หนังหนึ่งคืน | OnenightCinemaOnenightz.
เสียงขับขานแห่งเสรี (Do You Hear The People Sing?)
  • Les Misérables (2012) 👨‍👧⚖🇫🇷
    Director : Tom Hooper
    Genres : Drama ,Musical ,Romance
    My Score : 9.5 / 10
    .
    - ในช่วงเวลานี้ของประเทศไทย ดังระงมไปด้วยเสียงปราศรัย และเสียงเพลงจากการประท้วงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงอนาคตของประชาชน จึงทำให้กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนจากฝั่งฝ่ายไหน มีความคิดหรืออุดมการณ์เช่นไร ทุกคนล้วนต้องการนำพาให้ประเทศไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น
    - หากกล่าวถึงหน้าประวัติศาสตร์ที่พูดถึงการต่อสู้ของประชาชนต่ออำนาจรัฐอันไม่ชอบธรรม คงไม่พ้นที่จะนึกถึงเหตุการณ์ในวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 และเหตุการณ์ 6  ตุลาคม พ.ศ. 2519 แม้จะผ่านมาแล้วเกือบ 50 ปี แต่เหตุการณ์ทั้งสองยังคงอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน ซึ่งในช่วงเวลานี้ หลายกลุ่มการเมืองก็ได้จัดกิจกรรมรำลึกถึงวีรกรรมของเหล่าวีรชนในเหตุการณ์ทั้งสองด้วยวิธีต่างๆ
    - และในช่วงสัปดาห์นี้ เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของเหล่าวีรชนในเหตุการณ์ ผมจึงได้หยิบยกเพลง "Do You Hear The People Sing?" ซึ่งคือบทเพลงอันเป็นสัญลักษณ์ของการผดุงความยุติธรรมของเหล่ามวลชนในภาพยนตร์ Les Misérables และกลายเป็นจุดเด่นที่จะเห็นการขับร้องบทเพลงนี้ในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในหน้าประวัติศาสตร์การปฏิวัติสมัยใหม่ ซึ่งผมจะนำมาอธิบายถึงที่มา และตีความบทเพลงอันทรงพลังที่อยู่คู่การต่อสู้ทางการเมืองมาหลายยุคหลายสมัยนี้
    ▪︎


