บทความ (Article)mary mist
Human hopes ignited and extinguished by science
  •  

     

    Human hopes ignited and extinguished by science

    By. MARY MIST

     

                

     

    ความเชื่อ ความศรัทธา ตำนานและวิทยาศาสตร์ แทบจะอยู่ร่วมกันและปะปนกันอยู่ในผลผลิตบางอย่างจนกลายเป็นทฤษฎีคู่ขนานที่ดูเหมือนจะไม่มีวันบรรจบกันได้แต่เมื่อได้ลองคิดหรืออยู่ร่วมกับความเชื่อและความจริงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ทำให้ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วมันเป็นสิ่งที่วนเวียนอยู่ในวงโคจรเดียวกันราวกับเส้นด้ายสองสีที่ถูกถักทอจนกลายเป็นผลผลิตที่มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ได้มองเห็นและสัมผัสได้ในทุกทาง

     

                จากวรรณกรรมที่แสดงให้เห็นถึง ความเป็นมนุษย์ จากทั้งสองเรื่อง Still Alice และ The Matian ได้นำเสนอความสัมพันธ์ของมนุษย์และโลกวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันและไม่สามารถขาดออกจากกันได้ ตั้งแต่การที่ร่างกายได้เจริญเติบโตขึ้นมาจนถึงวันดับสูญล้วนแต่มีวิทยาศาสตร์แทรกอยู่ด้วยในทุก ๆ อนู จากการศึกษาเกี่ยวกับทฤษฎีหรือความเชื่อทางศาสนา เรื่องเล่า ตำนาน ต่าง ๆ เกี่ยวกับการถือกำเนิดของมนุษย์ จุดประสงค์ของการเกิดมาบนโลก การมีอยู่ของมนุษย์มีอยู่หลากหลายความหมาย แต่ในวรรณกรรมทั้งสองเรื่องได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีต่อมนุษย์ในแง่ของการมีชีวิตอยู่ การอยู่รอดเพื่อสร้างความหมายบางอย่างให้แก่ชีวิตตัวเอง ชีวิตคนอื่น แก่สรรพสิ่งบนโลก ถ้าหากความเชื่อตามตำนานที่ว่าเพราะเจ้าเป็นผู้เสกสร้างมนุษย์ขึ้นมา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็เป็นเสมือนเครื่องต่อลมหายใจหรือร่มพยุงที่ช่วยให้มนุษย์คงอยู่ต่อไปได้อย่างมีขีดจำกัด


                และในอีกความหมายของการมีอยู่ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคือเพื่อแสดงให้เห็นว่ามนุษย์มีขีดจำกัดอย่างไรบ้าง เทคโนโลยีเปรียบเสมือนเครื่องอำนวยความสะดวกและตอบสนองความต้องการ แต่ทั้งมนุษย์และเทคโนโลยีก็มีขีดจำกัดเช่นเดียวกัน

     

     


    Chapter 1

    Science and Despair

     

