เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
Are You Woyzeck? 2021woyzeck2021
Woyzeck: The unfinished Play ทัวร์ "เศษนิพนธ์" ที่นำเสนอ "เศษความเป็นคน" ในวอยเซ็ค
  • หลังจากที่เราได้รู้จักกับบทละครเรื่อง วอยเซ็ค และ นักประพันธ์ผู้สร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรมชิ้นนี้แล้ว ในตอนที่ 3 Woyzeck: The unfinished Play ทัวร์ เศษนิพนธ์ ที่นำเสนอ เศษความเป็นคน นี้ เราจะพาทุกคนไปร่วมประจักษ์กับความสำคัญของบทละครเรื่อง วอยเซ็ค ที่มีอิทธิพลต่อโลกวรรณกรรม รวมถึงวิเคราะห์ แยกแยะองค์ประกอบใน วอยเซ็ค ว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นองค์ประกอบของยุคสมัยทางวรรณกรรมยุคใด และปิดท้ายด้วย อิทธิพลของวรรณกรรมเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับบืชเนอร์ในการสร้างสรรค์ วอยเซ็ค

    • ความสำคัญของ วอยเซ็ค
    • Woyzeck’s Ideology: วอยเซ็ค กับ ยุคสมัยทางวรรณกรรม 
    • วอยเซ็ค กับ อิทธิพลจากบทละครเรื่องอื่น ๆ

     

    ความสำคัญของวอยเซ็ค

    งานประพันธ์ที่เขียนไม่จบ

    ในบั้นปลายชีวิตของบืชเนอร์ เขาล้มป่วยด้วยโรคไทฟอยด์ที่คาดว่าติดมาจากปลาที่เขากำลังชำแหละสำหรับประกอบการสอนในวิชาของเขาที่มหาวิทยาลัย ซึ่งอาการก็ทรุดลงอย่างรวดเร็วและเสียชีวิตภายในเวลาไม่ถึง เดือน ทำให้บืชเนอร์ไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการต้องจากโลกนี้ไป เมื่ออ้างอิงจากจดหมายฉบับสุดท้ายที่บืชเนอร์เขียนถึงคู่หมั้นของเขาเมื่อปลายเดือนมกราคม ค.ศ. 1837 ทำให้ทราบว่า ในขณะนั้นเขาได้เขียนบทละครอยู่ เรื่อง นั่นคือ เลอองซ์และเลน่า ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ส่วน เรื่องที่เหลือนั้น มีเพียงต้นฉบับของ วอยเซ็ค ที่หลงเหลือสืบทอดมา ดังนั้นการล้มป่วยอย่างกะทันหันของบืชเนอร์ทำให้บทละครเรื่องนี้มีลักษณะเป็น วรรณกรรมที่ยังประพันธ์ไม่จบ (Fragment)


    ในบทความนี้ ได้ใช้ตัวบท วอยเซ็ค ฉบับเพื่อการอ่านและการเล่นบนละครเวที (Lese- und Bühnenfassung) ของหน่วยวิจัยเกออร์ก บืชเนอร์ แห่งมหาวิทยาลัยมาร์บวร์ก ประกอบการวิเคราะห์ ซึ่งตอนจบของฉบับนี้ จะจบที่ ฉาก 24 ที่บึงน้ำ วอยเซ็คลงไปเก็บมีดเล่มที่เขาใช้คร่าชีวิตมารีในบึงน้ำและไม่กลับขึ้นมาอีกเลย ปิดฉากด้วยบทสนทนาของคนแปลกหน้า คนที่พูดคุยกันถึงเหตุการณ์คนจมน้ำตายในบึงแห่งนี้ เราจึงสามารถอนุมานได้ว่า ในฉบับมาร์บวร์ก (Marburger Ausgabe) จบลงด้วยการกระทำอัตวินิบาตกรรมของวอยเซ็คหลังจากฆาตกรรมภรรยาของเขา


    ถึงแม้ว่า วอยเซ็ค จะเป็นเรื่องที่ผู้อ่านไม่มีโอกาสรู้ตอนจบของมันได้ แต่การมีตอนจบที่เปิดอ้าแบบนี้ จึงเป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้ผู้อ่านตีความ หรือจินตนาการตอนจบตามแบบฉบับของตนได้นั่นเอง



