รีวิวหนังสือ Howl's moving castleSENNELIER
Howl’s Moving Castle คุณยายจอมจุ้นและพ่อมดหนุ่มจอมกลิ้งกลอก
  •  

    ผู้เขียน Diana Wynne Jones

    ผู้แปล เศรษฐศิริ วงศ์ศรานนท์

    สำนักพิมพ์ มติชน

     

                นิยายไตรภาค ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ อีกหนึ่งเรื่องที่ประสบความสำเร็จของไดอาน่า และถูกสร้างเป็นอนิเมชั่นของสตูดิโอจิบลิ คนดูส่วนใหญ่จะต้องตกเป็นสาวกของพ่อมดฮาวล์ทั้งสิ้น เรื่องนี้ทั้งกระแสดีฐานแฟนคลับแน่น จนขนาดนำกลับมาฉายใหม่บนเน็ตฟลิก (Netflix) แล้ว กระแสก็ยังคงแรงอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันนิยายเล่มนี้กำลังจะถูกนำมาตีพิมพ์ใหม่โดยสำนักพิมพ์ Words Wonder แทน ซึ่งคาดว่าไม่เกินสิ้นปี 64 เราคงเห็นนวนิยายเรื่องนี้วางขาย ส่วนเล่มที่เราอ่านนั้นเป็นเล่มต้นตำรับของสำนักพิมพ์มติชนที่ถูกแปลเมื่อปี 2557 กว่าจะได้มาขอบอกก่อนเลยว่านอกจากจะหายากแล้ว ราคาพุ่งเกินหน้าปกไปเกือบ 4 เท่าจากราคาปก บางที่ราคาก็เฟ้อมากกว่านั้น ถือเป็นอีกเล่มที่เหล่านักสะสมจ้องกันตาเป็นมันส์



                ขอบอกก่อน ณ ตรงนี้เลยว่า ฮาวล์ในหนังสือที่เราอ่านกับในอนิเมชั่นจะมีความแตกต่างกันบ้างและเนื้อเรื่องในอนิเมชั่นก็ไม่ได้เหมือนในหนังสือ 100 เปอร์เซ็นต์ จะมีส่วนที่เปลี่ยนไปมากอยู่พอสมควรแต่แก่นเรื่องราวระหว่างโซฟีช่างทำหมวกสาวผู้ต้องคำสาปกับพ่อฮาวล์จอมกะล่อนนั้นยังคงเหมือนเดิมอย่างที่รู้กันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของโซฟี หญิงสาวช่างทำหมวกในมาร์เก็ตชิปปิ้งที่โดนคำสาปจากแม่มดทุ้งร้าง สาปให้เธอกลายเป็นหญิงชรา และคำสาปชั้นที่ 2 ก็คือ เธอไม่สามารถบอกใครเกี่ยวกับคำสาปนั้นได้

    ในบทแรกๆของหนังสือนั้นจะเป็นการปูเบื้องหลังครอบครัวของโซฟี จะมีการเกริ่นถึงโลกที่โซฟีอยู่ เวทมนตร์มีจริง ของวิเศษมีจริงและงานพ่อมดแม่มดมันสามารถเป็นอาชีพได้ จึงไม่แปลกอะไรกับการที่เมืองๆหนึ่งจะมีปราสาทที่รูปร่างพิลึกเคลื่อนที่อยู่ใกล้ๆเมือง ซึ่งในอนิเมชั่นจะไม่เล่าตรงนี้ซักเท่าไหร่ครอบครัวของโซฟีถือว่ามีฐานะอยู่พอตัว แม่ของโซฟีตายตั้งแต่โซฟียังเล็ก พ่อของเธอแต่งงานใหม่กับผู้หญิงที่ชื่อว่าแฟนนี่ลูกจ้างสาวในร้านทำหมวกและต่อมาไม่นานก็มีลูกด้วยกันสองคนที่ชื่อว่า เล็ตตี้ กับ มาร์ทา แม้จะเป็นแม่เลี้ยง แฟนนี่ก็ปฏิบัติกับโซฟีอย่างเท่าเทียมกับลูกของเธออีกสองคนและโซฟีก็รักน้องสาวของเธอทั้งคู่ แม้จะเคยทะเลาะเบาะแว้งกันบ้างตามประสาเด็กๆ พอโตขึ้นพ่อของโซฟีก็เสียชีวิตลง ทำให้แฟนนี่ต้องคิดหาวิธีหาเงินและคิดถึงเรื่องธุรกิจร้านหมวกที่ดูซบเซาลงทำให้เธอไม่สามารถส่งลูกสาวทั้งสามเรียนในโรงเรียนได้อีกต่อไป ทุกคนต้องทำงาน เธอให้มาร์ทาน้องคนเล็กสุดไปเป็นลูกมือของแม่หมอแฟร์แฟกซ์ ส่วนเล็ตตี้ให้ไปฝึกงานกับร้านขนมเซซารี่และแน่นอนว่าโซฟีต้องสืบทอดกิจการร้านหมวก