                วิทยาศาสตร์ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อสรรสร้างและเติมต่อในสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้เพราะมนุษย์มีขีดจำกัดแต่มีความต้องการที่ยิ่งใหญ่เกินไป เทคโนโลยีต่าง ๆ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการต่อมนุษย์โดยตรง ความเชื่อทางศาสนาที่กล่าวไว้ว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นวงจรชีวิตปกติของมนุษย์ แต่เมื่อการเรียงลำดับเหตุการณ์ผิดพลาด อย่างเช่น ยังไม่ได้เกิดมาแต่ต้องพบจุดจบเพราะความผิดพลาดหรือความผิดปกติทางร่างกายบางอย่างหรือเกิดมาและพบเจอกับความเจ็บปวดอย่างมาก เทคโนโลยีจะเป็นสิ่งเดียวที่สามารถช่วยบรรเทา สร้างความหวัง หรือตอบสนองความต้องการในจิตใจมนุษย์ได้ดีที่สุด มนุษย์มีความโลภและต้องการมีชีวิต เมื่อมีการเจ็บป่วยก็ต้องหาทางรักษาและยื้อชีวิต การตายของมนุษย์ไม่ใช่เรื่องปกติของมนุษย์ถ้าหากยังไม่ถึงเวลาที่มนุษย์จะยอมรับได้ การมีอยู่ของเทคโนโลยีจึงถูกให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้น ๆ ในเรื่อง Still Alice ผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาโดยเทคโนโลยี มนุษย์ไม่อาจรู้ได้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เผชิญอยู่คือสภาวะอะไรจนมีคนที่ได้ทำการศึกษาสภาวะดังกล่าวและเรียกมันว่า อัลไซเมอร์ ซึ่งก็เป็นผลจากการศึกษาโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกเช่นเคย อลิส ตัวละครหลักในเรื่องตรวจเจอโรคโดยผ่านเทคโนโลยี และคนในครอบครัวของอลิสที่ได้ทำการตรวจเช่นกัน การตัดสินใจนั้นเผยให้เห็นความหวังที่เกิดขึ้นในตัวมนุษย์ เมื่อตรวจก็หวังว่าจะได้รับผลวินิจฉัยเป็นไปในทางที่ดี ภายใต้ความผิดหวังจากการวินิจฉัยการเป็นอัลไซเมอร์ชนิดเกิดเร็วของอลิสเกิดข้อกังขาขึ้น


     

    “Isn’t that number more like ten percent for someone her age?”  (Still Alice, pp.94)


     

    จอห์นตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับตัวเลขและข้อมูลทางสถิติแม้ว่าจะมีโรคชนิดนี้อยู่บนโลกก็ตาม โดยเขายังบอกอีกว่าคุณหมอที่อลิสไปพบมาและวินิจฉัยโรคให้เธอเขาถูกสอนมาเพื่อให้เห็นโรคนั้นซึ่งผลตรวจอาจจะผิดพลาดก็ได้[1] แต่ด้วยอายุที่น้อยเกินกว่าจะเป็นโรคร้ายทำให้สัชาตญานของมนุษย์ถูกใช้งานนั่นคือการปฏิเสธความจริงที่ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องยอมรับ หลักฐานทางคณิตศาสตร์จึงเป็นอีกอย่างที่ช่วยยืนยันความเป็นจริงขึ้นมา แม้ว่าข้อมูลทางสถิติหรือตัวเลขนั้นเป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือแต่ก็ยังคงเกิดข้อสงสัยขึ้นมา เช่นเดียวกันกับวรรณกรรมอีกหนึ่งเรื่อง The Matian การคิดหาวิธีพามาร์ค วัตนีย์ นักบินอวกาศกลับมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นวิธีที่ได้มาจากความรู้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์ทั้งนั้น แต่ข้อมูลทางตัวเลขที่ออกมาก็ยังไม่สามารถทำให้มนุษย์เชื่อมั่นได้ว่าจะสามารถพามาร์ค วัตนีย์กลับมาได้อย่างปลอดภัย แสดงให้เห็นว่ามนุษย์รู้ตัวว่าวิทยาศาสตร์นั้นเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นแต่ไม่สามารถเข้าถึงสภาวะทางจิตใจได้ วิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่พัฒนาได้ก็จริงแต่ไม่ยืดหยุ่นเนื่องจากมีการวัดค่าสถิติ มีผลลัพธ์หรือข้อเท็จจริงที่หยุดนิ่ง และในบางครั้งสิ่งที่มนุษย์ต้องการตอบสนองไม่ใช่ข้อเท็จจริงแต่เป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถจับต้องได้



     

