MY Chinese Novels Listparnbewtch
เล่านิยายวาย : 将进酒 (BL)
  • ชื่อเรื่อง : 进酒 

    ผู้แต่ง : 唐酒卿 ถังจิ่วชิง

    ยังไม่มีตีพิมพ์กับสนพไทย 

    แนวชายรักชาย จีนโบราณ สงคราม ความขัดแย้ง ราชสำนัก 

    ตัวอักษรอ้างอิงจากเว็บ 1042394 ตัว ไม่รวมตอนพิเศษแยกบนเวยป๋อ


    พระเอกซ้าย (เป็นแฟนอาร์ตตอนที่เติบโตกลายเป็นหมาป่าหนุ่มค่ะ5555) นายเอกขวา
    อันนี้ถึงจะพระเอกตอนเป็นหนุ่มน้อย จิ้ม
    arts belong to the artist/owner : 江湖夜雨 


    อย่างที่เขียนด้านบน 将进酒 ที่เป็นชื่อเรื่องอ้างอิงมาจากชื่อบทกลอนของหลี่ไป๋แล้วตัว 将 ของคุณเขามันไม่ใช่(jiāng)แต่เป็น(qiāng)สมัยโบราณสองตัวนี้มีความหมายไม่เหมือนกัน 将(qiāng)ณ ที่นี้เป็นคำกริยาและมีเสียงหนึ่งจะหมายถึง “请” หรือ “เชิญ” 将进酒 ก็คือ 请喝酒 ดังนั้นเราเลยถอดคำอ่านว่า qiang ค่ะ (บางสำนักก็บอกว่ามันอ่านได้สองแบบ) ไม่ได้สุ่มเจอหรือมีใครแนะนำมาเดิมทีเราตามผลงานของนักเขียนคนนี้อยู่พอดีเคยอ่านอีกเรื่องหนึ่ง คนละแนวกับเรื่องนี้เลย5555555 เห็นเปิดเรื่องใหม่ก็ไม่ได้อ่านปุ๊บปั๊บเพราะไม่อยากลงแดง พอเฉียงจิ้นจิ่วแต่งถึงกลางเรื่องค่อยมาตามอ่านทุกคืนที่อัปเป็นตอนไป นิยายพึ่งจบเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เอ๊ง




    เนื้อหาที่จะเล่าต่อไปนี้อาจมีสปอยล์

    ตอนแรกลืมใส่เตือน กราบแนบอก



    กองทัพเสิ่นเว่ยพ่ายแพ้ ยกมือคารวะข้าศึก ทหารผู้น้อยกว่าสามหมื่นนายจึงถูกต้อนมาฝังทั้งเป็นที่หลุมยุบฉาสือ ทั้งเมืองตกอยู่ในไฟสงครามยากจะมอดดับ ทันทีที่กองทัพของเซียวจี้หมิงพบ “เสิ่นเจ๋อชวน หรือ หลานโจว” เข้า นายเอกก็ถูกควบคุมตัวกลับเมืองหลวงแห่งต้าโจวเพื่อเค้นหาความจริงทันที เพียงแต่มารดาของเสิ่นเจ๋อชวนผู้นี้เป็นแค่นางรำ สถานการณ์ในจวนอ๋องเองใช่ว่าจะปรองดองพี่น้องรักใคร่ พ่อนายเอกที่ให้ความสำคัญกับฐานะเมียหลวงเมียรองยังมีบุตรชายคุณสมบัติเพียบพร้อมอีกมาก ตัวนายเอกซึ่งเกิดจากอนุลำดับแปดไร้ซึ่งสกุลฝั่งมารดาคอยค้ำจุนฐานะในจวนประกอบกับเสิ่นโจวจี้บุตรของภรรยาเอกกำลังได้รับความโปรดปรานจากพ่อมากสุดก็ออกคำสั่งให้ลูกเมียรองทั้งหลายออกจากจวน นายเอกเลยถูกจวนอ๋องตัดหางปล่อยวัดส่งตัวกลับตวนโจวย่อมไม่รับรู้เรื่องภายในอีก 


    ถึงยามนี้ผู้เป็นบิดาเกรงกลัวอาญาจนเผาตัวเองมอดม้วยไปก่อนแล้วก็ตาม บัญชีเลือดนี้ คนที่ยังมีชีวิตอยู่ต้องรับผิดชอบอยู่ดี และคนๆ นั้นก็คือนายเอก เพราะหลังทหารม้าเปียนซาสิบสองเผ่าบุกทะลวงจงปั๋วเข้ามา ไม่ว่าใครล้วนถูกสังหารสิ้น มีแค่นายเอกรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชต่างแดน ประชาชนกำลังโกรธเกรี้ยว จักรพรรดิต้องหาใครสักคนมาดับไฟโทสะที่คุกรุ่นเหล่านั้น คำกล่าวที่ว่า หนี้พ่อลูกชดใช้ เห็นจะไม่เกินจริงเสียทีเดียว


    เมื่อถึงชวี่ตู (เมืองหลวงแห่งต้าโจว) นายเอกถูกนำตัวมาขังอยู่คุกหลวง เนื่องจากเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่างมอดไหม้เหลือเพียงขี้เถ้า กระทั่งหน่วยงานที่เลื่องชื่อด้านการทำงานรวดเร็วเฉียบขาดอย่างองครักษ์เสื้อแพรยังอับจนหนทางแก้ปัญหา