    โศกนาฏกรรมของผู้ยากไร้เรื่องแรกของเยอรมนี

    บทละครโศกนาฏกรรมตามขนบแล้ว มักจะดำเนินเรื่องนำโดยตัวเอกที่มีความยิ่งใหญ่ (tragic greatness) กล่าวคือ มีที่มาจากชนชั้นสูง มีชาติกำเนิดสูงส่ง เป็นผู้ยิ่งใหญ่ในสังคมใดสังคมหนึ่งเหนือคนอื่นทั่วไป จากนั้นจึงมีเหตุการณ์อันเป็นจุดพลิกผันเกิดขึ้น ซึ่งนำไปสู่ตอนจบแห่งความหายนะของตัวเอก แต่ในบทละครเรื่อง วอยเซ็ค นี้ บืชเนอร์กลับให้ตัวละครเอกของเรื่องเป็นเพียงพลทหารคนหนึ่งที่เมื่อเปรียบเทียบกับบริบทสังคมในสมัยนั้นแล้ว กลุ่มพลทหารนั้นเป็นพวกที่มีรายได้ต่ำสุดและยากจนที่สุดในสังคม อย่างวอยเซ็คนั้นก็มีเพียงเสื้อกล้ามตัวเก่า ไม้กางเขน และรูปภาพนักบุญเป็นสมบัติส่วนตัว แล้วยังต้องวิ่งเต้นคอยทำงานรับใช้นายร้อยเอก รวมถึงเป็นมนุษย์ทดลองให้กับนายแพทย์อีกด้วย ซึ่งการที่บืชเนอร์นำวอยเซ็ค ผู้ที่ถือเป็นประชาชนรากหญ้าในสังคมมาเป็นตัวเอกของเรื่องนี้นั้น ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเข้าอกเข้าใจในตัวละครนี้มากกว่าตัวละครที่มาจากชาติกำเนิดที่ยิ่งใหญ่ รวมถึงสามารถขับเน้นประเด็นของอิทธิพลของสภาพการณ์ภายนอกอันเป็นตัวการนำไปสู่ความหายนะของตัวเอกของเรื่องนี้ได้ เพราะการที่วอยเซ็คเป็นเพียงผู้ยากไร้ในสังคม ทำให้เขามิอาจจะขัดขืนสภาพสังคมที่บีบบังคับให้เขาต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว รวมถึงเขาไม่สามารถต่อกรกับบุคคลที่มีอำนาจเหนือกว่าเขาได้เลย ได้แต่คอยก้มหน้ารับใช้ ประหนึ่งสัตว์ตัวหนึ่ง หรือในสายตาของนายแพทย์ที่มองว่าวอยเซ็คเทียบไม่ได้แม้แต่กับจิ้งเหลนสักตัว ซึ่งคำดูถูก เย้ยหยันเหล่านี้ก็คอยกัดกินจิตใจเขาไปเรื่อย ๆ และส่งผลต่อสุขภาพจิตของวอยเซ็คอีกด้วย


    ดังนั้นการเปลี่ยนสปอทไลต์จากบุคคลชนชั้นสูงของสังคมมาเป็นผู้ยากไร้ จึงเป็นการขับเน้นให้ผู้อ่านมองเห็น “ความไม่เป็นธรรมของระบบสังคม” ที่กระทำย่ำยีคนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งมากกว่าที่จะโทษ “โชคชะตา” ของตัวเขาเอง อันเป็นหมุดหมายสำคัญของบืชเนอร์ในการประพันธ์บทละครเรื่องนี้




    Woyzeck’s Ideology: วอยเซ็ค กับ ยุคสมัยทางวรรณกรรม 

    เมื่ออ่านบทละครเรื่อง วอยเซ็ค เราสามารถเห็นองค์ประกอบของยุคสมัยทางวรรณกรรมในบทละครเรื่องนี้ ดังนี้