    - เพลง Do You Hear The People Sing? ประพันธ์เนื้อร้องโดย Alain Boublil ,Jean-Marc (ภาษาฝรั่งเศส) และ Herbert Kretzmer (ภาษาอังกฤษ) และประพันธ์ดนตรีโดย Natel Claude-Michel Schönberg  ถูกขับร้องครั้งแรกใน Les Misérables : Act I โดยตัวละคร Enjolras (อองฌองราส) ผู้นำกลุ่มนักศึกษาที่มีชื่อว่า the Friends of the ABC ในฉากที่พวกเขากำลังเตรียมการเพื่อก่อกบฏบนถนนในกรุงปารีส ระหว่างขบวนแห่ศพของนายพล Jean Maximilien Lamarque (ฌ็อง มักซีมีเลียง ลามาร์ก) เพลงนี้ถูกขับร้องอีกครั้งในตอนจบ ซึ่งเป็นเพลงปิดท้ายของละครเพลง ขับร้องโดยตัวละคร Jean Valjean (ฌองค์ วัลฌอง) ตัวละครเอกของเรื่อง
    - โดยละครเพลงต้นฉบับฝรั่งเศส ได้ฉายรอบปฐมทัศน์ในปารีสในปี ค.ศ. 1980 โดยมี Robert Hossein กำกับการแสดง ดัดแปลงเป็นภาษาอังกฤษโดยโปรดิวเซอร์ Cameron Mackintosh ซึ่งเปิดการแสดงในลอนดอนระหว่างเดือนตุลาคม ค.ศ. 1985 ถึงมิถุนายน ค.ศ. 2019 จึงทำให้ละครเวทีเรื่องนี้กลายเป็นละครเพลงที่เปิดแสดงมายาวนานที่สุดในโรงละคร West End และเป็นละครเพลงที่เปิดแสดงมายาวนานที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากละครบรอดเวย์เรื่องแรกที่มีชื่อว่า The Fantasticks
    - นอกจากจะถูกขับร้องในละครเวทีแล้ว ก็ยังมีการนำบทเพลงนี้มาใช้ในภาพยนตร์ Les Misérables อีกหลายๆฉบับ ซึ่งฉบับล่าสุดและเป็นที่รู้จักกันอย่างเป็นวงกว้างคือ Les Misérables ปี ค.ศ. 2012 ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ เป็นภาพยนตร์เพลงมหากาพย์ย้อนยุคที่กำกับโดย Tom Hooper ภาพยนตร์เรื่องนี้อิงจากการแปลฉบับภาษาอังกฤษของโรงละคร West End ในปี ค.ศ. 1985 ซึ่งแปลมาจากต้นฉบับละครเพลงภาษาฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1980 โดย Boublil และ Schönberg ซึ่งทั้งภาพยนตร์และละครเพลงทั้งหมด ดัดแปลงมาจากนวนิยายที่มีชื่อเดียวกันภาษาฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1862 โดยนักเขียนที่มีชื่อว่า Victor Hugo
    - Les Misérables ถูกเล่าผ่านภาพประเทศฝรั่งเศสช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชายคนหนึ่งนามว่า ฌอง วัลฌอง ชาวนาชาวฝรั่งเศส ซึ่งได้รับการปล่อยตัวในปี ค.ศ. 1815  หลังจากรับโทษจำคุกยาวนาน 19 ปีในข้อหาขโมยขนมปังเพื่อให้ลูกที่อดอยากใช้ประทังชีวิต วัลฌองตัดสินใจหนีทัณฑ์บน และเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากนักบวชคนหนึ่งได้สร้างแรงบันดาลใจให้เขาด้วยการแสดงความเมตตาอันยิ่งใหญ่ แต่สารวัตรตำรวจผู้เที่ยงตรงนามว่า จาแวร์ (Javert) ปฏิเสธที่จะปล่อยให้เขาหนีทัณฑ์บน และไล่ล่าตามเขาไปตลอดภาพยนตร์ ในระหว่างเนื้อเรื่อง วัลฌองและตัวละครอื่นๆ จำนวนมากได้ไปข้อเกี่ยวกับการก่อกบฏเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1832 (June Rebellion) ในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญภายในภาพยนตร์
    ▪︎


    - บทเพลง Do You Hear The People Sing? คือเพลงที่แสดงจุดสูงสุดทางอุดมการณ์การเมืองของตัวละครภายในภาพยนตร์ เป็นบทเพลงที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ซึ่งเป็นการวางเดิมพันสำหรับการต่อสู้ครั้งสำคัญที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า เพลงนี้เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มนักศึกษาฝ่ายสาธารณรัฐนิยมชาวปารีส (Republicans) ผู้ซึ่งต่อต้านสถาบันกษัตริย์หลุยส์ ฟิลิปป์ (Louis-Philippe) ได้ยินข่าวการเสียชีวิตของนายพลลามาร์ก วีรบุรุษสงครามและนักการเมืองผู้โด่งดัง ซึ่งวิพากษ์วิจารณ์การปกครองของกษัตริย์หลุยส์ ฟิลิปป์ ที่ล้มเหลวในเรื่องเสรีภาพและสิทธิมนุษยชน พวกเขาคิดว่าการเสียชีวิตของนายพลลามาร์ก อาจเป็นเสียงประกาศการเริ่มต้นของการชุมนุม ที่จะกระตุ้นพลเมืองชาวปารีสที่ถูกกดขี่ และนำไปสู่การสนับสนุนที่เพิ่มขึ้นสำหรับขบวนการต่อต้านพรรคฝ่ายกษัตริย์นิยม (Orléanists) ของพวกเขา ผ่านบทเพลงที่ถูกขับร้องโดย อองฌองราส (แกนนำกลุ่มนักศึกษา) ซึ่งกระตุ้นประชาชนชาวฝรั่งเศสที่ถูกกดขี่ ได้ส่งเสียงแห่งความคับแค้นใจ และเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติ

