นู่นนี่นั่นโน่นPATNAKAN
ประสบการณ์ครั้งแรก ณ งานเทศกาลหนังอิตาเลียน!
  • ผ๊ามมม ผ่ามมม ผ้ามมม ผ่ามผ่าม ผ้ามผ่ามมมมมมมมมมม (จงอ่านให้เป็นเสียงซาวน์เปิดหนังฟอร์มยักษ์ของค่ายทเวนตี้เซ็นทูรี่ฟ็อกซ์)


    เมื่อหลายเดือนก่อน เรากำลังหาเรื่องทำงานปั่นพอร์ตเข้ามหาลัย เพราะเป็นคนขี้เกียจ ไม่เคยมีงานเป็นชิ้นเป็นอันเลย จนเข้าไปเจอ เว็บไซต์ contestwar.com
    ซึ่งเป็นเว็บรวบรวมการแข่งขันหลายๆประเภทในประเทศไทย เราก็เลยไปเจอ " Italian-Thai 90 seconds shortfilm competition" 

    เฮ้ย น่าสนใจมาก เราเคยไปแลกเปลี่ยนอิตาลีมา น่าจะช่วยงานพอร์ตโฟลิโอ้กับใส่ไอเดียลงไปได้ เราก็เลยไปชวนเพื่อนในห้องมาทำงานด้วยกัน ประสบปัญหาร้อยแปดอย่าง ทีแรกเขาจะเลือก 14 เรื่องสุดท้ายแล้วเขาบอกผ่านเกณฑ์แค่ 10 เรื่องเท่านั้น

    แต่จนสุดท้าย วันประกาศผล ทีมเราก็รอดพ้นมาจนได้!
    ดีใจกันมาก แต่ก็อยากได้รางวัล audience choice ก็ไปเกณฑ์เพื่อนญาติโกโหติกามากมายมาไลค์
    จนใกล้วันเริ่มงาน ก็ได้อีเมลมาชวนให้เข้าร่วมงานเปิดเทศกาลหนังอิตาเลียนที่เอ็มควาเทียร์ รู้สึกสวยมากเว้อ ได้รับเชิญให้ไปงานเทศกาลหนัง ความรู้สึกเป็นชมพู่อารยา ณ เมืองคานส์ ถึงชั้นจะเป็นทุเรียน(ไร้)อารยะ ณ คานทองก็เถอะ แต่เขาเชิญชุ้นนนนนนนนน

    เอาล่ะ นี่จะเป็นการรีวิวงานแล้วนะคะ
    จะพูดไปตามความจริงและจะพยายามพูดให้ไพเราะที่สุดค่ะ 5555555555 (เพราะทุกบล็อกอุดมไปด้วยคำหยาบ)

    ยอมลงทุนนั่งรถกับเพื่อนจากสารคามมากทม กับความหวังลมๆแล้งๆว่าอาจจะได้ 50,000 แต่ถึงไม่ได้ยังไง อย่างน้อยเราก็ได้เห็นหนังที่เราทำเอง(90วิ)ในจอภาพยนตร์ แม่ง ต้องคูลโคตรๆ

    จนช่วงก่อนใกล้วันงานเราจองตั๋วและโรงแรมเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้รับแจ้งมาว่า จะเข้าดูหนังได้เพียงสองคน (ทีมเราไป4) 

    เออ.... เราก็ต้องไปตกลงกับเพื่อน ว่าจะเอาไงต่อดีวะ ไหนๆก็มาขั้นนี้แล้ว จะเสียเที่ยวมั้ย ยกเลิกได้รึเปล่า แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกันว่าไปต่อเหอะ แค่ไปในงานก็ได้ แต่เพื่อนเองก็ยอมเสียสละให้เราไปดูกับเพื่อนอีกคน แต่คนที่เค้าคอนแทคก็บอกว่าจะพยายามหาบัตรให้ เราเลยคิดว่า คงได้เข้าดูหนังทุกคนแหละ แอบเซ็งตรงเพิ่งมาบอกก่อนวันนึง บ้านตูไม่ได้อยู่กทมนะเฟร่ย!
    แต่ก็บ่นมากไม่ได้ เขาไม่ได้บังคับให้มา สะเหล่อมาเองแท้ๆ5555555

