไว้ก่อนเริ่มลงตอนจริงแล้ว แต่ก็ยังแอบกลัวอยู่ เพราะเอาจริงถ้าพูดถึงเรื่องแนววันสิ้นโลกกับซอมบี้ ทางเกาหลีมีน้อยกว่าทางจีนมาก (เท่าที่เจอทางเกาหลีดูเน้นไปทางสาย ability พวกฮันเตอร์ไม่ก็เอสเปอร์ไกด์ กับแนว ABO มากกว่า) และถึงมีก็ไม่เจอสนุกแบบอยากก้มกราบสักเรื่อง อย่าง 레인보우 시티 // Rainbow City ที่หลายคนชมก็ไม่ได้รู้สึกว่าสนุกถึงขนาดนั้น กับอีกอย่างก็คือไม่ชอบตรรกะการดำเนินเรื่อง และลักษณะนิสัยของตัวเอกเรื่องล่าสุดก่อนหน้าของคนแต่ง .... แต่พอมาจริงของจริง ตายไปตั้งแต่เห็นปกแล้ว สวยมาก ดีมาก และชอบรายละเอียดทุกอย่างจริงๆ ..... ถึงขั้นที่ขำมาก ตอนที่ 60 มีคนมาคอมเมนต์ว่า how do I get here? เพราะว่ามันสนุกมากยังไงล่ะคะ เริ่มอ่านแล้วก็ต้องซื้อต่อไปเรื่อยๆ จนถึงจบ ถ้าไม่ปาดซื้อรวดเดียวตั้งแต่แรกเถอะ

    ถ้าเทียบกันระหว่างงานเกาหลีกับงานจีน งานเกาหลีลงรายละเอียดดีกว่างานจีนที่เน้น action โดยเฉพาะการบุกตะลุยฆ่าซอมบี้แล้วเอานิวเคลียสมาเพิ่มความสามารถตัวเองและพวกพ้องอย่างเดียว ซึ่งพอถ้าบรรยายสภาพอารมณ์และบรรยากาศเหตุการณ์ให้ดีแล้วงานเกาหลีระทึกขวัญและโน้มน้าวได้กว่างานจีนมาก เหมือนอยู่ในสภาพที่กดดันและดิ้นรนไปกับตัวละครตั้งแต่บทแรกแล้ว โดยเฉพาะอ่านเรื่องซอมบี้มาทั้งชีวิต นี่คือซอมบี้ที่น่ากลัวสุดจากใจ สายจีนถ้าไม่ evolve ระดับหนึ่งก็ยังโง่ๆ ทำอะไรไม่ได้อยู่ แต่คือทางอีทเตอร์เรื่องนี้นี่ แค่กลายร่าง ฟันก็กัดเหล็กได้แล้ว เป็นคนธรรมดาไปสู้คงได้แค่ตาย ฮือ ลุ้นระทึกขวัญตั้งแต่เกิดเรื่องแล้วสองคนจะกลับมาที่บ้านแล้ว อยากจะเรียกว่าซอมบี้นรก ที่ใครจะไปสู้ไหวคะ? ทุกคนพูดหมดเลยว่าทหารยังไม่รอด แล้วพลเรือนจะไปเหลืออะไร ฉันคงตาย หนึ่งวินาทีที่ซอมบี้โผล่นะคะ ตอนอ่านก็คือว่าฉันกลัวซอมบี้เรื่องนี้ มาก อ่านดึกๆ แล้วยิ่งหลอนมาก หน้าบ้านเป็นกระจกใสอีก ซอมบี้คงทะลุหน้าต่างมาง่ายเถอะ