    1. Do you hear the people sing?
    จงสดับรับฟังเสียงร้อง
    Singing a song of angry men?
    ขับขานทำนองของคนคลั่งโกรธ
    It is the music of a people
    นี่คือบทเพลงของเหล่าฝูงชน
    Who will not be slaves again!
    ที่ไม่ยอมเป็นทาสใครอีกแล้ว!
    When the beating of your heart
    เมื่อจังหวะหัวใจทั้งผอง
    Echoes the beating of the drums
    ก้องพ้องเป็นหนึ่งกับเสียงลั่นกลอง
    There is a life about to start
    ชีวิตผันเปลี่ยน จะเริ่มต้นขึ้น
    When tomorrow comes!
    เมื่อวันใหม่มา!

    2. Will you join in our crusade?
    จะมาร่วมรบกับเราไหม?
    Who will be strong and stand with me?
    ใครกันเก่งกล้าพร้อมจะยืนหยัด?
    Beyond the barricade
    ผ่านพ้นรั้วกั้นนั้น
    Is there a world you long to see?
    มีโลกใหม่โสภาที่ต้องการไหม?

    3. Then join in the fight that will give you
    จงมาร่วมต่อสู้
    The right to be free!
    เพื่อชิงสิทธิ์อิสรชนเสรี!

    4. Do you hear the people sing?
    จงสดับรับฟังเสียงร้อง
    Singing a song of angry men?
    ขับขานทำนองของคนคลั่งโกรธ
    It is the music of a people
    นี่คือบทเพลงของเหล่าฝูงชน
    Who will not be slaves again!
    ที่ไม่ยอมเป็นทาสใครอีกแล้ว!
    When the beating of your heart
    เมื่อจังหวะหัวใจทั้งผอง
    Echoes the beating of the drums
    ก้องพ้องเป็นหนึ่งกับเสียงลั่นกลอง
    There is a life about to start
    ชีวิตผันเปลี่ยน จะเริ่มต้นขึ้น
    When tomorrow comes!
    เมื่อวันใหม่มา!

    5. Will you give all you can give
    จะยอมสู้จนชีพวางวาย
    So that our banner may advance?
    ให้ผืนธงเราก้าวเดินต่อไป
    Some will fall and some will live
    สหายอาจอยู่หรือตาย
    Will you stand up and take your chance?
    จะยืนหยัดกันลองเสี่ยงดูไหม?
    The blood of the martyrs will water
    โลหิตผู้พลีชีพ
    The meadows of France!
    จะรินไหลรดทุ่งหญ้ามาตุภูมิ

    6. Do you hear the people sing?
    จงสดับรับฟังเสียงร้อง
    Singing a song of angry men?
    ขับขานทำนองของคนคลั่งโกรธ
    It is the music of a people
    นี่คือบทเพลงของเหล่าฝูงชน
    Who will not be slaves again!
    ที่ไม่ยอมเป็นทาสใครอีกแล้ว!
    When the beating of your heart
    เมื่อจังหวะหัวใจทั้งผอง
    Echoes the beating of the drums
    ก้องพ้องเป็นหนึ่งกับเสียงลั่นกลอง
    There is a life about to start
    ชีวิตผันเปลี่ยน จะเริ่มต้นขึ้น
    When tomorrow comes!
    เมื่อวันใหม่มา!

