นิยายวายแปลจีน✿ Peony ✿
รีวิว องค์ชายอัปลักษณ์

  •  เรื่อง: องค์ชายอัปลักษณ์
     ผู้แต่ง: อี้เหรินเป่ย 易人北
     สำนักพิมพ์: Fu Novels
     จำนวนเล่ม: 3 เล่มจบ + 1 เล่มพิเศษ

    - ตรงนี้เล่าละเอียดสักช่วงนึงเพื่อปูเรื่องค่ะ สามารถข้ามไปอ่านตรงสรุปเล่มๆได้ค่ะ -

    เรื่องราวของ จางผิง หนุ่มน้อยวัยสิบห้าที่ชอบฝึกวรยุทธ์และใฝ่ฝันที่จะเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในแผ่นดิน ครอบครัวของเขายากจนและมีน้องเล็กๆหลายคน เขาจึงตัดสินใจขายตัวเองไปเป็นขันทีในวังหลวงเพื่อหาเงินปะทังชีวิตครอบครัว จางผิงผู้ไม่เคยรับรู้ถึงฉากหลังอันโหดร้ายของวังหลวง ก็เพ้อฝันว่าอยู่ในวังมีข้าวให้กิน มีที่ให้อยู่ แถมมีเงินเดือนอีก จะลำบากเท่าไรกัน?

    ย้อนไปที่คืนวันพายุฟ้าคะนองปั่นป่วน พระสนมเสียนเฟยมีพระประสูติพระโอรสหน้าตาอัปลักษณ์ ซึ่งมีโหนกคิ้วสูงกว่าคนปกติ อีกทั้งปานสีแดงสดรูปปีกกาที่เริ่มตั้งแต่หัวคิ้ว หัวตา แผ่ลงไปจรดข้างหู เสียนเฟยกรีดร้องลั่นด้วยความเสียขวัญ ส่วนจักรพรรดิเซิ่งตี้ทรงรังเกียจทารกน้อยตั้งแต่แรกเห็น จึงประทานพระนามให้โอรสองค์ที่สี่นี้ว่า เจี๋ย ที่แปลความหมายได้ทั้ง อัจฉริยะ และ ป่าเถื่อนชั่วช้า

    เมื่อลูกชายทำลายอนาคตที่สดใสสวยงามของนาง รวมถึงทำลายความโปรดปรานของฮ่องเต้ที่มีต่อนาง โอกาสที่นางจะให้กำเนิดองค์ลูกชายคนที่สองจึงหมดไปด้วย ดังนั้นชีวิตในวังหลวงของนางจึงเต็มไปด้วยความว้าเหว่ ชิงชัง และริษยา ในใจนางอยากจะฆ่าเด็กคนนี้แต่ก็ทำไม่ได้ แต่จะให้เลี้ยงนางก็ไม่อยากเลี้ยงอีก หวงฝู่เจี๋ย เด็กน้อยที่น่าสงสารจึงมีชีวิตอยู่ในวังหลวงท่ามกลางความเกลียดชังของมารดา ความหมางเมินของบิดา ความเย้ยหยันของบรรดาพี่น้ององค์ชายองค์หญิง ความดูถูกเหยียดหยามของนางกำนัลและขันที และถูกข่มเหงรังแกทั้งเจตนาและไม่เจตนา ลองคิดดูกันนะคะว่าเด็กคนนี้จะเติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกอย่างไร

    เด็กน้อยหวงฝู่เจี๋ย เรียนรู้ที่จะอดทน ไม่ร้องไห้ และใช้ชีวิตโดดเดี่ยวเดียวดาย โดนลงโทษ เฆี่ยนตี กลั่นแกล้ง ต้องหิวโหย อดมื้อกินมื้อ บางครั้งต้องใช้ช้อนขุดผนังตรงมุมห้องเพื่อจับหนอนมากินเพื่อประทังความหิว ทุกๆคนต่างกลัวหน้าตาที่แสนอัปลักษณ์ของหวงฝู่เจี๋ย ทำให้เด็กน้อยเข้าใจว่าหากไม่มีโหนกคิ้วปูดนูนหรือปานแดง ทุกคนคงจะไม่รังเกียจเขาขนาดนี้ 

