จากนิสิต...สู่ชีวิตมหาลัย(เหมืองแร่)mitchellx
จากนิสิต...สู่ชีวิตมหาลัย( เหมืองแร่ ) 2
  •                  โดย มิทเชล เซียะ

                   เรื่องราวของอาจินต์ ปัญจพรรค์ จากชีวิตนิสิตมหาลับ สู่การเป็นคนงานเหมืองในจังหวัดพังงา พร้อมกับถ่ายทอดประสบการณ์มากมาย ทั้งเรื่องแปลกๆ ความสุข ความเศร้า อัธยาศัยของผู้คน การทำงานในหน้าที่ต่างๆ ที่เปรียนเหมือนชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ของอาจินต์ที่ได้จากสถานที่แห่งนี้

    ร้านโกว โรงชา โรงเหล้า ของชาวเหมือง

                     ความบันเทิงของคนเหมืองหาได้ไม่มากเท่าในเมืองนัก ผู้หญิงก็ไม่มี ทีวีก็ไปไม่ถึง จะมีก็แต่ร้านโชว์ห่วยเล็กๆ ใกล้ๆ กับตัวเหมืองของอาโกวที่คอยเป็นที่ชุมนุมกันเวลาเลิกงาน กิจกรรมยามว่างของคนเหมืองก็มักจะหนีไม่พ้นการมานั่งก๊งกันเป็นหมู่ มีการเล่นพนันกันโดยมีโกเจ้าของร้านเป็นเจ้ามือ การพนันที่นี่เรียกกันได้ว่าพนันกันได้ทุกอย่างที่คิดได้ ตั้งแต่ธรรมดาแบบพนันเลขหวย ไปจนถึงการฟันทุเรียนทายจำนวนพลู ทายน้ำหนักกระป๋องนมข้น ทายความยาวเทียนไข ทายจำนวนเม็ดในของมังคุด เรียกได้ว่านอกจากชีวิตบนเรือขุดกับการพักผ่อนแล้ว ที่นี่ก็เป็นอีกที่ที่คนงานเหมืองมาอยู่กันบ่อยที่สุดนั่นเอง

    แร่ของใคร? ความซื่อตรงที่ไปกันกับความเป็นจริงได้ลำบาก

                  "แร่นี้เป็นของคนไทย...ดินที่คุณเหยียบอยู่ก็เป็นแผ่นดินของชาติไทย ทำไมผมจะเอาไปไม่ได้!!!" เสียงพี่ก้องตวาดลั่นใส่หน้าอาจินต์ พร้อมกันกับที่สั่งให้คนงานขนแร่ต่อไปเพื่อจะแอบเอาไปขายเสียเอง "แต่เรือขุดลำนี้ก็เป็นของนายฝรั่งเขานะพี่ เงินเดือนที่เขาก็ให้พี่นะครับ ที่พี่มีกินอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะนายฝรั่งจ้างพี่นะ" อาจินต์โต้เถียงพี่ก้อง "โอ้ เห็นนายฝรั่งแล่วมันเปลี่ยนสีนะ หรือคุณอยากจะเป็นขี้ข้าเขาไปชั่วชีวิตก็เอา!" พลันพี่จอนนายงานก็เดินเข้ามา "เราก็แบ่งๆ กัน คนละนิดคนละหน่อย ลำพังเงินเดือนกรรมกรมันก็ไม่ได้เท่าไหร่หรอกวะ ไอ่ทิด ไอ่ก้อง ไอ่หวน ไอ่หืด จะได้มีเงินไปให้ลูกมัน ละพออีกหน่อย แร่หมด เราก็คงไม่มีอะไรกินกันสิ" พี่จอนกล่าวกับอาจินต์ "แต่มันผิดกฎหมายนะพี่ แล้วที่เขาขุดได้...นายฝรั่งเขาก็จ่ายภาษีให้ประเทศเรานะพี่" อาจินต์ยังยืนยันเสียงแข็ง "เราถือกฎหมายกันคนละเล่ม กฎหมายยของคุณน่ะมันเป็นกฎหมายผสมฝั่ง กฎหมายของผมน่ะมันเป็นกฎหมายคลุกข้าวสุก!!!"

