Wildmaniac
Death

  • แสงไฟดุจดั่งมหาสมุทรแห่งดวงดาวพราวราตรี

    มัจฉาเหล็กแหวกว่ายไปมาในแม่น้ำแห่งซีเมนต์ซึ่งไหลเวียนคดเคี้ยว

    ปะการังเสริมเหล็กเหยียดตัวหยั่งฟ้าแข่งขัน แผ่ขยายสุดลูกหูลูกตา บรรจบแสงอัสดงในยามเย็น

    สายลมเพพัดผ่านช่องว่างระหว่างช่วงตึก

    ความร้อนระอุในทุกอณูของป่าคอนกรีต

    และห่มผ้าด้วยหมอกควันที่อบอวลในชั้นบรรยากาศ 

    ..

    ในเมืองที่เต็มไปด้วยดวงวิญญาณที่ไม่สมประกอบ แตกร้าวและบุบสลาย

    เหนื่อยล้าจากหน้าที่การงานถาโถม ดั่งฟันเฟืองอัตโนมัติ หมุนไปอย่างไม่หยุดหย่อน เพียงเพื่อให้เครื่องยนต์ใช้งานได้ตลอดเวลา

    เดินผ่านกันไปมาในราตรีที่ย่างกราย ไม่สนใจใยดีต่อกัน

    ..

    ชายหนุ่มผู้อ่อนแรงจากพิษงาน แหงนหน้ามองดูเสาไฟต้นใหญ่ ผ่านกระจกหมวกนิรภัยที่เต็มไปด้วยหยดน้ำฝน แสงของไฟวับวาวเป็นประกาย เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอด หลับตาลง ไม่รู้สึกถึงอะไรนอกจากหยาดน้ำที่ตกกระทบเสื้อกันฝนตัวเก่า

    ..

    เพียงชั่วขณะที่เขาพ่ายแพต่อความง่วงงุน เขาฝันถึงถนนสายใหญ่ที่ยืดยาวผ่านหุบเขา ต้นไม้เขียวขจีข้างทางเคลื่อนเข้าใกล้และหนีห่างออกไป สายลมดูเหมือนจะเป็นเพื่อนคนเดียวที่พูดคุยกับเขา ท้องฟ้าสีชมพูในยามเย็นส่องกระทบหมู่เมฆ อาทิตย์เริ่มดับแสง ความเร็วคงที่พาเขาเข้าสู่ความมืดดำ จิตวิญญาณของเขาสงบสุข ปลอดภัยจากเล่ห์เหลี่ยมกลลวงของผู้คน ความมีเหตุผลของชีวิตที่เลือนลางกลับแจ่มชัดขึ้น 

    ธรรมชาติกระซิบบอกกับเขา “ทุกสิ่งย่อมดับสิ้น เวลาจะกัดกินร่างกายของเจ้า ทำสิ่งที่จิตวิญญาณของเจ้าต้องการเถิดชายหนุ่ม”

    ..

    ทันใดนั้น หน้าตาที่ไม่คุ้นเคยปรากฎตัวขึ้น ทักทายและแนะนำตัวอย่างเป็นกันเอง “สวัสดีนักเดินทางแห่งชีวิต ข้าคือความตาย”  

    เขาตอบกลับด้วยใบหน้าอันโศกเศร้า “สวัสดีความตาย ผมเหนื่อยเหลือเกิน กับเส้นทางชีวิตที่ไม่แน่นอน ความรักที่คิดว่าจะคงอยู่ตลอดไปกลับยุติลง สังคมและผู้คนที่ใส่หน้ากากความเสแสร้งเข้าหากัน ความฝันที่จางหายไปเนื่องจากเส้นทางชีวิตที่ผมไม่ได้วาดเขียนด้วยตนเอง

    ทุกๆการตัดสินใจที่ทำลงไปกลับกลายเป็นลูกตุ้มที่คอยฉุดดึงตัวผมให้จมดิ่งลงในทะเลแห่งความล้มเหลว ได้โปรดยอมรับผมเป็นเพื่อนของคุณด้วยเถิด”

    ..

    เสียงแตรจากรถคันข้างหลังปลุกให้เขาตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา เขาบิดคันเร่งอย่างแรงด้วยความตกใจ โดยไม่ได้เหลือบมองสัญญาณไฟจราจร

    มุ่งหน้าเข้าสู่ทางแพร่ง เพื่อนของเขาปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง ทว่าครานี้ในร่างของรถกระบะซิ่งกับความเร็วหนึ่งร้อยยี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง พุ่งชนเขาเข้าอย่างจัง

    เขาปล่อยร่างของตัวเองล่องลอยไปในอากาศ สายฝนหยดสุดท้ายของชีวิตหยดลงปะปนกับน้ำตาพร้อมรอยยิ้มปีติยินดีที่ปรากฎขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยสายโลหิตบนบาดแผลฉกรรจ์ 

    มัจจุราชอ้าแขนรับร่างที่ลอยเคว้งของเขา สยายปีกโอบกอดปลอบโยนวิญญาณที่แตกสลายของชายหนุ่มและจุมพิตดูดดื่มวิญญาณของเขา

    แสงสว่างหยุดนิ่งและดับลง ต้อนรับการมาถึงของความมืดมิดที่จะคงอยู่ชั่วนิรันดร์ 

    เขาหลับตาลงอีกครั้ง..ตลอดกาล


    Instagram : maniacstory

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in