Moscow Diarydivevil
DAY 2 (27.05.17)
  • - เริ่มต้นวันที่สองของทริปด้วยข้าวไข่เจียวเนื่องจากพระเจ้ากล่าวไว้ตอนสร้างโลกว่า "Let there be light, and there was ข้าวไข่เจียว." ความจริงคือเพราะถูกและอร่อยแน่นอนเนื่องจากทำกินเองที่บ้าน รสชาติอาหารรัสเซียอาจจะไม่ถูกปากคนไทยสักเท่าไหร่ ทุกอย่างจะจืด ๆ ไม่หวานไม่เค็มไม่เผ็ดไม่เปรี้ยว แต่กินมาก ๆ แล้วเลี่ยน (ขอสรุปด้วยความเห็นที่เกิดขึ้นหลังจากใช้ชีวิตผ่านไปแล้วหกวันที่มอสโคว) ถ้าไปถึงแล้วก็ควรลองกินดู แต่ถ้าต้องกินเป็นระยะเวลายาวนานติดต่อกัน สำหรับเราก็คงไม่ไหว

    - อาหารในมอสโควที่อร่อยที่สุดที่กินคืออาหารจอร์เจีย เดี๋ยวจะมีรูปให้ดูในวันที่สี่ของทริป

    - พอกินอาหารเสร็จ ออกจากบ้านราว 9.45 น. เพื่อขึ้นเมโทรไปที่ Memorial Museum of Astronautics ที่ออกช้าขนาดนั้นเพราะว่าที่นี่ชีวิตเริ่มต้นตอน 10.00 น. ทุกอย่างเปิดตอนนั้น ถึงไปเช้าแต่เขาก็ไม่เปิดให้เข้าอยู่ดี ถ้าอยากเที่ยวคุ้ม ๆ ออกแต่เช้าไปสูดอากาศก็แนะนำให้ไปเดินเล่นในสวนที่มีอยู่ทั่วเมือง

    - เนื่องจากที่ทำงานอะไรก็เปิด 10.00 น. ดังนั้นช่วง 9.00 น. ก็จะเป็นชั่วโมงเร่งด่วนของรัสเซีย คนจะเดินกันเยอะกว่าปกติ แต่เมโทรก็ไม่แน่นขนาดของไทย ที่นี่รถไฟวิ่งถี่มาก ขบวนหนึ่งเพิ่งไป ประมาณสองนาทีมีมาอีกขบวนแล้ว


    - ก่อนออกจากที่พักต้องเช็คอากาศทุกครั้ง จะได้แต่งตัวให้เหมาะสม เนื่องจากอากาศที่นี่เหวี่ยงมาก เมื่อปลายเมษาซึ่งเป็นฤดูใบไม้ผลิ หิมะยังตกอยู่เลย ตอนนี้ฤดูร้อน แต่ร้อนแค่ชื่อเท่านั้นแหละ ถ้าวันไหนฝนตกนี่หนาวแน่นอน


    - พอเดินออกมาจากสถานีเมโทรแล้ว มองไปทางซ้ายมือจะเห็นแท่งนี้เลย เป็นเครื่องหมายบอกว่าเราได้เดินทางมาถึง Memorial Museum of Astronautics แล้ว ค่าเข้าชมนิทรรศการหลักคนละ 250 ₽ แต่ถ้าอยากดูหนัง นั่ง simulator อะไรก็บวกเพิ่มไปอีก

    (เอียงมาก ให้อภัยเราด้วย)

    - พอเดินเข้าไปข้างในจะมีพวกแบบจำลองยานอวกาศ ดาวเทียมขนาด 1:1 ชุดนักบิน ฯลฯ และข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว (ที่คิดว่าน่าจะเป็นของจริง แต่เนื่องจาก 99% คือภาษารัสเซียเลยอ่านอะไรไม่ออกเลย) ของนักบินและบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องในโครงการอวกาศของรัสเซีย


    - มีวิดีโอการกินอาหารในสภาวะไร้น้ำหนักให้ดู มีแบบจำลองระบบปลูกพืช ปลูกกล้วยไม้ในยานอวกาศ การออกกำลังกายในยาน ฯลฯ


    - นอกจากนี้ยังมี Matryoshka dolls หรือตุ๊กตาแม่ลูกดกในรูปแบบ space themed ให้เดินดูด้วย


