วิธีดูแลลูกมนุษย์ โดย แดร์เรน ไคท์hbrxnct
day five : blade



  • blade (n.) — ดาบ



    ท่ามกลางกระแสความเป็นไปของโลก ผู้วิเศษถือเป็นผู้รักษาสมดุล การมีชีวิตดำรงอยู่อย่างยาวนานเป็นเวลานับร้อยนับพันปีของพวกเขา ก็เพื่อพิทักษ์สมดุลโลกจากสิ่งที่มุ่งร้าย และทำลายทุกสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อสมดุลโลก

    ในหมู่ผู้วิเศษด้วยกันเองนั้น จะมีผู้ครอบครองพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งเหนือกว่าผู้วิเศษทั่วไปจำนวนสิบสี่คน

    เจ็ดในสิบสี่คนแรก ถูกเรียกว่าผู้พิทักษ์ โดยมากเชี่ยวชาญในการใช้เวทย์ศาสตร์สว่าง เป็นผู้วิเศษที่ถูกคัดเลือกจากการถือกำเนิดใหม่โดยหนึ่งในความดีงามทั้งเจ็ด อันได้แก่ ความบริสุทธิ์ ความพอดี ความเอื้อเฟื้อ ความหมั่นเพียร ความอดกลั้น ความเมตตา และความถ่อมตน

    ส่วนอีกเจ็ดคนที่เหลือนั้น ถูกเรียกว่าผู้ทำลาย โดยมากเชี่ยวชาญในการใช้เวทย์ศาสตร์มืด เป็นผู้วิเศษถูกคัดเลือกจากการถือกำเนิดใหม่โดยหนึ่งในความมัวหมองเจ็ดประการ อันได้แก่ ความใคร่ ความตะกละ ความโลภ ความเกียจคร้าน ความโกรธ ความริษยา และความเย่อหยิ่ง

    มันเป็นหน้าที่ที่ผู้สร้างมอบให้ ผู้สร้าง—คำเรียกแทนอำนาจลี้ลับที่ไม่อาจระบุตัวตน ไม่มีใครเคยพบเจอหรือเคยสัมผัส และเป็นเหตุและผลของกระแสความเป็นไปทุกอย่างบนโลกใบนี้ สิ่งเชื่อมต่อระหว่างผู้สร้างกับสรรพสิ่งบนโลกใบคือลูกแก้วพยากรณ์ขนาดยักษ์ซึ่งตั้งอยู่ที่สมาคมผู้วิเศษ และมีเพียงผู้พยากรณ์เท่านั้นที่จะสามารถอ่านคำทำนายจากมันได้

    ในทุก ๆ ร้อยปี จะมีเด็กแห่งพรและเด็กต้องสาปถูกเลือกขึ้นมาตามความประสงค์ของผู้สร้างสลับกันไป โดยเงื่อนไขระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเด็กแห่งพร ต้องเป็นเด็กที่โอบอ้อมต่อความเป็นไปของโลกจากความดีงามทั้งเจ็ด ได้รับความดีงามเหล่านั้นอย่างเปี่ยมล้นจนกลายเป็นเทพเทวดา ส่วนเด็กต้องสาปนั้น ต้องเป็นเด็กที่ชิงชังต่อความเป็นไปของโลกด้วยความมัวหมองทั้งเจ็ด กล่าวคือเด็กคนนั้นจะต้องถูกความมัวหมองกลืนกินจิตใจจนกลายเป็นปีศาจ

    ผู้พิทักษ์มีหน้าที่คอยคุ้มครองและสนับสนุนเด็กทั้งสองในการปรับสมดุลของโลก ขณะเดียวกันผู้ทำลายเองนั้นก็มีหน้าที่คอยจับตามองและกำจัดเด็กทั้งสองทิ้ง หากเห็นว่าเด็กทั้งสองนั้นทำลายสมดุลของโลกใบนี้มากจนเกินไป

    ผู้วิเศษทั้งสิบสี่นั้นต่างครอบครองคมดาบแห่งการตัดสินของตน ในบางครั้งก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทว่าในบางครั้งก็ห้ำหั่นกันเพื่อทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์แบบ

