เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
รีวิวนิยายแปล✿ Peony ✿
รีวิว ท่านประมุขหลงลืมฟื้นรัก เล่ม 1
  • ท่านประมุขหลงลืมฟื้นรัก เล่ม 1《教主走失記》

     ผู้แต่ง: อีซื่อหัวฉาง 一世华裳
     สำนักพิมพ์: Rose
     จำนวน: 3 เล่มจบ 

     สิบปีแล้ว ในที่สุดก็ได้พบกับศิษย์น้องอีกครา..

           เย่โย่ว ตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ไฟไหม้ นอกจากแผลบนใบหน้าแล้ว เขายังสูญเสียความทรงจำ ไม่อาจจำอะไรได้แม้กระทั่งชื่อของตน โชคดีที่มีป้ายหยกของเจ้าสำนักฝ่ายธรรมะ เหวินเหรินเหิง ติดอยู่ข้างกาย สหายของเหวินเหรินเหิงผู้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ จึงพาอีกฝ่ายมายืนตัวตัวตนของเขาในเวลาต่อมา

          ทันทีที่เย่โย่วเห็นใบหน้าอันหล่อเหลาและออร่าเจ้าสำนักของเหวินเหรินเหิงก็รู้สึกได้ว่าคนผู้นึ้น่าจะรับมือยาก (;⌣̀_⌣́) เมื่ออีกฝ่ายแกะผ้าพันแผลบนใบหน้าของเขาออกก็อ้างว่าเขาคือ อาเสี่ยว ศิษย์น้องที่หายสาบสูญไปหลายสิบปีทันที แถมยังวางมาด “ศิษย์พี่แสนดี” คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แม้เย่โย่วจะไม่แน่ใจว่าทั้งหมดเป็นแผนการของอีกฝ่าย? หรือแผนการของตัวเขาเอง? 555 แต่ศิษย์พี่ดูจริงใจเสียขนาดนี้ ยังไงเขาต้องทำตัวว่าง่ายเชื่อฟังไว้ก่อน ส่วนการตามหาเบาะแสเรื่องตัวตนของตัวเองนั้นค่อยๆตรวจสอบต่อไปก็ยังไม่สาย 

     ศิษย์พี่ ข้าจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าข้าชอบบุรุษ..

           จากนั้นทั้งคู่ออกเดินทางไปหาหมอเทวดาเพื่อตรวจดูอาการความจำเสื่อม ศิษย์พี่คนดีกลัวว่าศิษย์น้องจะถูกลอบทำร้ายอีก จึงมัดมือชกให้นอนเตียงเดียวกับเขาทุกคืนเสียเลย แม้เย่โย่วจะอ้างว่า "ข้าจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าข้าชอบบุรุษ" แต่ก็ไม่อาจสั่นคลอนปณิธานของอีกฝ่ายได้เลย อิอิ เห็นมั้ยว่า นอกจากศิษย์พี่คนนี้จะรับมือยากแล้ว ยังหน้าไม่อายอีกด้วยน้า (*/▽\*)
     
     ข้ารู้สึกว่าข้าเป็นคนตรงไปตรงมาและจิตใจดีถึงเพียงนี้ ไม่ควรอยู่ฝ่ายอธรรม!
     
         แต่ใครจะรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะนำพาพวกเขาไปสู่เหตุการณ์สั่นสะเทือนยุทธภพ เมื่อสิ่งที่เคยพัวพันกับเหตุการณ์นองเลือดในอดีตได้ปรากฎขึ้นอีกครั้ง เย่โย่วสนใจเรื่องนี้มากและคิดว่าต้องเกี่ยวข้องกับตนเองเป็นแน่! เมื่อเหวินเหริงเหิงเห็นศิษย์น้องกระตือรือร้นไปสืบข่าวในยุทธภพก็ให้ความร่วมมือเต็มที่ ยามศิษย์น้องสงสัยสิ่งใด…เขาพร้อมไขข้อข้องใจเสมอ ยามศิษย์น้องอยากไปฟังเรื่องราวจากชาวยุทธ์ที่โรงเตี๊ยม…เขาล้วนตามใจทุกอย่าง แต่ดูเหมือนว่าศิษย์น้องจะชอบทดสอบความอดทนของเขาเหลือเกิน ถึงได้ใช้ข้ออ้างไปหอชายบำเรอเพื่อสืบข่าวแบบนี้ (#`Д´)