    - ที่นี่จะมีร้านขายของที่ระลึกอยู่ด้านหน้า พอเดินดูเสร็จแล้วใครใคร่ซื้อเสื้อซื้อสมุดซื้อแก้วซื้อแบบจำลองยานก็็ตามสบาย ลายก็น่ารักดี แต่เขาไม่ให้ถ่ายรูปกลับมา ราคาจะอยู่ในเกณฑ์แพง-แพงมาก

    - หลังจากใช้เวลาอยู่ในนี้ราว 2 ชั่วโมง ก็ถึงเวลาอาหารกลางวัน เดินต่อไปที่สวน VDNKh (Vystavka Dostizheniy Narodnogo Khozyaystva) ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน ทางเดินก่อนถึงสวนจะมีคนวางแผงขายของริมถนน ให้อารมณ์สวนลุม แล้วพอเดินไปถึงหน้าประตูสวนซึ่งใหญ่มาก ๆ ก็จะเห็นคนแต่งชุดคอสตูมเต็มไปหมด คอยเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปด้วยอีกแล้วนั่นเอง อย่าสบตาถ้าไม่อยากโดนประชิดตัว เราเผลอมองคนในคอสตูมจูดี้แว้บเดียว เขาเดินเข้ามาจับไหล่สองข้าง แล้วดึงให้ไปยืนใกล้ ๆ เขาเพื่อถ่ายรูป (ดึงแรงมากและแรงโคตรเยอะ) เรากับคนที่ไปด้วยนี่ช่วยกันดึงตัวเองออกมาจากตรงนั้นแล้วเดินตรงเข้าสวนไปให้เร็วที่สุด

    (ทางเข้าสวน VDNKh)

    - เดินผ่านทางเข้ามานิดเดียว มองไปทางขวามือจะเห็นร้านอาหารชื่อ Temp Cafe


    - พักกินอาหารกลางวันกันที่นี่ ขอบอกว่าพิซซ่าและพาสต้าที่นี่อร่อยมากกกกก (ไม่รู้เพราะเป็นอาหารยุโรปรึเปล่า 5555 แต่คนที่อยู่ที่นี่เขาเล่าว่าอาหารยุโรปร้านอื่นในรัสเซียก็ไม่อร่อยแบบนี้) สั่งพิซซ่าไปสองถาด (แต่เหลือรูปมาถาดเดียวเพราะถาดแรกนี่ปอบลง) พาสต้าไก่อะไรสักอย่าง (ขอให้เชฟแนะนำเมนูพาสต้าอร่อย ๆ ให้ เชฟที่เป็นคนรัสเซียก็งง ๆ พูดอังกฤษไม่ได้ เหมือนแกจะไม่ค่อยเข้าใจ สุดท้ายได้จานนี้มา) และซีซาร์สลัดไก่ (????) (เชฟทำมาให้ เราก็มีหน้าที่กิน ๆ ไป) แต่ก็ไม่ผิดหวังเลย เพราะอร่อยทุกจาน ไก่หอมกลิ่นไหม้นิด ๆ ซอสพาสต้ากลมกล่อมมาก ผักก็อร่อย โดยเฉพาะมะเขือเทศที่หวานแบบไม่คิดว่ามะเขือเทศสามารถอร่อยได้ขนาดนี้ ไม่เละไม่อี๋เลย มื้อนี้เอาไป 10/10

    (นี่คือพิซซ่าเปปเปอร์โรนีและสลัดไก่ที่ถ่ายรูปเอาไว้ทัน)


    - เนื่องจากอากาศค่อนข้างหนาว ที่ร้านก็มีผ้าห่มไว้บริการลูกค้าแบบนี้ด้วย นั่งกินอาหารอร่อย ๆ ไป ห่มผ้าอุ่น ๆ ไป สบายจนไม่อยากลุก

    - หลังจากอ้อยอิ่งกันอยู่สักพัก ก็รวบรวมพลังออกเดินอีกครั้ง สวน VDNKh นี้ใหญ่มาก มีสวนสนุกด้วย แต่ปิด (ถ้าติดตามต่อไปจะเห็นแพทเทิร์นของทริปนี้ชัดเจนมาก ก็คือเป็นทริป no entry ไปที่ไหนก็ปิดหมด ทั้งที่ร้อยวันพันปีมันไม่ปิดซ่อมกัน) คนที่นี่เล่าให้ฟังว่ารัสเซียก็แบบนี้ จะปิดอะไรไม่มีการบอกล่วงหน้า ไม่ว่าจะสวน จะโบสถ์ จะเครมลิน หรืออะไรก็ตาม ให้คนรู้เองเมื่อเดินมาถึงแล้วและพบว่าเข้าไม่ได้ วิธีติดตามข่าวสารของคนรัสเซียก็คือผ่านโซเชียลมีเดียหรือบอกกันปากต่อปาก ซึ่งโคตรยากสำหรับนักท่องเที่ยว 5555