    และแดร์เรน ไคท์ ก็เป็นหนึ่งในผู้ครอบครองพลังเวทย์ที่แข็งแกร่งสิบสี่คนนั้น






    ท่าทีดูไม่ยี่หระของแดร์เรนทำให้จูเลียนนึกหงุดหงิดใจ ทว่าก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการถอนหายใจออกมาเบา ๆ

    "เจ้าดูกังวลใจนะ"

    อีกฝ่ายว่า ดวงตากลมโตจับจ้องไปยังของหวานสีสวยสดใสที่นอนอยู่บนจาน ขณะเดียวกันก็นึกในใจว่าหากขอห่อขนมพวกนี้กลับบ้านไปฝากโจเอลสักชุดหนึ่งจูเลียนคงไม่ว่าอะไร

    "แน่สิ คนที่ไม่เป็นกังวลอะไรเลยเห็นจะมีแต่เจ้าคนเดียวนั่นล่ะ"

    "วิตกไปก็เท่านั้น ผู้วิเศษอย่างเรา ๆ ทำได้เพียงแค่ไหลไปตามกระแสของโลก เจ้าก็น่าจะรู้ดีนี่" สุ้มเสียงนุ่มนั้นทำให้คนฟังมีท่าทีอ่อนลงเล็กน้อย "อันที่จริงที่ข้ามาเยี่ยมเจ้าวันนี้เพราะข้าต้องการความช่วยเหลือบางอย่าง รับรองว่าเจ้าช่วยข้าได้ ไม่เหลือบ่ากว่าแรงอย่างแน่นอน"

    "อย่างเจ้าเนี่ยนะต้องการความช่วยเหลือจากข้า"

    จูเลียนเลิกคิ้วสูง สีหน้าดูประหลาดใจอย่างเห็นได้ชัด

    "ใช่" แดร์เรนเอ่ย "เข้าเรื่องเลยแล้วกัน—เมื่อวานข้าเพิ่งจะได้ลูกมนุษย์คนหนึ่งมาเป็นทาส แต่เจ้าก็น่าจะรู้นี่ ใช่ไหม? ว่าข้าอยู่ตัวคนเดียวมานาน"

    "ข้าควรแปลกใจอะไรก่อนดี ระหว่างเจ้าต้องการความช่วยเหลือจากข้า หรือในที่สุด เจ้าก็เปิดใจยอมรับเลี้ยงลูกมนุษย์ไว้ใช้เป็นทาสสักที"

    "ที่เจ้าว่ามานั่นไม่เห็นจะเป็นเรื่องน่าแปลกใจสักอย่าง"

    "อย่างเจ้าน่ะพูดอย่างนั้นได้หรือ" จูเลียนย้อน "ตั้งแต่ข้ารู้จักเจ้ามา ไม่เคยมีสักครั้งที่เจ้าจะขอความช่วยเหลือจากใคร ไหนจะเรื่องลูกมนุษย์อีก"

    "ทุกอย่างมีครั้งแรกเสมอ ข้าต้องการเสื้อผ้าสำหรับลูกมนุษย์สักสองสามชุด" แดร์เรนว่า ดวงตายังคงจับจ้องไปที่มาการองหลากสีบนจานตรงหน้าตน "แล้วก็ขนมพวกนี้"

    "ให้ตายเถอะ หนึ่งในเจ็ดผู้พิทักษ์กำลังขอความช่วยเหลือจากข้าเป็นชุดสำหรับลูกมนุษย์และของหวาน เอาไปเล่าให้ใครฟังข้าคงโดนหัวเราะใส่"

    "บ้านเจ้ามีลูกมนุษย์อยู่ถึงสองคน และเจ้าก็ทำของหวานอร่อย เป็นเจ้าเหมาะสมที่สุดแล้วจูเลียน"

    "ข้าควรยินดีที่ได้รับเกียรตินี้สินะ"

    "ย่อมแน่อยู่แล้วไม่ใช่หรือไง"



    [tbc.]
    ________________________________________
    เบียวปะ...เบียวเนอะ 55555555555555

    #วิธีดูแลลูกมนุษย์จด

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in