    - ประโยคเปิดของเพลง อันเป็นภาพจำ และเป็นเสียงฮัมอยู่ในหัว เมื่อนึกถึงภาพยนตร์เรื่องนี้ "Do you hear the people sing? Singing a song of angry men? It is the music of a people. Who will not be slaves again!" คำว่า People ในโยคแรก เป็นสิ่งที่ อองฌองราส (แกนนำกลุ่มนักศึกษา) ใช้เรียกแทนมวลชนคนชั้นแรงงานและชาวบ้าน ที่ใช้ชีวิตภายใต้อำนาจอันกดทับของระบอบกษัตริย์ โดยเขาสถาปนาบทเพลงนี้แทนคำเรียกร้อง ความคับแค้นภายในใจ ที่อยากจะบอกถึงตัวกษัตริย์หลุยส์ ฟิลิปป์ รวมถึงพรรคฝ่ายกษัตริย์นิยม โดยใช้คำว่า Singing เป็นคำที่แทนคำพูดที่อัดอั้นภายในใจ และยังเน้นประโยค Who will not be slaves again! - ที่ไม่ยอมเป็นทาสใครอีกแล้ว! คำว่า Slaves ในประโยค ก็ไม่ใช่ทาสจริงๆ แต่คือชาวบ้านทั่วไปที่ถูกกดขี่โดยอำนาจอันไม่ชอบธรรม และต้องการปลดแอกตนเองสู่อิสระ
    - ในท่อนที่สอง ขับร้องโดยตัวละคร กงเบอแฟร์ (Combeferre) แสดงให้เห็นถึงการเชิญชวนมวลชนเข้าร่วมการปฏิวัติ มวลชนถูกบทเพลงทำให้เห็นภาพภารกิจในการสร้างสังคมฝรั่งเศสยุคใหม่ พวกเขาต้องการให้การปฏิวัติก้าวข้าม "เครื่องกีดขวาง” (Barricade) ซึ่งในบริบทนี้ หมายถึงชนชั้นนำของฝรั่งเศสในสมัยนั้น ไม่ใช่แค่การต่อสู้ครั้งเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน
    - ในท่อนที่ 5 ขับร้องโดยตัวละคร เฟยยี (Feuilly) ในประโยค Will you give all you can give” หมายถึง การสละทุกสิ่งเพื่อการปฏิวัติ ในที่นี้ รวมถึงชีวิตด้วย เป็นการพลีชีพเพื่ออุดมการณ์ สละทุกอย่างเพื่ออนาคตของประเทศที่ดีขึ้น ในท่อนที่สอง "Banner may advance" - ให้ผืนธงเราก้าวเดินต่อไป ถ้าแปลตรงตัว จะหมายถึง ให้ผืนธงนำพาเราไป ทำให้ผมนึกถึงรูปภาพ Liberty Leading the People (เสรีนำทางชาวประชา) วาดโดยศิลปิน Eugène Delacroix เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์การปฏิวัติเดือนกรกฎาคม (July Revolution) ในปีค.ศ. 1830 เป็นภาพวาดสตรีคนหนึ่ง กำลังพาผู้คนเดินข้ามเครื่องกั้นและกองศพไปข้างหน้า โดยถือธงการปฏิวัติฝรั่งเศสในมือข้างหนึ่งและปืนคาบศิลาในมืออีกข้าง เป็นภาพแทนของการปฏิวัติฝรั่งเศสที่เกิดขึ้นติดต่อกันนานนับ 90 ปี มาจนถึงปัจจุบัน แต่หากตีความจากบริบทในภาพยนตร์ อาจจะหมายถึงธงสีแดงและธงชาติฝรั่งเศส ที่กลุ่มนักศึกษาฝ่ายสาธารณรัฐนิยมชาวปารีส ซึ่งโบกสะบัดธงไปมาเหนือเครื่องกีดขวางภายในฉากนั้นก็เป็นได้
    - ในท่อนที่ 5 จากประโยค "The blood of the martyrs will water.
    The meadows of France!" อ้างอิงจากเพลง La Marseillaise ซึ่งเป็นเพลงชาติของประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบัน ในท่อนแรก "Marchons, marchons! Qu'un sang impur. Abreuve nos sillons!" - หน้าเดิน หน้าเดิน! จงให้เลือดชั่ว อาบนองรอยผลานไถของเรา! โดยทั่วไปแล้ว “เลือดชั่ว” (Impure Blood) มักใช้เพื่ออ้างถึงคณะนักปฏิวัติ เพื่อต่อต้านกลุ่มเลือดบริสุทธิ์ ซึ่งหมายถึงพวกชนชั้นนำ ในเพลงนี้ได้แปลง Impure Blood มาเป็น The Blood of the martys (โลหิตผู้พลีชีพ) เพื่อชี้ให้เห็นว่าการตายของผู้ที่สละชีวิตเพื่ออุดมการณ์ของพวกเขาจะหล่อเลี้ยงการปฏิวัติ และจะช่วยสร้างฝรั่งเศสใหม่ที่ดีกว่า ควบคู่กับนัยยะในประโยค "Will water the meadows of France !" -  จะรินไหลรดทุ่งหญ้ามาตุภูมิ การกล่าวอ้างผ่านบทเพลงนี้ เป็นเรื่องน่าเศร้าที่จะเกิดขึ้นจริง ซึ่งการลุกฮือที่ตามมา เกิดโศกนาฏกรรมที่ทำให้เลือดไหลท่วมไปทั่วฝรั่งเศสอย่างแท้จริง
    ▪︎

