เตรียมวัตถุดิบBun's intern
Proofreader's story - BTS (Behind the scenes)


  • "มึง มีที่ฝึกงานยังวะ"


         คำถามสุดฮอต (อีหยังคึดฮอดแต่กอดบ่ได้... ก็ยังจะเล่นเนอะ) สำหรับเด็กคณะเราในช่วงนี้เป็นอะไรที่วอแวจิตใจเรามาก ไม่ใช่อะไรนะ ยังหาที่ฝึกงานไม่ได้ค่าาาา


         ต้องอธิบายก่อนว่าคณะของเรา (อยากรู้ว่าเราอยู่คณะอะไรไปเดากันเอาเองนะ ใบ้ให้ว่าเป็นคณะหญิงเกือบล้วน จากมหาวิทยาลัยต่างจังหวัดที่มีเจ้าที่ประจำมหาวิทยาลัยเป็นน้องตุ๊ดตู่แสนน่ารัก อิอิ) ไม่บังคับฝึกงานนะ คุณจะฝึกหรือไม่ฝึกก็เรื่องของคุณ แต่เท่าที่เราเห็นมีคนฝึกเยอะอยู่เหมือนกัน เหตุผลองค์รวมของคนที่ฝึกงานก็ประมาณว่า หาตัวตนก่อนเข้าสู่สนามการทำงานจริง (อันนี้คำตอบจริงจังสึด) กูไม่อยากว่างตอนปิดเทอม (#ทีมเหงา) ภาควิชาบังคับฝึกงานน่ะ (เอ้า! พึ่งรู้ว่าคณะบังคับฝึกงานในบางภาควิชาด้วยเว้ย) อุ๊ย! ฝึกงานเหรอ เก๋ๆ ดีออก เผื่อได้แฟน (อะไรของมันวะ /me ขอให้มึงนก!)


         ส่วนตัวเรานั้น เพราะไม่อยากใช้เวลาในช่วงปิดเทอมไปกับการนอนเปื่อยเก็บชั่วโมงสะสมเลเวลความอ้วนกับความขี้เกียจ หรือไม่ก็ติ่งอปป้าไปวันๆ ที่สำคัญคือ ปีนี้แม่งดันได้รับภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่งนั่นก็คือการเป็นรองบรรณาธิการวารสารคณะฯ ซะด้วย (เลื่อนขั้นจากฝ่ายพิสูจน์อักษรและฝ่ายอาร์ตน่ะนะ-ไม่เข้าใจทำไมต้องเป็นเราคะ ตอบบบบค่ะคุณพี่บ.ก. รุ่นที่แล้ว) สรุปนานาเหตุผลก็มาจบที่ว่า ฝึกงานแน่นอนค่ะ และต้องการฝึกงานในสายงานด้านหนังสือหรือนิตยสารในตำแหน่งพิสูจน์อักษรด้วย (แต่ถ้านกก็อีกเรื่องหนึ่งเนอะ 555 เออดีค่ะ ให้กำลังใจตัวเองดีมากกกก)