    • Sturm und Drang
    • Psychological Realism
    • Naturalism


    Sturm und Drang

    Sturm und Drang (ชตวร์ม อุนด์ ตรัง) หรือ Storm and Stress หรือ ยุคพายุและแรงผลักดัน เป็นขบวนการวรรณกรรมในเยอรมนีที่เกิดขึ้นคาบเกี่ยวกับยุค Enlightenment และเกิดขึ้นเพื่อเคลื่อนไหวต่อต้านขบวนการดังกล่าว เนื่องจากบรรดานักเขียนรุ่นใหม่ไม่พอใจกับแนวความคิดเดิมที่บูชาความมีเหตุผลเหนือทุกสิ่ง จนละเลยอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง อีกทั้งยังมีแนวคิดที่ว่ามนุษย์จะพบกับความสุขได้จะต้องหันหน้าเข้าหาธรรมชาติดังเดิม มิใช่ยึดมั่นในเหตุผลเพียงอย่างเดียว

    เมื่อยุคนี้ถูกนำโดยบรรดานักเขียนรุ่นใหม่ จึงกล่าวได้ว่าเป็นยุคที่มีพลังสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เกิดขึ้น มีการรื้อ ทลายขนบธรรมเนียมในวรรณกรรมเก่า ๆ ที่ถูกผูกติดไว้โดยคนกลุ่มเดิม สิ่งที่เกิดขึ้นเช่น ในยุคนี้ ผู้คนปฏิเสธการเขียนแบบไพเราะงดงาม แต่พยายามใช้ภาษาที่เน้นอารมณ์ร้อนแรงและเร่งเร้า รวมถึงบูชานักเขียนที่ยิ่งใหญ่อย่าง เชคสเปียร์ คล็อพชต็อค กับรูซโซ เป็นแบบอย่างด้านความคิดในบทละคร

     

    ในส่วนของ วอยเซ็ค กับ Sturm und Drang เราจะเห็นได้ว่าบทละครเรื่องนี้มีการเปลี่ยน Core conflict ในการนำเสนอ กล่าวคือ วอยเซ็ค มีความเป็น "Anti-Hero" หรือในภาษาไทยเรียกว่า ปฏิลักษณ์ มาก ดังจะเห็นได้จากการที่วอยเซ็คเป็นตัวละครที่ขาดคุณสมบัติของผู้กล้า เป็นเพียงคนชนชั้นรากหญ้าในสังคม ที่ทั้งชีวิตของเขาไม่เคยมีความยิ่งใหญ่ ไม่มีพลังอำนาจ หรือได้รับเกียรติยศสูงส่งใด ๆ เลย แต่กลับต้องพยายามต่อสู้ ดิ้นรนในสังคมที่บีบคั้นเขาในทุก ๆ ด้าน เขาต้องต่อสู้กับสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าตัวอย่าง สภาพสังคม ทั้ง ๆ ที่ไม่มีพลังอำนาจใดเลยที่จะสามารถต่อกรกับมันได้ เราจึงจะเห็นว่าลักษณะของวอยเซ็คนั้น ตรงกันข้ามกับลักษณะ “tragic hero” ตามบทละครในขนบอย่างสิ้นเชิง ซึ่งการสร้างตัวละครอย่างวอยเซ็คอาจถือได้ว่าเป็นการปฏิเสธแนวคิดกฎเกณฑ์ดั้งเดิมของบทละครไป เช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วข้างต้นว่าสิ่งนี้ทำให้บทละครเรื่องนี้เป็นโศกนาฏกรรมของผู้ยากไร้เรื่องแรกของเยอรมนี

     

    อีกทั้งเรายังมองว่า การกระทำของวอยเซ็คนั้นขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ที่รุนแรงของเจ้าตัว อย่างเช่นในฉากสุดท้ายที่วอยเซ็คตัดสินใจลงมือฆ่ามารี เขาเหมือนกับระเบิดอารมณ์โกรธที่รุนแรง และหึงหวงออกมา ผ่านการกระซวกแทงมารีหลายสิบครั้ง แม้เรื่องประสาทหลอน และเสียงที่คอยสั่งการวอยเซ็คจะเป็นเรื่องที่มองข้ามไปไม่ได้ แต่เราก็สามารถมองเห็นได้ว่าการลงมือฆาตรกรรมภรรยาของเขานั้นถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ที่วอยเซ็คกักเก็บไว้ในใจมาตลอดเรื่อง การกระทำตามอารมณ์และธรรมชาติของตัวเราเองก็ถือเป็น elememt หนึ่งที่สำคัญของยุคนี้นั่นเอง