    เมื่อเริ่มเรียนหนังสือกับบรรดาพี่น้ององค์ชายองค์หญิง หวงฝู่เจี๋ยโดนกลั่นแกล้งสารพัด แต่หวงก็ไม่เคยตอบโต้เพราะจะโดนลงโทษหนักยิ่งขึ้นไปอีก และเมื่อเรียนหนังสือเขาก็ค่อยๆเรียนรู้ที่จะไม่แสดงความฉลาดของตัวเองต่อหน้าคนอื่น พร้อมๆกับเมล็ดพันธุ์ของความเกลียดแค้นชิงชังที่มีต่อคนที่กลั่นแกล้งเขา ก็เริ่มงอกงามภายในจิตใจอันบิดเบี้ยวเล็กๆดวงนี้

    ส่วนขันทีจางผิงผู้ไม่มีเส้นสายในวังหลวง ถูกส่งตัวมาดูแลองค์ชายหวงฝู่เจี๋ยวัยเก้าขวบที่ไม่มีใครต้องการ ความรู้สึกแรกที่จางผิงมีต่อหวงฝู่เจี๋ยคือ เด็กคนนี้เป็นเด็กประหลาด อาศัยอยู่ในเรือนอันมืดมิดอันเปลี่ยวร้างคนเดียว ร่างกายผอมมีแต่กระดูก และคืนแรกก็แอบมาขโมยหมั่นโถวของเขากิน

    สำหรับหวงฝู่เจี๋ยนั้น เขากลัวขันทีหน้าใหม่คนนี้มาก และคิดว่าขันทีคนนี้คงจะทารุณเขาเหมือนทุกคนที่ผ่านมา เมื่อจางผิงจะทำความสะอาดร่างกายให้องค์ชาย เด็กน้อยก็ตัวสั่นเทา ไม่รู้ว่าจางผิงจะมาไม้ไหนและไม่กล้าปฎิเสธด้วย ในใจคิดว่าจะโดนแล้วแน่นอน แต่จางผิงกลับช้อนท้ายทอยและสระผมให้เขาด้วยความอ่อนโยน ฉากนี้ประทับใจเรามากเลยค่ะ เพราะเด็กน้อยรู้สึกเป็นครั้งแรกว่ามีใครสักคนรัก ทะนุถนอมเขาจริงๆ จนเขารู้สึกว่านี่เหมือนขึ้นสวรรค์รึเปล่านะ? และเมื่อเห็นรอยช้ำและบาดแผลน้อยใหญ่นับไม่ถ้วนบนตัวของหวงฝู่เจี๋ย จางผิงถึงกับตาค้างและโกรธคนที่ทำร้ายเด็กคนนี้มากๆ จากนั้นก็ตัดสินใจว่านับจากนี้ไปเขาจะปกป้องคุ้มครองเด็กคนนี้อย่างสุดความสามารถเอง

    จางผิงดูแลเอาใจใส่หวงฝู่เจี๋ยเป็นอย่างดี จนเด็กน้อยเริ่มเปิดใจให้เขาทีละนิด เมื่อเห็นแล้วว่าเด็กน้อยโดนรังแกมากแค่ไหน เขาเริ่มหาวิธีปกป้องเด็กน้อยโดยที่ไม่ให้ตัวเองเป็นอันตรายด้วย จางผิงให้หวงฝู่เจี๋ยเลือกว่า จะให้เขาป็นบ่าวรับใช้ที่ถวายรับใช้ด้วยความจงรักภักดีอย่างเดียว หรือจะให้เขาเป็นพี่ใหญ่ ที่จะรัก เอ็นดู และคอยดูแลปกป้องคุ้มครองเวลาเขาถูกรังแก แน่นอนว่าเด็กน้อยยังไม่ค่อยเข้าใจ ก็ได้แต่ถามว่าถ้าเป็นพี่ใหญ่จะสระผมให้เขาใช่มั้ย 555 เอ็นดู สุดท้ายหวงฝู่เจี๋ยก็เลือกให้จางผิงเป็นพี่ใหญ่ และทั้งสองก็ร่วมสาบานเป็นพี่น้องกัน

    จางผิงเริ่มเกมด้วยการปั่นดราม่าว่าองค์ชายใหญ่ลบหลู่เสียนเฟยและนางกำนัลคนสนิท ทำให้เสียนเฟยเริ่มเปลี่ยนแปลงทัศนคติและเริ่มคิดจะปกป้องหวงฝู่เจี๋ย อีกทั้งแม่ทัพเหยียนผู้เป็นพ่อก็แนะนำให้นางเริ่มสนับสนุนบ่มเพาะให้หวงฝู่เจี๋ยมีอำนาจทางการทหารตั้งแต่ตอนยังเด็ก หากองค์ชายอื่นๆหมายตาอำนาจทางการทหารของตระกูลเหยียนจะจัดการได้ยากขึ้น ดังนั้นท่าทีที่เสียนเฟยมีต่อลูกชายคนนี้จึงเปลี่ยนไป…แม้ว่าจะเพียงเล็กน้อยก็ตาม

