My Book Reviews & TRANSLATIONSparnbewtch
เล่านิยายวาย : 残次品 (BL)
  • ชื่อเรื่อง : 残次品 ฉานชื่อผิ่น

    ผู้แต่ง : Priest 

    ยังไม่มีตีพิมพ์กับสนพไทย



    ถึงฤกษ์ลงเรื่องนี้แล้ว *วิ่งจุดพลุ* ไม่มีสิ่งใดสุขใจเท่ากับอ่านงานพีต้าค่ะ555555 ตอนนี้เราเก็บงานเขามาถึงครึ่งทางแล้วค่ะ เหลือแต่ชายหญิง (ซึ่งอ่านไปแค่โหยวเฝ่ย) และนิยายวายสามสี่เรื่องที่ยังไม่เริ่ม ช่วงนี้ว่างยาวพอดีมีเวลาอ่านทั้งวันค่ะที่ลงดีเลย์ก็เพราะติดบางอย่างแต่วันนี้เอามาหวีดได้อย่างสบายใจละ 




    เปิดเพลงประกอบเรดิโอดราม่าของเรื่องแล้วอ่านไปด้วยอย่างมันส์ แต่อ่านไม่จบซักทีเพราะมัวแต่โยกหัว

    เปิดเรื่องมาที่ หลิน จิงเหิง นายเอกของเรื่องซึ่งเป็นพลเอกแห่งป้อมปราการอวกาศไป๋หยิน (สถานีรบอวกาศขนาดยักษ์) ถูกสหภาพระหว่างดวงดาวประกาศคำสั่งฉุกเฉินเรียกตัวกลับไปยังนครหลวงดาวว็อตโตเพื่อสอบปากคำ นายเอกปฏิเสธแน่นอนว่ามันเป็นการละเมิดคำสั่งที่ค่อนข้างร้ายแรงแต่ด้วยความที่นายเอกเป็นถึงพลเอกของกองทัพมีดาวติดบ่าสามดาวเก๋ ๆ เลยพอผ่อนผันคำสั่งให้เวลาคิดอีกรอบ 

    ทำให้วันถัดมาหนังสือพิมพ์ประจำวันอย่างว็อตโตเดลิมีพาดหัวข่าวอย่าง คุณจะก่อกบฎหรือ หลิน จิงเหิง” สร้างกระแสออกมาต่อต้านการกระทำของพลเอกหลิน สิ้นเดือนป้อมปราการอวกาศไป๋หยินก็ถูกปิดกั้นอย่างสมบูรณ์โดยจักรกลกว่าห้าร้อยตัวรอบชั้นบรรยากาศด้านนอก เหล่าหัวกระทิของป้อมปราการเองก็พร้อมที่จะโต้กลับ ทั้งสองฝ่ายปฏิเสธที่จะประนีประนอม มีนักเรียนน้อยคนนักที่จะสามารถเข้าร่วมป้อมปราการแห่งนี้ นายทหารส่วนใหญ่ของที่นี่จบมาจากอูหลันเสวียเยวียน หรือ สถาบันอูหลัน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตนายทหารหลักของกองทัพ (มั่ยกล้าเทียบของไทยเอาเป็นประมาณ West Point ที่ว่ากันว่าเป็นโรงเรียนเตรียมทหารที่ดีที่สุดในโลกเสริมความเว่อร์ตามประสานิยายดิสโทเปียไปนิดนึง) อนาคตของเด็กผูกเกี่ยวกับเกมการเมืองนอกเหนือจากเกรดที่ดีเยี่ยม ด้วยความที่ป้อมปราการอวกาศแห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางการทหารของกาแล็กซีที่หนึ่งจึงรับเพียงผู้สำเร็จการศึกษาจากกาแล็กซีที่หนึ่งเท่านั้น ซึ่งอิกาแล็กซีที่หนึ่งเนี่ยก็เปรียบเสมือนแคปิตอลเป็นพวกที่เคลมว่าตัวเองมีอารยธรรมมากกว่าเขตดาวอื่นทำให้ส่วนใหญ่เป็นเด็กเส้― ครอบครัวนักธุรกิจที่มั่งคั่ง ปัญญาชนชั้นสูง ผู้ที่มีชื่อเสียง นักการเมือง ฯลฯ 


    สถานการณ์อันตึงเครียดกินเวลายาวเกือบสองวัน พลเอกหลินผู้นี้มีชื่อเสียงกระจายไปทั่วกาแล็กซีทั้งแปดค่อนข้างเป็นหนุ่มสูงโปร่ง หมดจดตั้งแต่หัวยันปลายเท้าเพราะความที่เป็นคนหน้านิ่งทำให้นายเอกดูมีรัศมีความเย็นชาแผ่ออกมาสมกับตำแหน่ง จิงเหิงกำลังยืนถือสายกับจอมพลที่มาเจรจาให้ประนีประนอมทางยุทธศาสตร์และกลับไปว็อตโต มือหนึ่งก็เติมน้ำแข็งสองสามก้อนลงในถ้วยวิสกีี้ ที่หูข้างซ้ายมีภาพเสมือน (圈虚影 ให้นึกภาพพวกเทคโนโลยีอนาคตอันนี้เป็นเครื่องสื่อสารวงกลมเสมือนจริงที่พอคุยเสร็จก็หายไป) เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารขั้นสูง ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้อง "พูด" เพียงแค่ "คิด" สัญญาณจากสมองก็จะส่งถึงผู้รับ เป็นการปกปิด รับประกันความปลอดภัยอย่างดีเยี่ยม 