           แม้เหวินเหริงเหิงจะนับศิษย์น้องเป็นคนของสำนักตน ส่วนเย่โย่วเองก็รู้สึกว่าเขาเป็นคนตรงไปตรงมาและจิตใจดีถึงเพียงนี้ ไม่ควรอยู่ฝ่ายอธรรมแน่นอน! ทว่ายิ่งเขาได้ฟังเรื่องราวลึกลับของประมุขเย่แห่งลัทธิมารมากเท่าไร ก็ยิ่งสงสัยว่าตนเองกับท่านประมุขเย่ต้องเป็นคนเดียวกันแน่ๆ คนอะไรจะนิสัยเหมือนกันขนาดนี้! แต่มีบางสิ่งที่ทำให้เย่โย่วยังไม่กล้าฟันธง นั่นคือ ชื่อเดิมของลัทธิมารที่ประมุขเย่เป็นคนตั้ง ซึ่งจะเป็นอะไรนั้น มาเดากันดีกว่าค่ะ 555 

    ● เป็นหนี้ต้องจ่าย เป็นวายร้ายต้องชดใช้กรรม

          ว่ากันว่าสรรพสิ่งบนโลกล้วนทิ้งร่องรอยให้ติดตามได้เสมอ ถึงเรื่องราวใหญ่โตในยุทธภพตอนนี้จะเต็มไปด้วยปริศนา ทว่าแผนการที่ หมากดำ สร้างความอลหม่านเอาไว้ กลับค่อยๆเปิดโปงหลักฐานชิ้นแล้วชิ้นเล่าที่นำพาทุกคนไปพบกับความชั่วร้ายที่ หมากขาว แอบซ่อนเอาไว้ มาดูกันว่าหมากขาวจะมีวิธีแก้เกมอย่างไร มาติดตามกันว่าก้าวต่อไปของหมากดำและขาวที่มีชีวิตผู้คนมากมายเป็นเดิมพันจะเดินไปในทิศทางใด แต่ดูเหมือนจะมีคนเริ่มตะหงิดๆแล้วว่าไอ้แผนการฉลาดๆน่าปวดหัวของหมากดำนั้น ช่างคล้ายกับวิธีการของใครบางคนจริงๆเลย อิอิ (¬‿¬ )

             สำหรับนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของผู้เขียนที่ตีพิมพ์ในไทยค่ะ พล็อตเรื่องแนวยุทธภพเกี่ยวกับแกะรอยไขปริศนาจากเบาะแสต่างๆ เมื่อยุทธภพถูกใช้เป็นกระดานในการฟาดฟันระหว่าง หมากดำ ที่อยากกระชากหน้ากากของ หมากขาว ให้ผู้คนได้รับรู้ถึงความชั่วที่เขาทำเอาไว้ แต่ละแผนการที่หมากดำวางเอาไว้นั้นก็ช่างซับซ้อนซ่อนเงื่อน รวมถึงวกวนจนเหล่าเจ้าสำนักแทบจะร้องขอชีวิต และเริ่มกลัวว่าจะขุดเจอเบาะแสเป็นแผนที่อีกหลายแผ่น 555 แม้จะเป็นแนวยุทธภพแต่แทบไม่มีซีนต่อสู้ฟาดฟันเลย เน้นไปที่การชิงไหวชิงพริบมากกว่า 

            การเล่าเรื่องและคลี่คลายปริศนาต่างๆจะเป็นไปตามการวางหมากของหมากดำ บอกเลยว่าทั้งรัดกุมและปั่นจนคาดไม่ถึงแน่นอน 555 ตัวละครก็เยอะแบบแทบจะดึงเอาผู้คนจากทุกสำนักมาเลย แอบบอกว่าเหล่าผู้อาวุโสของลัทธิมารนั้นน่ารักมากๆ บวกกับนิสัยแปลกประหลาด ทำให้เวลาออกมาทีไรฮามากๆเลย 555 ส่วนลูกน้องพี่เหิงเองก็รู้งานคอยเป็นหูเป็นตาให้เจ้าสำนักสุดๆ ยามเย่โย่วไปเที่ยวเล่นก็อารักขาไม่ห่าง แต่ถ้าก้าวเท้าเข้าหอชายบำเรอเมื่อไหร่เป็นอันต้องรายงานเจ้าสำนักทันที! ยังมีตัวละครที่เราแอบสนใจเป็นพิเศษด้วย คือ ประมุขแห่งวังอู๋วั่ง ซี่ยจวินหมิง ได้ข่าวว่าคนนี้ติดหนึ่งในสามของคนที่พี่เหิงไม่ชอบหน้าเลยน้า (¬‿¬ )

