เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
My First Storyชุติมา
ผู้หญิงผู้ไม่เคยห่างบ้านเกิน4ooกม.
  •                        จริงๆคงมีคนอยู่จำนวนไม่น้อยเลย ที่ติดบ้าน หมายถึงไม่อยากไปอยู่ที่อื่นนานๆ ถ้าไม่ใช่ที่บ้าน แต่ทุกคนมักจะต้องเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องไกลจากแหล่งที่อยู่ที่ตัวเองคุ้นชิน 
        ไม่ว่าจะเป็นด้วยความเติบโตตามวัย เมื่อถึงวัยมหาวิทยาลัย มักเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนไกลบ้านต้องจำใจจากบ้าน แล้วบินเข้าหาความฝันเพื่อค้นหาตัวเองต่อไป  แต่เหตุผลนี้ใช้ไม่ได้กับคนติดบ้านเวอร์ชั่นรุนแรงอย่างฉัน แต่ว่าจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้คนแบบฉัน กล้าที่จะห่างบ้าน จาก ผู้หญิงผู้ไม่เคยห่างบ้านเกินสี่ร้อยกิโลเมตร อยากลองที่จะไปใช้ชีวิตห่างบ้านเป็นหลายพันกิโลเมตร แล้วอะไรน้าที่ทำให้ฉันเปลี่ยนไปได้:) 
                                                               ไปติดตามกันเล้ยยยย ยยยย             
       
            (บางคนคิดในใจ เค้าไม่ได้อยากติดตามเรื่องของมึงขนาดนนั้นนนน จะเล่นใหญ่ทำไมม)
                                                       555555555555555555555555555 
           ขอเล่าเรื่องความเป็นมาของฉันสักนิดนึง ฉันเป็นเด็กต่างจังหวัดคนนึง(จริงๆคงไม่เด็กเเล้วปีนี้ก็ปาเข้าไป 23 ละ)ที่ใช้ชีวิตแบบเด็กปกติทั่วไป แต่มันไม่ค่อยทั่วไปตรงที่ฉันเป็นคนติดบ้าน แรกๆก็ไม่ได้ติดบ้านอะไร แต่ด้วยที่พ่อฉันเป็นคนดุมากพอสมควร เวลาจะไปไหนต้องขออนุญาต ถ้าขอแล้วมันดูไม่สมเหตุสมผล พ่อก็จะไม่ให้ไป  ถ้าขอไปเที่ยวกับเพื่อนนานๆที ก็ไม่มีปัญหา แต่เป็นที่ตัวฉันเองที่อึดอัดที่จะขอ เพราะต้องแจ้งเหตุผล บวกกับบ้านฉันไกลจากตัวเมือง 60 กิโลเมตร ต้องนั่งรถเข้าไปในตัวเมือง ซึ่งใช้เวลา บวกกับความขี้เกียจนั่งรถของฉันด้วย ฉันเลยไม่ค่อยอยากไปเที่ยวไหน ทำให้ฉันเป็นคนชอบอยู่บ้าน พอถึงวัยมหาวิทยาลัย ฉันก็เลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้เพราะ เป็นมหาวิทยาลัยที่สวยที่สุดในประเทศไทย :)ฉันภูมิใจมากที่ได้เรียนที่นี้ และใกล้บ้านมากกว่า โรงเรียนตอนมัธยมปลายเสียอีก ฉันกลับบ้านทุกอาทิตย์ เพราะคิดถึงบ้านและคนที่บ้านมากกกกกกก ศุกร์เย็นกลับบ้าน จันทร์เช้ากลับมอ  ชีวิตฉันวนอยู่แบบนี้ 4 ปี จนจบมหาวิทยาลัย.......

  •           ตามstep ของวงเวียนชีวิตเด็กไทยส่วนใหญ่ทันที พอเรียนจบ ก็ต้องเริ่มหางาน ฉันก็กลับมาพักใจที่บ้านสักพัก และก็ได้ข้อสรุปว่า อยากทำงานที่ใกล้บ้าน ไม่เกี่ยงว่าเป็นงานอะไรทำหมด ขอแค่ให้ได้อยู่บ้าน   ฉันไปเจองานธนาคารเลยสมัครเลย เพราะใกล้บ้านมากกกก ทุกพักเที่ยงฉันกลับมากินข้าวที่บ้าน
    ดูเป็นชีวิตที่มีความสุขนะ สำหรับคนที่พอเพียง ไม่ต้องตื่นเช้าดิ้นรนแบบคนกรุงเทพ แต่มันมีปํญหาเกิดขึ้นกับฉัน พอเข้าไปทำงานได้ไม่นาน ฉันไม่ใช่คนขายเก่ง เดี๋ยวนี้ทุกคนรู้ดีงานธนาคารกับงานขายเป็นของคู่กัน ทำให้ฉันที่ก่อนหน้านี้เป็นคนไม่คิดอะไรมา สนุกกับชีวิตไปวันๆ เริ่มเครียด เพราะทุกเช้าจะโดนบ่นเรื่องยอดขาย ทำให้ชีวิตทำงานฉันไม่แฮปปี้เบอรี่แบบที่ฝัน ฉันเลยขอลาออก เพราะความขายไม่เก่งของฉันเอง 
                        ฉันลาออกมาอยู่บ้าน ทบทวนตัวเองว่าจะเอายังไงต่อดีกะชีวิต จนได้เจอโครงการ WAH (work and holiday) พอฉันได้อ่านละเอียดของโครงการนี้ และหาข้อมูลจากคนที่เคยเข้าร่วมโครงการ มุมมองชีวิตของฉันเปลี่ยนไปเลย ทำให้ฉันสมัครโครงการนี้และกำลังจะเดินทางไปประเทศออสเตรเลีย ซึ่งไกลจากบ้านฉันเป็นพันๆกิโล
                จริงๆสิ่งที่ทำให้ฉันเปลี่ยนมุมมองคือ ฉันได้เจอกับการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มากในชีวิต
         มันเปลี่ยนมุมมองทุกอย่างในชีวิตของฉัน  หลังจากนั้น ฉันมองย้อนกลับไป ทำไมฉันถึงปิดกั้นตัวเองมาตลอด ทำไมฉันมักจะให้เหตุผลกับตัวเองว่า สิ่งที่เราไม่รู้มันน่ากลัวเสมอ ทั้งๆที่ฉันยังไม่เคยลองไปดูไปเห็นด้วยตัวเอง ตอนเรียนมหาลัยปีสี มันต้องฝึกงาน ฉันเลือกที่จะฝึกงานที่เชียงใหม่ เพียงเพราะมันใกล้กับเชียงราย ใช่ ฉันเป็นคนเชียงราย ทั้งๆที่ใจฉันอยากไปฝึกงานที่ภูเก็ต ฉันเรียนการท่องเที่ยว แต่ฉันปิดกั้นตัวเองมาตลอด พยายามหาเหตุผลมาเป็นข้ออ้างให้ไม่ไกลบ้าน ไม่ใช่เพราะฉันกลัวความลำบาก ฉันกลัว  ความไม่รู้  แต่  ความไม่รู้ ที่ฉันเคยกลัว ตอนนี้มันกลายเป็นเรื่องท้าทาย ฉันเกิดความอยากรู้ในความไม่รู้ ไม่รู้ว่าทางข้างหน้าที่จะเดินไปต้องเจออะไรบ้าง แต่มันเป็นความรู้สึกที่ไม่กังวล มันกลับเป็นความ ท้าทาย และ ตื่นเต้น เมื่อจะได้เรียนรู้ในความไม่รู้ ที่แดน จิงโจ ^^
            
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in