    Psychological Realism


    ก่อนจะไปลงรายละเอียด Psychological Realism ก็ต้องขอเท้าความถึงละครแนวเรียลลิสม์ (Realism) เสียก่อน ละคร Realism เป็นแนวทางหนึ่งของละครสมัยใหม่ที่เกิดขึ้นในยุโรปราว ๆ ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 เพื่อเคลื่อนไหวต่อต้านความไม่สมจริงของละครเมโลดราม่า (Melodrama) ดังนั้นแนวทางของละครแนว Realism จึงมีหมุดหมายสำคัญในการนำเสนอ ความสมจริง” ของบทละคร ตัวละคร เครื่องแต่งกายของตัวละคร ไปจนถึงฉากของละครเรื่องนั้น ๆ ให้ เหมือนชีวิตจริง มากที่สุด แต่ในขณะนั้นก็มีแนวการละครที่ใกล้เคียงกันเกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กันเช่นกัน นั่นคือ แนวแนทเชอรัลลิสม์ (Naturalism) ซึ่งมุ่งเสนอความสมจริงของละครเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังมีความแตกต่างในรายละเอียด ดังจะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป


    แนว Realism จะ พยายามมองชีวิตด้วยสายตาที่เป็นกลางแล้วสะท้อนภาพออกมาในรูปของละครตามความเป็นจริงโดยไม่เสริมแต่งหรือบิดเบือนตลอดจนใช้วิธีการจัดเสนอที่ทำให้ละครมีความใกล้เคียงกับชีวิตมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งเรื่อง วอยเซ็ค ก็เข้าข่ายแนวบทละครนี้ นั่นคือมีการนำเสนอปัญหาในสังคมในสมัยนั้นมาเล่าผ่านบทละคร รวมถึงมีหมุดหมายเพื่อที่จะสะท้อนปัญหาให้ผู้ชมได้ตระหนักรู้ถึงความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับคนในสังคมอย่างวอยเซ็ค


    ในส่วนของละครแนว Psychological Realism นั้นนก็เป็นส่วนหนึ่งของแนว Realism แต่จะมุ่งเสนอ เรื่องภายในจิตใจของตัวละคร ความรู้สึกนึกคิดอันซับซ้อนของตัวละคร รวมถึงสภาพสังคมภายนอกที่ทำให้ตัวละครเลือกกระทำการนั้น ๆ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับวอยเซ็คได้อย่างตรงประเด็น เนื่องจากในเรื่อง เราจะเห็นได้ว่าวอยเซ็คนั้นมักจะได้ยินเสียงแว่ว ๆ คอยสั่งการเขา และยังมองเห็นภาพหลอนที่ทำให้เขารู้สึกกลัวอยู่บ่อย ๆ ซึ่งวอยเซ็คเคยบอกเรื่องอาการเหล่านี้กับนายแพทย์แล้ว แต่สิ่งที่นายแพทย์ทำ กลับเพียงดีใจกับอาการป่วยของวอยเซ็ค เพราะเขาจะได้มีมนุษย์ทดลองที่มีลักษณะพิเศษในการทดลองของเขา อาการเหล่านี้ของวอยเซ็คชัดเจนว่าเป็นอาการป่วยจิตหลอนของผู้ป่วยทางจิตเวช ซึ่งก็ทำให้เราตั้งคำถามกับประเด็นนี้ได้ว่า เราสามารถตีตราวอยเซ็คว่าเขาเป็นฆาตรกรใจโหดเหี้ยมได้หรือ ในเมื่อสิ่งที่วอยเซ็คต้องประสบพบเจอในชีวิตมันบีบคั้นตัววอยเซ็คทั้งในด้านร่างกาย และสภาพจิตใจ ทำให้เขามีอาการป่วยทางจิตซึ่งเป็นสิ่งที่นำเขาไปสู่การฆาตรกรรมคู่หมั้นของเขาในท้ายที่สุด เรื่องนี้ได้ตั้งคำถามที่ตอบยากข้อนี้ในจิตใจคนดู ดังนั้นเราจึงมองว่าบทละครเรื่อง วอยเซ็ค มีความเชื่อมโยงกับแนวทางการละครแนว Psychological Realism นี้เป็นอย่างมาก