    คุยจบจิงเหิงก็มองข่าวที่กำลังเสนอ สื่อมวลชนในว็อตโตต่างให้ความสนใจกับสถานการณ์ของป้อมปราการอวกาศไป๋หยิน ปรากฏภาพเลขาธิการคนใหม่กำลังยืนอยู่หน้ารัฐสภาของนครหลวงที่กำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวราวกับขึ้นเวทีปราศรัย ใจความสำคัญก็ 'พลเอกหลินไม่มีทางหักหลังสหภาพระหว่างดวงดาวแน่นอนอีตานี่ชื่อกอร์ดอนค่ะ เป็นสามีของหลิน จิ้งซูน้องสาวแท้ ๆ น้องสาวฝาแฝด ของพลเอกหลิน ทั้งสองแต่งงานกันเมื่อปีที่แล้ว ชอบใส่ชุดสีดำ ใบหน้าซีดเซียวไร้ซึ่งเครื่องประทินโฉมแต่ก็เป็นคนที่สวยมากจนความซีดทำร้ายคุณน้องของนายเอกไม่ได้ 


    จบการรายงานข่าวปุ๊บนายเอกก็ถามความเห็นของทหารใต้บังคับบัญชาที่ชื่อ ลอร์ด ท่าทางนายหลอดจะเป็นทหารป้ายแดงเลือดร้อนเลยพูดเสียงต่ำว่า สิบกองเรือรบแห่งไป๋หยินพร้อมที่จะต่อสู้ เมื่อใดก็ตามที่คุณสั่งเราพร้อมจะโจมตี 


    เพื่ออะไร? กบฎ?” นายเอกเหลือบมองละถามว่าคุณจบมาจากสถาบันอูหลันใช่ไหม ฮีก็ตอบใช่ จบรุ่นที่เท่าไหร่นี่แหละสองร้อยกว่า ๆ จากอูหลันเสวียเยวียนด้วยความภาคภูมิใจ นายเอกเลยถามต่อ ครอบครัวคุณกำลังทำอะไรอยู่ มีพี่น้องบ้างไหม” อิลอร์ดก็งงถามอะไรวะแต่ก็ยินดีตอบว่าพ่อเป็นผู้ดูแลสถาบันการแพทย์ แม่เป็นอาจารย์ในสถาบันอูหลัน มีพี่ชายคนโตและน้องสาวคนเล็ก จิงเหิงยิ้มขมขื่น พร้อมที่จะต่อสู้ทันที…ต่อสู้กับใครครอบครัวที่ภาคภูมิใจในตัวคุณอย่างนั้นหรือ 


    นายเอกเลยตัดสินใจจะเดินทางกลับว็อตโต ถอดถุงมือโยนทิ้งพร้อมออกคำสั่งปลดอาวุธ สั่งการทหารใต้บังคับบัญชาว่าให้ส่งข้อความหาด่านศุลกากร (เพื่อขอผ่านทางระหว่างเขตดาวเงี้ย) วันต่อมายานอวกาศจิ้งเยวียนของนายเอกก็เคลื่อนออกจากป้อมปราการ เหมือนเรือลำเล็กที่ล่องลอยไปตามทะเลแห่งดวงดาวตามปกติจากที่นี่ไปยังนครหลวงดาวว็อตโต ยานจิ้งเยวียนจะใช้เวลาเกือบ13 วันผ่านศุลกากร ด่าน แล้วระหว่างเดินทางนายเอกก็ต้องเลี่ยงเส้นทางเดิมเพราะพวกสะเก็ดดาว (ถ้าจำไม่ผิด) 


    ในทางตรงกันข้ามพวกกองทัพที่อยู่ว็อตโตก็เออ หมอนี่มันเป็นบุคคลอันตรายหมายเลขหนึ่ง เกรงว่าการล่าช้าของนายเอกจะเป็นไปในความคิดแง่ลบเลยแจ้งเตือนไปที่ยานบีบบังคับให้นายเอกเปลี่ยนทิศยานอ้อมไปตรงหัวใจแห่งกุหลาบ (玫瑰之心) คือมันเป็นเขตต้องห้ามเพียงแห่งเดียวในกาแล็กซีที่หนึ่งที่ไม่เคยมีการสำรวจโดยมนุษยชาติอะ เป็นที่รกร้างจะมีอะไรก็ไม่รู้ออกมาแต่ก็เป็นทางลัดที่เร็วสุด หนีสะเก็ดดาว ถูกบีบให้ใช้ทางเลี่ยง ซวยไปเจอเข้ากับโจรสลัดอวกาศที่ซ่อนอยู่พอดี  (ตัวจีนใช้ 际海盗 ถ้าแปลตามตัวเป๊ะก็โจรสลัดระหว่างดาว


