Novelber2018pampamgirl
[Prologue] Turbulence เมื่ออา(กาศ)ปั่นป่วน

  • แว่วเสียงอ่อนหวาน… ของโน๊ตดนตรีนุ่มนวล คลอไปกับเสียงสูงๆ ต่ำๆ  ที่มีเอกลักษณ์บ่งบอกว่าเป็นเสียงจากเครื่องเป่า…


    ทำนองบรรเลงแข็งแรงชัดเจน… ฟังแล้วสดชื่นฮึกเฮิม ทว่ากลับกลมกลืน ละเมียดละไม


    “คุณนี่ชอบฟังแจ๊สจริงๆ เลยนะ”


    เจ้าของเสียงคลาริเน็ตที่เพิ่งบรรเลงจบไปเมื่อครู่กล่าวขึ้น รอยยิ้มรักใคร่ถูกส่งไปยังหญิงสาวหลังแกรนด์เปียโนพร้อมๆ กัน


    เขาคือธาดา วรากร นักบินหนุ่มไฟแรง อายุเพิ่งจะยี่สิบสี่แต่กลับกำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นนักบินที่สองในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า


    ส่วนหญิงสาวที่นั่งอมยิ้มอยู่หลังเปียโนสีดำขลับก็คือภรรยาคนสวยของเขา มัชฌิมา


    “ดนตรีแจ๊สส่วนใหญ่ฟังดูเศร้า แต่เวลาคุณเล่นมันฟังดูแข็งแรงแต่อ่อนหวาน มัชก็เลยชอบฟังคุณเล่นค่ะ อีกอย่าง… เพลงอะไรคุณก็เล่นเป็นแจ๊สได้หมดเลย” ตามใจกันดีชะมัด


    เสียงสดใสเอ่ยกลั้วหัวเราะ มือเรียวยกขึ้นลูบผมเด็กชายตัวน้อยที่ผล็อยหลับไปบนตักเพราะเพลงกล่อม


    เพลงทำนองเนิบนาบ ที่คนเป็นสามีตั้งใจบรรเลงด้วยเครื่องเป่าให้เป็นของหวานปิดท้ายมื้ออาหารของคุณภรรยา


    จังหวะตัวโน๊ตนุ่มนวลพลิ้วไหว ฟังเพลินเหมือนกำลังเดินเล่นริมลำธาร


    เพลิน...จนเจ้าตัวน้อยเคลิ้ม


    ธาดากับมัชฌิมาแต่งงานกันตั้งแต่เรียนจบ แต่งปุ๊บก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคนปั๊บ


    เรียกได้ว่ามีลูกทันใช้...


    ธีราเป็นเด็กสี่ขวบที่ถือว่าตัวเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกัน นิสัยขี้อาย สุภาพนุ่มนวลเหมือนพ่อแต่ยิ้มง่ายเหมือนแม่ของเขา


    ทุกครั้งที่ทั้งคู่เล่นดนตรีด้วยกัน เด็กน้อยมักชอบมานั่งฟังโดยเดินมานั่งตักหญิงสาว บางทีก็นั่งพิงไหล่ไม่ห่าง บ้างก็แกว่งขาเล่นคลอกับเสียงดนตรีเบาๆ จนเผลอหลับเหมือนกับครั้งนี้


    “ธีร์หลับอีกแล้ว…”


    คนเป็นพ่อเดินเข้ามาลูบหัวลูกชาย ปัดผมที่ปรกหน้าปรกตาให้ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นข้างม้านั่ง


    “ฟังเพลงคุณทีไรหลับตลอด”


    ธาดาพราวยิ้มแหย่ภรรยา แล้วก็ได้รับค้อนวงใหญ่กลับมาตามคาด


    ปกติเขามีลักษณะนิสัยนุ่มนวลเรียบร้อยไม่ค่อยหยอกล้อใคร ยกเว้นกับผู้หญิงที่เป็นคู่ชีวิตคนนี้


    ทั้งคู่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันตั้งแต่สมัยเรียนคณะเดียวกัน ถึงแรกๆ ธาดาจะแอบชอบอีกฝ่ายเงียบๆ แต่เพราะค่อยๆ รักเธอมากขึ้นทุกวัน... หลังๆ พอเห็นมัชฌิมาหัวเราะ เผยรอยยิ้มสดใสเหมือนแสงอาทิตย์ละลายอกไก่ในช่องฟรีซทีไร ก็อดใจเข้าไปแหย่เล่นเรื่อยๆ ไม่ได้


    รู้ตัวอีกที… ก็เป็นแฟนกันไปแล้ว


    “เพลงคุณนั่นแหละ…”


    ใบหน้าสวยหวานหันมาย่นจมูกใส่คนรัก ก่อนที่ทั้งคู่จะหัวเราะให้กันจนธีราขยับตัวยุกยิกเพราะเสียงดังรบกวนการนอน


    “มาๆ ผมอุ้มตาธีร์ขึ้นห้องให้ ส่วนคุณก็นอนได้แล้วครับที่รัก ไม่ทำงานต่อแล้วนะ”


    ธาดาช้อนร่างเล็กๆ ขึ้นกอดไว้แนบอก พร้อมหันมากำชับแกมดุภรรยา


    “ค่ะบอส~ มัชปิดบ้านแล้วมัชจะตามขึ้นไป ASAP เลยนะคะ!”


