Novelber2018pampamgirl
[Second Prologue] Turbulence เมื่ออา(กาศ)ปั่นป่วน
  • มีคนเคยพูดว่า ‘อย่าสงสารคนตาย จงสงสารคนเป็น’


    ธาดาไม่เคยเข้าใจ จนกระทั่งวันนี้…


    ควันสีเทาลอยออกจากยอดปล่องที่สูงขึ้นไปบนฟ้า เหมือนหอบพาเอาชีวิตจิตใจและทุกสิ่งทุกอย่างของชายหนุ่มจากร่างที่ยืนเงยหน้ามองภาพนั้นนิ่งๆ ออกไปด้วย


    สองอาทิตย์อันยาวนานผ่านไปแล้ว


    ผ่านไปอย่างเชื่องช้ายากลำบาก..

    เงียบเหงา..

    และปวดร้าวที่สุด...


    ธาดาติดต่อมัชฌิมาไม่ได้อีกเลยนับจากวันนั้น แม้แต่ก้นเหวลึกรองรับไว้ด้วยแม่น้ำไหลเชี่ยวที่เขามองลงไปจนสุดสายตา ก็มองไม่เห็นใคร มองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง


    แม้แต่เงาสะท้อนของชีวิต...


    เขาโทรแจ้งตำรวจ และทำได้เพียงรอคอย…


    แต่ความหวังของการรอคอยหลายชั่วโมงก็สิ้นสุดลง เมื่อโทรศัพท์สายหนึ่งแจ้งให้เขาไปตรวจสอบเพื่อยืนยัน ‘ร่างของอดีตภรรยา’


    มัชฌิมาของเขา...


    สองวันถัดมา เป็นวันที่นักบินผู้ช่วยธาดาต้องบินจากนิวซีแลนด์กลับกรุงเทพ อันที่จริงเขากับภรรยาตั้งใจจะพากันกลับไฟล์ทนี้พร้อมกันทั้งครอบครัว พ่อ แม่ ลูก…


    เขาขับ ภรรยานั่งที่นั่งผู้โดยสารชั้นธุรกิจ ส่วนเจ้าตัวเล็กเดินก้มๆ เงยๆ ตื่นเต้น วุ่นวายอยู่ในค็อกพิทกับเขา...


    แต่กลายเป็นว่า มีเพียงเขาและมัชฌิมาเท่านั้นที่ได้กลับบ้านพร้อมกัน…


    ธาดาเป็นนักบินที่สอง นั่งหลังคันบังคับฝั่งขวา…


    แต่จิตใจกลับอยู่ที่ภรรยาใต้ท้องเครื่องบิน...


    มัชฌิมา… ได้รับอนุญาตจากตำรวจนิวซีแลนด์ declare ให้ขึ้นเครื่องเป็น body remains นอนสงบนิ่งอยู่ใต้คาร์โก้…


    ส่วนธีรา… ตำรวจหาศพไม่พบ…


    ใครบอกกัน ว่าหน้าที่สำคัญกว่าเรื่องส่วนตัว นักบินควรโฟกัสเรื่องในสมองมากกว่าจิตใจ…


    ธาดาทำไม่ได้… แต่ก็ต้องพยายามทำ


    ทำหน้าเฉยเหมือนไม่รู้สึกรู้สา นั่งนิ่งๆ อยู่เกือบสิบสี่ชั่วโมง ทั้งๆ ที่ไฟล์ทขากลับคืนนั้นเขาแทบฟัง ATC พูดไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ…


    เสียงในหูฟังมีแค่เสียงหัวเราะหวานแว่วที่อยากได้ยิน


    เสียง… ที่เรียกชื่อเขาอย่างขี้เล่น อ่อนโยน


    ‘คุณธาดา…’


    ต่อไปนี้ไม่มีอีกแล้ว…


    “ธาดา… เตรียมแจ้งลดระดับ approach แบงค็อกได้”


    เสียงกัปตันไพทูรย์เรียกเขาให้กลับมาจดจ่อกับหน้าที่ ถึงแม้จะฝืนใจเหลือเกิน แต่เขาก็ต้องทำ


    “CABIN CREW TO SEATS FOR LANDING”


    ลูกเรือทุกคนที่ฟังอยู่ยืนยันตรงกันหลังจากนั้น ว่าเป็นเสียงคอมมานด์ให้นั่งประจำที่ที่ฟังดูเศร้าสร้อยหดหู่ที่สุดที่พวกเขาเคยได้ยินพี่ first officer ธาดาคนดีคนนั้นประกาศ


    พี่นักบินที่สองหน้าหยก พูดเพราะใจดี มีแต่รอยยิ้มให้กับทุกคนบนไฟล์ทคนนั้น...


    เวลานี้แม้ใบหน้าจะเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่ทุกคนบนไฟล์ทก็รู้… ว่าตอนนี้จิตใจของนักบินที่สองอยู่ที่ไหน


    แน่นอนว่าไม่ใช่บนเคบินนี้ แต่เป็นข้างล่างนั่น… คาร์โก้ที่เย็นชืด… ไร้ชีวิต


    .

    .

    .


    ควันสีเทาเข้มค่อยๆ จางลงจนกลายเป็นสีขาวคล้ายหมอกบางเบา


    ใครหลายคนอาจมีอาการแพ้ฝุ่นควัน เป็นผื่นคันบนผิวหนังหรือคัดจมูกไอจาม แต่อาการแพ้ของธาดานั้นกลับแตกต่าง…


    ขอบตาของเขาร้อนผ่าว เมฆหมอกแห่งความเศร้า ความสะเทือนใจ ความคิดถึง ความโหยหาและความรักจับตัวอัดแน่นในใจ จนกลั่นตัวเป็นหยดน้ำใส หยาดลงข้างแก้มอย่างเงียบเชียบ


    "อาการแบบนี้... เขาเรียกภูมิแพ้ความเศร้าใช่ไหมครับ มัช..."


    ธาดาไม่เหลือใครอีกต่อไปแล้ว…


    สูญเสียไปแล้วทั้งหมด แม้แต่วิญญาณของตัวเองก็สูญหายไปพร้อมๆ กับการมีชีวิตอยู่ของมัชฌิมา



    ที่รัก ผมคิดถึงคุณ...


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in