    ยานอวกาศจิ้งเยวียนถูกทำลาย หลินจิงเหิงถูกสังหาร เป็นการตายที่ปูเนื้อเรื่องเข้าพล็อตหนัก555555 มันแบบแกรตายง่ายไปมั้ยแล้วตามนิยายช่วงนี้คือบรรยายอย่างเดียวว่าถูกสังหาร ไม่ได้บรรยายจากมุมมองของตัวละคร เดาง่ายมากยังไงก็ไม่ตายแน่นอน!!! อันนี้ไม่นับเป็นสปอยล์ปะคือนายเอกตายตั้งแต่ตอนแรกก็ยังไงอยู่ว แต่รอดได้ยังไงนี่สิ อืมมม น่าคิด อีดาวนครหลวงแห่งว็อตโตก็วรั้ย ตกใจกับข่าวการเสียชีวิต ไหนจะจู่ ๆ สิบกองเรือรบแห่งไป๋หยินก็ก่อการกบฏจนป้อมปราการหยุดชะงัก ซวยซ้ำซ้อนหลายต่อช่วงเวลาเดียวกันนั้นก็มีเหตุการณ์ที่น่ากลัวเกิดขึ้น กลุ่มโจรสลัดที่เคยถูกนายเอกขับออกจากกาแล็กซีทั้งแปดเมื่อสิบปีที่แล้วกลับมาอีกครั้ง เริ่มโจมตีเส้นทางพลเรือนของกาแล็กซีที่หก เกิดผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก 


    ประวัติศาสตร์อันไม่น่าจดจำนี้ถูกเรียกว่า ไป๋หยินฮั่วล่วน การประท้วงขนาดใหญ่แพร่กระจายราวกับกาฬโรค ว็อตโตเปลี่ยนท่าทีปิดปากเรื่องที่จะบังคับให้พลเอกหลินกลับมา กระบอกเสียงของรัฐบาลกล่าวสรรเสริญพลเอกหลินราวกับว่าพวกเขาสูญเสียความทรงจำเพียงชั่วข้ามคืน เมื่อวานด่ากบฎวันนี้ซับน้ำตา ตอแหลดี ๆ นี่เอง แล้วงานศพนายเอกก็จัดขึ้นที่ว็อตโต เครื่องแบบพิธีที่ไม่เคยใส่ถูกนำไปที่สุสานผู้เสียสละ แล้วร่างอยู่ไหนจะรู้ได้ไงว่าตายจริง? แมรี่จ๊ะ ถูกโจมตียานแตกแถมยังอยู่บนอวกาศคงเหลือร่างมาให้ประกอบพิธีทางศาสนามั้ง5555555


    หลินจิ้งซูน้องสาวนายเอกสวมผ้าป่านสีดำทั้งตัว นั่งมองเลขาธิการกอร์ดอนกล่าวคำอาลัย นางเป็นเหมือนดอกไม้งามบานสะพรั่งท่ามกลางสายลม ตอนนี้ดอกไม้ที่สวยงามยิ้มทั้งน้ำตาเธอมองกอร์ดอนสำลักเสียงสะอื้นบนเวทีพลางคิด คุณต้องชดใช้ด้วยชีวิต 


    time skip 5 ปี กาแล็กซีที่แปดเป็นกาแล็กซีที่ได้รับฉายาว่า ฮวางโม่ (เวิ้งว้างว่างเปล่า) ดาวเคราะห์ปักกิ่ง – ß ชื่อนี้เป็นชื่อเฉพาะ ความจริงแล้วดาวเคราะห์ที่ขึ้นต้นด้วยปักกิ่งมีอีกหลายสิบดวงเหมือนชื่อถนนอะและที่ดาวนี้ก็มีบรรยากาศเหมือนเอเชียตะวันออกในโลกยุคโบราณ มีความ humorous เร้ก ๆ ว่าเนี่ยเขาว่าประชากรส่วนใหญ่ของดาวนี้มีเลือดเนื้อเชื้อไขจีนโบราณนะแต่แล้วยังไง? 
    ถึงจะมีเลือดมังกร แกก็ไม่มีทางใช้ชีวิตสุขสบายที่กาแล็กซีที่ทุรกันดานนี้ได้แถมยังมีประชากรเยอะ ช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมาสหภาพมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะด้านวิทยาศาสตร์หรืออารยธรรม แต่สำหรับที่นี่แทนที่จะถูกพัฒนากลับกลายเป็นพื้นที่สงครามกลางเมือง (กลางดาว??) ต่อต้านโจรสลัด เนิ่นนานคล้ายว่าจะไม่มีวันสิ้นสุด ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ช่องว่างระหว่างสหภาพระหว่างดวงดาวและกาแล็กซีที่แปดก็ยิ่งกว้างขึ้นเทียบกันแล้วเหมือนพัฒนาการของลิงกับมนุษย์ กาแล็กซีนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยว ในช่วงต้น (ระหว่างที่สหภาพกำลังพัฒนา) กาแล็กซีที่แปดเคยถูกโจรสลัดอวกาศครอบครองเป็นเวลากว่าร้อยปี แล้วพื้นที่ก็ถูกยึดคืนโดยลู่ซิ่น ผู้บัญชาการที่ยอดเยี่ยมของสหภาพระหว่างดวงดาว แต่พอประเมินก็พบว่าไม่มีอะไรมีค่า ไม่ว่าจะพวกแร่ ทรัพยากรต่าง ๆ ที่จะเอามาใช้ประโยชน์ คนเลยพยายามทุกวิถีทางเพื่อหนีเหลือแต่คนยากไร้