    หลานโจวเหม่อมองลมหนาวของราตรีที่ไร้สิ้นสุดผ่านหน้าต่างบานเล็กพลันนึกถึงสิ่งที่ต้องเผชิญเมื่ออยู่ในหลุมยุบอีกครั้ง.. ใบหน้าของศพเปลี่ยนจนไม่เหลือเค้าเดิม ขาของเขาถูกร่างทั้งหนาและหนักกดทับสูดลมหายใจเข้าได้แต่กลิ่นเลือดคาวคลุ้ง นายเอกกัดฟันหลั่งน้ำตาทว่าไม่อาจส่งเสียงร้องไห้ พี่ชายของเขาที่เพิ่งเลื่อนตำแหน่ง เสื้อเกราะใหม่บัดนี้ถูกธนูปักทั่วร่าง จากนั้นนายเอกก็ได้สติ มือและเท้าถูกมัดหนาแน่น บนร่างมีกระสอบดินกดทับหน้าอก กระสอบเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ ‘มีคนต้องการฆ่าเขา’ นายเอกคิดพลางเหลียว นายเอกคิดหาทางออกดิ้นรนจนสามารถสานต่อชีวิตน้อยๆ ของตัวเองอีกหนึ่งคืน


    เพราะอะไรกัน.. มีเหตุผลหลายอย่างแสดงให้เห็นว่าจักรพรรดิจะไม่ยอมนิ่งเฉยและต้องการสอบสวนที่มาที่ไปอย่างละเอียด แล้วใครเหิมเกริมกินดีมังกรต้องการลงมือสังหารเขาก่อนพระองค์พิจารณาคดี? 


    อย่างไรก็ตามการมีส่วนเอี่ยวกับผลประโยชน์บางอย่างทำให้นายเอกอยู่รอด ระหว่างที่ถูกลงไม้พลองกะเอาให้ตายในห้าสิบที ไทเฮาก็ส่งสตรีนางหนึ่งมาต่อรองกับพานหรูกุ้ย (กงกง) ให้ละเว้นนายเอก สตรีนางนี้คือคุณหนูสามสกุลฮวา นางเป็นสตรีที่ถูกไทเฮาเลี้ยงดูเอาไว้ข้างกายและอาจได้แต่งตั้งยศขึ้นเป็นองค์หญิง แม้แต่จักรพรรดิเองยังแอบเกรงใจนางหลายส่วน ในต้าโจวคนที่มีอำนาจจริงๆ คือไทเฮาที่ว่าการอยู่หลังม่านค่ะ ส่วนจักรพรรดิเสียนเต๋อเรียกว่าหุ่นเชิดก็คงได้


    สุดท้ายหรูกุ้ยเลียบๆ เคียงๆ เช่นนั้นควรจะจัดการคนผู้นี้อย่างไรดี คุณหนูสามมองนายเอกแล้วตอบว่าจักรพรรดิจะพิจารณาใหม่ นำตัวกลับไปขังคุกหลวงก่อน เรื่องของนายเอกข้องเกี่ยวกับเรื่องใหญ่ หวังว่ากงกงจะกำชับใต้เท้าจี้ (จี้เหลยเป็นผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร) ให้แน่ใจว่าดูแลเขาอย่างดี ถึงไม่ทราบจุดประสงค์แอบแฝงว่ายื่นมือเข้าช่วยทำไม แต่พานหรูกุ้ยอยู่วังรับใช้ฝ่าบาทมานานย่อมรู้ว่าควรเอาตัวรอดอย่างไรจึงตกปากรับคำ 


    (นายเอกเปรียบเสมือนลูกบุญธรรมของจี้กัง อดีตระดับรองผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรที่ทำความผิดบางอย่าง โทษหนักถึงประหารแต่ถูกเนรเทศแทน มีเมียชื่อฮวาผิงถิง มีลูกชายแท้ๆ หนึ่งคนอายุมากกว่านายเอก เมียเป็นคนจากสกุลฮวาเช่นเดียวกับไทเฮา ฮวาผิงถิงมีสัมพันธ์อันดีกับแม่นายเอกอยู่บ้างเลยรับนายเอกมาหลังรู้ว่านายเอกถูกเลี้ยงดูอย่างไม่เหมาะสม)


    ท้ายสุดจักรพรรดิก็ส่งนายเอกสภาพแบบตายเก้าส่วนรอดหนึ่งส่วนไปอารามเจาจุ้ย อารามเก่าประวัติโชกโชน ถ้าไม่มีคำสั่งห้ามออกชั่วชีวิต จะขังลืมจนตายนั่นแหละค่ะ ด้วยความช่วยเหลือ ลับๆ’ + ตอนถูกเลี้ยงอยู่ตวนโจวนายเอกเคยฝึกฝนศิลปะการต่อสู้จนเก่งอึดกว่าคนทั่วไปหน่อยๆ เลยรอด ถึงอย่างนั้นร่างกายก็ไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน


    ระหว่างนั้นนายเอกได้เจอกับ ‘คนที่คิดว่าตายไปแล้ว’ อย่างไม่คาดคิดและได้คำนับฉีไท่ฟู่ อาจารย์ของอดีตรัชทายาทที่ฆ่าตัวตายเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนเป็นอาจารย์ แล้วววคือพ่อนายเอกอยู่ฝ่ายที่บีบอดีตรัชทายาทจนมุมอีกด้วยทำเอากลืนไม่เข้าคายไม่ออกพักใหญ่ ฉีไท่ฟู่เดิมทีเหมารวมว่านายเอกมีเลือดชั่วของเสิ่นเว่ยในตัวกลับอ่อนข้อลงเมื่อลองขบคิด ช่วงติดอยู่ในอารามนายเอกจึงได้ร่ำเรียนสิ่งต่างๆ ทั้งด้านกลอุบาย การเมือง จากคนที่เก่งมากๆๆๆๆ ฉีไท่ฟู่ตั้งใจถ่ายทอดทุกอย่างในชีวิตให้ตรากตรำจนเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง เป็นที่มาของหนึ่งในวลีฮิตในเรื่อง 先生授我以诗书,我为先生杀宿仇



