เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
บรรดาดามี่
นิดา
  •      คืนวันอังคารที่ 26 เมษายน 2565 เสียงเซ็งแซ่ของผู้คนเกือบร้อยชีวิตยืนจอแจกันอยู่บริเวณท่าเรือ คนมารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมายผสมกับความวุ่นวายแม้จะเป็นช่วงเวลากลางดึกก็ตาม
    "ค่ะ พบกับข่าวด่วนทันตาและดิฉันนางสาวบุศรา ขณะนี้เราได้มายังพื้นที่ที่เกิดเหตุแล้ว หลังจากที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้รับแจ้งสายว่ามีดาราชื่อดังประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากเรือเมื่อเวลาสี่ทุ่มสี่สิบนาที และขณะนี้เป็นเวลาห้าทุ่มสิบนาที ทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งระดมสำรวจใต้น้ำเพื่อหาร่างผู้ประสบเหตุ โดยระดับน้ำลึกกว่า 20 เมตรค่ะ หากมีความคืบหน้าใด ๆ ดิฉันนางสาวบุศราจะรีบแจ้งให้ทราบโดยทันที" บุศราลดไมค์ลงและกลับมาอยู่ในความตื่นตระหนกอีกครั้ง หลังจากที่ได้รับแจ้งข้อมูล เธอและตากล้องก็รุดมายังที่เกิดเหตุ "เฮ้อ เป็นนักข่าวภาคสนามนี่ไม่มีคำว่าเหนื่อยน้อยลง มีแต่เหนื่อยกว่าเดิมจริง ๆ " เธอบ่นพลางเก็บไรผมที่หล่นลงจากมวยเพราะความเร่งรีบ "เอาหน่า ทำมาตั้งนานแล้ว อย่าท้อสิ พี่ท้อทีไรก็ีชอบคิดจะทิ้งคู่หูอย่างผมอยู่เรื่อย" "นี่ ธัน ฉันจะบ่นบ้างไม่ได้เลยว่างั้น หรือจะบอกว่าแกไม่เหนื่อย"
    "โห เหนื่อยดิพี่ ผมไม่กล้าปฎิเสธข้อนี้อยู่แล้ว" ธันยิ้มแห้ง เขานั่งพักและเริ่มสังเกตสิ่งรอบตัว ความกระวนกระวายใจของผู้ที่อยู่บนโป๊ะเรือนี้ดูเป็นอารมณ์เดียวกันที่สามัคคีที่สุด แต่สิ่งที่สะดุดตาอย่างเห็นได้ชัด คือผู้ที่โทรแจ้งเหตุ พวกเขาดูกังวลใจอยู่ภายในตรงข้ามกับสีหน้าที่เรียบเฉย "พี่ นั่นเพื่อนเขาเหรอ" "หืม" บุศรามองกวาดไปตามสายตาของธัน "อือใช่ ทำไมหรอ" "เขาดูไม่ค่อยร้อนใจเลยเนอะ เพื่อนตกน้ำทั้งคน" เพี๊ยะ บุศราตีแขนธันเสียงดัง "โอ๊ย ตีผมทำไมเนี่ย เจ็บนะ" ธันลูบแขนเพื่อคลายความแสบร้อน "แกอย่าไปสุ่มสี่สุ่มห้าพูดนะ มันมีผลต่อรูปคดี บางทีถ้าแกสงสัยมั่ว ๆ แล้วใครมาได้ยินเข้าคงแย่เลย" เธอย่นคิ้วใส่ "พี่ก็ แล้วมันจริงไหมล่ะ ดูเพื่อนเขาสิทำท่าจะกลับบ้านแล้วนั่น ชาวบ้านแถวนี้เขายังมายืนรอดูเจ้าหน้าที่หาร่างเลย แปลก" ประโยคที่ธันพูดทำให้บุศราหยุดคิด เธอเริ่มเพ่งจุดสนใจไปที่เพื่อนของผู้ประสบเหตุ เธอมองอยู่พักใหญ่และเกิดความคิดที่ว่า "ที่ธันพูดมันก็จริง"
         นาฬิกาเบนเข็มมาอยู่ที่เวลาแปดโมงตรง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะพบดาราสาวท่านนี้เลย พอนกออกหากิน ฝูงไทยมุงต่างทยอยกันมาทึ้งดู คล้ายว่าจะเอาใจช่วย แต่ก็มีบ้างตามประสาที่ต้องการโต้คลื่นด้วยการไลฟ์สดลงช่องทางต่าง ๆ ไม่นานนักพระอาทิตย์ก็ส่องตรงลงมาที่หัว เดาตามหลักทางวิทยาศาสตร์ ด้วยเวลาที่ล่วงเลยมาขนาดนี้ หากจมน้ำจริง เจ้าตัวก็น่าจะดิ่งลงไปใต้ท้องน้ำพร้อมที่จะสูบลมเพื่อพองขึ้นมา แต่ผู้คนก็มักจะหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยความหวังเสมอ ทั้งทวิตเตอร์ เฟสบุ๊คและอินสตราแกรม ทุกพื้นที่ถูกสอดแทรกด้วยประโยคที่อธิษฐานให้เธอปลอดภัย ทีมนักประดาน้ำและเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งหาอย่างเต็มที่แทบจะทั้งความกว้างของแม่น้ำ เหยียบสายจนคล้อยบ่ายก็ยังไม่พบ ผู้คนเริ่มหมดหวังและหาที่ยึดเหนี่ยวใหม่อีกครั้ง มีผู้จุดประเด็นเรื่องน่าสงสัยในอุบัติเหตุของดาราสาวนางนี้ "มีพิรุธนะ"