    ลู่ซิ่น


    ประวัติศาสตร์กาแล็กซีก็ประมาณนี้ค่ะ พยายามย่อกระชับสุดแล้ว ถ้าตามนิยายมันจะมีแทรกเข้ามาเรื่อย ๆ แทบจะเรียกว่าเป็นมหากาพย์อะ.. มาต่อที่ ดาวเคราะห์ปักกิ่ง-ß ของกาแล็กซีที่แปด อิดาวปักกิ่งเบต้าก็เป็นอีกดาวที่แร้นแค้น บริษัทขนส่งเอกชนเดิมล้มละลายไปนานโขแล้วเหลือแต่ระบบขนส่งมวลชนรถโดยสารที่แทบเรียกว่ากระป๋องเคลื่อนที่ ระบบควบคุมอุณหภูมิของดาวหยุดทำงานเนื่องจากความขัดสนแถมฤดูหนาวยังหนาวจัดกินเวลายาวนาน 3 ปี! ยังกะ the long night บนรถโดยสารมีคนใช้บริการอยู่ หลายคนเป็นขอทานที่สกปรกเกินกว่าจะระบุเพศหรืออายุได้ ด้านหลังปรากฏร่างเด็กสาวคนหนึ่ง แจ็คเก็ตของนางเปิดออกโชว์ชุดชั้นในแปลกประหลาดและรอยสักกะโหลกบนเอว outfits นี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมในหมู่อันธพาลสาว ลืมชื่อนางอะ จำไม่ได้ว่าบอกชื่อมั้ยเรียกน้อง A แล้วกันนะคะ น้อง A กำลังสวมหูฟังและมีท่าทางไม่พอใจกับเด็กเปรตที่ไหนไม่รู้ที่กำลังร้องไห้จ้ากลบเพลง แต่ที่แปลกคือพอถอดหูฟังออกเสียงนั้นก็หายไป มองรอบ ๆ ก็ไม่มีเด็ก.. สะอึกไปรอบผีหลอกเปล่าวะ55555555 หยอกๆ ไม่ได้พูดงี้หรอกแค่บ่น ๆ ว่าเออฉันอาจจะเมาเกินไปเลยสวมหูฟังอีกระหว่างที่กำลังจะหลับก็มีเสียงร้องไห้ปลุกขึ้นมาอีกพอดีกับรถโดยสารที่หยุดลง บริเวณนี้ไฟข้างถนนพัง ทุกอย่างเลยมีแค่ความมืดมิด

     

    น้อง A เห็น “ขอทาน” กำลังหิ้วคอเด็กชาย ไอ้เด็กก็ดิ้นแล้วร้องไห้แต่ไม่มีใครสนใจ (เหมือนทุกคนถูกภาพลวงตา)  A เลยสงสัยว่า ขอทาน” เป็นพ่อค้ามนุษย์หรือเปล่า นั่นเป็นเหตุผลที่ A เลือกจะสะกดรอยตาม “ขอทาน” ไม่ได้สนใจนาง เดินตรงไปยังทางเดินแคบ ๆ ระหว่างอาคารโทรม ๆ แม่สาวอันธพาลปาดมาสคาร่าหนานามว่าน้อง A ปรับท่าทางตัวเองก่อนจะทักขอทาน ขอทานหันขวับมามองพร้อมขยับมือกำคอเด็กชายเอาไว้แน่นกว่าเดิม เขายิ้มเหมือนคนขี้ขลาดและพูดติดอ่าง น้อง A ชี้ไปที่เด็กถามว่า นั่นลูกของคุณหรือ


    สีหน้าของขอทานเปลี่ยนมันยิ้มอย่างหงุดหงิดแล้วปฏิเสธ น้อง A ก็ทำท่าแปลกใจแต่แค่มองก็พอจะรู้แล้วน้องสาวใจกล้านี่ก็ฟาดขวดเบียร์ใส่ขอทานชราคนนั้นแต่ร่างชราที่โชกแอลกอฮอล์กลับกลายเป็นชายร่างสูงเกือบ เมตร กระดูกของเขาร้าว ปากเต็มไปด้วยเลือด จากนั้นก็เริ่มตีกันจนน้อง A ถูกจับหัวลอยเหนืออากาศ มันยิ้มเหี้ยมเริ่มบีบหัวของนางแต่เหมือนจะยังไม่ถึงคราวของน้อง A จู่ ๆ ก็มีแสงสว่างส่องทะลุเข้ามาตรอกมืดและมีพาหนะความเร็วสูงสามสี่คันที่เห็นชัดว่าละเมิดคำสั่ง "ห้ามพาหนะความเร็วสูงเคลื่อนที่ใกล้พื้น 100 เมตร" ตามมา ระหว่างที่ลมพัดกรรโชก ขอทาน” ตระหนักถึงบางสิ่งที่อันตรายต่อตัวมันและตัดสินใจหนีไป หลังจากที่เครื่องลงจอดน้อง A มองผ่านผมที่ยุ่งเหยิงเห็นชายร่างสูงยืนอยู่ในเงามืด เขาก้มลงวางเด็กชายที่ลอยขึ้นเพราะแรงลมเมื่อครู่ลงพื้น มืออีกข้างสะบัดบุหรี่ มีกลุ่มคนมาเพิ่มอีก 