    Naturalism

    ดังที่กล่าวไปในหัวข้อก่อนหน้านี้ว่าแนวทางการละครแบบ Naturalism ได้เกิดขึ้นมาในเวลาที่ใกล้เคียงกันกับแนว Realism อีกทั้งยังมีหมุดหมายที่มุ่งนำเสนอละครแบบ สมจริง” และ เป็นธรรมชาติ เหมือนกัน แต่ความแตกต่างของ Realism และ Naturalism นั้น แนว Naturalism มีกฎระเบียบแบบแผน และยึดถือทฤษฎีที่เคร่งครัดมากกว่าแบบ Realism เช่น การสร้างฉากแบบ Naturalism นั้น จะต้องสร้างให้ถอดแบบมาจากความจริงทุกตารางเมตร หากบนเวทีมีก๊อกน้ำ เวลาหมุนก๊อกน้ำก็จะต้องมีน้ำไหลออกมาได้จริง นอกจากนี้เนื้อหาสาระของละครแนว Naturalism นั้นมักมีเนื้อหาที่ชวนให้หดหู่มากกว่า Realism เนื่องจากนักเขียนบทละครแนวนี้เชื่อว่า มนุษย์เป็นทาสของสังคมแวดล้อม พันธุกรรม ตลอดจนอำนาจฝ่ายต่ำที่มนุษย์ไม่อาจสลัดทิ้งได้นับตั้งแต่ความต้องการทางเพศ ความหิวกระหาย และความโลภ ซึ่งทำให้มนุษย์ไม่มีทางเลือกต้องยอมจำนนต่อชีวิตและชะตากรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


    ประโยคดังกล่าวเชื่อมโยงได้กับบทละครเรื่อง วอยเซ็ค ได้อย่างดีโดยสะท้อนผ่าน ตัวละครหลักของเรื่อง นั่นคือ วอยเซ็ค และ มารี คู่หมั้นของเขา อย่างที่กล่าวไปแล้วว่าชะตากรรมของวอยเซ็ค เขามิอาจขีดเส้นได้ด้วยตัวเองตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ ในเมื่อเขาเกิดมาเป็นเพียงคนต้อยต่ำในสังคม จึงทำให้เขาเป็นทาสของสังคมแวดล้อมซึ่งเป็นสิ่งที่ผลักดันเขาให้ลงไปสู่เหวลึกของความบ้าและความผิดปกติทางจิต ส่วนในด้านของตัวละครอย่างมารี เธอเป็นโสเภณีสาวคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่กับวอยเซ็ค ผู้ที่ทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินจุนเจือชีวิตเธอและลูกน้อย สิ่งนี้ทำให้วอยเซ็คไม่มีเวลาว่างให้กับมารี หญิงซึ่งเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่ยังตกเป็นทาสของความต้องการทางเพศ และด้วยอำนาจของกามราคะทำให้เธอร่วมหลับนอนกับนายวงศ์ดุริยางค์ และการกระทำนี้ก็ผลักเธอไปสู่จุดจบของชีวิตของเธอเอง




    วอยเซ็ค กับ อิทธิพลจากบทละครเรื่องอื่น ๆ

    บืชเนอร์นั้นเป็นคนที่สนใจในวรรณกรรมและบทละครต่าง ๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงได้รับอิทธิพล และแรงบันดาลใจจากบทละครเรื่องที่เขาได้อ่าน และได้นำ element ที่เขาสนใจเหล่านั้นมาตกแต่งบทละคร วอยเซ็ค ของเขาให้มีความน่าสนใจมากขึ้น ในพาร์ทนี้ เราจึงจะมาศึกษาแรงบันดาลใจ และอิทธิพลจากละครเรื่องอื่นที่น่าสนใจในบทละครเรื่อง วอยเซ็ค ของบืชเนอร์