         เอาล่ะค่ะ ในที่สุดภารกิจตามหาบริษัทฝึกงานก็เริ่มขึ้น เรานั่งลิสต์รายชื่อสำนักพิมพ์ที่ประกาศรับสมัครเด็กฝึกงาน แต่เอาตามตรงคือแม่งฝังใจกับสำนักพิมพ์อยู่สองสำนักพิมพ์ คืออยากฝึกด้วยอะค่ะ (ไม่บอกนะว่าสำนักพิมพ์ไหน แต่ใบ้ให้ว่าเป็นสำนักพิมพ์ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปปลาแซลมั่นนนน กับสำนักพิมพ์ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปขนมปัง อุ๊ปส์! ก็ไม่รู้สินะ 555) ไม่ใช่เพราะอะไรมากมาย ก็ตอนที่สองสำนักพิมพ์นี้ประกาศรับเด็กฝึกงานรอบที่แล้ว เราส่งพอร์ตกับเรซูเม่ไป ปรากฏว่าทางกองติดต่อกลับมาค่าาาา
    เย่! กูติดดดด แต่อย่าพึ่งค่ะ มีคำกล่าวที่ว่า บุญมีแต่กรรมบัง (คับ) เราก็เป็นไปตามคำกล่าวนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะความผีผีของตารางเรียนของเราที่แปรปรวนซะยิ่งกว่าสภาพอากาศเมืองไทยทำให้เราต้องปฏิเสธไปค่ะ โอ๊ย! แม่ขา ร้องไห้แป๊บ พร้อมกราบกรานพี่ๆ ในใจไปหลายหนด้วยความเสียใจอย่างยิ่งยวด แต่รอบนี้มันปิดเทอมแล้วค่ะยูวววว เรามีเวลาแล้วววว เราจะเอาให้ได้ พอคิดแบบนี้ก็จัดการลิสต์ชื่อสองสำนักพิมพ์นี้ไว้ พลางใช้สายตาสอดส่องหาประกาศรับสมัครนักศึกษาฝึกงาน แต่ก็ไม่เจอ... อ้าว... จะนกตั้งแต่ยังไม่เริ่มเหรอ
         

         แต่ก็นะ ด้วยความที่อยากฝึกมากไง เลยถามไปในกล่องข้อความของทั้งสองเพจ ได้ความว่าหลังจากเสร็จงานสัปดาห์หนังสือจะมีการประกาศรับสมัครอีกที เราก็เลยใช้เวลาก่อนหน้าที่จะมีประกาศของแซลมอนกับบันบุ๊คส์ ลองส่งพอร์ตไปที่นู่นที่นี่ดู-คนมันกลัวไม่มีที่ฝึกงานนี่หว่า เข้าใจเราหน่อยนะ (แต่ส่งครั้งละสำนักพิมพ์นะ โดนพี่สาวกับเพื่อนที่สนิทกันกำชับกำชามาน่ะว่าอย่าหว่านแหส่งไปครั้งละหลายๆ ที่ก่อนที่ทางบริษัทจะตอบกลับมา เพราะมันไม่ดีต่อตัวเราเองและคณะด้วย)

    สรุปคือแต่ละที่ที่ส่งไป
    นกหมดจ้าาาา orz กำลังใจหายไปเกินครึ่งค่ะ ฮืออออ ทำพอร์ตกับเรซูเม่ใหม่ทุกรอบนะเว้ย ฮ่วย!


         แต่แล้วฟ้าก็ประทานโอกาสมาให้เราอีกครั้ง แซลมอนกับบันบุ๊คส์ประกาศรับสมัครนักศึกษาฝึกงานแล้วค่าาาา และเราก็ติดฝึกงานที่บันบุ๊คส์ตำแหน่งพิสูจน์อักษรตามที่หวังไว้ค่ะ กรี๊ดดดด คือก่อนที่จะประกาศผลอย่างเป็นทางการผ่านทางแฟนเพจของบันบุ๊คส์อะ พี่แพร ซึ่งเป็นพี่ที่กองบรรณาธิการของบันบุ๊คส์โทรมาแจ้งผลทางโทรศัพท์ก่อนค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นกำลังนั่งเรียน อยู่ดีๆ ก็มีเบอร์ที่ไม่เคยเมมไว้โทรเข้ามา (ปกติไม่ค่อยมีใครโทรมาหาเราตอนเรียนนอกจากจะมีธุระจริงๆ น่ะ) เราก็เลยออกจากห้องมารับสายสักแป๊บ ตอนแรกกลัวมากว่าจะเป็นเพื่อนที่ชมรมโทรมาแล้วบอกว่า เฮ้ยแก มีงานนะ (ซึ่งอยากหนีงานมาก 555 ถ้าเพื่อนชมรมมาเห็นมันคงอยากโบกหัวสักยกอะ โอ๊ย! อินี่) หรือไม่ก็เป็นเพื่อนที่สโมสรนักศึกษา โทรมาทวงสรุปโครงการงี้ (ฝันร้ายจังค่ะแม่ กลัวล้าวววว) 