    รูปภาพ Liberty Leading The People (เสรีนำทางชาวประชา)

    - หากใครที่จะได้ศึกษาประวัติศาสตร์การปฏิวัติฝรั่งเศส รวมถึงคนที่เคยดูภาพยนตร์เรื่องนี้จนจบแล้ว ก็จะรู้ว่า ในสุดท้ายแล้ว การก่อปฏิวัติในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1832 (June Rebellion) นั้นประสบความล้มเหลว กลุ่มนักษาฝ่ายสาธารณรัฐนิยม และชาวบ้านที่ร่วมการปฏิวัติ ได้เสียชีวิตกันเกือบทั้งหมด (ตามประวัติศาสตร์ เสียชีวิต 93 คน) เหมือนอย่างชื่อของภาพยนตร์ Les Misérables (The Miserables - ความทุกข์) ที่ชีวิตของตัวละครแทบทุกตัวภายในเรื่อง ล้วนมีจุดจบอันเป็นทุกข์
    - แต่บทเพลง Do You Hear The People Sing? ได้ถูกขับร้องอีกครั้งในองค์สุดท้ายของภาพยนตร์ ผ่านตัวละคร ฌองค์ วัลฌอง ที่ได้สิ้นใจในอ้อมกอดของ โคเซ็ตต์ (Cosette) ลูกสาวของ ฟองตีน (Fantine) ที่เขารับมาเลี้ยงในตอนจบ ในโลกหลังความตาย ตัวเขาและเหล่าวีรชนยืนอยู่บนแท่นเครื่องกีดขวาง โบกสะบัดธง และขับร้องเพลง Do You Here The People Sing? นี้ด้วยกัน
    - แต่เนื้อเพลงในองค์สุดท้ายนั้นมีความหมายเปลี่ยนแปลงไป โดยมีเนื้อหาที่พูดถึงดินแดนของพระเจ้า ซึ่งเป็นดินแดนในอุดมคติตามอุดมการณ์ของวีรชนทุกคน มีการเปรียบเปรยถึงความอิสรเสรี การปลดแอก ที่ทุกคนพร้อมใจกันวางอาวุธและร่วมกันพัฒนาดินแดนแห่งนี้ให้ดีขึ้น แม้เพลง Do You Hear The People Sing? ในองค์นี้จะเป็นเพียงภาพฝันของผู้วายชนม์ แต่บทเพลงในองค์นี้ ยังส่องประกายถึงแสงแห่งความหวัง ว่าในสักวัน อุดมการณ์ของพวกเขาจะส่องแสงนำทางให้มวลชนในรุ่นต่อไปได้สานต่ออุดมการณ์ของพวกเขาจนสำเร็จ และในวันหนึ่ง ดินแดนในอุดมคติ จะเป็นดินแดนตามความจริงในปัจจุปัน ซึ่งก็ประจักษ์ชัดเจนแล้วว่า ในปี ค.ศ. 1871 ประเทศฝรั่งเศสได้ประกาศการเริ่มต้นสาธารณรัฐที่ 3 มีประธานาธิบดีเป็นประมุขของประเทศ และจบยุคการปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยนับแต่นั้นเป็นต้นมา
    - หลังจากนี้ ก็หวังได้แต่ว่า ความหวังแห่งอุดมการณ์ของวีรชนในเหตุการณ์ 14 ตุลา และ 6 ตุลา จะยังคงอยู่เป็นแนวทางให้เหล่าวีรชนคนรุ่นใหม่ในประเทศไทยในปัจจุบันได้สืบทอดเจตนารมณ์ และนำพาให้ประเทศไปสู่ดินแดนในอุดมคติอย่างที่คาดหวังไว้ ในสักวัน