    จากนั้น จางผิงเริ่มต้นสอนวรยุทธ์ ฝึกฝนร่างกายให้กับหวงฝู่เจี๋ย พาเขาไปที่ห้องสมุดเพื่อศึกษาตำราพิชัยสงคราม พร้อมบอกว่าจะเป็นใหญ่ได้ต้องมีอำนาจทางการทหารในมือ แนะนำให้เขาไปหาคุณตาเพื่อขอคำชี้แนะทางด้านการทำสงคราม แม้ว่าคุณตาไม่ชอบเขา แต่อย่างไรเขาก็เป็นหลานชายคนเดียว ต้องทำให้คุณตารู้ว่าเขาต้องการแข็งแกร่ง อยากคุ้มครองตัวเองได้

    จากนั้นก็มีเหตุการณ์ทำให้จางผิงล่วงเกินองค์ชายใหญ่ต่อหน้าจักรพรรดิ เพื่อปกป้องหวงฝู่เจี๋ย ทำให้เขาต้องโทษโบยจนตาย หวงฝู่เจี๋ยอ้อนวอนโขกศีรษะเพื่อให้จักรพรรดิให้ปล่อยจางผิง แต่ก็ไม่เป็นผล สุดท้ายเขากัดฟันยอมทำร้ายจางผิงเพื่อเป็นการสั่งสอนคนของตัวเอง จางผิงจึงได้ไปรับโทษที่คุกหลวงแทน จางผิงถูกทรมานอย่างโหดร้าย เพื่อให้กลายเป็นข้ารับใช้ที่เป็นคนหัวอ่อนและสงบเสงี่ยมรู้จักหน้าที่ หวงฝู่เจี๋ยแอบมาเฝ้าดูจางผิงถูกทรมานในคุกทุกๆคืน พลางคิดในใจว่าแม้แต่คนคนเดียวที่ดีต่อเขา เขายังปกป้องไม่ได้เลย ต่อไปเขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้น เพื่อตนเองและเพื่อจางผิง และนี่ก็เป็นจุดที่ทำให้เด็กน้อยกระตือรืนร้นที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฉากนี้เป็นอีกฉากที่เราชอบค่ะ ค่อนข้างสะเทือนอารมณ์มากและเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตของหวงฝู่เจี๋ยเลยก็ว่าได้

    หลังจากที่จางผิงกลับมาจากคุกหลวง เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขาได้ชี้แนวทางชีวิตที่ถูกต้องให้กับเด็กน้อยหรือไม่ หรือเขาควรทำตัวเป็นข้ารับใช้ที่ดีอย่างเดียวจึงจะดี จนสุดท้ายหวงฝู่เจี๋ยก็ร้องไห้ออกมาด้วยความคับแค้นใจ เพราะกลัวพี่ใหญ่จะทิ้งเขาไปอีกคน เขาอยากได้พี่ใหญ่คนเดิมคืนมา จางผิงเลยต้องทำตัวเข้มแข็ง ข่มใจปลอบเด็กน้อยว่าถ้าหากไม่อยากถูกรังแกก็ต้องเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน หวงฝูเจี๋ยจึงตัดสินใจว่าต่อไปเขาจะต้องแข็งแกร่งและเป็นจักรพรรดิให้ได้ในวันหน้า

    จางผิงเริ่มปลูกฝังให้หวงฝู่เจี๋ยรู้ว่าเขาเป็นองค์ชาย จะต้องทะนงตนและไม่ต้องกลัวใคร และสอนให้เขารู้จักปกป้องตัวเอง จนหวงฝูเจี๋ยจึงค่อยๆเปลี่ยนแปลงตัวเอง จากที่กลัวและอ่อนแอ ไม่โต้ตอบเวลาโดนรังแก เขาก็เริ่มใช้อำนาจสั่งสอนคนที่มารังแกเขา จากนั้นก็รวบรวมความกล้าไปเข้าเฝ้าเสด็จแม่เพื่อขอเรียนวรยุทธ์และการพิชัยสงครามกับคุณตา และพูดจาหว่านล้อมจนเสียนเฟยใจอ่อนและมีความหวังที่จะได้ตำแหน่งพระแม่ของแผ่นดิน จากนั้นแม่ทัพเหยียนจึงเริ่มจัดหาอาจารย์สองคนที่เก่งกาจ ให้แฝงตัวมาเป็นบ่าวรับใช้ในเรือนของหวงฝู่เจี๋ย กำชับให้เขาซ่อนเขี้ยวเล็บให้มิดชิด แกล้งทำตัวอ่อนแอต่อไป จนกว่าจะได้รับพระราชทานตำแหน่งอ๋องให้ไปปกครองหัวเมือง 