    เราก็ต้องไปหาซื้อเสื้อผ้าดีๆเข้างาน เพราะปกติเป็นคนใส่เจเจเสื้อยืดตลอดเวลา อ้วนอีก หาเสื้อผ้ายากอีก หมดเงินอีก อีเวน นี่กูต้องลงทุนขนาดนี้ปะ เงินรางวัลก็ยังไม่มีวี่แววจะได้ สัส55555555
    ช่วงที่ติดเจ็ทสปีดที่เท้าเพื่อไปเอ็มควาเทียร์ค่ะ เพื่อนในแก๊งใส่เชิ้ตขาวมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย มีเราคนเดียวเสื้อลายขวางขาวดำ นักโทษมากๆ


    เออๆ ข้ามมาที่งานเลยแล้วกัน งานนี้เป็นงานเปิดวันแรกค่ะ เลยต้องมีแค่ได้รับเชิญเท่านั้น กับสื่อมวลชน

    เค้านัดให้มาก่อน 17.30 เราก็ไปหาโต๊ะลงทะเบียนไม่เจอ เราเลยโทรหา สรุปคือไม่มีโต๊ะลงทะเบียนให้แขก มีให้แค่ท่านทูตข่า กุโดนเจ้แหม่มสตาฟฟ์ด่าด้วยข่า ชีบอก "ตรงนี้ไม่ใช่ทีลงทะเบียนข่า ตรงนี้เป็นของท่านทูตข่า" หน้าแตกไปสิคะ 

    ที่นัดมาก่อนเพราะจะได้ถ่ายรูปกับแบคกราวน์งานไรงี้ และไล่ให้พวกเราไปหาข้าวกินเองแล้วค่อยกลับมางานอีกทีช่วง หกโมง เพราะเค้าจะมีค็อกเทลมีของกินเล็กน้อยให้กิน ..

    อ้าว เฉดหัวตูซะอย่างนั้น (เค้าไม่ได้เฉด แต่มึงอะตะกละจะรอกินอย่างเดียว)
    ไปหากินเป็ดโฟร์ซีซั่นก็ด้ะ---- เดี๋ยว ไม่ มึงไม่รวยขนาดนั้นนะคะ 
    สรุปคือเราก็ไปสิงสถิตอยู่ร้าน yogurtland ซึ่งเป็นร้านเดียวที่กระเป๋าตังค์ชั้นจะซัพพอร์ตได้.. อุเหม่ จัดที่ซะแพง ถ้ารู้ว่าในงานมีแต่วิญญาณอาหาร กูคงนั่งรถไปกินบะหมี่เป็ดหน้าเดอะมอลล์บางกะปิแล้วค่อยวนกลับมารับรางวัล audience choice ยังได้เลย (ค่ะ ตอนนี้รู้แล้วว่าได้แค่รางวัลป้อปโหวต นกที่หนึ่งจ้ะ อดห้าหมื่นเลย โถ ว่าจะเอาเงินไปถลุงคอนเสิร์ตผู้ชาย)

    เออ จนช่วงงานเริ่ม เราก็กลับเข้างาน เค้าจัดที่ helix garden ซึ่งร้อนตับแลบและอบอ้าวมาก ในลิฟต์ยังเย็นกว่างานเลยค่ะ