    (ดูนางปีนขึ้นไป)

    - นอกจากสวนสนุกที่ปิดแล้ว ที่นี่ก็มีสวนดอกไม้ให้เดิน ทิวลิปของจริงสีสดมาก และมีตึกจัดนิทรรศการต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย รวมถึง Moskvarium อควาเรี่ยมขนาดใหญ่ของมอสโคว


    - ที่ทางเข้าจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจกระเป๋าสัมภาระ พอเดินเข้าไปด้านใน จะเห็นเคาน์เตอร์ขายตั๋วอยู่ ถ้าไม่อยากซื้อกับเคาน์เตอร์ จะมีเครื่องให้จิ้มหน้าจอเอา มีภาษาอังกฤษด้วย แต่ความแตกต่างคือถ้าซื้อตั๋วกับเครื่องจะไม่ได้ตั๋วกระดาษที่มีลายสวย ๆ แต่จะได้ใบเสร็จสีขาวโง่ ๆ บาง ๆ เหมือนเวลาซื้อของซุปเปอร์มาแทน

    - ในตัวอควาเรี่ยมจะมีหลายส่วน มีส่วนที่เป็นอควาเรี่ยมหลัก และส่วนที่เป็นโชว์สัตว์น้ำ ของเด็ดของที่นี่ เราซื้อตั๋วเข้าอควาเรี่ยมหลัก 500 ₽ กับตั๋วเข้าชมโชว์สัตว์น้ำอีก 1,500 ₽ (ซื้อแต่ตั๋วดูโชว์ไม่ได้ เขาบังคับซื้อตั๋วเข้าอควาเรี่ยมหลักคู่กันด้วย) โชว์สัตว์น้ำจะมีเป็นรอบ ๆ รอบละ 1 ชั่วโมง ตอนนั้นเราไปทันรอบ 16.00 น. พอดี


    - โชว์จะเป็นการจัดแสดงสัตว์น้ำห้าชนิด มีเบลูก้า แมวน้ำ โลมา สิงโตทะเล และออร์ก้า (วาฬเพชฌฆาต) ใครชอบสัตว์น้ำรับรอบว่าคุ้มจริง ๆ


    - ทีแรกไม่มีอควาเรี่ยมนี่อยู่ในแพลน เพราะทีแรกคิดว่าจะทำเวลาไม่ทัน แต่สุดท้ายก็ได้มา ประทับใจจริง ๆ เพราะอยากเห็นเบลูก้าและออร์ก้าด้วยตาตัวเองมานานแล้ว เบลูก้านี่หาดูที่อื่นยากด้วยเพราะจะมีแค่แถบอาร์คติกและแถบละติจูดต่ำลงมาหน่อย

    - พอดูโชว์เสร็จ ก็เดินต่อไปดูอควาเรี่ยมหลัก ซึ่งก็เหมือนอควาเรี่ยมที่อื่น ไม่แปลกใหม่อะไร ถ้าเทียบกันแค่ตัวอควาเรี่ยมหลัก ประทับใจอควาเรี่ยมที่สิงคโปร์ (S.E.A. Aquarium) มากกว่า

    -  หลังจากเดินดูเสร็จแล้ว ก็จะมีร้านขายของที่ระลึก มีพวงกุญแจ ตุ๊กตาแมวน้ำ โลมา วาฬสีน้ำเงิน ออร์ก้า เบลูก้า ฯลฯ ราคาเป็นมิตรมาก ดีใจ

    (น่ารักกกกกกกมาก ฮือ)

    - เสร็จสิ้นกับที่อควาเรี่ยมราว 17.00 น. แล้วก็พากันเดินกลับย้อนทางเดิม (ซึ่งไกลมากจริง ๆ เพราะสวนนี่ใหญ่มาก) เพื่อไปขึ้นเมโทรกลับบ้าน

    (นี่คือแดดห้าโมงกว่า)

    - ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพราว ๆ 18.00 น.

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in