HOW DEEP IS YOUR DREAMBUNBOOKISH
คำนำ






  • How deep is your dream


    มีไม่กี่คนที่เราอยากจะนั่งคุยแล้วเล่าเรื่องราวความฝันให้ฟัง แล้วก็มีไม่กี่คนที่เรายินดีจะใช้เวลาเพื่อรับฟังความฝันของเขา—หมายถึงความฝันทั้งตอนหลับและตอนตื่น ไม่ว่าจะฝันตอนไหน ความฝันก็มักจะผสมปนเประหว่างเรื่องจริงกับเรื่องในจินตนาการเสมอ

    แต่องุ่นเขียนเล่าเรื่องราวความฝันของเธอออกมา โดยที่ไม่เกี่ยงว่าใครจะเป็นคนอ่าน ไม่ว่าจะเป็นความฝันตอนหลับที่เธอมักจะฝันว่าตัวเองล่องลอยและเคลื่อนไหวร่างกายเองได้ หรือความฝันตอนตื่นที่เธออยากรู้ว่าถ้าได้ล่องลอยและปล่อยให้ร่างกายตัวเองเคลื่อนไหวเหมือนในความฝันนั้น เธอจะรู้สึกอย่างไร...

    ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับองุ่นที่เรารู้ก็คือ หลังเกิดอุบัติเหตุ องุ่นกลายเป็นหญิงสาวที่ใช้ชีวิตอยู่บนวีลแชร์เป็นส่วนใหญ่ ร่างกายเธอมีความรู้สึกจากศีรษะลงมาถึงปลายนิ้วมือเท่านั้น นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้องุ่นมักจะจินตนาการถึงความรู้สึกของร่างกายที่ล่องลอยและเคลื่อนไหว เพราะความรู้สึกอย่างนั้นเกิดขึ้นบนวีลแชร์ไม่ได้…

    องุ่นจึงคิดว่าเธอควรลงไปอยู่ในน้ำ...

    การดำน้ำอาจจะไม่ใช่ความฝันที่ยิ่งใหญ่สำหรับบางคน แต่สำหรับคนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างองุ่น ลำพังการลงน้ำตื้นก็ถือเป็นเรื่องอันตรายสำหรับเธอแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วความคิดที่จะดำน้ำลึกนั้นคงไม่ใช่แค่เรื่องใหญ่ แต่เป็นเรื่องยากที่องุ่นจะต้องเอาชนะเงื่อนไขทุกอย่างเท่าที่ชีวิตมีไปให้ได้

    เราเพิ่งรู้หลังจากอ่านต้นฉบับไปเกือบครึ่งเล่ม ว่าถึงแม้แขนและนิ้วมือขององุ่นจะพอใช้การได้ แต่ก็เรียกได้ว่าใช้งานได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น นึกย้อนกลับไปตอนที่โทร. หาองุ่นครั้งแรก เราถามว่าเธอสะดวกทำงานกับเราแบบไหน อยากให้โทร. หาแทนการพิมพ์ข้อความส่งไปหรือไม่

    “แล้วแต่เลยค่ะ องุ่นสะดวกทุกอย่าง” เธอตอบกลับมาอย่างนั้น ระหว่างที่ทำงานด้วยกัน ทุกครั้งที่ส่งต้นฉบับกลับไปให้องุ่น เรามักเผื่อเวลาและบอกเธอว่าไม่ต้องรีบ แต่ปรากฏว่าองุ่นไม่เคยปล่อยให้เราต้องรอ เธอมักจะส่งงานกลับมาก่อนกำหนดเสมอ

    เราไม่แปลกใจเลยว่า องุ่นดำน้ำได้อย่างไร เพราะตลอดเวลาที่ทำงานด้วยกัน องุ่นทำให้เราเข้าใจว่าไม่ใช่ข้อจำกัดหรือเงื่อนไขหรอกที่กำหนดชีวิตเรา สิ่งที่จะบอกว่าเราทำอะไรได้หรือไม่ได้ คือหัวใจของเราเองต่างหาก