    พระเอกมีนามว่าเซียวฉือเหยี่ย หรือ เช่ออัน บุตรชายคนเล็กของอ๋องแห่งหลีเป่ย พอพ่อเริ่มป่วยพี่ชายเลยรับตำแหน่งแทน ถ้าจำไม่ผิดพระเอกอายุมากกว่านายเอกประมาณ 2 ปีค่ะ ตัวพระเอกเปรียบเสมือนหมาป่าตัวน้อยวิ่งเล่นตามแถบชายแดนอย่างอิสระเสรี บ้านของเขาคือแดนทุ่งหญ้าท้องฟ้าและสายลมทางเหนือ วันๆ ไม่ฝึกม้าก็เลี้ยงเหยี่ยวขาว (ไห่ตงชิง หรือ เหยี่ยวไจร์ฟัลคอน นกล่าเหยื่อขนาดใหญ่ของตระกูลเหยี่ยว) 


    สกุลเซียวของพระเอกค่อนข้างเก่งกาจ มีอำนาจกองทัพในมือ พี่ชายพระเอกเป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงมากเกินไป สกุลเซียวตอนนี้กำลังรุ่งโรจน์สุดขีด อีกทั้งพี่ชายพระเอกก็แต่งงานกับอี้จือ น้องสาวของลู่ก่วงไป๋ แม่ทัพพิทักษ์ชายแดนฉีตง สกุลลู่แห่งเปียนจวิ้น, ฉีตง พี่พระเอกเรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่สามารถระดมพลทหารม้าหลี่เป่ยแถมยังพึ่งพา "กองกำลัง" ของครอบครัวภรรยาได้ไง แน่นอนว่าพวกที่อยู่เมืองหลวงของต้าโจวต้องเริ่มหวาดระแวงบ้าง คุณงามความดีกลายเป็นเสี้ยนหนาม ยิ่งครอบครัวพระเอกอยู่แดนเหนือด้วยแหละมีความเป็นไปได้ว่าจะแอบซ่องสุมกำลังพลงี้ พระเอกเลย "ถูก" รั้งให้อยู่เมืองหลวง ไม่ต่างกับตัวประกัน แม้มีใจที่กล้าหาญโหยหาอิสรภาพอยากกลับไปทุ่งหญ้า ทว่ายามนี้ทำได้เพียงคอยลับเล็บให้คม ขัดเกลากองทัพของตัวเอง


    หลีเป่ยอยู่ทางเหนือ ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือภูมิประเทศเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์กับทะเลทราย ดินแดนนักรบอาชาเชี่ยวชาญการสู้รบโจนทะยานบนหลังม้า มีความองอาจห้าวหาญ เปิดเผยตรงไปตรงมา ลักษณะท่าทาง+นิสัยพระเอกก็ประมาณนี้ ความเก่งกาจชำนาญศึกของสกุลเซียวเป็นที่รู้จักกันดี ครอบครัวพระเอกประจำการอยู่ทางเหนือเป็นเวลาหลายปีเพื่อดูแลชายแดน คอยป้องกันการบุกรุกของพวกเผ่าต่างๆ


    พระเอกชิงชังสกุลเสิ่นเข้ากระดูกดำ ฉากพบกันของพระนายมันเลย.. แบบ นายเอกเกือบเหยียบประตูผี อีผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรกะจะยืมมือพระเอกฆ่านายเอก ถ้านายเอกที่ถูกไทเฮาออกปากช่วยมีอันเป็นไปก็อาจจะทำให้พระเอกมีปัญหาตามมา เรียกว่ายิงนัดเดียวได้นกสองตัว พอนึกออกใช่ไหมคะ แต่พระเอกแค่ถีบครั้งเดียวเต็มแรง จุกๆ เจียนตายเท่านั้น 


    เหตุการณ์จะประมาณนี้ สรุปคร่าวๆ นะคะอยู่สองสามตอนแรก ตอนนั้นประตูของเมืองหลวงถูกเปิดออกกว้าง เสียงควบอาชาห้อตะบึงเข้ามาใกล้เรื่อยๆ นายเอกถูกหิ้วมากลางถนน องครักษ์เสื้อแพรกระจายกันทำหน้าที่ ผู้คนแบ่งออกเป็นสองข้างเว้นพื้นที่กลางถนนเปิดทางให้เสียงนั้น ยอดอาชาใต้เกราะหนักส่งเสียงร้องยามถูกกระตุกบังเหียนยกขาคู่หน้ามันขึ้น คนบนหลังม้าก็พลิกตัวกระโดดลงมา

    คนมาใหม่ตรงดิ่งไปยังนักโทษเพียงคนเดียว นายเอกเพิ่งจะขยับเครื่องจองจำนักโทษ อีกฝ่ายก็ถีบเข้าที่หน้าอกของเขาด้วยความเร็วเพียงพริบตาเป็นการถีบเต็มแรงจนม้วนกลิ้งสำลักเลือด ชายหนุ่มคนนั้นใช้เท้ากดใบหน้าของเสิ่นเจ๋อชวน เสียงที่เปล่งออกมาหนักแน่น "เสิ่นเว่ยเป็นบิดาของเจ้า?"