    Chapter 2

    Hope and Mind


    เทคโนโลยีไม่อาจตอบสนองมนุษย์ในแง่ของจิตใจได้ทั้งหมด เพราะเหตุผลง่าย ๆ คือมันไม่มีชีวิต มันไม่สามารถเข้าถึงจิตใต้สำนึกของมนุษย์ได้มีเพียงตัวมนุษย์เองที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของตัวเองได้โดยการใช้วิทยาศาสตร์หรือข้อมูลต่าง ๆ เป็นเครื่องมือ ด้วยเหตุที่ว่าเทคโนโลยีเป็นเครื่องจักรที่วัดผลลัพธ์ออกมาเป็นตัวเลขหรือข้อเท็จจริงทำให้สามารถรับรู้ความจริงได้เลยซึ่งมันอาจเป็นสิ่งที่มนุษย์คาดหวังหรือไม่ก็ได้ ดังนั้นสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์ที่ต้องการมีชีวิตต่อไปให้ได้นานที่สุดไม่อาจยอมรับได้อย่างง่าย ๆ เมื่อต้องพบกับความสิ้นหวังหรือจุดจบของชีวิตที่กำลังใกล้เข้ามา

     

     อารมณ์ ความรู้สึก และสภาวะในจิตใจมนุษย์ เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ถูกด้อยค่าลงในบางครั้ง มนุษย์เลือกใช้ความรู้สึกนึกคิดเป็นหลักและใช้ข้อมูลตัวเลขและวิทยาศาสตร์เป็นสิ่งที่ช่วย

    ประกอบการตัดสินใจหรือช่วยยืนยันเท่านั้น มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่มีสิ่งที่เรียกว่า ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) 


              มนุษย์มีส่วนร่วมกับมนุษย์ด้วยกันเองจนกลายเป็นกลุ่มสังคมหนึ่ง การตัดสินใจพามาร์ค วัตนีย์กลับมาจากมุมมองของคนทั้งสองด้าน ผู้อำนวยการ เท็ดดี้ และกลุ่มนักบินด้วยกันจึงมองไปที่ความสำคัญคนละแบบ กลุ่มสังคมและบทบาทความเป็นมนุษย์ของผู้อำนวยการคือการทำธุรกิจและต้องทำให้มันดำเนินการต่อไปได้โดยมีผลกระทบน้อยที่สุด กลุ่มสังคมหรือความเชื่อบางอย่างของคนกลุ่มนี้จึงแตกต่างจากผู้ร่วมงาน หากเทียบตามตำแหน่ง ผู้พันลูอิสก็ถือเป็นผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในกลุ่มสังคมของตัวเองเช่นกัน การกระทำบางอย่างที่มีความเชื่อภายใต้ของความเป็นผู้นำในกลุ่มคนจึงให้ความสำคัญกับคนมาเป็นอันดับแรก ดังนั้นไม่แปลกที่นักบินทุกคนที่อยู่ในทีมเดียวกันจึงตัดสินใจไปช่วยมาร์ค วัตนีย์ แม้ว่าจะต้องเสียเวลาไปอีกหลายปี ซึ่งสภาพแวดล้อมในสังคมของแต่ละกลุ่มก็สำคัญเช่นกัน เพราะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้มนุษย์รับรู้บทบาทของตัวเองและดำเนินการฉากต่าง ๆ หรือสร้าง Performance ได้ทั้งแบบหน้าฉากและหลังฉาก เมื่ออยู่นอกโลก มองผิวเผินอาจมองว่ากลุ่มสังคมกว้างขึ้นเพราะพื้นที่กว้างใหญ่ขึ้นแต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้น ไม่มีปัจจัยใด ๆ มาส่งเสริมการตัดสินใจของมนุษย์มากเท่าไหร่ 