    BUNBOOKS


  • คำนิยม


    ตัวเราใหญ่เท่าความฝันของเรา
    และฝันต่อไปมักจะใหญ่กว่าฝันเดิม

    ความกว้างขวางของชีวิตวัดกันที่ความคิดฝัน

    โลกของทุกคนใหญ่ไม่เท่ากัน และความฝันนี่เองที่ขยายเส้นรอบวงโลกของแต่ละคน

    ผมเชื่อว่าทุกคนมีความฝัน ต่างกันแค่บางคนกล้าพูดความฝันนั้นออกมา บางคนเก็บงำไว้ในใจ และบางคนก็ทำให้ความฝันของตัวเองมีอายุสั้นเหลือเกิน พวกเขาทำราวกับความฝันคือวัชพืชของความจริง เมื่อมันงอกเป็นต้นอ่อน พอเห็นเข้า เขาก็ถอนมันทิ้งแล้วใช้ชีวิตกับความจริงเดิมๆ ต่อไป

    ผมเชื่อว่าจุดเริ่มต้นของความสำเร็จตามฝันคือการกล้าพูดมันออกมา

    กล้าฝันนั้นเรื่องหนึ่ง เพราะไม่ยาก ผมก็กล้านึกเงียบๆ ในใจได้ว่าชีวิตนี้ฉันจะไปเหยียบดาวพฤหัสบดีให้ได้ แต่ถ้าไม่กล้าบอกใคร นั่นแปลว่าเรายังคงคิดว่าฝันนั้นเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ ต่างกับนักฝันบางคนเมื่อฝันแล้วพูดมันออกมา บอกกล่าวให้โลกได้ยิน วินาทีที่เขาประกาศความฝัน เขามักเห็นภาพว่ามันเป็นจริงอยู่ตรงหน้าแล้ว

    การประกาศความฝันให้คนอื่นรับทราบอาศัยความกล้า ความมั่นใจ ความเชื่อมั่นในตัวเอง และแน่นอน มันรวมถึงความกล้าหาญในการยอมรับความล้มเหลวที่จะตามมาเมื่อไม่บรรลุเป้าตามที่ฝัน คนผู้นั้นรู้ดีว่าอาจเจ็บปวด แต่เขาก็รู้เช่นกันว่า มีแต่คนที่กล้าเจ็บปวดจากความล้มเหลวเท่านั้น ที่มีโอกาสดื่มด่ำรสหวานของความสำเร็จ

    องุ่น—สุดารัตน์ เทียรจักร์ เป็นคนแบบนั้น กล้าฝัน กล้าประกาศความฝันและเต็มไปด้วยจินตนาการด้านบวกที่ทำให้เธอมองเห็นความฝันนั้นเป็นจริงอยู่ตรงหน้า

    ต้นทุนขององุ่นทำให้เราแปลกใจในความกล้าหาญของเธอ อุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อนน่าจะดับฝันหลายอย่างของเธอไปแล้ว เพราะมันพรากเอาความสามารถหลายอย่างไปจากร่างกาย แต่ขอโทษที โชคร้ายครั้งนั้นมิได้พรากความกล้าหาญและความเข้มแข็งไปจากหัวใจ เธอฟื้นฟูร่างกายขึ้นมาด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง กระทั่งอาจเข้มแข็งกว่าตอนก่อนเกิดอุบัติเหตุ กระทั่งเธออาจกล้าฝันมากกว่าก่อนหน้านั้นด้วยซ้ำ

    เธอนั่งลงหัดจับดินสอปากกาใหม่เหมือนนักเรียนอนุบาล หัดเขียน ก.ไก่ ด้วยลายมือโย้เย้อีกหน ทีละตัว ทีละตัว จากตัวอักษรเป็นคำ จากคำเป็นประโยค จากประโยคเป็นเรียงความ และจากเรียงความกลายเป็นหนังสือ

    องุ่นบอกเล่าเรื่องร้ายที่กลับกลายเป็นดีไว้ในหนังสือ พลังที่ซ่อนอยู่ หนังสือเล่มแรกที่เกิดขึ้นหลังจากเธอประสบอุบัติเหตุรุนแรง ตัวหนังสือในนั้นเปี่ยมด้วยพลังและแรงบันดาลใจที่จะดึงมือดึงไม้ให้ผู้คนลุกขึ้นสู้กับอุปสรรคขวากหนามในชีวิตอีกครั้ง