    พอนายเอกไม่ได้ตอบ พระเอกก็เอ่ยซ้ำ "ถามเจ้า" แต่นายเอกที่มีสภาพนองเลือดทำได้แค่ส่งเสียงอื้อหนึ่งเสียงไง องค์รักษ์เสื้อแพรตอบแทน พระเอกยกแขนขึ้นถอดหมวกออก เผยใบหน้าอ่อนเยาว์ เขามองเสิ่นเจ๋อชวนราวกับรองเท้าที่ใช้จนเก่า (ไร้ค่า) ไม่รู้ว่าสายตานั้นหมายความว่าอย่างไร ดูถูกหรือสะอิดสะเอียน มันเหมือนกับคมมีดเยียบเย็น

    นายเอกคิดในใจว่าอิตานี่ใครวะ เดิมทีนายเอกไม่ใช่คนโง่เง่าเต่าตุ่นอะไรก็เดาจากที่ควบอาชา บนบ่ามีเหยี่ยวขาวเกาะอยู่ คงจะเป็นคุณชายน้อยสกุลเซียว ด้วยความที่ยังเป็นหนุ่มน้อยไฟแรงเลยควบคุมอารมณ์ไม่เก่งมากเหมือนพี่ชาย พระเอกก็เด็กอายุ 18-19 คนหนึ่งอะผลีผลามไปบ้าง เอาจิง ไม่บ้างหรอก ลูกถีบนี้ทำนายเอกทรุดหนักเหมือนกัน คือสภาพก่อนมาเจอก็แย่อยู่แล้วด้วย


    เหตุการณ์ที่ทำให้พระเอกเกลียดสกุลนายเอกมากๆ คงจะเป็นตอนพ่อนายเอกจนตรอกต้องถอยทัพจากทิศประจิมไปถึงเมือง A ซึ่งเป็นแนวป้องกันด่านสุดท้าย พี่ชายของพระเอกเลยออกคำสั่งให้เคลื่อนทัพอาชาเหล็กจากเหนือลุยฝ่าหิมะลงใต้ไปช่วย สามวันไม่หยุดพัก ข้ามผ่านธารน้ำแข็งมุ่งสู่เมือง A 


    ใครจะรู้ว่ากระทั่งเมือง A เสิ่นเว่ยยังต้านไม่อยู่เป็นผลให้ทัพอาชาเหล็กหลีเป่ยต้องตกอยู่ในวงล้อมศัตรู ถ้าไม่ใช่เซียวจี้หมิง พี่ชายพระเอกจัดกองกำลังเสริมวางแผนมาอย่างดี เกรงว่านี่คงเป็นการสู้รบที่แสนโหดร้ายสำหรับชาวหลีเป่ย วีรกรรมอันกล้าหาญนี้ทำให้เซียวจี้หมิงได้รับฉายา 铁马冰河萧既明 มา ถูกสถาปนาเป็นหนึ่งในสี่ยอดขุนพลแห่งต้าโจว ตั้งแต่นั้นสิ่งที่ชาวหลีเป่ยชิงชังสุดก็คือสกุลเสิ่นแห่งจงปั๋ว 


    พระเอกเก่งนะแค่ชอบทำตัวเป็นลูกผู้ดีคนสุดท้องไม่เอาไหน ทำทีว่าสนใจเรื่องดื่มเหล้าร้องรำทำเพลงมากกว่าเรื่องรบกลบเกลื่อนความสามารถในเมืองหลวงที่หูตาเป็นสับปะรด + ตอนนั้นเปียนซาสิบสองเผ่าโจมตีเส้นทางขนส่งเสบียงแล้วพระเอกเดบิ้วการนำกองทัพรบครั้งแรก ดั๊นถูกศัตรูโต้กลับพ่ายแพ้ไม่เป็นท่า ได้พี่ชายมาเก็บกวาดแทน หลังข่าวนี้กระจายไปทั่วก็กลายเป็นเรื่องขบขันของผู้คน พระเอกถูกมองว่าพวกอ่อนหัด 


    นายเอกเป็นแค่ ‘กากเดน’ ที่เหลืออยู่ของสกุล เป็นพวกซ่อนประกายเติบใหญ่ในราตรี รู้จักปิดบังความสามารถตัวเอง สายเสือซ่อนเล็บอีกคน เราค่อนข้างชอบนิสัยนายเอกนะ อ่อนนอกแข็งใน กริยาท่าทางดูอ่อนโยนแต่เพราะเหมือนมีแรงผลักดันดำมืดเลยแผ่ออร่าน่ากลัวออกมาบ่อยๆ ถูกพูดจาถากถางก็ยิ้มเย็นๆ รอคอยโอกาสตบกลับจุกๆ ไม่เว้นแม้แต่พระเอก นายเอกกัดกลับจนได้แผลเป็นมายล555555 กัดที่ว่าคือกัดด้วยปาก กัดจริง อย่างที่บอกว่าพระเอกถูกรั้งให้อยู่เมืองหลวง ตอนแรกจักรพรรดิจะให้อยู่ 仪鸾司 (เป็นอีกชื่อขององครักษ์เสื้อแพร) แต่ด้วยบางสาเหตุไปมาเสนอให้พระเอกเป็นผู้บังคับการของกองทหารหลวงที่ปัจจุบันถูกลดความสำคัญแทบกลายกลุ่มทหารเบ๊ของเมืองหลวงไปแล้ว คือถ้าเป็นองครักษ์เสื้อแพรเวลาเกิดเรื่องอะไรขึ้นอย่างน้อยพระเอกก็ยังอยู่ต่อหน้าจักรพรรดิ การถูกเตะโด่งมารับหน้าที่นี้เวลาเกิดเรื่องขึ้นย่อมมีผลร้ายเยอะกว่า ถูกคนป้ายสีง่ายกว่างี้ ละทีนี้หลังงานเลี้ยงจบพระเอกถูกเพื่อนแก๊งชวนก๊งเมืองหลวงไปฉลองเลื่อนยศจนเมา ปกติตอนอยู่บ้านเกิดเวลามีเรื่องกลุ้มใจพระเอกจะชอบขี่ม้าเล่น 


