Lifeชัยฤทธิ์ อิ่มเจริญ
จากอักษร สู่ ผู้ประกอบการสังคม
  • “เมื่อเรียนจบมหาลัยก็มองหางาน จบอักษร เอกประวัติศาสตร์ โทปรัชญา ก็หางานยาก แต่ก็จับพลัดจับผลูได้ทำงาน ทำไปตอนท้ายๆ ของปีที่ 10 ซึ่งเราเป็นเจ้าของกิจการพวกงานแสดงสินค้า ชีวิตเราวุ่นวายมาก ต้องไปเซทอัพให้เสร็จภายใน 2 วันไม่งั้นจะต้องเสียค่าเช่าสถานที่ไปอีกเป็นล้านๆ เป็นแบบนี้ชีวิตเริ่มไม่มีความสุข รู้สึกแย่ที่ด้านใน จากที่เราเคยอ่านหนังสือแล้วแช่มชื่นใจ แต่พอทำธุรกิจมากๆ มันก็เปลี่ยนตัวเอง เริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่เรามีๆ มันจริงหรือเปล่า สิ่งที่เราอยากได้มันแท้จริงไหม พอไปถึงจุดหนึ่งที่เราเริ่มมี เงินมันไม่ใช่คำตอบ รู้สึกว่าเราไม่ได้อยากทำแบบนี้ ก็มองหาชีวิตที่มีความหมาย การเป็นผู้ประกอบการสังคมมันก็ตอบโจทย์ทำให้เราเจอจุดสมดุลย์ เราก็ไม่ได้อยากเป็น NGO ไปนั่งขอตังก์ ไม่อยากเป็นลูกจ้าง แล้วเราก็ไม่อยากทำธุรกิจแรงๆ เราอยากหาจุดที่ลงตัวของชีวิตที่มีความหมาย มีรายได้ แล้วก็เป็นการงานอันเบิกบาน เราต้องมีทั้งข้างในและข้างนอก ข้างนอกหมายถึงวัตถุ ข้างในคือเรื่องคุณค่า

    เราก็ไปเริ่มต้นงานกับเสมสิกขาลัยซึ่งทำเรื่องการศึกษาทางเลือก มันเปิดกระบวนทัศน์ใหม่ ที่ไม่ได้พูดถึงเรื่องข้างนอกอย่างเดียว แต่มันจะพูดถึงเรื่องข้างใน ที่นั่นก็บ่มเพาะเราอยู่ 3 ปี เราก็มาคิดว่าทำไมเราไม่ลองเอาธุรกิจที่เราเคยทำกับสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มาหาส่วนผสม ตอนนั้นคำว่าผู้ประกอบการสังคมยังไม่ฮิต เราก็เลยพูดคำว่าธุรกิจทางเลือก ซึ่งทำอยู่ 2-3 อย่าง เรื่องแรกที่คิดทำคือ สำนักพิมพ์ เพราะเนื่องจากว่าตอนนั้นการอ่านยังอยู่ในวัฒนธรรม หนังสือเป็นอาหารสมอง เราอยากพิมพ์หนังสือดีๆ ในแนวที่ให้คุณค่า เรื่องที่สองคือ ทำร้านหนังสือ ศึกษิตสยาม แล้วก็มาทำร้านหนังสือสวนเงินมีมาเอง เรื่องที่สาม เราทำเรื่องสินค้าหัตถกรรม พวกผ้าครามย้อมสีธรรมชาติ ผ้าทอมือทั้งหลาย” 

    วัลภา แวนวิลเลี่ยนส์วาร์ด : สวนเงินมีมา

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in