    มีดนตรีแจ๊ซให้ฟัง เราชอบนักร้องมาก น่ารักและสวย ร้องเพลงเพราะอีก มีเก้าอี้นิดเดียวแต่แขกล้นงานเลยค่ะ แต่ก็ดูทุกคนไม่ได้เดือดร้อนอะไร เขาก็ยืนคุยธุรกิจกัน ได้ยินหลายภาษามาก อังกฤษ ไทย อิตาเลียน มีเครื่องดื่มด้วย ถ้าผู้ใหญ่ก็คงรู้สึกว่ามันไม่แย่ แต่เราผู้กินได้แค่วิญญาณน้ำแอปเปิ้ล ก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่ แล้วก็มีของว่าง สไตล์ค็อกเทลปาร์ตี้แหละค่ะ แต่ด้วยความคนเยอะ เราไม่สามารถเอาสังขารอันอ้วนตันของเราไปหยิบยื่นอาหารได้ เลยไปนั่งรอที่เก้าอี้
    ปล.คนเยอะแต่เก้าอี้มีน้อยมากค่ะ แต่เราเองก็ไม่มีที่ไปเหมือนกัน ไม่มีนักธุรกิจที่ไหนให้ไปคุยด้วย ขอนั่งละกัน อย่าว่าหนูเรยยยยย

    ซึ่งแถวหน้าสองแถวได้ถูกจองไปโดยทั่นผู้มีเกียรติเรียบร้อยค่ะ 55555555
    วันนี้เท่าที่เราเห็นก็มีกรรมการสามท่านที่ตัดสินหนังสั้น ที่รู้จักก็คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว อีก2ท่านเหมือนเป็นผกก.กับCEOบริษัทหนัง Benetone films


    พรีม ดาราช่อง3ก็มา คุณ earth_oscar ในทวิตก็มาเช่นกัน



    และยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้จัก รวมไปถึงท่านทูตหลายๆประเทศ เจ้าของเอ็มควาเทียร์
    นั่งอยู่ในงานเนี่ยคือหอมกลิ่นเงิน หอมกลิ่นคนรวย5555555555 รู้สึกถึงแสนยานุภาพของเงินล้านอบอวลไปหมดเรยข่ะ

    แต่เนื่องจากที่เราบอกไปข้างต้น ท่านทูตหลายๆประเทศมา ทำให้ผู้จัดบอกเราว่า เราไม่มีสิทธิเข้าไปดูหนังแล้ว ... เพราะจะปิดโรงให้แค่ท่านทูตและบอดี้การ์ดเท่านั้น

    //นอนร้องไห้ที่พื้นแล้วถามตัวเองว่ากูจะถ่อสังขารมาที่นี่ทำม้ายยย กูมาที่นี่เพื่อมาดูหนังที่กูโดดหอไปช่วยเพื่อนตัดต่อว้อยยยยย//

    แต่ก็เข้าใจว่า เรามันคนไม่มีสิทธิ ฮื่อ

    เอาล่ะ ข้ามมาที่เรื่องงานละกัน (เอ้า นี่มึงยังไม่เข้างานอีกเหรอ)

    งานดำเนินไปค่อนข้างเร็วมาก สัมภาษณ์คนนั้นคนนี้ ดารา กูรูหนัง สปอนเซอร์ตั่งต่าง
    เราได้แต่ถามตัวเองว่าเด็กม.6อย่างกูมาทำอะไรที่นี่คะเนี่ย มาเทศกาลหนังแต่ไม่ได้ดูหนังเรยข่าา นั่งรอจนเหี่ยว แดกน้ำแอปเปิ้ลปลอมจนลิ้นเขียว55555555

    แต่ชอบลุงทีให้สัมภาษณ์คนนึงค่ะ รู้สึกจะเป็นผกก. แต่แกดูใจดีมาก เลยฟังแกพูดจนจบเลย
    คนซ้ายสุดค่ะ