    ขี่ม้าเรื่อยๆ จนมาโผล่แถวเขตอารามที่นายเอกถูกกักตัวอยู่ ทหารที่เฝ้าก็เป็นกองทหารหลวง พอพระเอกรู้ว่านายเอกอยู่อารามนี้เลยสั่งให้เรียกตัวออกมา "ร้องเพลง" ให้ฟังหน่อย แต่นายเอกเงียบ ต่อปากต่อคำกันอีกนิดนึง พระเอกเลยพูดว่าถ้านายเอกเห่าสักครั้งสองครั้งคืนนี้พระเอกจะปล่อยนายเอกไป นายเอกยื่นข้อเสนอว่าอย่างน้อยก็ขอทำต่อหน้าท่านคนเดียว หลังพระเอกไล่ทหารคนอื่นไปไกลๆ นายเอกที่ถูกล่ามมืออยู่ก็ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูบอกว่า ถึงเจ้าจะปล่อยข้าไป แล้วคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าหรือ? ก่อนจะตะลุมบอนกัน555555 ตีกันจริงจัง พระเอกกดนายเอกลงกระแทกพื้น นายเอกถีบหน้าท้อง พระเอกกระชากโซ่ตรวน นายเอกเอาโซ่รัดคอพระเอก จบที่นายเอกกัดง่ามนิ้วพระเอกจนเป็นแผลลึก


    และชั่ยค่ะ ทั้งสองเริ่มต้นความสัมพันธ์กันไม่ค่อยดีนักพระเอกมีความรู้สึกติดลบกับนายเอกเพราะเรื่องของสกุลเสิ่น นายเอกก็จำฝังใจว่าแรกพบสบรองเท้าถูกถีบเกือบตายเรียกได้ว่าแรกเริ่มก็จูนกันไม่ค่อยติด ต่างคนต่างมีอคติ ไหนจะคนของฝ่ายพระเอกคาดคะเนเอาว่าไทเฮาต้องการชุบเลี้ยงนายเอกไว้กู้จงปั๋วคืน + เป็นแบคให้พระนางคอยรวบรวมอำนาจเพราะงั้นต้องฆ่านายเอกเพื่อกำจัดอีกหนึ่งหมากสำคัญของไทเฮาในอนาคต 


    เวลาช่วยพัฒนาความสัมพันธ์พระนายให้ดีขึ้นจริง ๆ ค่ะการเปลี่ยนจากความเกลียดชังเป็นความรักของเรื่องนี้เราว่ามีเหตุผลรองรับเยอะพอตัว พระเอกเห็นว่านายเอกเป็นคนฉลาดเต็มไปด้วยแผนการยุทธวิธี พระนายต่างคนต่างหยั่งเชิงกัน จากนั้นค่อยร่วมมือกันหลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสีย พัฒนากลายมาเป็น “หากเจ้าเป็นมือ ข้าจะเป็นเท้า” มีเป้าหมายเดียวกัน คอยสนับสนุนกันจากที่มืด ก่อเกิดเป็นความรักที่มั่นคงต่อกัน ขนาดตอนไม่ถูกกัน sexual tension ยังรุนแรงไม่ต้องพูดถึงหลังรักกันพระเอกคือหวานมากกกกกกกกกกกลายร่างเป็นหมาน้วย หลานโจวของข้าอย่างนั้น หลานโจวของข้าอย่างนี้ นายเอกด้วยเช่ออันของข้า ชัดเจนดีทั้งคู่ค่ะ ทำเอาคนอ่านเอ็นดูไปด้วย จิกตีนจิกหมอนแตก5555  

    ภายหลัง

    มุมมองคนภายนอกต่อพระเอก – เด็ดขาด หยิ่งผยอง 

    เวลาอยู่ต่อหน้านายเอก – น่ารัก อ่อนโยน

    มุมมองคนภายนอกต่อนายเอก – ไร้ความปรานี โหดเหี้ยม

    เวลาอยู่ต่อหน้าพระเอก – มีเสน่ห์ 


    นายเอกเป็นพวกคนงามหน้านิ่งเวลาเจอพระเอกก็จะมีคำว่าบิดามันเถอะแปะบนหน้ามากกว่าต่อปากต่อคำไรเทือกนั้น แต่ไม่ใช่คนเงียบงงป้ะ เวลาพูดก็พูดเหมือนคนปกติ แหย่เป็น ยั่วโมโหเป็น พระเอกเหมือนกันต่สุดท้ายพ่อชอบเสียอาการก่อนทุกที5555


     คู่นี้ถ้าได้อ่านจะรู้สึกถึงความ "ตรงไปตรงมา" มาก ๆ ค่ะ ไม่เชิงเคะควีนนะ เป็นพวกนิ่งออกไปทางซึน บางมุมดื้อบางมุมก็เป็นผู้ใหญ่ เหมือนพวกรั้น ๆ หน่อย เวลามีเซ็กส์กัน เป็นฝ่ายเชิญชวนก็ได้อะ แล้วบรรยายได้อีโรติกดี ประกอบกับคำพูดคำจาตัวละครแอบ dirty talk หน่อยๆ มันแบบ


    “将进酒” หรือ “เชิญร่ำสุรา” เป็นนิยายที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบเพียงพริบตาเดียวก็สามารถเป็นได้ทั้งผู้ชนะและซากศพ การเสียสละตนเพื่ออุดมการณ์และเจตนารมณ์แบบชาวจีนสามารถถ่ายทอดออกมาในรูปแบบตัวอักษร ต้องชื่นชมนักเขียนจริงๆ แล้วคุณถังจิ่วชิงก็ไม่ทำให้ผิดหวัง