    แล้วคุณๆ ล่ะครับ คิดว่าจริงๆ แล้วแร่ควรจะเป็นของใคร? หรือจะตั้งคำถามอะไรได้บ้าง...

    งานใหม่ในฐานะ 'ช่างแผนที่ (surveyor)'

                           ปรากฎว่า คราวนั้นนายฝรั่งต้องการจะเลื่อนขั้นการทำงานให้อาจินต์ จึงได้สั่งให้นายงานทั้งสามที่แกไว้ใจที่สุด ช่วยกันสร้างสถานการณ์การขโมยแร่เพื่อทดสอบอาจินต์ และเป็นที่แน่นอนว่าเขาผ่านอย่างไม่ต้องสงสัย นายงานทั้งสามเข้ามาแสดงความยินดีกับอาจินต์ และพี่จอนก็กล่าวกับอาจินต์ว่า "กิน...อย่าอาย!!! ตาย...อย่ากลัว!! ยาก...ช่างหัว! ตายปลด!" นายฝรั่งจึงได้แต่งตั้งอาจินต์เป็น 'นายช่างแผนที่' ที่มีหน้าที่คอยสำรวจบริเวณเพื่อหาทำเลในการขุดแร่ต่อไป งานของช่างแผนที่นั้นถือว่าเป็นงานที่ท้าทายขึ้นจากการเป็นคนงานเหมือง เพราะนอกจากจะต้องออกสำรวจรังวัดพื้นที่อยู่บ่อยๆ ไปตามป่าดงที่รกทึบอย่างไม่สามารถเลือกได้แล้ว ยังต้องมีความละเอียดรอบคอบกว่างานแยกแร่หลายเท่านัก เพราะหากมาตรวัดแผนที่ผิดไปเพียงเล็กน้อย อาจหมายถึงการเสียทั้งเวลาและงบประมาณในการหาแร่บริเวณนั้นเป็นจำนวนมหาศาลเลยทีเดียว


    ไอ้ไข่...

                            ฝนของเหมืองแร่ได้พัดพาเพื่อนคนหนึ่งมาให้อาจินต์ได้รู้จักกับไอ้ไข่ เพื่อนร่วมงานเขียนแผนที่ของอาจินต์ ไอ้ไข่เป็นเด็กหนุ่มที่ไม่มีอะไรเลยในชีวิต มันเป็นคนที่ไม่รู้จักทุกข์โศก ปากของมันเนี่ย คือบ่อแห่งการยิ้ม มันเป็นนักเที่ยวป่าตัวยง ทุกๆ วันเวลาออกไปทำงานด้วยกัน มันจะตั้งหน้าตั้งตารอเวลาเลิกงานอยู่เสมอ บ่อยครั้งของการรังวัดสำรวจพื้นที่ พอเสียงหวูดเรือขุดดังเป็นสัญญาณบอกเวลาเลิกงาน ไอ้ไข่ก็จะรีบกลับอย่างเร็วและทิ้งให้อาจินต์ต้องขนอุปกรณ์กลับคนเดียวอยู่เสมอๆ แต่ไอ้ไข่ก็มักจะทดแทนด้วยของกินที่หามาได้ในแต่ละวันอยู่เสมอ ไข่เป็นลูกน้องให้อาจินต์ในตอนกลางวัน และเป็นหมอนวดให้อาจินต์ในตอนกลางคืน(เวลาอาจินต์เมา)