    พลังของเธอเกิดจากการไม่ยอมแพ้ เลิกโทษชะตากรรม และนำการขับเคลื่อนชีวิตกลับมาอยู่ในมือตัวเองอีกครั้ง โดยไม่ปล่อยให้โชคชะตานำพามันไป เธอจับพวงมาลัยชีวิตแล้วขับเคลื่อนมันไปในทางที่เธออยากไป
    ไม่ยอมเป็นผู้นั่งเฉยในรถคันนั้น แล้วปล่อยให้มันพาเธอไป

    ระหว่างทางนั้นไม่ง่าย เพราะชีวิตเล่นตลกกับเราเสมอ เราต้องต่อสู้กับความเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน จิตใจคนเราที่บางวันก็ฮึกเหิม บางวันก็พังภินท์ไม่เป็นชิ้นดี กว่าจะถึงจุดหมาย เราต้องเก็บเศษชิ้นส่วนของความตั้งใจมาประกอบใหม่กันกี่ครั้ง เส้นทางขององุ่นก็เป็นเช่นนั้น

    กระนั้นเธอก็เลือกแล้วว่า—ฉันจะรับผิดชอบชีวิตของฉันเอง ด้วยการนำพามันไปตามเส้นทางที่ฉันอยากเดิน สู่จุดหมายที่ฉันอยากไป

    วันหนึ่งองุ่นประกาศความฝันให้ผมได้ยินว่า เธออยากดำน้ำ

    คนเราต้องการหัวใจขนาดใหญ่เพียงใดจึงกล้าฝันทั้งที่ร่างกายยังขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวไม่ค่อยได้ว่า—ฉันอยากดำน้ำ หากลองจินตนาการตามเราอาจเห็นว่าทันทีที่เราฝัน สิ่งที่ปรากฏตามมาในวินาทีถัดไปคือข้ออ้างมากมายที่จะบอกกับตัวเองว่า “เป็นไปไม่ได้” จะเดินทางยังไง ใครจะมาสอน ลำบากคนอื่นไหม เกิดจมขึ้นมาจะทำยังไง ต้องเสียค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ และอะไรต่อมิอะไรอีกนับล้านๆ เหตุผลที่จะดับฝันทิ้งกลางคัน แล้วก็ใช้ชีวิตต่อไปตามปกติเหมือนเมื่อวาน

    แต่คำว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ สำหรับองุ่นนั้นเล็กเหลือเชื่อ เธอไม่ได้จับจ้องไปที่ความเป็นไปไม่ได้ เธอหันกลับไปมองอีกทางแล้วตั้งคำถามว่า ถ้ามันจะเป็นไปได้ มันต้องการองค์ประกอบอะไรบ้างที่จะบรรลุความฝัน

    เมื่อโลกได้ยินเสียงของความฝันที่เธอประกาศออกมา โลกก็ขานรับ แล้วกระบวนการต่างๆ ก็ขับเคลื่อน แต่ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นโดยมีองุ่นเองที่เป็นเฟืองสำคัญในการผลักให้ทุกสิ่งค่อยๆ หมุนไป จากเฟืองหนึ่งเคลื่อนไปอีกเฟืองหนึ่ง ต่อเนื่องไปสู่เฟืองถัดๆ ไป จนกลายเป็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนความฝันของเธอ

    เราไม่อาจบรรลุความฝันด้วยตัวเองเพียงลำพัง เราต้องการผู้สนับสนุนอีกมากมาย แต่การจะทำให้ผู้คนสนับสนุนเราได้นั้น ตัวเราเองต้องมีพลังในการขับเคลื่อนพวกเขาอย่างมาก

    องุ่นเป็นเฟืองเล็กๆ ในเครื่องจักรของความฝันที่ไม่เคยหยุดหมุนและทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ

    เมื่อเธอกล้าฝันใหญ่ จึงมีแรงเยอะ เรี่ยวแรงนี้เองที่ผลักดันเฟืองอื่นๆ ที่รายล้อมให้หมุนไป และก่อร่างความฝันของเธอให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