            ความฮาในเรื่องคล้ายๆสไตล์คุณอวี่เชี่ยวหลานชาน (เล่ห์กลจักรพรรดิยุทธภพกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้) ที่ให้อารมณ์ฮาแบบน่ารักๆและไม่ได้ตั้งใจให้ขำ แต่อ่านแล้วขำตลอด ดังนั้นเมื่อรวมกับเนื้อเรื่องเข้มข้นและแผนการอันซับซ้อนยิ่งทำให้เรื่องนี้ตอบโจทย์เรามากๆ การบาลานซ์บรรยากาศในเรื่องยังทำได้ดีมาก ได้ครบทุกอารมณ์เลยค่ะ ใครสนใจสามารถทดลองอ่านใน RAW ได้เลยน้า  (✧ω✧)

           เหวินเหรินเหิงนั้นเป็นไทป์พระเอกที่เราแพ้ทางมาโดยตลอด ทั้งสุภาพอ่อนโยนและใจเย็นมากๆ ตัดมาที่ความจริงๆ  เขาปากคอเราะร้าย ขี้หึง เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แถมยังนิสัยไม่ดีและขี้แกล้งมากๆเลยค่ะ o(≧▽≦)o แต่เขาได้มอบด้านที่อ่อนโยนที่สุดให้ศิษย์น้องไปหมดแล้วจริงๆ ถึงในใจอยากจะตรึงศิษย์น้องไว้กับเตียงมากแค่ไหน ภายนอกกลับต้องคีพลุคศิษย์พี่แสนดี คอยข่มใจ ยุบหนอ พองหนอ เอาไว้ก่อน 555 น่าเห็นใจนะคะเนี่ย ( ̄▽ ̄*)ゞ

           ส่วนคนที่ร้ายไม่แพ้กันคือเย่โย่วค่ะ ถึงความจำเสื่อมแต่นิสัยไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิด คนอะไรฉลาดเป็นกรดและชอบวางแผนปั่นประสาทคนอื่นเรื่อย แต่เวลาอยู่กับศิษย์พี่แววตาไร้เดียงสาตลอด แถมรู้ทั้งรู้ว่าโดนเค้าแกล้ง กลับไม่นำพาสิ่งใด เพราะถ้าศิษย์พี่ยอมเขาง่ายๆก็หมดเรื่องสนุกน่ะสิ ใช่ม้า? ตกลงว่าใครเจ้าเล่ห์และเจ้าแผนการกว่ากันแน่เนี่ย (*/▽\*)

           ในเรื่องยังเปรยถึงเรื่องเก่าและความสัมพันธ์ในวันวานระหว่างพวกเขาด้วยว่า เมื่อสิบปีที่แล้วมีบางอย่างที่เลวร้ายเกิดขึ้นจนทำให้เย่โย่วจากศิษย์พี่ไป ในใจคิดว่าศิษย์พี่ต้องทำอะไรไม่ดีไม่งามแน่ๆถึงได้อัดอั้นตันใจจนไม่กล้าเอ่ยถึง สักพักเริ่มไม่น่าใช่ ตกลงเรื่องราวมันเป็นยังไงไกันแน่นะ? 555 สับสนด้วยคน ซึ่งเล่มหนึ่งยังไม่ลงดีเทลในส่วนนี้ค่ะ แต่ต่อมเผือกเราจะระเบิดแล้วน้า ( ; ω ; )

          คนนึงก็ใกล้ตำแหน่งผู้นำพรรคธรรมะในอนาคต ส่วนอีกคนเป็นศิษย์น้องที่อาศัยเพียงความเฉลียวฉลาดก็โด่งดังไปทั่วยุทธภพ เมื่อใดที่พวกเขาร่วมมือกันผลักดันสถานการณ์บางอย่าง ไม่ต้องห่วงเลยว่าจะไม่สำเร็จ 555 เพราะทั้งคู่พร้อมใจกันเล่นละครแบบเจ้าร้อง...ข้ารับแบบสุดๆ ในขณะที่พวกเขาต่างวิเคราะห์แผนการของอีกฝ่ายได้อย่างแม่นยำ ทว่าในด้านความรู้สึกนั้นกลับมืดแปดด้าน แถมตอนนี้ศิษย์พี่ยังบอกว่าอยากแต่งงานในเร็ววันอีก ครั้นเย่โย่วหยั่งเชิงศิษย์พี่ว่าจะเชิญเขาไปดื่มสุรามงคลหรือไม่? คำตอบที่ได้กลับมาดันเป็น ไม่ต้องกังวล ขาดเจ้าไมได้อยู่แล้ว อุ๊ปส์! (⁄ ⁄>⁄ ▽ ⁄<⁄ ⁄) 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in