    แน่นอนว่าพล็อตที่มีฉากหลังเป็นพวก ‘วัง เมืองหลวง และพื้นที่ชายแดน’ ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องของการช่วงชิงอำนาจ การเมืองในราชสำนัก แบ่งพรรคแบ่งพวก ต่างฝ่ายต่างทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตนอยู่แล้ว ใครได้ครองอำนาจ ไม่มีคนไหนไม่หวาดระแวงคนใกล้ตัวแม้จะเคยช่วยเหลือร่วมกันมา เนื้อหาล่ะ นักเขียนจะเล่าออกมารูปแบบไหนนี่แหละค่ะ 


    สตอรี่อาจจะฟังดูดาษดื่น (ก็นะ แนวนี้ก็มีสูตรสำเร็จของมันอะ) แต่ความเข้มข้นต่างจากนิยายวายแนวเดียวกันเรื่องอื่นอย่างเห็นได้ชัดเลย เราอยากให้สัมผัสด้วยตัวเองค่ะ นักเขียนทำการบ้านดีมากกก เนื้อหาไม่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเกินไปแต่ตัวละครเยอะ ย้ำ เยอะ โคตร สี่ยอดขุนพล แปดสกุลใหญ่ สิบสองเผ่าไม่รวมเขตการปกครอง และอีกเป็นโขยงทำให้สมองเออเร่อห้าวิตอนอ่าน คอยลุ้นว่านายเอกจะรอดตายมั้ย-- ผิด นิยายยาวเกือบสามร้อยตอนเนื้อเรื่องเลยเข้มข้นค่อนข้างมาก เข้มตั้งแต่เปิดเรื่องเลยแหละไม่มีช่วง harvest moon ตีพุงนอนหายใจทิ้งบนเถียงนา55555 ขณะเดียวกันไอ้ความยาวเกินไปก็มีข้อเสียตรงบางช่วงอาจจะหย่อนๆ 


    พล็อตใหญ่อลัง ช่วงแรกมีการท้าวความหลังเกี่ยวกับปัญหาที่ฝังรากลึกของแปดสกุลใหญ่ในเมืองหลวงผ่านบทสนทนา ตราบใดที่แปดสกุลไม่ถูกกำจัดซักที ประวัติศาสตร์ก็จะเกิดซ้ำกลายเป็นวัฏจักรที่ไม่มีวันสิ้นสุด นักเขียนค่อยๆ ให้นักอ่านต่อจิ๊กซอว์เข้าทีละชิ้นจนเห็นภาพรวมของอดีต แล้วเล่าชีวิตนายเอกหลังจากรอดตายทว่าใช้ชีวิตไม่ต่างกับตาย ถูกกักตัวอยู่อารามเก่า พระนายสร้างฐานอำนาจให้ตัวเอง ท้ายสุดนายเอกจะ take side ฝั่งไหน? ในความเข้มข้นของเนื้อหายังมีความสัมพันธ์ของพระนายควบคู่อย่างลงตัว จากแทบไม่เผาผีจนเริ่มลงรอย เข้าใจหัวอกกันคอยแทรกเรื่อยๆ 


    ตามมาด้วยคลื่นลมราชสำนัก สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว พระเอกถูกกล่าวหาว่าลอบสังหารคนสำคัญ พลั้งตกหลุมพรางศัตรู ในช่วงวิกฤติพระเอกถูกนายเอกยื่นมือเข้าช่วยให้พระเอกหนีกลับบ้านเกิดแต่เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น พระเอกก็หันกลับพานายเอกไปด้วย


    พอหลบหนีจากเมืองหลวง ต่างคนต่างกลับไปตั้งหลัก ขยายอำนาจ กู้เมืองคืน ช่วงกลางจะเริ่มพูดเรื่องการทำศึกสงครามจนครองบัลลังก์ เราแบ่งเหตุการณ์เป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ค่ะ

    ส่วนแรก ความขัดแย้งในราชสำนักและอำนาจทางทหารในต้าโจว

    ส่วนสอง เรื่องของนายเอก

    ส่วนสาม เปียนซาสิบสองเผ่า


    ตัวละครทุกตัวมีมิติและเปี่ยมเสน่ห์ ตลอดจนเรื่องราวความรักที่ลึกซึ้งระหว่างคู่รักคอยแทรกเข้ามาตลอดทั้งเรื่อง รวมถึงวีรกรรมต่าง ๆ ในสนามรบของตัวละครหลักอย่างสี่ยอดขุนพลสุดจะชวนขนลุก ส่วนตัวเราอยากชื่นชมอีกอย่างตรงนักเขียนเกลี่ยบทเด่นๆ ให้ตัวละครหญิงได้น่าประทับใจ 


    เรารู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ค่อยมีอารมณ์ขันเข้าแทรกเท่าไหร่ มีมุขเสียดสีตลกร้ายแทรกบ้าง ลางเนื้อชอบลางยาเนอะ ถ้าใครคาดหวังนิยายวังหลวงที่มีฉากตบมุขกันโบ๊ะบ๊ะหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังมากกว่าคงต้องขีดฆ่าเรื่องนี้ออกไป 