    เธอไม่ได้ดำน้ำสำเร็จเพียงเพราะเธอเก่ง เปล่าเลย ผู้คนอีกมากมายต่างหากที่ช่วยกันสร้างความเป็นไปได้นั้นขึ้นมา แต่สิ่งนี้ก็ไม่มีทางเกิดขึ้น หากไม่มีคนกล้าฝัน เช่นกันกับหลายเรื่องในโลกใบนี้ สิ่งประดิษฐ์มหัศจรรย์ สถาปัตยกรรมยิ่งใหญ่ นวัตกรรมพลิกโลก มิได้เกิดจากคนเพียงคนเดียว

    ตัวเราจึงใหญ่กว่าตัวเรา เมื่อเรามีความฝัน

    เพราะเมื่อฝันนั้นมีพลัง ผู้อื่นจะช่วยเพิ่มพลังจากสิ่งที่เราเป็น

    ก่อนฝัน เราอาจรู้สึกว่าตัวเรามีขนาดเล็ก แต่ทันทีที่กล้าฝัน วินาทีนั้นเราสัมผัสได้ทันทีว่าตัวเราขยายใหญ่ขึ้น ผมเชื่อว่ามนุษย์มีขนาดเท่าความฝันของเขา และความฝันนี่เองที่เป็นอุปกรณ์ขยายความเป็นไปได้ของชีวิต

    หากไม่คิดฝันเลย เราจะมีชีวิตในขอบเขตแคบๆ กระนั้น มิใช่เพียงแค่ฝันแล้วทุกสิ่งจะเลิศเลอ ชีวิตจะพลิกผันไปในด้านดี มากไปกว่านั้นคือสิ่งที่องุ่นทำให้เราเห็นตลอดหนังสือเล่มนี้ นั่นคือ เราจะประคับประคองความฝันต่อไปอย่างไรให้ลุล่วงระหว่างทางที่เต็มไปด้วยขวากหนาม นั่นหมายความว่าเรายัง
    ต้องการอีกหนึ่งคุณสมบัติ

    ฝัน... แล้วไม่ล้มเลิก

    แล้ววันหนึ่งสิ่งที่เคยถูกเรียกว่า ‘ความฝัน’ จะกลายเป็น ‘ความจริง’ เมื่อนั้นเราจะกลายเป็นคนอีกคนหนึ่ง จาก ‘คนพิการ’ องุ่นกลายเป็น ‘นักดำน้ำ’ สำหรับผมแล้วนี่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และชวนให้ผมสะอึก เพราะผมได้แต่พร่ำพูดว่าอยากดำน้ำมาหลายปีแล้ว แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่เคยไปเรียนเลยสักครั้ง ในมิติของความฝันเรื่องดำน้ำ ผมตัวเล็กกว่าองุ่นมากมาย

    สิ่งที่ผมชื่นชมองุ่นคือ เธอขยายขอบเขตความเป็นไปได้ของตัวเอง จากคนที่ขยับร่างกายไม่ได้ ต้องนั่งลงหัดจับปากกาใหม่ เธอกลายเป็นนักเขียน เธอเดินทางไปเล่าประสบการณ์ชีวิตให้หลายคนฟัง จนกลายเป็นนักสร้างแรงบันดาลใจย่อมๆ มาวันนี้เธอกลายเป็นนักดำน้ำไปแล้ว และดูเหมือนว่ายังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เธอเป็นอยู่เสมอนั่นคือ-นักเดินทาง

    น่าติดตามว่า เธอจะเดินทางไปสู่ความฝันอะไรอีก

    ถึงวันนี้ผมเชื่อว่าองุ่นคงสัมผัสได้ถึงพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวเธอ ในชีวิตของเธอ และในความฝันของเธอ สัมผัสได้ว่าตัวเธอใหญ่เท่าความฝันที่เธอกล้าฝัน และนั่นเป็นเรื่องน่าติดตาม

