เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
บรรดาดามี่
ยิรา
  •      “ไม่เห็นมีอะไรน่าตลกเลยนะแก” เสียงหงุดหงิดปนน้อยใจของยิราพึมพำขึ้น  ท่ามกลางบรรดาเพื่อนในกลุ่มที่กำลังหัวเราะขบขันพร้อมเอามือป้องปากกันมุบมิบ “อ้าว ก็ฉันนึกว่าแกชอบเห็นแกขำ”ตาลเตยแทรก “จริงแก พวกผู้ชายอ่ะ เขาก็ชอบคนอวบ ๆแบบแกทั้งนั้นแหละเลยพูดแซวกัน น่ารักดีออกนะ” พิมพราวเสริม “แซวหรอ ฉันว่ามันคือการดูถูกทางอ้อมมากกว่าถ้าเขาพูดถึงรูปร่างฉันแล้วทำให้ฉันรู้สึกดีก็ว่าไปอย่าง” ยิราเบ้ปาก “นี่ ยิราแกเลิกคิดมากเหอะ ปล่อยให้เป็นเรื่องขำ ๆ ไปดีกว่า เห็นมั้ย พอแกซีเรียสทุกคนเขาก็ทำอะไรไม่ถูกกันไปหมด”เมษาพูดพลางเก็บเครื่องเขียนใส่กระเป๋าใบหรู “แก ไปเรียนกัน ได้เวลาพอดีเลย” แล้วบทสนทนาก็ถูกตัดฉับลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนสีขาวหม่นนั้นทิ้งเป็นคำถามให้ยิราไม่เข้าใจ ว่าทำไมการที่ตัวเองถูกหยิบยกขึ้นมาให้เป็นที่วิจารณ์โดยไม่ยินยอมถึงจะต้องกลายเป็นหัวข้อที่ใคร ๆ ก็หัวเราะไปกับมัน อืม แต่ฉันเองก็หัวเราะกลบเกลื่อนกับประโยคนั้นเหมือนกันยิราคิดในใจ     

         “ยิรา เธอดูอวบขึ้นนะไปทำอะไรมา หรือว่าเครียดหรอเลยเอาแต่กินน่ะ” ประโยคทักทายของรบดังขึ้นทันทีที่ยิราก้าวเข้าห้องเรียนไอนิสัยการพูดพวกนี้มันถูกฝังมาแต่เหง้าไหนกัน ฉันอยากจะกรีดร้อง แล้วตะโกนใส่หน้ามันว่าหุบปากไปซะทำไมฉันจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นยังไง ในเมื่อบ้านฉันก็มีกระจก “ฮะ ๆ ๆ สงสัยคงเครียดจริงๆ น่ะนะ” แต่สิ่งที่ฉันทำก็แค่หัวเราะกลบเกลื่อนไปอย่างเดิม ฉันก็แค่ไม่อยากมีปัญหากับใคร“มึงว่า ทำไมยิราถึงอยู่กลุ่มนั้นได้วะ โคตรไม่เข้ากันอ่ะ” เสียงซุบซิบจากรบพาให้เพื่อนๆ มาร่วมวงนินทาด้วย “ใครจะไปรู้ อาจจะอยากดังป่าวมึง” “กูว่าไม่หรอกมั้ง ก็คงมีประโยชน์ไรสักอย่างกับพวกตาลเตยอ่ะอาจจะเรียนเก่ง คอยทำการบ้านให้งี้” ศิลป์โต้ตามความคิดตน “มึงดูละครมากไปละกูว่าเขาคบกันก็เพราะเป็นเพื่อนกันมานานน่ะแหละ” “มึงก็โลกสวยจังวะเปา นี่พวกมึงลองคิดตามกูนะแต่ละคนในกลุ่มนั้นอ่ะ แม่งมีแต่คนสวย ๆ อย่างตาลเตยก็เป็นอินฟลูเอนเซอร์ พิมพราวเป็นนางแบบ เมษาก็เป็นเน็ตไอดอล อือหือ ครบสูตร พอมารวมตัวกันนี่อย่างกับเราตายแล้วอยู่ในสวรรค์ แต่กับอีกคน
    ทั้งอ้วน ทั้งขาลาย แถมยังเป็นสิวอีก” “ยึ๋ย ๆ” เพื่อนในกลุ่มต่างพากันทำท่าขนลุกขนพอง“หรือว่านางฟ้าองค์นี้จะแย่งข้าวทิพย์เพื่อนกินวะ ฮ่าๆๆ” เสียงซุบซิบและเสียงหัวเราะเหล่านั้นอาจจะเบาเกินกว่าจะให้ได้ยินทั้งชั้นเรียน แต่สำหรับยิราแล้ว เธอกลับได้ยินดังเต็มสองหูอย่างกับเรื่องเหล่านั้นมันกำลังถูกประกาศออกไมค์อยู่ เธอก้มหน้าลงช้า ๆ ค่อย ๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กที่แม่ทะนุถนอมถักให้เป็นของขวัญ
    วันเกิด เธอพับมุมผ้าแล้วใช้ซับน้ำตาที่เอ่ออยู่จนล้น เธอไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอร้องไห้แม้แต่เพื่อนสาว
    กลุ่มเดียวกันที่นั่งถัดจากเธอไปเพียงเก้าอี้เดียวก็ตาม

         ยิรากลับถึงบ้านด้วยท่าทีอิดโรย เพราะตลอดทั้งวันนี้เธอต้องสูญเสียน้ำในร่างกายไปเธอทิ้งตัวลง
    บนเตียงและถอนหายใจ “เฮ้อ วันนี้มันแย่จัง” ยิรานอนมองเพดานว่างเปล่าอยู่พักใหญ่เธอเหลือบไปเห็นกระจกที่วิบวับกว่าปกติเพราะแสงเย็นจากดวงอาทิตย์สาดส่อง ยิราเดินไปที่กระจกและสำรวจตัวเอง
    เธอเริ่มเอาหน้าเข้าไปใกล้กระจกมากขึ้น มากขึ้น ใช้นิ้วมือละเลียดใบหน้าของตัวเองทีละน้อย หน้าผากที่มีแต่หลุมสิว ทั้งรอยแดงรอยดำประปรายปนกัน คิ้วที่หนาและดกดำ ยิราลูบจมูกของตัวเองช้าๆ เธอแตะริมฝีปากที่แตกระแหงเพราะไม่เคยถูกบำรุงเลยแม้แต่ครั้งเดียว เธอไม่เคยอยากมีหน้าตาเหมือนกับตาลเตยหรือรูปร่างเหมือนกับพิมพราว เธอไม่เคยมีความรู้สึกอิจฉาเพื่อน ๆ และไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจนกระทั่งวันนี้.. วันที่มีคนมากมายมาบอกว่าเธอเป็นใคร ฉันเกลียด เกลียดที่ถูกตัดสินด้วยความงาม ที่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแบบนั้นเขาเรียกว่างามจริงหรือเปล่า...ฉันรู้สึกแย่มากจริง ๆ 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in