    กับอีกอย่างหนึ่งที่เทียบกับงานจีนก็คือ งานจีนถ้าไม่แหวกแนวไปเลย ก็จะเป็นตามกระแสคล้ายๆ กัน ซึ่งช่วงที่กระแส AZ ฮิตก็เหมือนกันหมดทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการที่ตัวเองมีพลังพิเศษ หรือแม้แต่มีมิติพิเศษที่มีน้ำพุรักษาอยู่ การตุนอาหารและของใช้จำเป็น (โดยเฉพาะตั้งแต่โอตาคุวันสิ้นโลก) การกลับมาเกิดใหม่ และการตั้งเบสตามเมืองต่างๆ เพื่อทั้งหลบภัยและรับมือสู้กับซอมบี้ ซึ่งในแง่หนึ่งก็ทำให้คาดเดาและรู้ผลง่าย ..... ผิดจากงานเกาหลีที่ทุกเรื่องจะมีแนวของตัวเองโดดเด่นไปเลยมากกว่า (ถึงแม้ว่าบางเรื่องจะโดดเด่นในแง่อินดี้อ่านไม่รู้เรื่องไปเลยก็ตาม )

    ((ถึงจะพูดอย่างไรก็เถอะ เอาจริงรักงาน AZ จีนมากนะ อ่านมันทุกเรื่องจนไม่มีอ่านแล้วจะว่าไป ฮือ))

    แต่ส่วนตัว ก็แอบกลัวชื่อเรื่องที่บอกว่า Let's Meet Alive ในแง่ที่ว่าสองคนจะพลัดพรากจากกันหรือใครมีปัญหาอะไรภายหลังไหม กลัวมาก แต่ก็พยายามคิดว่าชื่อมาจากคำพูดที่รัฐบาลบอกให้ประชาชนออกเดินทางไปที่มกโพ แล้วเจอกันที่นั่นให้ได้มากกว่า เพราะตอนนี้อาการ Separation Anxiety ไม่ได้เป็นแค่กับ Taebaek คนเดียวแล้ว ถ้า Taebaek หายไปนอกสายตา Shinhoo ก็เริ่มตามหาเหมือนกัน

    จริงๆ เวลาขึ้นเรื่อง 19+ นี่ หลายเรื่องไม่ใช่เพราะฉากบนเตียงนะ เป็นเพราะความรุนแรงด้วยต่างหาก อย่างเรื่องนี้ก็มีคำเตือนในเรื่องย่อก่อนเลยว่ามีฉากบรรยายความรุนแรง เพราะการฆ่าอีทเตอร์ว่าโหดแล้ว ตอนนี้การสู้กับพวกคลั่งศาสนานี่คือน่ากลัวกว่ามาก เนื่องจากพอกลุ่มคนคลั่งศาสนาไม่เหลือความเป็นมนุษย์ ตัว Shinhoo ก็ไม่คิดจะปราณีกับอีกฝ่ายเหมือนกัน อย่างตอนที่จับพวกผู้ร้ายได้ ก็บอกให้พวกผู้หญิงที่ถูกจับมา ฆ่ากลุ่มคนที่ทำร้ายตัวเองด้วยเชิงเทียนที่ Shinhoo ถือมาเป็นอาวุธ ไม่นับการบรรยายสภาพหลังจากนั้น และการเหลือผู้ร้ายในกลุ่มไว้คนนึงที่ยังไม่ได้ฆ่า เพราะจะเอามาเค้นความ ไม่ได้ฆ่าจริง แต่ว่าเอาที่ทุบข้าวเหนียวทุบ แล้วบรรยายว่าแขนขาหักหมด แล้วที่บอกว่าถ้าบอกความจริงมาจะปล่อยไป ก็คือไว้ชีวิต แต่ถ้าขยับตัวไปไหนไม่ได้อยู่ดี ก็รุนแรงกว่าฆ่าให้ตายทันทีเหมือนกัน หรือยังจากนั้นก็เอาขวานจามแขนคนที่เฝ้ายาม แต่ถึงแม้จะไม่ฆ่า ในสภาพวันสิ้นโลกที่ไม่มีหมอ และเลือดออกมากไปในที่สุดก็ต้องตายอยู่ดี แม้ตัว Shinhoo จะบอกตอนเค้าความจริงว่าจะปล่อยไปก็เถอะ สรุปได้แค่ว่า blood and violence และ gore กระจาย


    ปล.