    แล้วชายที่มาใหม่ก็พาเด็กทั้งสองเข้ามาด้านในบาร์เหล้าที่ตรอกนั้น บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างย้อนยุคกลิ่นหวานของเหล้ารัมเติมเต็มอากาศพร้อมดนตรีแจ๊สและดูเหมือนว่าร้านนี่จะปิดบริการแล้ว ชายคนที่มาช่วยเธอคงจะเป็นเจ้าของบาร์ ระหว่างที่กำลังคิดกับตัวเองน้อง A ก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ข้างโต๊ะ มันเป็นกิ้งก่าตัวสีเขียวเข้ม มันขี้เกียจเกินกว่าจะกัดใคร” เจ้าของบาร์พูดตอนเห็นนางสะดุ้ง ฮีถามต่อว่าอยากกินอะไร นังน้อง A เลยบอกเบียร์ เจ้าของบาร์เหลือบมอง เธออายุเท่าไหร่” น้องนางก็ยังกวนประสาทตอบว่าห้าสิบเลยต้องใช้ไม้ตายเจาะระบบไอดี ข้อมูลบัตรประจำตัวลอยขึ้นกลางอากาศ พอเห็นว่าอายุแค่สิบหกคุณเจ้าของบาร์ก็คว้าขวดนมออกมาเทลงในแก้วสองใบวางไว้ตรงหน้าสำหรับเด็กสองคน


    ก่อนจะเข้าเรื่องที่เป็นเด็กผู้หญิงและยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่กลับออกมาป้วนเปี้ยนกลางคืน พล่ามไปตามประสาผู้ใหญ่น้อง A ก็เริ่มฉุนกึกอ้างว่าเธอเป็น เฮยต้ง (黑洞 แปลว่าหลุมดำเป็น ชื่อกลุ่ม) พร้อมสั่งให้เจ้าของบาร์เอาเบียร์มา ฉันจะจ่ายเองเค๊ คือกลุ่มเฮยต้งเนี่ยอารมณ์ประมาณมาเฟียอะ รัฐบาลของแต่ละดาวในกาแล็กซีที่แปดไม่ต่างกับขยะไร้ประโยชน์ สถานีตำรวจเองก็เช่นกันค่ะ อย่างไรก็ตามพอสภาพสังคมมันเป็นแบบนี้เลยทำให้มีแก๊งอันธพาลจำนวนมากเข้ามาอ้างสิทธิ์ดูแลเขตของตนเอง พวกอันธพาลพวกนี้เป็น 'รัฐบาลอำพราง' มีอยู่ในทุกทุกดาวอย่างปักกิ่ง - ß เรียกรัฐบาลนี้ว่า เฮยต้ง รายได้ทางการเงินของพวกเขามาจากการเก็บค่าธรรมเนียมในการป้องกัน บางครั้งก็ปล้นและฆ่า ผู้กุมอำนาจลึกลับของกลุ่มเฮยต้งมีชื่อว่า หลิน” ไม่รู้ว่าหลินไหน (ตัวจีนคนละตัวแต่อ่านออกเสียงเหมือนกัน) พวกเขาต่างเรียกคนคนนั้นว่า “พี่สี่” มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเขาบ้างก็ว่าเป็นนู่นนี่ เขาไปถึงจุดสูงสุดได้อย่างไร? ยากจะกล่าวเช่นกัน เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการนองเลือดหรือ.. ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าแต่ก็เป็นบุคคลที่ทรงอิทธิพลอย่างมากในกาแล็กซีที่แปด เด็กชายเด็กหญิงกาแล็กซีที่แปดล้วนใฝ่ฝันอยากจะเป็น “พี่สี่” เหมือนกับเด็ก ๆ ชาวว็อตโต กาแล็กซีที่หนึ่งที่ใฝ่ฝันอยากจะเข้าสถาบันอูหลัน (สถาบันเตรียมทหารของดาวนครหลวง)


    พอเริ่มจะเถียงคำไม่ตกฟากอีกเจ้าของบาร์ก็สั่งการหุ่นยนต์ โทรหาลู่ปี้สิงมือหุ่นยนต์แสดงท่าทาง "ตกลง" พูดด้วยเสียงธรรมดาว่า โทรหาอาจารย์ใหญ่ลู่” น้อง  A ก็ชะงักอุทานว่าทำไม เขาเลยคำตอบ ทำไมฉันถึงรู้โรงเรียนเธอ?” แล้วชี้แจงให้เด็กน้อยฟังว่าเด็กทุกคนที่เคลมตัวเองว่าเป็นเฮยต้งล้วนแต่เป็นลูกศิษย์ของหมอนั่น แล้วสักพักสายก็ติด เสียงธรรมดาของหุ่นยนต์กลายเป็นเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน หายาก อะไรทำให้คุณโทรหาผม” เจ้าของร้านตอบสั้นกระชับว่า "ให้มานี่ หายและพบ" อีกฝ่ายยังตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงระรื่น เจ้าของบาร์เลยแจงรายละเอียดเรื่องเด็กสาวที่พบก่อนจะหยิบแจ็กเก็ตมาสวม เขาสั่งให้เพนนี (佩妮) เฝ้าเด็กทั้งสองไว้และออกจากหลังร้านไป