         แต่ปรากฏว่าไม่ใช่เว่ยยยย พี่จากบันบุ๊คส์โทรมา ฮอลลลล T______T เรากรี๊ดๆๆๆ (ในใจ) อย่างบ้าคลั่งนานมาก กูมีที่ฝึกงานแล้วว้อยยยย กูไม่นกแล้วว้อยยยย แต่ แต่ แต่ หยุดดีใจแป๊บ ตั้งสติก่อนเนอะ โทรบอกแม่ก่อน 555 พอโทรไปบอกแม่ปุ๊บ แม่ดีใจกับเรามากนะ เพราะช่วงที่ส่งพอร์ตไปก่อนหน้าแล้วไม่ได้เลยสักที่ เราโทรไปบ่นๆๆๆ กับแม่ตลอดเลย บ่นๆๆๆ ว่าถ้าหนูไม่ติดที่แซลมอนหรือบันบุ๊คส์อีกหนูไม่หาที่ฝึกงานแล้วนะ หนูจะไปเรียนนู่นนี่นั่นเพิ่มเติมแล้ว บลาๆๆๆ แต่คุณคะ ตอนนี้มีที่ฝึกงานแล้วค่ะ เย่! แม่คะ ลูกสาวแม่รอดแล้วค่ะ พอแม่วางสาย เหยื่อรายต่อไปที่เราต้องโทรไปกรี๊ดกร๊าดใส่ก็คือเพื่อนสนิทของเราค่ะ แน่นอนว่านางดีใจกับเรามากกกก ก็คุยกันพอเป็นพิธีพร้อมนัดกินข้าวกันตอนเย็นเพื่อไปคุยต่อกันเสร็จสรรพ (แต่ได้ข่าวว่านัดล่มและนกอีกตามเคย /me ชีวิตผูกพันอยู่กับนกแบบแยกจากกันไม่ได้ดุจดั่งโพรโทซัวในลำไส้ปลวกจริงๆ ค่ะ) และเหนือสิ่งอื่นใด ไอ้ที่บอกว่าจะออกมารับโทรศัพท์สักแป๊บ มันไม่แป๊บแล้วไง... หมดคาบแล้วจ้ะ orz เดินกลับไปเก็บของที่โต๊ะเงียบๆ (เด็กดีไม่ควรทำตามเนอะ อิอิกำ)


         และนี่ก็คือเรื่องราวของเราก่อนจะเข้ามาเป็นนักศึกษาฝึกงานในกองบรรณาธิการของบันบุ๊คส์ตำแหน่งพิสูจน์อักษร ส่วนเรื่องราวในกองฯ ต่อจากนี้จะเป็นยังไง รอติดตามค่ะ (ไม่อนุญาตให้ฝากร้านนะคะ อิ๊อิ๊-ฝากถึงใครคนหนึ่ง)


    ปล. ความจริงอยากจะเล่าเรื่องตอนหาหอด้วยนะ แต่พอคิดถึงวันนั้นทีไร ฮ่วย! หยิบยาดมขึ้นมาสูดดมแป๊บ เหนื่อยจีๆ เอาเป็นว่าเราพักอยู่ใกล้บริษัทมากๆ รู้แค่นั้นก็พอเนอะ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะแม่เมื่อยขา ขี้เกียจเดินหาหอแล้วจ้ะ 555555555


    จาก เราเอง PP... เด็กฝึกงานฝ่ายพิสูจน์อักษรของบันบุ๊คส์ อิ๊อิ๊

    จบตอน บายจ้า


    อธิบายศัพท์

    - นก ในที่นี้ไม่ได้หมายความถึงชื่อสัตว์มีกระดูกสันหลังเลือดอุ่นที่มีปีกนะคะ แต่เป็นสแลงที่หมายความถึง การพลาด อด ไม่ได้ หรือชวดอะไรสักอย่าง ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ เรานกบัตรคอนเสิร์ต ก็แปลว่า เราซื้อบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน อะไรประมาณนี้ อิ๊อิ๊

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in