              นั่นถูกแต่กลุ่มสังคมไม่ได้กว้างขึ้นแต่เล็กลง เป็นเหตุผลที่ทำให้การตัดสินใจของนักบินเร็วกว่ากลุ่มสังคมที่มีปัจจัยรอบข้างเยอะอย่างองค์กรนาซ่าที่เป็นองค์กรธุรกิจที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและปฏิบัติการภายใต้งบประมาณและในนามของประเทศ เมื่อมีปัจจัยรอบข้างเยอะขึ้นทำให้ความสำคัญบางอย่างที่ควรมาเป็นอันดับต้น ๆ กลับถูกลดทอนลงไป นั่นหมายถึงการช่วยชีวิตนักบินอวกาศในสังกัดของตนเอง และการที่ลูอิสตัดสินใจนั้นไม่ได้คิดถึงผลกระทบในเชิงธุรกิจแบบผู้อำนวยการ อย่างที่ได้นำเสนอไปว่าเมื่อเทคโนโลยีตรวจจับได้ว่ามาร์ค วัตนีย์ยังชีวิตอยู่ซึ่งฝ่ายหนึ่งมองว่าเทคโนโลยีที่ดีและล้ำสมัยมันกำลังช่วยชีวิตคนอยู่ แต่อีกฝ่ายนึงกลับมองว่าการยังมีชีวิตอยู่ของมาร์คยิ่งสร้างปัญหามากขึ้น เพราะมุมมองด้านผลประโยชน์ต่อกลุ่มสังคมของตัวเองแตกต่างกัน

     


     

    Human relations and Science technology


                การมีอยู่ของเทคโนโลยีไม่มีดีหรือไม่ดีเพราะมันไม่สามารถใช้ตัวเองได้ มนุษย์เป็นผู้ที่มีอำนาจในการควบคุมและสามารถตัดสินใจในการใช้ได้ การพัฒนาของเทคโนโลยีรวมถึงสถิติและตัวเลขเป็นเพียงสื่อกลางหรือเครื่องมือที่ช่วยให้มนุษย์พัฒนา ได้เข้าถึงสิ่งที่ต้องการมากขึ้น เมื่อมีความสัมพันธ์แบบช่วยเหลือทำให้มนุษย์เกิดความเชื่อถือในศาสตร์เหล่านั้นและใช้มันเป็นเครื่องตัดสินความเป็นไป อย่างเช่น ในฉากเดิมที่ได้ยกตัวอย่างไปในหัวข้อที่แล้ว การตรวจพบโรคอัลไซเมอร์ชนิดเกิดเร็วในตัวอลิส มนุษย์ใช้เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์เป็นเครื่องตรวจสอบและใช้ยืนยัน แต่ในความเป็นประโยชน์ของเทคโนโลยีเหล่านั้นก็นำมาซึ่งความหวังและความสิ้นหวังให้แก่มนุษย์เช่นกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วเมื่อเทคโนโลยีมีผลต่อจิตใจของมนุษย์ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีทางเลือก

    ลิเดีย ซึ่งเป็นลูกสาวของอสิสได้ตัดสินใจไม่ตรวจว่าตนได้รับโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมหรือไม่ ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ได้ต้องการรู้อนาคตล่วงหน้า ซึ่งนั่นคือการใช้เครื่องมืออย่างหนึ่งเช่นกัน เทคโนโลยีเป็นเพียงทางเลือกในชีวิตของมนุษย์เท่านั้น

                การนำมาซึ่งการตัดสินใจบางอย่างควรถูกวิเคราะห์กับเรื่องอื่น ๆ หรือไม่ คำตอบคือควร นิสิตต้องการนำเสนอว่าไม่ว่าทางไหนก็ควรพิจารณารวมกับเรื่องอื่น ๆ และไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทใดก็ตาม ความเป็นมนุษย์ถูกฝังลึกอยู่ในจิตใจสิ่งมีชีวิตประเภทนี้ที่สามารถคิดและมีระบบความคิดที่ดี บนโลกที่มีแต่มนุษย์นั้นก็ควรตัดสินใจโดยการนำความเป็นมนุษย์มาพิจารณาด้วย ในกรณีของมาร์ค วัตนีย์ กลุ่มคนที่ทำงานกันอย่างใกล้ชิดนั้นได้แสดงความเห็นอกเห็นใจและให้ความหมายต่อการมีชีวิตของเพื่อนร่วมโลกเป็นตัวอย่างของมนุษย์ที่มีความโกรธ ความเหงา ความเศร้า ความหวัง ความสุขซึ่งถือเป็นสภาวะทางอารมณ์พื้นฐานของมนุษย์และในขณะเดียวกัน เท็ดดี้ เองก็ควรพิจารณาจากสิ่งเหล่านี้ก่อนเรื่องหน้าฉาก เพราะถ้าหากพูดถึงการแสดงบทบาทในหน้าฉากของเท็ดดี้นั้นเป็นทั้งผู้อำนวยการและเป็นมนุษย์