    ตัดมาที่ท่าเรือวีนัส (维纳斯) ที่นี่เป็นท่าเรือที่ถูกทิ้งร้างมีคนงานเพียงไม่กี่คนที่ยังคงทำงานอยู่โดยได้รับค่าแรงต่ำจากรัฐบาล เวลานี้เป็นค่ำคืนที่หนาวจัด พื้นที่เปิดโล่งกว้างมีหญ้าแห้งที่กำลังจะตายถูกปกคลุมด้วยหิมะจำนวนมากเกิดเสียงกรอบแกรบ สายลมหวีดหวิวท่ามกลางพายุหิมะคล้ายกับเมืองห่าผีอาคารล้าสมัยที่ตั้งอยู่ชวนให้นึกถึงฉากชวนน่าขนลุกที่ปรากฏบนนิยายวิทยาศาสตร์สมัยโบราณ

    มีทางเดินแคบ ๆ ระหว่างพงหญ้าสำหรับคนงานเข้าและออก คนงานจะขับไล่กลุ่มคนจรจัดออกไปในตอนกลางวันแต่พวกเขายังสามารถใช้ที่นี่เป็นที่หลบภัยในเวลากลางคืน หนึ่งในนั้นคือชายเร่ร่อนคนหนึ่งด้านหลังอุ้มเด็กชายที่สวมเสื้อเก่าโทรมเหมือนตัวเขาเองแต่แล้วชายเร่ร่อนก็สะดุดล้มลง เด็กบนหลังร่วงลงมากลิ้งขลุก ตัวแข็งทื่อใบหน้าเขียวม่วง — เด็กคนนี้ตายไปแล้วระยะหนึ่ง

    ถังขยะริมถนนสามารถตรวจจับซากของสิ่งมีชีวิตที่มีคาร์บอนเป็นองค์ประกอบบนพื้นดินเริ่มระบบการทำความสะอาดอัตโนมัติ มันขยับเข้ามาใกล้ ยื่นแขนหุ่นยนต์เย็น ๆ กับพลั่วเพื่อเก็บซากศพ ชายเร่ร่อนเลยเอาตัวมาบังราวกับว่านี่จะทำให้เด็กที่ตายแล้วกลับมามีชีวิตอีกแต่น่าเสียดายที่ชายเร่ร่อนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เขาถูกโรบอตทุบตี คุกเข่าร้องเสียงดังสำหรับทุกสิ่งที่ได้รับ การจัดการกับศพราวขยะไร้ค่าไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสำหรับที่นี่ 

    ชายเร่ร่อนสิ้นหวัง เดินจากไป ไม่นานนักรองเท้าบูทคู่หนึ่งปรากฏขึ้น เจ้าของรองเท้ามีท่าทีลังเลเล็กน้อยสุดท้ายก็ตัดสินใจตรงไปที่ถังขยะ ชายผู้นี้เป็นคนสูงผิวซีดดูแข็งทื่อแต่ใบหน้านั้นกลับสมบูรณ์แบบจนเกินไป ทุกก้าวที่สาวเท้ามีระยะเท่ากันทำให้ดูเหมือนกับทหารถึงแม้ว่าเขาจะแต่งตัวสบายๆ ก็ตาม เขาเข้าสู่โปรแกรมถังขยะแล้วจัดการปล่อยศพเด็กน้อยออกมา เขาอุ้มศพเด็กมาให้ชายเร่ร่อนที่ยังนั่งอยู่ไม่ได้สนใจว่าร่างน้อย ๆ นั่นจะสกปรก ก่อนจะเอ่ย เสียใจสำหรับการสูญเสีย

    ชายเร่ร่อนมองเขาด้วยความตกใจ ชายคนนั้นก็ชี้ทิศทางบอกประมาณว่าอีกกี่นาฬิกานี่แหละลืม555555 เนื้อดินจะนุ่มกว่าที่อื่นคุณสามารถฝังลูกคุณได้ตบท้ายด้วยการแสดงความเสียใจ และด้วยความที่พ่อหนุ่มคนนี้ดูจะไม่ใช่กลุ่มคนเร่ร่อนแถมยังมีออร่าผู้ดีซึ่งมันผิดวิสัยกับที่เคยเจอมา ชายเร่ร่อนเลยอดจะถามไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครและเขาก็นึกเสียใจที่ถามออกไป จากประสบการณ์ที่ผ่านมาควรจะหลีกเลี่ยงพวกคนรวยแต่นี่กลับเอาตัวเองเข้าหาซะงั้นเลยทำใจพร้อมรับคำด่าทอแต่คนที่มาช่วยกลับไม่แสดงท่าทางใด ๆ ที่มโนเอาไว้แค่ตอบสั้น ๆ แปร่ง ๆ ว่า “รหัสประจำตัวผมเป็นความลับ ผมชื่อจ้านหลู” แน้วรูปด้านล่างที่แปะก็คือน้องจ้านหลูค่า น่าร้าก เอ็นดูว 