    เพราะฝันต่อไปมักจะใหญ่กว่าฝันเดิมเสมอ


    นิ้วกลม
    มีนาคม 2560


  • คำนิยม


    ผมพบกับน้ององุ่นเมื่อประมาณสี่กว่าปีก่อน ตอนนั้นผมในฐานะคอลัมนิสต์คนหนึ่งของรายการเจาะใจได้เปิดโอกาสให้แฟนรายการส่งอีเมลเข้ามาร่วมสนุกเพื่อชิงของขวัญปีใหม่จากผม

    ของขวัญปีใหม่ชิ้นนั้นก็คือ ‘ตั๋วเดินทางไปไหนก็ได้’

    อาจจะฟังดูเว่อร์วังอลังการ แต่จริงๆ แล้ว มันคือการที่โอกาสให้แฟนรายการส่งชื่อสถานที่ที่อยากไป (ภายในประเทศ) มาหนึ่งที่ พร้อมบอกสิ่งที่น่าสนใจซึ่งพวกเขาอยากจะเรียนรู้ หรือการผจญภัยที่อยากจะทำในสถานที่นั้นๆ

    ผมจำได้ว่าอาทิตย์นั้นผมแทบไม่อยากเปิดอีเมลดูเลย เพราะมีคนส่งเมลกันเข้ามาเกิน 500 ฉบับ แล้วแต่ละฉบับก็ยาวๆ ทั้งนั้น จะอ่านให้หมดก็คงกินพลังงานเป็นอย่างมาก

    แต่ในบรรดาอีเมลทั้งหลายเหล่านั้น กลับกลายเป็นอีเมลฉบับที่ยาวที่สุดที่สร้างความประทับใจให้ผมไว้ได้อย่างตราตรึง

    เรื่องราวในอีเมลฉบับนั้นเป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงจากจังหวัดแพร่ เธอประสบอุบัติเหตุตั้งแต่ยังเด็ก ร่างกายส่วนใหญ่ขยับไม่ได้ ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็น และที่บ้านก็มีฐานะไม่ค่อยดีนัก แต่เธอกลับมีความฝันอยากที่จะออกเดินทางไปไหนต่อไหน

    ผมจำได้ว่าผมนั่งอ่านอีเมลฉบับนั้นอย่างตั้งใจทุกประโยค เพราะผมเห็นบางสิ่งที่แสนคุ้นเคยซ่อนอยู่ในตัวอักษรที่ยาวเกือบสิบหน้านั้น

    สิ่งนั้นคือจิตวิญญาณแห่งนักเดินทาง

    ตัวอักษรขององุ่น—เจ้าของอีเมลฉบับนั้น ส่งผ่านหลายความรู้สึกมาให้กับผม ทั้งความตื่นเต้นที่รู้ว่ากำลังได้อ่านบางอย่างที่แสนพิเศษอยู่ผมชื่นชมความพยายามของเธอที่อยากสื่อสารความคิดและประสบการณ์ออกมาเป็นถ้อยคำที่เปี่ยมความหมาย รวมถึงความเศร้าที่จิตใจอันรักอิสระและอยากรู้อยากเห็นขนาดนี้กลับต้องมาติดอยู่ในร่างกายที่ใช้งานได้อย่างไม่ค่อยดีนัก

    ในอีกแง่หนึ่ง ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่ผมจะได้เติมความหมายให้กับชีวิตตัวเอง ผ่านการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อีกคนเท่าที่ผมจะช่วยได้

    แม้สุดท้ายผมจะไม่ได้เลือกองุ่นมารับตั๋วใบนั้น แต่ผมและทีมงานได้เลือกเชิญเธอมาเป็นแขกรับเชิญรายการเจาะใจ และเปิดโอกาสให้คนทั้งประเทศได้ฟังเรื่องราวของเด็กสาวผู้เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งชีวิตที่ชื่อว่าน้ององุ่น

    จากนั้นเรื่อยมา โอกาสต่างๆ ก็ค่อยๆ เข้ามาหาน้ององุ่น ทั้งวิ่งมา เดินมา คลานมา ชีวิตของเธอค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละนิด และผมก็ภูมิใจและดีใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนเล็กส่วนหนึ่งในเส้นทางของเธอ

    จนวันหนึ่ง เธอได้เขียนหนังสือออกมาเป็นเล่มที่สอง และได้ขอให้ผมเขียนคำนิยมให้กับเธอ