    ...Do you hear the people sing?
    จงสดับรับฟังเสียงร้อง
    Lost in the valley of the night
    ทำนองกังวานห้วงลึกราตรี
    It is the music of a people
    นี่คือบทเพลงของเหล่าผู้คน
    Who are climbing to the light
    ที่มุ่งหน้าขึ้นสู่แสงอำไพ

    For the wretched of the Earth
    แม้ในโลกทุกข์ยากลำเค็ญ
    There is a flame that never dies
    ยังมีเปลวไฟลุกโชนไม่ดับ
    Even the darkest night will end
    ค่ำคืนมืดมิดจะจบสิ้นลง
    And the sun will rise
    และฉายแสงทิวา

    They will live again in freedom
    เหล่าผู้คนจะมีเสรี
    In the garden of the Lord
    ในอุทยานแห่งพระเป็นเจ้า
    They will walk behind the ploughshare
    พากันร่วมแรงเดินแบกคันไถ
    They will put away the sword
    ไร้สิ้นมีดดาบอาวุธใด

    The chain will be broken
    โซ่ตรวนจะสะบั้นลง
    And all men will have their reward
    และทุกคนจะได้รับสิ่งตอบแทน

    Who will join in our crusade?
    จะมาร่วมใจกับเราไหม?
    Who will be strong and stand with me?
    ใครกันเก่งกล้าพร้อมจะยืนหยัด?
    Somewhere beyond the barricade
    สักแห่งผ่านพ้นรั้วกั้นนั้นไป
    Is there a world you long to see?
    มีโลกโสภาที่ต้องการไหม?

    Do you hear the people sing?
    จงสดับรับฟังเสียงร้อง
    Say, do you hear the distant drums?
    ได้ยินไหมเสียงระรัวกลองลั่น?
    It is the future that they bring
    นั่นคืออนาคตที่จะมาถึง
    When tomorrow comes!
    เมื่อวันใหม่มา!

    Who will join in our crusade?
    จะมาร่วมใจกับเราไหม?
    Who will be strong and stand with me?
    ใครกันเก่งกล้าพร้อมจะยืนหยัด?
    Somewhere beyond the barricade
    สักแห่งผ่านพ้นรั้วกั้นนั้นไป
    Is there a world you long to see?
    มีโลกโสภาที่ต้องการไหม?

    Do you hear the people sing?
    จงสดับรับฟังเสียงร้อง
    Say, do you hear the distant drums?
    ได้ยินไหมเสียงระรัวกลองลั่น?
    It is the future that they bring
    นั่นคืออนาคตที่จะมาถึง
    When tomorrow comes!
    เมื่อวันใหม่มา!

    Aah, aah, aah
    Tomorrow comes!
    เมื่อวันใหม่...มา!


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in