    ก่อนหน้าคือมีเอเลี่ยน (ขอเรียกเอเลี่ยนก่อนละกัน) ปลอมเป็นคนชราเร่ร่อนจับเด็กแล้วหนีเพราะถูก เจ้าของบาร์ ช่วยเอาไว้ใช่ปะ ไอ้เจ้าตัวนี้นี่ก็พยายามจะหลบหนีมาทางท่าเรือวีนัสพอดีเลยถูกจ้านหลูจัดการ เสร็จปุ๊บมียานพาหนะคันหนึ่งจอดรออยู่ชายเจ้าของรถกอดอกพิงรถ คนคนนั้นก็คือ เจ้าของบาร์ ที่ปลีกตัวออกมาจากร้านเมื่อครู่ จ้านหลูเห็นก็โค้งคำนับ เจ้าของบาร์เลยพยักพเยิดให้อีกฝ่ายขึ้นรถ จ้านหลูเก็บซากเอเลี่ยนขึ้นท้ายแล้วเอามือทาบลงกับผิวรถ ทันใดน้านนมือและร่างของเขาก็หลอมไปกับรถคันนี้ในเวลาเดียวกันรถที่จอดนิ่งก็สตาร์ทเครื่อง ชายร่างสูงนามว่าจ้านหลูเป็นปัญญาประดิษฐ์ ใช่ค่ะ น้องเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ทรงปัญญา ก่อนที่ทั้งคู่จะตรงไปร้านเดิม ระหว่างทางก็พูดข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรต่าง ๆ + ซากเอเลี่ยนที่ได้มาซึ่งรายละเอียดเยอะมากขอผ่านไปตอนถึงร้านเลยค่ะ จ้านหลูแยกตัวออกจากรถกลับร่างเป็นคนเหมือนเดิมมาหอบซากเอเลี่ยนตัวนั้น ดวงตาสีเขียวของเขามองไปที่ประตูหลังร้านเริ่มสแกนตรวจจับก่อนที่จะเปิดประตู ท่านครับ” เขาบอกเจ้าของบาร์ มีแขก จ้านหลูขว้างซากไปบนพื้นแล้วทักทาย 'แขก' อย่างสุภาพ สวัสดีครับอาจารย์ใหญ่ลู่

    อาจารย์ใหญ่ลู่ผู้นี้ชื่อ ปี้สิง ลู่ปี้สิงเป็นพระเอกของเรื่อง ลูกชายพ่อค้าอาวุธรายใหญ่จัดหาอาวุธในการต่อสู้และสงครามฉายา อินทรีตาเดียว เขาเป็นที่เลื่องลือทั่วแปดกาแล็กซี่ในฉายา "ไอ้ลูกนอกคอก"  โชคไม่ค่อยดีนักที่พ่อของเขาพบว่าลูกชายตนมีความฝันไร้สาระก่อนที่จะได้รับมรดกทั้งหมด ลูกชายของพ่อค้าอาวุธมีความฝันอยากจะเป็นนักการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่ ฟังดูไม่เข้ากันสักนิด 

    คือวันเกิดครบรอบกี่ปีนี่แหละของพระเอก พ่อพระเอกถามเกี่ยวกับความปรารถนา สัญญาว่าจะทำให้ความปรารถนาทุกอย่างของพระเอกเป็นจริงแม้ว่าความปรารถนาของพระเอกคือการทำลายล้างว็อตโตก็ตามแต่ลู่ปี้สิงตอบอย่างซื่อสัตย์ ผมอยากตีพิมพ์หนังสือ” จากนั้นมาพระเอกก็เริ่มทะเลาะกับพ่อ มัปากเสียงกันมาเรื่อย ๆ ด้วยความที่เติบโตมาท่ามกลางอาวุธทำลายล้างระดับสูงทำให้เขามีความเชี่ยวชาญด้านจักรกลจนสามารถสร้างยานเองและหนีพ่อมาอีกดาว ตั้งโรงเรียนตามที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นนักการศึกษาผู้ยิ่งใหญ่ ปัจจุบันลู่ปี้สิงเป็นทั้งผู้ออกทุนและอาจารย์ใหญ่ของสถาบันซิงไห่ 

    เจ้าของบาร์เดินเข้ามาไม่เห็นวี่แววเด็กหญิงที่เขาฝากเพนนีไว้ก่อนออกจากร้านเลยถามลู่ปี้สิง อีกฝ่ายตอบว่าเลขาตนพาเด็กกลับไปแล้ว เจ้าของบาร์ก็เลยถาม แล้วทำไมคุณยังอยู่ที่นี่ ก็เริ่มคุยกันเรื่ององค์กรไปมาก็เหมือนว่าพระเอกถูกยัดเยียดให้เป็นนักวิจัยของเจ้าของบาร์ หรือ “พี่สี่” นายเอกของเรื่องนี้อีกชื่อก็คือหลินจิงเหิงนี่แหละค่ะ คุณพีต้าบรรยายให้ดูเป็นปริศนาและค่อย ๆ เปิดเผยชื่อตัวละคร ดูมีลับลมคมในแต่ก็พอเดาออกว่าน่าจะเป็นตัวละครสำคัญ ลู่ปี้สิงที่ถูกยัดเยียดให้วิจัยก็แย้งว่าที่สถาบันซิงไห่ไม่มีห้องวิจัย ห้องทดลองนะ จิงเหิงก็ตอบกลับว่า คุณใช้ชื่อของผมเพื่อรักษาระเบียบของโรงเรียนแต่นี่แม้กระทั่งห้องทดลองยังไม่มีเหรอ พระเอกก็แก้ต่างไปนายเอกเลยให้จ้านหลูโอนเงินเข้าบัญชีของอาจารย์ใหญ่ลู่  เผื่อใครยังงงสรุปนะคะ นายเอกก็คือเจ้าของบาร์หรือ “พี่สี่” คนกุมอำนาจลึกลับของกลุ่มเฮยต้ง และเป็นคนเดียวกันกับพลเอกหลินที่กาแล็กซีที่หนึ่งที่คนคิดว่าตายไปแล้ว พระเอกคือลู่ปี้สิงอาจารย์ใหญ่สถาบันซิงไห่ อย่างที่นายเอกค่อนขอดไว้ พระเอกยืมชื่อหรือฉายานายเอกเอามาคุมระเบียบโรงเรียนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มเฮยต้ง ไม้กันหมาอะง่าย ๆ คนจะได้ไม่มายุ่งวุ่นวาย พระนายมาเจอกันขอเล่าเท่านี้แล้วกันค่ะ ไม่รู้จะรวบรัดยังไงอยากเล่าให้เห็นเป็นฉาก ๆ นี่แค่ไม่กี่ตอนเองนะ แต่ข้อมูลแน่นมากเพราะเป็นนิยายที่ออกไปทางดิสโทเปียสร้าง world building ใหม่ ด้านล่างการ์ดแดงคือพระเอกลู่ปี้สิง การ์ดน้ำเงินหลินจิงเหิงร่างพี่สี่ นิยายบรรยายรูปร่างพระเอกประมาณว่า ผมสีดำสนิทสาบเสื้อที่เปิดออกแสดงให้เห็นถึงหน้าอกที่แข็งแรง ช่วงคอมีรอยแผลเป็นเก่าจากช่วงลูกกระเดือกไปถึงลาดไหล่ซึ่งถูกเสื้อปกปิด