    ด้านสำนวน เราชอบการบรรยายของนักเขียนคนนี้อยู่มากทีเดียว โดยหลักแล้วเทคะแนนให้ภาษาที่ใช้ในเรื่องนี้ค่ะ คำพูดที่ตัวละครใช้มีความคมคายสำบัดสำนวนตามประสานิยายจีน อ่านไม่ยากนะ ไม่ต้องคิดซับซ้อนอะไรขนาดนั้น ไหนจะการบรรยายความต่างๆ ในท้องเรื่อง ละเอียดดี ข้อเสียคงเป็นบางบทสนทนาค่อนข้างยาวเกิ้น 


    ตัวนิยายยังมีเรื่องเกิดขึ้นมากมายที่เราคาดไม่ถึงเลย ลองอ่านก่อนก็ได้ไม่เสียหายนิยายดีๆ ควรค่าแก่การหยิบมาอ่านค่ะ เอ้อ เรื่องนี้มีฉากเรทฉากหวือหวานะคะ เรียกว่าครบทั้งเนื้อหาและความกรุบกริบหอมปากหอมคอ555555


    ขอพูดถึงตัวละครบางตัวที่ชอบนิดหน่อย spoiler alert

    เสิ่นเจ๋อชวน นายเอกช่วงแรกแอบหัวแข็งบ้างแต่เหตุการณ์โหดร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นหล่อหลอมให้ตัวละครเปลี่ยนแปลงไป แผ่ออร่าอำมหิตเย็นๆ รอบตัวแต่ลึกลับน่าค้นหา คนประเภทแจกรอยยิ้มสู้ ถอยเพื่อตั้งหลักแล้วค่อยกระโดดกัดคอมันคืน ถ้าข้าฉิบหาย เจ้าต้องฉิบหายด้วย ถ้าข้าตายเจ้าก็ต้องมอดม้วยไปด้วยกัน ถ้าให้นิยามสองคำคงจะเป็น นิ่งและโหดมั้งคะ555555 เราชอบหลานโจวตรงไม่อ่อนแอบอบบางเป็นกระต่ายหยกต้องให้พระเอกมาคอยคุ้มครองตลอดกลับกันยังสามารถช่วยพระเอกให้พ้นจากสถานการณ์ยากลำบากอีกด้วย เรื่องอื่นส่วนใหญ่มาอีหรอบ.. เจ้าจะปลอดภัยในอ้อมกอดข้า แต่เรื่องนี้ทั้งคู่หันหลังประชิดกันยามถูกศัตรูรุมล้อม ช่วยกันกำจัดแล้วเราจารอดด้วยกัน เป็นทั้งดาบทั้งอ้อมกอด เออ แร้วเห็นนิ่งๆ แบบนี้ก็เป็นฝ่ายเย้าแหย่ เชิญชวนได้เหมือนกันนะ 


    พระเอกของเรื่องนั้น... บอกประโยคเดียวว่า "แล้วใครบ้างเล่าจะไม่รักเซียวเช่ออัน?"


    เซียวจี้หมิง หนึ่งในสี่ยอดขุนพล ซื่อจื่อแห่งหลีเป่ยผู้ต้องแบกรับหลายสิ่งบนบ่า มือจับดาบใจห่วงบ้าน ห่วงเมียที่กำลังตั้งครรภ์ ปัญหาชายแดนยังค้างคาไม่พอน้องชายยังติดอยู่เมืองหลวง *ซับน้ำตา* 


    ลู่ก่วงไป๋ หนึ่งในสี่ยอดขุนพล แม่ทัพที่คอยพิทักษ์ชายแดนฉีตง สกุลลู่ปักหลักอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคน ปกติสกุลตัวละครหลักจะอับจนสุดแต่เรื่องนี้ทางฉีตงโดยเฉพาะเปียนจวิ้นถูกกระทำอุบาทว์สุด กรมคลังเฉไฉไม่ยอมแจกจ่ายเงินให้ ปูนบำเหน็จของครอบครัวฮีก็ไม่เคยได้ใช้เองเพราะเอามาเปลี่ยนเป็นเงินเลี้ยงปากท้องทหาร นอกจากหลีเป่ยที่ต้องเผชิญหน้ากับทหารม้าเปียนซามากสุดก็ที่นี่ แต่หลีเป่ยยังพอมีพื้นที่ให้เพาะปลูกในขณะที่เปียนจวิ้นติดทะเลทรายล้วนๆ เลยทำการเกษตรไม่ได้ ฉากถอดเกราะของต้าโจวออกอิมแพคมากกกกกกกกก


    ฝั่งสาวๆ เราชอบนิยายเรื่องนี้ตรงวางบทบาทตัวละครหญิงในเรื่องได้ดี สติปัญญาและกลยุทธ์ในยามคับขันไม่น้อยหน้าผู้ชายเลย ไม่ว่าจะแม่ทัพฉี คุณหนูสามฮวา ไทเฮา ตั่วเอ๋อร์หลัน หรือจักรพรรดินีหญิงซีนเด่นจนตราตรึงพาขนแขนสแตนอัป 


    ฮวาเซียงอีเกิดมาในครอบครัวสกุลใหญ่ นางเป็นสตรีที่ได้รับการเลี้ยงดูจากไทเฮาอย่างดีตั้งแต่วัยเด็ก กระทั่งจักรพรรดิเสียนเต๋อยังเรียกขานนางน้องสาม ถึงนางจะเรียนรู้หลายสิ่งจากไทเฮาทว่ากลับแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้ เข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองดีว่าแปดสกุลใหญ่กำลังสละชีวิตของประชาชนตาดำๆ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์เข้าตน เมื่อเห็นชาติบ้านเมืองใกล้พินาศเพราะความละโมบไม่สิ้นจึงละทิ้งครอบครัว ช่วยเกลี้ยกล่อมฉีจู๋อินให้เข้าร่วมกับนายเอก นับว่าเป็นหญิงที่มีใจเด็ดเดี่ยวมากๆ กล้าหาญเกินกว่าหญิงสาวสูงศักดิ์ในห้องคนหนึ่งจะทำได้ อีกอย่างเพราะนางด้วยแหละมั้งที่ทำให้หลายคนได้มาพบรักกัน แม่กามเทพ555555 