    1. ถึงแม้จะอยู่วันสิ้นโลกและอีทเตอร์รายล้อม สองคนก็ยังทำให้โลกเป็นสีชมพูได้อยู่ดี ตอนที่ช่วยกันค้นพิพิธภัณฑ์แล้ว Shinhoo ดีใจเพราะเจอลูกอมเอาไปให้อีกคนน่ารักมากก น่ารักที่คิดว่าอีกฝ่ายหน้าขรึมนิ่งเพราะไม่ชอบที่ให้กินลูกอมราคาถูกผิดจากที่ Taebaek เคยกินมาทั้งชีวิต แล้วรีบเลิ่กลั่กขอโทษ แต่ที่ไหนได้คือฝ่าย Taebaek ดีใจมากจนค้างไปแล้ว เพราะมากกว่าลูกอมก็คือความใส่ใจที่พออีกฝ่ายเห็นของปุ๊บก็คิดถึงตัวเองทันที

    กับที่น่ารักพอกัน คือหลังจากนั้น ตอนที่ Taebaek ก็เอายาแก้ปวดให้ Shinhoo แล้วพอเจ้าตัวบอกว่าไม่ต้องกิน ไม่เป็นไร แล้ว Taebaek ก็เป็นคนบอกว่าตัว Shinhoo แขนเจ็บ จากที่สังเกตเห็นอยู่ ทั้งที่เจ้าตัวไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ


    2. น่ารักที่บอกว่าอยากอยู่กันสองคน หมาจินโดอ้อนขึ้นเรื่อยๆ แถมกลายเป็นปีศาจจูบไปแล้วว และถ้าอยู่ด้วยกันสองคนก็หาเรื่องจูบ Shinhoo ได้ตลอด หลังๆ นอกจาก Shinhoo จะไม่ขัดแล้ว ยังอัพเกรดขึ้นด้วยต่างหาก ความสามารถ evolve สูงมาก เพราะหนีจากพวกซอมบี้ช้า แล้วทำพระเอกกังวล จะถูกแน็ก ก็ยิ้มแล้วบอกว่า ขอโทษ คืนนี้จะจูบนะ "I'm sorry. I'll kiss you at night." ก็ปิดคดีไปได้ในสามวินาที เพราะสรุปว่าอ้อนแบบนี้ น่ารักมากในสายตาพระเอกจนบ่นต่อไม่ได้เลย

    แต่ที่ตอบปิดจบ หมาจินโดที่กลับมารู้ตัวแล้วก็บอกว่าจะจูบทั้งคืนเหมือนกัน "... all day long, only your lips, I will bite and suck."


    3. เอาจริง พอหมาจินโดเริ่มโต (ตามคำคนเลี้ยง) ศักยภาพก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกันนะ เพราะตอนค้นพิพิธภัณฑ์ก็ดีอกดีใจที่เจอดาบยาว และพอ Shinhoo ที่เห็นจินโดเหมือนเด็กได้ของเล่น กำลังจะบอกว่าดาบใช้ยาก เพราะควบคุมน้ำหนักลำบาก ตัว Taebaek ก็ชักดาบออกมาจากด้ามแล้วตวัดไปตัดหัวหุ่นที่อยู่ข้างๆ รวดเดียวลงมากลิ้งอยู่ที่พื้นไป ... สรุปว่าเคยเรียนดาบมาก่อน แล้วก็มีดาบเป็นอาวุธเพิ่มมาอีกอย่าง ก็คือ

    Awww, Taebaek who swings the long sword skillfully and confidently is so, so cool!
    And Shinhoo who thinks of Taebaek the instant he finds the candies is so, so cute! 


    ปล. thread กรีดเรียลไทม์ในทวีตเตอร์

    ________________________________________
    ทวิตเตอร์ : @mgk993  #mereadingg

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in