    "แก มันไม่แปลกไปหน่อยหรอ เพื่อนหายไปทั้งคนแต่ขอกลับบ้านก่อน" ท่ามกลางไอร้อนที่ถูกเรียกให้ระอุขึ้นมา ข้อมูลก็เริ่มปรากฎขึ้นทีละนิด ราวกับว่าพิรุธเหล่านั้นเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ แม่ดาราชื่อดังขึ้นเรือสปีดโบ๊ทส่วนตัวไปกับเพื่อนสาวที่สนิท และชายแปลกหน้าอีกสามคน แม้ว่าจะฟังดูเป็นความสำราญทั่วไปที่ผู้มีอันจะกินพึงทำเป็นปรกติ แต่นั่นคือความไม่ปรกติ เพราะชายแปลกหน้าที่ว่านั้นถูกสืบสาวว่าเป็นถึงลูกหลานผู้มีอิทธิพล ไม่ทันที่จะมีคำประกอบการใด ๆ ชาว 4G ทั้งหลายก็คบคิดร่วมกัน ราวกับเป็นยอดนักสืบโคนัน "ฉันว่าเขาอาจจะเอาไปซ่อนหรือเปล่า" "หรือที่จริงจะถูกฆาตกรรมแล้วเอาเบี่ยงเบนความสนใจด้วยการโทรแจ้งว่าจมน้ำ" "ฉันว่าอาจจะกลับมาพร้อมกับบาดแผลเต็มตัวก็ได้" "ถ้าเป็นห่วงจริงก็ต้องรีบมาให้การกับตำรวจเพื่อเร่งคดีมั้ย" คำพิพากษาและขานเล่าถูกแพร่ไปอย่างรวดเร็ว
    จนกระทั่งติดเทรนด์อันดับหนึ่งของแอปที่เป็นรูปนกสีฟ้าปากเล็ก
           "ใช่ว่าโชคชะตาที่จะเล่นตลกกับเราเสมอ แต่กลับเป็นผู้คนรอบตัวเรา หรือตัวเราเองต่างหาก" "หืม อะไรนะครับ" เสียงหวานเข้มของผู้หญิงในชุดกระโปรงผ้าบางโปร่งสีโอรส พูดเบาๆ ข้างหูของชายหนุ่ม
    "คุณเชื่อในคำวิจารณ์และการคาดเดาเหล่านั้นไหมคะ" "ค..ครับ" ชายหนุ่มเอียงคอสงสัยและเกาหัวแกร็ก ๆ เพราะเต็มไปด้วยความไม่รู้ ไม่รู้ว่าเธอคือใคร ไม่รู้ว่าเธอพูดถึงอะไร "ฉันพึ่งได้จะมายืนมองอยู่บนท่าเรือ วุ่นวายเหมือนกันนะคะ" เธอยังคงพูดต่อไป "ถ้าเป็นคนธรรมดา จะมีผู้คนเอาใจช่วยกันตามหาขนาดนี้หรือเปล่านะ" ชายหนุ่มเริ่มเข้าใจว่าเธอกำลังขับเข้าประเด็นของดาราสาว แหงสินะ ยืนอยู่ที่เกิดเหตุแท้ ๆ ก็คงพอเดาได้ไม่ยาก "ครับ ผมก็ว่าอย่างนั้น" ชายหนุ่มสังเกตรูปร่างของเธอ พยายามมองใบหน้าให้ชัดเจน แต่แสงแดดก็จ้าเสียจนไม่เห็นแม้กระทั่งเงาหัวของเธอ มันถูกเปล่งด้วยลำขาวของดวงอาทิตย์ "ผมว่าคนเราไว้ใจไม่ได้หรอก แม้จะสนิทชิดเชื้อกันมากแค่ไหน เราทุกคนก็รักแต่ตัวเอง" เขาพูดตามความเข้าใจ หลังจากได้ฟังเสียงของผู้คนที่วิจารณ์หัวข้อดาราสาวอย่างสนุกปาก "แต่เราก็ควรมีความหวังนะคะ ความหวังที่จะหล่อเลี้ยงเรา แม้ว่าเราจะผิดหวัง" "มันคงทำให้หลายอย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น" ชายหนุ่มพูดเสริม "หรือไม่ก็เลวลง" เธอพูดแผ่วพร้อมถอยฝีเท้าคล้ายกำลังจะจากไป 
    "เดี๋ยวนะครับ คุณ.." สาวเจ้าหยุดชะงัก ชายหนุ่มหลับตานึกภาพในใจอยู่นาน เธอช่างคล้ายเหลือเกิน 
    คล้ายมากกับใครบางคนที่เขาพึ่งเคยเห็น "คุณชื่ออะไรหรือครับ" แล้วเขาก็โพล่งถามออกไป พร้อมกับลมที่พัดกระโปรงเธอเบา ๆ เป็นริ้วระยับ และรองเท้าแตะหูหนีบสีขาวคู่นั้น เธอค่อย ๆ หันหลังกลับ 
    "ฉัน...นิดาค่ะ"
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in