    ฉีจู๋อิน ผู้หญิงคนเดียวในสี่ยอดขุนพล เท่ชิบหาย ตอนพ่อของนางตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก ไม่มีใครเต็มใจส่งกองทหารไปช่วยนางเลยต้องออกโรงเอง ท้ายที่สุดฉีจู๋อินก็สามารถพาพ่อกลับมาพร้อมชื่อเสียงในการสู้รบแค่ครั้งเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องราวของนางก็สะท้อนทัศนคติต่ำตมของผู้ชายส่วนใหญ่ในสมัยโบราณที่มีต่อผู้หญิงได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นผู้หญิงเลยต้อง เพราะเป็นผู้หญิงเลยห้ามทำ เพราะเป็นผู้หญิงเลย.. อย่างนั้นอย่างนี้ แม้ว่านางจะสร้างคุณูปการมากมายแต่ก็ยังคงได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างเพียงเพราะไม่ใช่ผู้ชาย 


    ตัวละครอื่นๆ เราก็ชอบมากแต่ขี้เกียจเขียนแหล่ว 


    เรื่องนี้มีชายชายอีกคู่นะคิดว่ามีใจให้กัน จบไม่สวยกับเลสค่ะ ไม่อยากสปอยล์คู่พวกนี้55555 อยากให้ลุ้นเองมากๆๆๆ คู่หญิงหญิง อยากรู้ชื่อครอบดำนะ ฉีจู๋อิน กับ ฮวาเซียงอี คู่ชายชายที่จบไม่สวย เฉียวเทียนหยา (เฉียวซงเยว่) กับ เหยาเวินอวี้ (เหยาหยวนจั๋ว) ที่เป็นกุนซือของนายเอก คนนี้ตาย ตอนแรกเราคิดว่าจะมีแค่คู่เดียวค่ะเพราะคุณถังจิ่วชิงเขียนว่า 1v1 ดูทรงแล้วน่าจะหมายถึงคู่หลักที่โฟกัสมีแค่คู่เดียว คู่รองมีฉากจูบช่วงตอนที่สองร้อยกว่า last kiss goodbye ด้วย55555 


    มีคนถามแน่ ๆ นิยายเรื่องนี้คู่หลัก "จบดี" ค่ะ หวานชื่น ต่างคนต่างปณิธาน ไม่มีใครผิดหรือถูก ไม่มีใครขาวล้วนหรือดำล้วน มนุษย์ทุกคนต่างเคยพลาดพลั้งขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นจะหยิบเอาสิ่งที่เคยพลาดมาเป็นแรงกระตุ้นด้านลบหรือด้านบวก อีกมุมมองก็เป็นการสะท้อนให้เห็นช่วงกลียุคของยุคสมัยหนึ่ง เราเชื่อว่าถ้าหลายคนได้อ่านจะประทับใจไปกับเรื่องราวของตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นหลี่จินเหิง เฉียวเทียนหยา เหยาเหวินอวี้ ผู้หญิงอ่อนหวานทว่าจิตใจเข้มแข็งอย่างฮวาเซียงอีและหลี่เจี้ยนถิง หรือวีรสตรีผ่านหลายสนามรบอย่างฉีจู๋อิน


     สำหรับเราแล้วยกให้เฉียงจิ้นจิ่วเป็นนิยายจีนโบราณวางอุบายชิงอำนาจ (ที่พึ่งจบปีนี้) อันดับหนึ่งของปีนี้เลยค่ะแต่รู้สึกว่าเขียนลงบทความยากจริงๆ 



    สำหรับเรื่องนี้ ใช้ความชอบส่วนตัวเป็นเกณฑ์

    พล็อต ★★★★☆

    เคมีพระนาย ★★★★★

    ภาษา ★★★★★

    รวมๆ ★★★★☆ หรือ 9/10



    เอาเป็นว่าใครชอบแนวเน้นทั้งเนื้อหาทั้งความสัมพันธ์ระหว่างพระนาย ลุ้นชีวิตนายเอก มีฉากที่น่าตื่นเต้นเต็มไปด้วยความตึงเครียดจากฝ่ายขั้วตรงข้าม สู้รบ การเมือง ข้อพิพาทแย่งชิงดินแดน ตัวละครยินยอมพร้อมสละชีพสร้างคุณูปการอันยิ่งใหญ่ต่อบ้านเมือง ทำนองนี้ก็ A MUST นอกจากเนื้อหาจะเข้มข้นแล้วฉากเรทยังดีอีกด้วย555555 อยากให้พิสูจน์ด้วยตัวเองค่ะ ลืมเขียนอะไรมั้ยไม่รู้ แต่เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน บ๊าย เจอกันคราวหน้ายังมีเรื่องอื่นใน draft ที่ยังไม่ลงอีกสามสี่เรื่องเลยค่ะ พักนี้ก็หาเรื่องอื่นอ่านต่อ55555 


    เผื่อใครสนใจอยากลองอ่านเรื่องอื่นที่เคยเล่าไว้เล่น ๆ 

    https://minimore.com/b/ffhkT





    • ทั้งนี้รีวิวอันนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นจากรสนิยมการอ่านส่วนบุคคลเท่านั้น สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งประกอบกับการตัดสินใจได้แต่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ทั้งหมด ถ้ามีพิมพ์ผิดหรือวกวนยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in