    พระกันปืน

                      วันหนึ่งขณะที่อาจินต์ออกไปสำรวจแผนที่อาจินต์ได้พบว่าหลักเขตบ้านของตาเคื่อม อาจินต์ได้จับสังเกตุความผิดปกติของหลักเขตบ้านตาเคื่อมที่ย้ายมาทับลำห้วยถึง 20 กว่าฟุต ขณะที่กำลังสั่งให้ไอ้ไข่ถอนหลักเขตก็มีเสียงตาเคื่อมดังมาแต่ไกล "เห่ย หนี่มึงอย่ามาหยุงกับหลักเขตกูนา เดี่ยวกูฟันหลังข๊าด" พร้อมกับชูดาบเหล็กในมือวิ่งไล่ พวกอาจินต์จึงต้องถอยพลางไอ้ไข่ก็ตะโกนเยาะเย้ยตาเคื่อมไปพลาง
                      วันต่อมา นายฝรั่งให้อาจินต์ยืมปืนพกไปหลังจากฟังคำบอกเล่าของอาจินต์ วันนั้นอาจินต์เดินเข้าไปที่ลำห้วยอย่ากล้าๆ กลัวๆ มือกำปืนลูกโม่แน่น พลางตะโกนบอกไอ้ไข่ "ไอ้ไข่ ถอน!!!" เสียงตาเคื่อมคนเดิมกังมาแต่ไกล "ไป! มึงไปเลยนา ไม่งั้นกูฟันหลังขาด!!!" ตะเพิ่มขู่ "ลุงฟันผมยิง" พลางตาเคื่อมเงื้อดาบอาจินต์ลั่นไกปืน "แชะ..." ตาเคื่อมถลาล้มลงไปนอนบนพื้น มือจับที่ตัวไม่พบแผลจึงลุกขึ้นมาหัวร่อครืนใหญ่ "พระกูดีจริงๆ พระกูดีจริงๆ ฮ่าๆๆๆ คุ้มกันไอ้เคื่อมให้ปลอดภัยจากกระสุนได้..." ไอ้ไข่รีบวิ่งเข้าไปหาตาเคื่อมยกมือไหว้ "ขอแลที อั้นย่ะ เกิดมาไม่เคยเห็นทีหนิ พระกันปืนได้" ตาเคื่อมเอาพระให้ไอ้ไข่ดูอย่างภูมิใจ "นี่น่ะนะ พระร่วง รุ่นแรกองค์แรก ยิงไม่ข้าว ยิงไม่ข้าว" ไอ้ไข่ก็เอาให้อาจินต์ดู อาจินรับพระไปก็บอกตาเคื่อมว่า "ตาถอดพระแล้ว ไอ้ไข่ย้ายหลักเขตเลยเว้ย" ตาเคื่อมพลันได้สติก้มไปหยิบดาบมาขู่จะฟันไอ้ไข่ "ถ้าพั่นนั่นเชือดคอไอ้นี่นะ"ตาเพื่อมกล่าว "ตามีพระดีน่ะ พระดีเขาไม่คุ้มครองคนทำผิดนะ" อาจินต์สำทับ "แหล่วถ้าพระกูไม่ดี ทำไมมึงยิงกูไม่ข้าว?" ตาเคื่อมถามอาจินต์กลับ อาจินต์บอกเสียงดัง "เมื่อกี้ผมไม่ได้ใส่ลูก!!!" พลันหยิบลูกปืนมาใส่แบบกล้าๆ กลัวๆ แล้วยิงขึ้นฟ้า "ปั้ง!!!" ด้วยความตกใจเสียงปืนตาเคื่อมทิ้งตัวลงพื้นร้องอ้ะ(เขายิงขึ้นฟ้านะตา) พร้อมบอก "ย้ายหลักแล้วเอาพระมาคืนกูด้วย..." 


    นี่คือตัวอย่างบางส่วนของประสบการณ์ของอาจินต์ หากใครสนใจสามารถไปติดตามได้ในนวนิยาย "เหมืองแร่" หรือภาพยนต์เรื่อง "มหาลัยเหมืองแร่" ที่จะยังมีความสนุกพร้อมข้อคิดอื่นๆ ไว้อีกมากมาย โดยในตอนหน้าของซีรีย์นี้ของผมจะเป็นภาพช่วงแนะนำอาชีพและบทบาทของคนงานเหมืองคร่าวๆ ที่จะเอามาให้ดูกันนะฮะ
    (พบกันในตอนหน้าครับ)

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in