     

    แรงบันดาลใจของบืชเนอร์ในการแต่ง วอยเซ็ค จากบทละครเอก เรื่อง ได้แก่

    • บทละครเรื่อง แมคเบธ (Macbeth) ของ วิลเลียม เช็คสเปียร์
    • บทละครเรื่อง เฟาสท์ 1 (Faust I) ของ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่

    วอยเซ็ค กับ แมคเบธ 

    บืชเนอร์ได้รับแรงบันดาลใจ ฉากวอยเซ็คล้างตัวในบึงน้ำ จาก ฉากเลดี้แมคเบธล้างมือ ในเรื่องแมคเบธ (องก์ที่ ฉากที่ 1) หลังจากที่เลดี้แมคเบธลงมือสังหารกษัตริย์ดันแคน เพื่อช่วงชิงอำนาจมาให้แก่สามีของตน เธอได้ละเมอตื่นขึ้นมาล้างมือนานถึง 15 นาทีทั้ง ๆ ที่ไม่มีคราบเลือดติดอยู่ที่มือของเธอแล้ว เธอหวังว่าการล้างมือนี้จะช่วยชำระล้างความผิดออกจากตัวเธอได้


    บืชเนอร์ก็ได้นำฉากนี้มาเป็นแรงบันดาลของฉากวอยเซ็คล้างตัวในบึงน้ำ หลังจากลงมือสังหารมารีเรียบร้อยแล้ว




    วอยเซ็ค กับ เฟาสท์ 1

    แรงบันดาลใจจากเรื่อง เฟาสท์ 1 ที่บืชเนอร์ได้รับมาคือ ประเด็นเรื่องการล่อลวงตัวเอกฝ่ายหญิงด้วยของขวัญ ในบทละครเรื่อง เฟาสท์ จากเกอเธ่ มาร์กาเรเทอได้รับสร้อยคอและตุ้มหูเป็นของขวัญจากเฟาสท์ เธอตื่นเต้นและชอบใจมาก


    เฉกเช่นเดียวกับมารีใน วอยเซ็ค ที่ได้รับตุ้มหูมาจากนางวงศ์ดุริยางค์ เธอดีใจมากและรีบลองใส่ ส่องกระจกดูอย่างตื่นเต้น



    และของขวัญสวยงามล่อตาที่ล่อลวงตัวเอกหญิงทั้งสองเรื่องก็ได้นำพาเธอเดินไปสู่ความหายนะของตัวเธอเอง




    และนี่ก็เป็นความสำคัญ รวมถึงรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ร่วมขับเน้นให้บทละคร วอยเซ็ค เป็นบทละครที่น่าสนใจแม้จะแต่งไม่จบก็ตาม เราจึงมองว่าใน "เศษนิพนธ์" นี้ได้แสดง "เศษเสี้ยวของความเป็นคน" ออกมา ผ่านตัวละครเอก วอยเซ็ค ที่ถูกทำให้บิดเบี้ยวโดยสังคมที่เขาอาศัยอยู่




    อ้างอิง
    ชูศรี มีวงศ์อุโฆษ. (2558). ชีวิตและวรรณกรรมบทละครของ เกออร์ก บืชเนอร์ Das Leben und das dramatische Werk Georg Büchners. กรุงเทพมหานคร: โครงการเผยแพร่ผลงานวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
    นพมาส แววหงส์. สดใส พันธุมโกมล. ดังกมล ณ ป้อมเพชร. ตรีดาว อภัยวงศ์. จารุณี หงส์จารุ. ฤทธิรงค์ จิวากานนท์. กฤษรา วริศราภูริชา. ปวิตร มหาสารินันทน์. กุลธิดา มณีรัตน์. (2562) ปริทัศน์ศิลปการละคร (5, 1000). กรุงเทพมหานคร: โครงการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิมยาลัย.
    ผสุดี ศรีเขียว. นฤมล ง้าวสุวรรณ. ถนอมนวล โอเจริญ. ประวัติวรรณคดีเยอรมันเบื้องต้น (1, 2000). กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in