    เกือบลืม แถมค่ะ พ่อพระเอก พ่อค้าอาวุธรายใหญ่จัดหาอาวุธในการต่อสู้และสงคราม

    ฉายา อินทรีตาเดียว โคตรพ่อ ป๊ายังแซ่บอุแง


    สเกลเรื่องใหญ่มากค่ะเราไม่สามารถดึงเอาออกมาเล่าทั้งหมดได้เลย มีความ Dystopian Sci-fi ผสม Cyberpunk เป็นนิยายเนื้อหาดีเรื่องหนึ่งเลยค่ะ ถ้าใครชื่นชอบนิยายที่ไม่เน้นเรื่องรักใคร่มาก ตัวละครมีอุดมการณ์ เรื่องนี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดี ส่วน world building ไม่ต้องห่วงเลยแกร การันตีด้วยนามปากกานี้ ไม่ว่าจะการปั้นตัวละครหรืออธิบายถึงสภาพแวดล้อมวัฒนธรรมที่สร้างขึ้นใหม่ได้อย่างครอบคลุมและเห็นภาพ ดำเนินเรื่องดีไปถึงดีมาก (ดูอวยไปปะวะ ก็ชอบอะ55555) มีความขบขันแทรกมาเป็นระยะ แต่เนื้อเรื่องก็ตึงๆ พอควรนะ เออใช่ มีคนเคยบ่นว่านายเอกจำพวกที่มีความพระเอกหาอ่านยาก เรื่องนี้นายเอกก็ประมาณนั้นเลยค่ะ บางการกระทำหล่อจนรู้สึกอยากได้มาเป็นหลัว555555555555


    การใช้ภาษาบรรยายออกไปทางลึกลับชวนค้นหาต้องจับความมาเชื่อมกันแล้วจะเข้าใจเกร็ดที่แฝงอยู่ บางทีก็หลอกล่อเราให้ตกหลุมแล้วมา plot twist ทีหลังดังนั้นบางอย่างที่เราเล่าไว้ อย่าเชื่อทั้งหมด ต้องอ่านเอง จริงจังมาก นิยายแนวนี้มารู้เฉลยจากการอ่านสปอยล์แล้วพออ่านจริงมันไม่ลุ้นเท่าที่ควรจะเป็นอะ แต่อย่างที่บอกสเกลเรื่องค่อนข้างใหญ่ ข้อมูลเยอะ ต้องค่อย ๆ ย่อย พระเอกและนายเอกไม่น่ารำคาญ เป็นผู้ใหญ่ทั้งคู่คำว่าหน้าที่มาก่อนเสมอ เราชอบนะมีตอนที่พระนายต้องแยกจากกัน รู้ว่ามันอาจจะอันตรายถึงแก่ชีวิตแต่ก็ไม่มีถ้อยคำดราม่าไร้สาระอย่าง อยู่กับผม อย่าทิ้งผมไป ที่รัก ผมรักคุณ อยู่กับผมนะ” << ความชอบส่วนตัวนะคะ เราไม่ค่อยปลื้มแนวงี่เง่าเท่าไหร่ อ่านได้แต่ถ้าเลือกได้ก็ไม่อ่าน แหะ พระนายรู้ว่าอะไรควรทำ แค่เชื่อใจกันกาแล็กซีก็ไม่ได้กว้างใหญ่และเคว้งคว้างอีกต่อไป แค่เชื่อใจกันก็เหมือนได้อยู่เคียงข้างกันชั่วนิจนิรันดร์


    ปล.แล้วคุณจะตกหลุมรักจ้านหลู




    • ทั้งนี้บทความนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นจากรสนิยมการอ่านส่วนบุคคลเท่านั้น สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งประกอบกับการตัดสินใจได้แต่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ทั้งหมด ถ้ามีพิมพ์ผิดหรือวกวนยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ 




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in