    เธอแหย่สามีกลับโดยการทำท่าทางตะเบ๊ะขึงขัง แต่ใบหน้าเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มน่ารัก


    “เซี้ยวจริงนะคุณนี่”


    เขาส่ายหัวทำท่าเหมือนเอือมระอา แต่ความจริงแล้วน่าจะเอ็นดูความขี้เล่นของภรรยาซะมากกว่า


    ธาดารักทุกอย่างที่หลอมรวมเป็นเธอ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยน...


    ถึงตาย... ก็ไม่มีวันเปลี่ยน


    .

    .

    .


    แม้ว่าอีกปีผ่านไป…

    กลับเป็นเขาที่ต้องนั่งฟังเพลงแจ๊สอย่างโดดเดี่ยวภายในห้องโดยสารรถซีดานเก่าคร่ำคร่าที่เช่ามาจากแถวๆ สนามบิน


    ตีสามของเวลาท้องถิ่นในประเทศไทย ธาดาทำหน้าที่เป็นกัปตัน ทำการบินไฟล์ทกรุงเทพ-ฮ่องกง ปลายทางสนามบินไครส์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์


    ส่วนมัชฌิมาและธีรานั่งเครื่องบินของอีกสายการบินล่วงหน้ามารอตั้งแต่เมื่อเช้าวานซืนเพื่อติดต่อธุรกิจกับช้อปปิ้งนิดๆ หน่อยๆ


    และวันนี้… พวกเขาทั้งครอบครัวมีนัดกันที่สนามบินไครสต์เชิร์ช เพื่อขับรถไปฉลองวันครบรอบแต่งงานด้วยกัน ณ หมู่บ้านที่ธาดาคุกเข่าขอดูแลหัวใจของมัชฌิมา


    เขาส่งข้อความนัดเธอไว้เมื่อสองวันก่อน… ก่อนที่จะติดต่อไม่ได้


    ทำไมถึงไม่รับสายครับ... ที่รัก

    ไฟริมทางส่องวูบวาบเริ่มเว้นระยะห่างมากขึ้นเมื่อเริ่มขับออกมานอกตัวเมือง ช่างแตกต่างจากไฟร้อนในใจที่แทบจะเผาผลาญทุกสิ่งตรงหน้าให้มอดไหม้เป็นจุล


    ฝนปรอยๆ ตกกระทบกระจกหน้ารถ ฟ้าฝ่าลงมาเปรี้ยงเดียวคลื่นวิทยุเพลงแจ๊สเชื่องช้าเศร้าสร้อยที่ฟังอยู่ก็ล้มไป เกิดเสียงซ่าดังก้องในโสต แต่ธาดาก็ไม่คิดจะวุ่นวายเปิดหาคลื่นใหม่


    เพราะเขากำลังจดจ่ออยู่ที่จุดหมายเดียว…


    จุดอับสัญญาณบนยอดเขา จุดหมายที่คาดว่าคนรักของเขาน่าจะรออยู่ที่นั่น


    ทำไมคุณถึงผิดนัดผมครับ… มัชฌิมา


    ทางหลวงหมายเลขหนึ่งขามุ่งหน้าลงใต้… ที่พักริมทางตอนใกล้ถึงโค้งอันตรายบนถนนหมายเลขเจ็ดสิบเก้าก่อนเข้าทะเลสาปเทคาโป


    ที่นี่...เขาเคยขอมัชฌิมาแต่งงาน


    รอยยิ้มเขินๆ ในวันนั้นของเธอยังฝังอยู่ในสมองของเขา... เหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน


    ธาดาชะลอรถเข้าจอดเลียบข้างทาง อากาศเลวร้ายขมุกขมัว ฝนฟ้ามืดครึมแต่ก็ยังมีแสงสว่างพอให้สังเกตเห็นรอยล้อรถ คล้ายรอยเบรคอย่างแรงทำให้ยางรถครูดเป็นปื้นไปกับไหล่ทาง…


    แม้ไม่ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ ก็ดูออกว่ารอยนี้ใหม่มาก มาก...เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืน


    หัวใจของธาดาเต้นระรัวจนเหนื่อยหอบเหมือนเขากำลังแข่งวิ่งมาราธอน แต่บางครั้งบางคราวมันก็บีบรัดแน่นจนอึดอัดในอกเมื่อไล่สายตาตามรอยสีดำลากจากไหล่ทางยาวลงไปสุดที่ริมขอบเหว…


    ขอบที่กั้นถนนกับผืนฟ้าสูงสุดตาดูบิดเบี้ยวผิดรูป สีน้ำเงินของอะไรบางครูดประทับเป็นทางลงบนแบริเออร์สีเงินบุบบี้


    ธาดาดับเครื่องยนต์ ลงจากรถพร้อมกับกดโทรออกอีกครั้ง เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็เกินจะนับ


    --หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้--


    ชายหนุ่มกดวางก่อนกำมือแน่น เขาก้าวเท้าอันหนักอึ้ง เดินช้าๆ ไปตามร่องรอยที่เห็นอยู่ตรงหน้า คิดในใจอยู่แค่สามคำ... วนเวียนอยู่อย่างนั้น


    มัชฌิมา ธีร์... คุณกับลูกอยู่ที่ไหน?





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in