    จนถึงช่วงที่รับรางวัลค่ะ เราก็ได้ audience choice ส่วนที่3,2,1ก็ขึ้นไปรับรางวัล พวกเราก็ชวดเงินหมื่นกันไป นั้มตาไหรย์.. ได้ถ้วยทองกับเกียรติบัตรมาแทน เลยตั้งชื่อถ้วยทองนั้นว่า "หม่อง" เรียกสั้นๆ 'น้องหม่อง' (?) เพราะยาหม่องตราถ้วยทอง..................... 
    (เพื่อนคิดชื่อนี้ได้ตอนกำลังยืนเลือกของกินในแฟมิลี่มาร์ทหลังจากงานเลิก)

    ตอนขึ้นไปรับ คุณลุงใจดีคนนั้นปรบมือ ตั้งใจปรบมากๆ *น้ำตาไหลด้วยความปรีดา ลุงคะ หนูติ่งลุง*

    หลังจากนั้นเราก็เริ่มไปหาขอถ่ายรูปรวม ไปถ่ายรูปกับคุณปรัชญา เห็นว่าปราบดา หยุ่นก็มาด้วย แต่เราไม่เห็น สงสัยตาไม่ดี
    แต่จริงๆภารกิจวันนี้คือการไปถ่ายรูปกับท่านทูตค่ะ ยอมรับว่ามาที่นี่เพื่อสร้างภาพใส่พอร์ต 5555555 เราได้รางวัลป้อปโหวตเลยไม่มีรูปทีมกับท่านทูต เพราะคนอื่นเป็นคนมอบให้แทน

    แต่เราหาท่านไม่เจอ สุดท้ายเห็นอยู่ในห้องนึงข้างๆเฮลิกซ์การ์เด้น ซึ่งออกมาท่านก็คุยกับใครสักคนอยู่ที่ดูทางการมาก แต่เราก็หน้าด้านค่ะ พอท่านเดินอยู่คนเดียว เราเลยเข้าไปถามเป็นภาษาอิตาเลียนว่า ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ แกก็บอกว่า ได้เลย เราก็ขอบคุณ แกก็บอกขอบคุณทีมเราเหมือนกัน ฮือ ใจดีมาก (น้ำตาไหลด้วยความปรีดารอบที่2)

    ค่ะ แล้วเราก็ไปขอลุงใจดีคนนั้นด้วย เซลฟี่เลยจ้า แกก็เอาถ้วยรางวัลไปถือ55555555

    อย่าถือสาหน้าเราเลย เนาะ..

    ไม่กล้าลงรูปท่านทูตกับคุณปรัชญา แต่ว่าขอเซลฟี่กับลุงเมาริซิโอ (Maurizio) แกดูชิลๆดีเลยกล้าเอาลงค่ะ 5555555555

    ค่ะ งานก็ไม่มีไรนอกจากสัมภาษณ์กับรับรางวัล 
    หลังจากนั้นพวกเราก็ถามตัวเองว่า เอ๋า งานจบแล้วเหรอวะ
    แล้วพวกเราก็เดินกลับโรงแรมแบบหิวๆ สุดท้ายก็ไปจบที่ข้าวปั้นแฟมิลี่มาร์ท...

    นี่น่ะเหรอ ชีวิตและอาหารของผู้ชนะ(ป้อปโหวต)... 5555555555

    ส่วนตัวยังไม่ได้ดูภาพยนตร์ที่เข้าฉายทั้งหมด 7 เรื่อง แม้กระทั่งหนังสั้นตัวเองก็ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ *ร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกา*

    แต่เทศกาลหนังนี้ยังคงมีที่ quartier cineart ตั้งแต่วันที่ 12-18 นี้นะคะ รวมไปถึงหนังสั้น 90 วินาทีด้วย
    ตามตารางฉายนี้ค่ะ 
    รายชื่อภาพยนตร์ที่เข้าฉายในช่วงเทศกาล