    โซฟีเบื่อร้านหมวก เธออุดอู้อยู่แต่กับร้านหมวกและทำงานจนดึกดื่นไม่มีเพื่อนคุย และเธอก็ทำตัวเหมือนคนแก่ขึ้นทุกวัน จนวันที่แม่มดสาปเธอให้เป็นหญิงแก่จริงๆ เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้โซฟีออกเดินทางแสวงหาโชค ด้วยความที่เป็นพี่คนโตสุดเธอมักคิดเสมอว่าโชคชะตาจะต้องให้เธอเป็นคนแรกที่ต้องล้มเหลว  เธอจึงใช้ชีวิตแบบกล้าๆกลัวๆมาโดยตลอด และไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลย ขัดกับการทำหมวกอันสวยงามให้คนอื่นเพิ่มความมั่นใจ เธอออกเดินทางเพื่อตามหาคนที่จะสามารถแก้คำสาปนี้ได้และพบกับปราสาทของฮาวล์ซึ่งทำให้เธอเจอกับไมเคิล เด็กฝึกของฮาวล์และคาลซิเฟอร์ ปีศาจไฟ ไมเคิลในการ์ตูนจะดูเด็กกว่าในหนังสือหน่อย ในหนังสือไมเคิลจะอายุประมาณ 15 ส่วนคาลซิเฟอร์ในหนังสือกับในการ์ตูนนิสัยค่อนข้างคล้ายกันทีเดียว แต่รูปภาพในนิยายอาจทำให้คาลซิเฟอร์ดูไม่น่ารักเท่าการ์ตูนเท่าไหร่(ฮ่าๆ)

    โซฟีได้งานในปราสาทเป็นแม่บ้านและได้ทำข้อตกลงกับคาลซิเฟอร์ว่าเธอจะช่วยให้คาลซิเฟอร์เป็นอิสระแลกกับคาลซิเฟอร์ต้องแก้คำสาปให้นาง แต่สิ่งที่น่าแปลกก็คือคาลซิเฟอร์ไม่สามารถบอกเงื่อนไขการแก้คำสาปของตัวเองได้ เขาได้แต่เพียงใบ้ได้เท่านั้น การเจอกันครั้งแรกของฮาวล์กับโซฟีนั้นฮาวล์ดูไม่แปลกใจสักเท่าไหร่กับการมียายแก่จอมจุ้นจากไหนไม่รู้อยู่ในปราสาทแล้วเสนอตัวเองเป็นแม่บ้าน หนำซ้ำยังไม่ไล่แต่ก็ไม่พูดด้วยซ้ำว่ายอมให้อยู่หรือป่าว(ซึ่งเราจะไม่เฉลยว่าทำไม) โซฟีเลยตีเนียนอยู่ยาวซะเลยระหว่างหาทางแก้คำสาป



    ชีวิตของการเป็นแม่บ้านในปราสาทเป็นเรื่องที่น่าปวดหัวมากสำหรับโซฟี เธอค้นพบว่าฮาวล์นั้นขี้เกียจสันหลังยาวไม่ทำอะไรเลยสักกะอย่างและห้องน้ำก็สกปรกเต็มไปด้วยเมือกและเชื้อรา เธอเจอขวดโหลเวทมนตร์ต่างๆ ที่ฮาวล์ใช้ไม่ว่าจะเป็นขวดโหลที่เขียนว่า แห้งเร็ว, ย่อยสลาย, สำหรับผม และอื่นๆอีกเยอะ ฮาวล์มักใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการอาบน้ำ มีความเจ้าสำอางเกินใคร และชอบเรียกโซฟีว่าคุณยายจอมจุ้นเสมอ ซึ่งโซฟีก็โนสนโนแคร์ ความแก่ที่มาพร้อมกับการปวดข้อ กระดูก และผิวที่เหี่ยวย่นมันยังทำให้โซฟีกล้าแสดงออก และมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นอีกด้วย



    การมีอยู่ของโซฟีทำให้ปราสาทสะอาดขึ้น แล้วดูเหมือนว่าไมเคิลก็จะชอบการมีเพื่อนเพิ่มปราสาทของฮาวล์นั้นมีความพิเศษคล้ายกับประตูไปไหนมาไหนของโดราเอมอนเพราะมันสามารถไปสถานที่อื่นในเวลาเดียวกันได้ ซึ่งแต่ละที่ที่นั้นฮาวล์ก็จะเปลี่ยนชื่อไปเรื่อยๆ เจนกินส์บ้าง เพนตรากอนบ้าง และในแต่ละเมืองไมเคิลก็จะดูแลธุรกิจขายเวทมนตร์ หาตังค์ไปด้วยและได้ช่วยคนไปด้วย ประตูพิเศษที่เป็นสีดำนั้นเป็นสิ่งที่กวนใจโซฟี มันเป็นประตูที่สามารถเปิดไปที่เวลส์ ที่ที่ซึ่งมีครอบครัวของพ่อมดฮาวล์อยู่ ฮาวล์นั้นจะเทียวไปเทียวมาในแต่ละประตูโดยเป็นที่เลื่องลือกันว่าเขาชอบทำให้ผู้หญิงตกหลุมรัก จากนั้นก็ทิ้งนาง ทำให้สายตาคนนอกรวมถึงโซฟีด้วยที่มองว่าฮาวล์นั้นไม่มีหัวจิตหัวใจ แม้กระทั่งคาลซิเฟอร์ก็บอกว่าฮาวล์นั้นไม่มีหัวใจหรอก(ซึ่งนางไม่มีจริงๆ) และความเจ้าชู้ของนางก็เป็นเหตุที่ทำให้นางซวยเพราะนางดันไปทำให้แม่มดทุ่งร้างหลงรักและทิ้งนางจนทำให้ฮาวล์ต้องสร้างปราสาทหลังนี้เพื่อหลบหนีนาง ซึ่งนั่นก็มีความน่าสมน้ำหน้าฮาวล์อยู่