     

     


    Problems caused by not responded


                มนุษย์ไม่สามารถยอมรับความจริงต่อไปได้ นี่คือหลักสำคัญ สิ่งที่ยื้อชีวิตมนุษย์ไว้ได้อาจเป็นเครื่องทำลายตัวมนุษย์เองเช่นเดียวกัน การถูกทำลายไม่ได้มีเพียงทางกายภาพเท่านั้นแต่หมายถึงสภาพจิตใจของตัวเองและคนรอบข้าง เมื่อมนุษย์ให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ในเชิงการต่อเติมความหวังทำให้การผิดหวังหรือเรียกว่าการไม่ถูกตอบสนองนั้นทำลายมนุษย์เอง สิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของอลิส เป็นคำอธิบายได้ชัดเจนมากที่สุด 


    มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่สามารถรองรับความรู้สึกสิ้นหวังได้และโรคของอลิสกลับไม่มีทางหายแน่นอนทำให้ปฏิกิริยาของคนรอบข้างที่มีความสัมพันธ์ต่ออลิสเปลี่ยนไป คนป่วยถูกลดความสำคัญในกระบวนการการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การตัดสินใจ หลายครั้งที่คนในครอบครัวไม่ได้ให้ความสำคัญกับอลิสในด้านการแสดงความคิดเห็นหรือให้สิทธิ์ในการตัดสินใจ แอนนาไม่ปล่อยให้อลิสเลือกใช้วิธีการจำข้อความจากลิเดียเกี่ยวกับการแสดงละครเวทีโดยคิดเอาเองว่า ทำวิธีแบนั้นไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร และอีกเหตุการณ์นึงคือเมื่อจอห์นต้องการย้ายบ้านเพื่อให้สะดวกต่อการทำงานตำแหน่งใหม่กลับมีการพูดคุยเพียงแค่สามคนกับแอนนาและทอม ทั้งสามคนพยายามตัดสินใจหาทางที่ดีที่สุดสำหรับอลิสแต่ไม่มีใครยอมให้อลิสเลือกทางที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองหรือแม้แต่ลองแสดงความคิดเห็นออกมา จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมของมนุษย์ที่ตอบสนองต่อมนุษย์ด้วยกันนั้นเปลี่ยนไปเมื่อมีอีกฝ่ายที่แปลกแยก การกระทำของแอนนาที่ต่อต้านลิเดียในการช่วยอลิสทำในวิธีที่เธอสบายใจ อาจตีความได้ว่าเธอไม่อยากที่จะยอมรับว่าแม่ของเธอกลายเป็นคนที่จำอะไรไม่ได้จนต้องจดบันทึกเตือนความจำและถามย้ำอยู่บ่อย ๆ เพราะถ้าอลิสไม่แสดงออกถึงความพยายามที่จะจำก็อาจทำให้แอนนารู้สึกดีกว่าเพราะไม่ต้องเห็นอาการของแม่ที่แย่ลงและแตกต่างไปจากก่อนหน้าที่เธอยังไม่ได้ป่วย


    ในเรื่องของการรักษายิ่งเห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีมีผลต่อจิตใจมนุษย์เป็นอย่างมาก อย่างการสามารถหาทางรักษาโรคนี้ได้ในอนาคต คำพูดของทอมที่เป็นแพทย์เช่นกันได้เอ่ยเอาไว้เมื่อแอนนาเป็นกังวลเกี่ยวกับลูกของเธอที่กำลังจะคลอดเพราะกลัวไม่มีทางรักษาถ้าหากลูกเธอเป็นโรคอัลไซเมอร์ด้วย ทอมได้บอกเลยว่าในอนาคตก็คงจะมีวิธีการรักษาแล้ว วิทยาศาสตร์กำลังให้ความหวังต่อมนุษย์อีกครั้งซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าแอนนาเองก็โล่งใจเมื่อทอมพูดเช่นนั้น