    1. I Volti della Via Francigena - The Francigena Path (13 ก.ย. 60 และ 18 ก.ย. 60)
    2. La Pazza Gioia - Like Crazy (17 ก.ย. 60)
    3. Se Dio Vuole - God Willing (13 ก.ย. 60 และ 18 ก.ย. 60)
    4. Io, Arlecchino - I, Harlequin (15 ก.ย. 60 และ 17 ก.ย. 60)
    5. Il Ragazzo Invisibile - The Invisible Boy (15 ก.ย. 60 และ 16 ก.ย. 60)
    6. Perfetti Sconosciuti - Perfect Strangers (14 ก.ย. 60 และ 16 ก.ย. 60)
    7. Piuma – Feather (14 ก.ย. 60 และ 16 ก.ย. 60)

    12-18 กันยายนนี้เท่านั้นนะคะ!

    ส่วนหนังสั้นอันนี้ แนะนำว่าเรื่อง Express-O แจ่มแมวมากค่ะ ยอดเยี่ยม ข้าน้อยขอคารวะ

    ไปดูกันเยอะๆนะคะ

    เป็นการเล่าถึงประสบการณ์งานเทศกาลหนัง แต่กูไม่ได้ดูหนังเลย บล็อกให้อารมณ์ความรู้สึกแบบหัวข้อข่าวคลิกเบทมากๆ (โดนคนอ่านปารองเท้าใส่--) 
    ฝากไปดูหนังสั้นของเราในโรงด้วย ชื่อ Colori d'italia ไม่หนังสั้นเท่าไหร่ แต่ตั้งใจทำกันมาก ไม่ได้หลับได้นอนกันหลายวันเลยค่ะ ฝากด้วยนะค้า /โค้งตัวลง 90 องศา 

    แต่ส่วนตัวต้องยอมรับว่าเราไม่ค่อยอินกับงานเปิดเท่าไหร่ค่ะ รู้สึกว่าคงเสียความรู้สึกมากกว่านี้ถ้าเกิดไม่ได้รางวัล 5555555 (อ้าว เลว) เสียดายแทนทีมอื่นที่ไม่ได้รางวัลอ่ะ ถ้าเค้ามาจากต่างจังหวัดแบบเรา เค้าน่าจะเฟลกว่าเรามากๆอะ ขนาดเราได้รางวัล แต่พอเทียบกับการลงทุนมาไกล แล้วเจอการจัดงานที่ไม่ค่อยจะดี(สักเท่าไหร่) ก็รู้สึกไม่ค่อยจะดีเหมือนกันค่ะ
    ทั้งพื้นที่แคบ แอบร้อนๆหน่อยๆ แต่เครื่องดื่มอะไรพวกนี้ก็ดูหะรูหะราดี 
    ถ้าไม่นับที่เราได้กินแค่น้ำแอปเปิ้ล5555 แต่จริงๆมันก็อร่อยแหละ ตอนหลังเพื่อนไปเอาค็อกเทลมา พอชิมแล้วมันก็ขมๆ เราก็เลยไม่ชอบเหมือนเดิม แดกน้ำแอปเปิ้ลกับมะตูมต่อไปเถอะ
    แล้วก็แพลนต่างๆที่วางไว้มันก็พังไปหมดอ่ะค่ะเพราะค่อนข้างติดต่อมาช้า ถ้ามีปีหน้าอีก มีกิจกรรมแข่งขันแบบนี้อีก เราก็อยากให้ทีมงานติดต่อผู้เข้าแข่งขันให้เร็วกว่านี้นิิสนึงอะค่ะ เพราะบางทีเผื่อเค้าไม่ได้อยู่ในกทมงี้ ;_________; 


    ข้อดีอีกอย่างก็การจัดงานก็มีที่ให้ถ่ายรูปออกหน้าออกตาได้ มีดนตรีแจ๊ซให้ฟัง ตรงนี้แหละค่ะดีที่สุด---- /โดนตี