    สิ่งที่เราชอบมากๆในหนังสือ คือรายละเอียดที่ในการ์ตูนไม่ได้เน้นหรือเล่าตรงนี้อย่างเช่น โซฟีนั้นเป็นแม่มด โดยเธอมีพลังที่สามารถพูดให้สิ่งของไหนก็ตามมีชีวิตได้ โดยเราจะเห็นจากตอนจบของอนิเมชั่นที่โซฟีอธิษฐานขอให้คาลซิเฟอร์มีอายุไปอีก 1000 ปี แต่ก็ไม่เฉลยว่าทำไมต้องเป็นโซฟีเท่านั้นถึงทำเช่นนั้นได้ พลังของโซฟีในหนังสือจะแสดงออกมาโดยตั้งแต่ต้นเรื่องสมัยที่เธอทำหมวก โซฟีชอบพูดกับหมวก อย่างหมวกใบที่มีผ้าคลุมหน้า โซฟีจะพูดว่า "เธอดูลึกลับน่าค้นหา" หรืออย่างหมวกบอนเนต์ โซฟีก็จะพูดกับมันว่า "เธอมีหัวใจทองคำและใครสักคนที่มีตำแหน่งสูงส่งจะมองมาและตกหลุมรักเธอ" และมันก็ได้ผล เจ้าของที่ซื้อมันไปต่างได้เจอกับเรื่องดีๆ จนทำให้ยอดออเดอร์หมวกถล่มทลายและเป็นเหตุที่ทำให้โซฟีต้องติดอยู่ในร้านทั้งวัน


     

    ตัวละครที่หายไปในอนิเมชั่นอย่าง มิสซิสแฟร์แฟกซ์ที่เป็นแม่มดที่น้องสาวของโซฟีไปฝึกงานด้วย ซึ่งในนิยายเป็นอีกหนึ่งตัวละครที่เก็บชิ้นส่วนปมของเรื่องไว้ส่วนหนึ่ง หรือมนุษย์หมาที่ไม่ชอบขี้หน้าฮาวล์ที่โดนคำสาป และยังมีตัวละครอื่นๆอีก น่าเสียดายที่เราไม่ได้เห็นบทบาทสำคัญของตัวละครอื่นจากอนิเมชั่น 

                ในบทอื่นๆของหนังสือโซฟีจะพาเราไปเจอกับชิ้นส่วนปมต่างๆของเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นปมเรื่องครอบครัวฮาวล์ ความสัมพันธ์ของฮาวล์กับคาลซิเฟอร์ ฮาวล์เจอคาลซิเฟอร์ได้อย่างไร ภารกิจตามหาพ่อมดและเจ้าชายที่หายตัวไป เรื่องรักๆระหว่างไมเคิลกับน้องสาวโซฟี   ความลับของแม่มดแห่งทุ่งร้าง พลังของโซฟี ซึ่งทุกอย่างจะมาขมวดปมในช่วงสุดท้าย โดยมีแบคกราวด์เป็นการผจญภัยของยายแก่และความกวนของฮาวล์

                ถ้าถามเราว่าเล่มนี้น่าอ่านมั้ยเราบอกเลยว่าน่าอ่าน เป็นนิยายที่อ่านได้เรื่อยๆ ฟีลกู๊ด สำหรับใครที่ชอบแนวตื่นเต้น เล่มนี้อาจไม่ใช่เล่มที่คุณต้องการ ส่วนตัวมองว่านิยายเล่มนี้เหมาะกับเด็กหรือคนที่ชอบเรื่องราวเวทมนตร์ ส่วนใครที่สาวกของพ่อมดฮาวล์อยู่แล้ว เราไม่รับประกันว่าจะชอบฮาวล์ในเวอร์ชั่นนิยายมั้ย เพราะฮาวล์ในการ์ตูนหล่อกว่าหลายขุม(ฮ่าๆ) แต่ความยียวนน่าตบของฮาวล์ในนิยายนั้นมีค่อนข้างมากกว่าในการ์ตูน เรากล้ารับประกัน



    สรุปคะแนนโดยภาพรวม

    ความสนุก 4/5
    ภาษา 3/5
    ความน่าติดตาม 4/5


    ภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน 

     

     

                                     

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in