    แต่ผลกระทบต่อจิตใจไม่ได้มีเพียงแค่ความผิดหวังและเศร้าโศกเท่านั้นแต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นบางอย่างให้แก่ตัวเอง อลิสได้สร้างไฟล์ที่เรียกว่า Butterfly ซึ่งเป็นการบอกขั้นตอนการทานยาของตัวเองเพราะเธอกลัวว่าตัวเองจะลืม พฤติกรรมของผู้ป่วยอัลไซเมอร์กำลังต่อต้านโรคอัลไซเมอร์อย่างชัดเจน อลิสไม่ต้องการลืมสิ่งใดแม้ว่าเธอตระหนักรู้ว่าโรคอัลไซเมอร์ที่เธอเป็นมันเป็นเช่นไรซึ่งเธอเลือกใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยเพื่อทำให้เธอไม่ลืมหรือยังคงชีวิตแบบเดิมไว้ให้ได้นานมากที่สุด ทั้งนี้เพื่อบอกกับตัวเองว่าตัวเราในอนาคตจะต้องไม่ลืม ไม่ลืมวิธีการทานยา ไม่ลืมชื่อคนในครอบครัว ไม่ลืมเส้นทาง ไม่ลืมคนรอบข้าง และไม่ลืมตัวเอง ในช่วงสุดท้ายของวรรณกรรมนั้นลิเดียก็ใช้เทคโนโลยีเพื่อย้ำเตือนอลิสเช่นกันว่าเธอเป็นใคร ในทุกช่วงเวลาวิทยาศาสตร์จะทำหน้าที่หมุนเวียนไปตามผู้ใช้งาน จุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป แม้ว่าในบางครั้งทั้งสองอย่างระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยีจะมีส่วนที่ไม่สามารถทดแทนหรือตอบสนองกันและกันได้แต่ในบางสถานการณ์มันก็สามารถช่วยชีวิตมนุษย์ไว้ได้เช่นกัน

     

                วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย มีขีดจำกัดไม่ต่างจากมนุษย์ เพราะมนุษย์มีขีดจำการในการกระทำบางอย่างจึงต้องมีการสร้างเทคโนโลยีขึ้นมาทดแทนความสามารถที่มนุษย์ไม่สามารถทำได้เอง อยู่ที่ว่าในสถานการณ์ใดและใครเป็นผู้ประเมิน ในกรณีของวรรณกรรมทั้งสองเรื่องนี้ไม่ว่าจะตัวเอกอย่าง มาร์ค วัตนีย์ และ อลิส ฮอลแลนด์ หรือคนรอบตัวของทั้งสองคนก็ได้รับทั้งผลดีและผลเสียทั้งนั้นแต่ที่สำคัญคือมันก็สามารถทำลายจิตใจมนุษย์ได้เช่นกันเพราะมันไม่ได้ถูกสร้างเพื่อรองรับทุกอย่างเกี่ยวกับมนุษย์ วิทยาศาสตร์และศาสตร์ทางการคำนวณต่าง ๆ ถูกใช้เพื่อตอบสนองความต้องการบางอย่างเท่านั้นและยังเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจมากขึ้นด้วยเพราะการดำเนินชีวิตในสายอาชีพบางอย่าง อย่างเช่น เท็ดดี้ ที่ต้องใช้เทคโนโลยีในการทำงานและจำเป็นต้องใช้ไปตามความสมควรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะเป็นองค์กรที่ใหญ่ระดับโลกและเป็นหน้าฉากให้ประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นกันแม้ว่านิสิตจะเห็นว่าบางครั้งเท็ดดี้ดูใจร้ายกับเพื่อนมนุษย์และผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างมาร์คไปก็ตาม นั่นเป็นเหตุผลที่ตัวละครตัดสินใจทำแบบต่าง ๆ ในวรรณกรรมที่ได้อ่านไป



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in