    ที่เฟลก็คงเป็นเพราะอยากดูหนังด้วยแหละ เราคาดหวังไว้สูงมากว่าจะได้ดูหนัง พอไม่ได้ดู เราก็เลยเฟล มันก็ไม่ใช่ความผิดผู้จัดหรอก เราแค่เป็นส่วนเล็กๆในงาน ถ้าไม่มีผู้ใหญ่มา งานก็คงไม่เกิดขึ้นแหละโนะ


    แล้วก็รู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะที่ได้มีรูปถ่ายกับผู้กำกับหนังและท่านทูต และเราก็รู้สึกขอบคุณมากที่เชิญให้เรามาร่วมงานเช่นเดียวกัน ได้ให้โอกาสเราสร้างงานแล้วก็ได้ดูงานของคนอื่นๆด้วย ถึงแม้จะไม่ใช่ในโรงก็เถอะ แต่ผู้ชนะที่ได้ที่หนึ่ง เราเองยังแอบเชียร์และอยากให้เค้าได้ที่หนึ่งเลย 

    เราเองก็ดีใจที่ได้กลับมาทำอะไรที่อิตาเลียนๆบ้าง ก็ทำให้เราคิดถึงตอนที่ไปแลกเปลี่ยนเหมือนกันค่ะ ตอนทีไ่ปขอถ่ายรูปกับท่านทูตและผกก.คนนั้น ก็เป็นครั้งแรกในรอบปีนึงที่เราได้พูดอิตาเลียนอีกครั้ง หลังจากกลับมาจากแลกเปลี่ยนน่ะนะ ยอมรับว่างานนี้สาหัสเหมือนกัน งานมันเข้าเนื้อมาก เราก็แทบจะไม่มีตังค์ไปทำอะไรแล้ว เอามาใส่งานนี้หมด555555 แต่เพื่อนๆก็เสียสายตาตัดต่องานไปหลายวันเหมือนกัน ไฟล์มีปัญหาอะไรหลายๆอย่างก็ต้องแก้ให้ทันเดดไลน์ ปัญหาก็ไม่รู้มาจากไหนเยอะมาก แต่งานที่ออกมา มันก็คุ้มค่ากับที่ลงมือไป เราว่าเรากับเพื่อน ก็ทำได้ดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ หวังว่าถ้าใครได้มีโอกาสไปเห็นงานในโรงหนัง ก็ขอบคุณมากๆเลยนะคะ T/\T แล้วก็ขอบคุณพี่ๆเพื่อนๆน้องๆพ่อแม่ปู่ย่าตายายญาติโกโหติกาที่ไปไลค์หนังสั้นให้เราช่วงมีให้โหวต ทั้งในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ขอบคุณทุกคนจริงๆค่ะ <3

    ประเทศนี้มีอะไรให้พูดถึงเยอะมาก และมีอะไรให้ทุกคนได้รู้จักเกี่ยวกับประเทศนี้อีกมากมายที่หนังสั้น 90 วินาทีนี้ที่หลายๆทีมได้ทำขึ้น อยากให้ไปดูกันนะคะ หรือจะอ่านที่เราเขียนบล็อกไว้ก็ได้--- (ไทอินแบบโต้งๆเลยเนาะ) --- > อิตาลีนี่มันอิตาลีจริงๆเลยนะคะ

    เอาล่ะ เขียนมาไม่มีแก่นสารสักเท่าไหร่ แต่ภายหลังเราไปเช็คๆในเพจหนังสั้นมา หลายๆคนก็ดูไม่ค่อยพอใจกับการตัดสิน กับวิธีการจัดงานเท่าไหร่ รู้สึกโล่งใจที่เราไม่ได้คิดไปคนเดียว ฮ่า! (หรือเค้าเกลียดงานของเราในaudience choice วะ ;____;?)

    ก็พูดไปตามจริงด้วยความหวังดีย์... อยากให้ปีหน้าๆงานดีกว่านี้อ่ะเตงงง 

    ไปแล้วจ้า บ๊ะบายยยยลลลลล์

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in