    ผมตอบรับทันที

    นี่ไม่ใช่หนังสือเกี่ยวกับการดำน้ำและไม่ใช่หนังสือเกี่ยวกับคนพิการ

    นี่คือหนังสือเกี่ยวกับชีวิตและอุปสรรคที่โชคชะตาโยนใส่เรา

    และที่สำคัญที่สุด นี่คือหนังสือเกี่ยวกับการเอาชนะโชคชะตา

    ผมเชื่อว่าหลังจากที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ทุกท่านก็คงจะรู้สึกเหมือนกับผมในวันที่ได้อ่านอีเมลจากน้ององุ่นเป็นครั้งแรก ได้รู้สึกถึงพลังอะไรบางอย่างของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ ที่ทั้งจริงแท้ อ่อนโยน และแข็งแรง

    เพราะหัวใจของเธอ ไม่ได้นั่งรถเข็นเหมือนร่างกาย


    วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล
    กุมภาพันธ์ 2560


  • คำนำผู้เขียน


    ฉันไม่เคยมีความฝันอยากจะดำน้ำมาก่อน

    ฉันแค่ชอบออกเดินทาง หนึ่งในที่ที่ฉันอยากจะไปสักครั้งก็คือทะเล

    ฉันอยากรู้ว่าตอนที่ร่างกายลอยอยู่ในน้ำจะรู้สึกอย่างไร…

    อาจเป็นเพราะฉันเคยประสบอุบัติเหตุจนร่างกายใช้การแทบไม่ได้ ต้องนอนอยู่แต่บนเตียง นั่งอยู่บนวีลแชร์ ใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน และบางทีก็ได้แต่ขลุกตัวอยู่ในห้องอันแสนน่าเบื่อ

    แม้คนเราจะสามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆ ของโลกภายนอกได้หลายวิธี แต่การได้ออกไปสัมผัสมันด้วยตัวเองนั้นย่อมดีกว่า อย่างน้อยการที่ฉันยังอยากออกไปเจออะไรด้วยตัวเอง มันทำให้ชีวิตของฉันมีความหวัง

    และเพราะความอยากนั้น ทำให้ฉันต้องพยายามขยับตัวเพื่อลุกออกจากเตียง ทำให้ฉันต้องออกแรงเข็นวีลแชร์เอง ทำให้ฉันได้คิดและลองทำอะไรเพื่อหาทางออกไปจากจุดเดิมๆ ที่ฉันเคยอยู่

    ครั้งนี้ก็เช่นกัน เพื่อให้ได้ไปทะเลและได้ลงน้ำสมใจอยาก ฉันจึงต้องพัฒนาตัวเอง ทั้งออกกำลังกายและทำกายภาพบำบัดเพื่อให้ร่างกายพร้อมมากที่สุด ทั้งที่มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อย่างฉัน

    หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมเรื่องราวตั้งแต่ตอนที่ฉันเริ่มต้นตั้งเป้าหมายให้ตัวเอง ได้พบเจอคนที่คอยช่วยนำทาง และฝ่าฟันหาวิธีการเพื่อไปถึงมัน

    การเดินทางครั้งนี้ ช่วยตอบสิ่งที่ฉันเคยสงสัยว่าร่างกายของฉันนั้นทำอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง และทำให้ฉันไม่เอาข้อจำกัดที่ตัวเองมีมาใช้เป็นข้ออ้างที่จะละทิ้งความฝัน หรือสิ่งที่อยากทำอีกต่อไป

    จนถึงตอนนี้ ฉันรู้สึกขอบคุณร่างกายตัวเองด้วยซ้ำ ที่ช่วยให้ฉันเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองทำได้ แม้จะเป็นแค่เรื่องเล็กๆ อย่างการขยับตัว การลุกขึ้นจากที่นอน หรือเรื่องยากๆ อย่างการดำน้ำใต้ทะเลลึก

    ถ้ามีความตั้งใจและความพยายามแล้ว คนเราก็สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของตัวเองได้เสมอ


    อยากให้คุณได้รู้สึกอย่างนั้นเช่นกัน
    Angun


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in