    หวงฝู่เจี๋ยเริ่มต้นดำเนินแผนการของเขาอย่างค่อยเป็นค่อยไป เริ่มสร้างความขัดแย้งบาดหมางระหว่างองค์ชายอื่นๆ แต่ยังคงไว้ความใสซื่อไร้พิษสงของตนเอง จนจักรพรรดิเริ่มเห็นว่าหวงฝูเจี๋ยเป็นเด็กใสซื่อ จิตใจดีงาม ผิดไปจากหน้าตาที่หน้ากลัวของเจ้าตัว นอกจากนี้ยังมีพละกำลังมากมาย แม้ว่าจะแต่งตั้งเขาเป็นรัชทายาทไม่ได้ แต่ให้เป็นแม่ทัพออกไปสู้รบก็คงจะดีไม่น้อย นอกจากนี้ยังพระราชทานหน้ากากเป็นรางวัลให้หวงฝู่เจี๋ยอีกด้วย จนสายตาของทุกคนในวังหลวงเริ่มมองเขาเปลี่ยนไป และพี่น้องคนอื่นๆก็ไม่แกล้งเขาเป็นว่าเล่นอย่างแต่ก่อนแล้ว

    เรื่องราวต่อจากนี้ หวงฝู่เจี๋ยและจางผิงจะมีแผนการเพื่อจัดการกับเหล่าองค์ชายอื่นๆให้พ้นจากเส้นทางเพื่อก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งจักพรรดิอย่างไร อยากให้ติดตามมากๆค่ะ เพราะแผนการของพวกเขาทั้งแยบยล ปั่นป่วนผู้คน และยังต้องใช้ความอดทนสูงมาก บอกได้เลยว่าสนุกมากค่ะ จะเห็นความฉลาดของเสี่ยวเจี๋ย และความสามารถของจางผิงในตอนนี้กันค่ะ และเมื่อจักพรรดิไม่ยอมตั้งใครเป็นรัชทายาทสักที ดังนั้นองค์ชายต่างๆก็ล้วนมีสิทธิ์ในตำแหน่งนี้กันทั้งนั้น ต่างฝ่ายต่างนั่งไม่ติด หาวิธีสร้างพันธมิตร สร้างความขัดแย้งกับศัตรู และแก่งแย่งชิงดีกันแบบเข้มข้นมากค่ะ 

    - ตรงนี้เล่าสรุปแต่ละเล่มค่ะ -

    เล่มหนึ่งจะเป็นการปูเรื่องราวของตัวละคร เล่มนี้เราว่าสนุกมากนะคะ ได้เห็นความไร้เดียงสาของหวงฝู่เจี๋ยและพัฒนาการทางด้านตัวละครของเขาทั้งความคิดและจิตใจ จากที่เคยอ่อนแอกลับกลายเป็นเข้มแข็ง จากที่ไม่เคยได้รับความรัก ความเอ็นดู ก็มีคนคำสำคัญก้าวเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขา คนที่เป็นหนึ่งเดียวในชีวิตของเขา ทำให้เขามีจุดหมายในชีวิต รู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย รู้สึกถึงความเป็นคนรู้จักต่อสู้เพื่อตนเองและคนที่เขารัก 

    เล่มสองจะเป็นช่วงที่หวงฝู่เจี๋ยเรียนรู้ เติบโต และมีความต้องการทางด้านร่างกาย แต่ก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับความต้องการของตนเองอย่างไรเพราะนางกำนัลต่างกลัวเขาและมองเขาด้วยความรังเกียจ มีแค่จางผิงเท่านั้นที่ไม่เคยมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น หวงฝู่เจี๋ยจึงเล่นลูกไม้ต่างๆเพื่อทำให้จางผิงมาเป็นเขาให้ได้ แต่แผนการจะเป็นอย่างไรมาติดตามกันน้า  และตอนนี้เขาก็ได้รับแต่งตั่้งเป็นอ๋องแล้ว และเริ่มใช้ความสัมพันธ์ของเขาและขันทีมาทำให้องค์ชายต่างๆวางใจว่าเขาจะไม่ร่วมชิงราชบัลลังก์แน่นอน จากนั้นก็รับตำแหน่งนายกองควบคุมไพร่พลออกไปสู้กับข้าศึกที่ชายแดน แต่เขาไม่ได้สร้างผลงานอะไรมากมายเพราะจะสะดุดตาไป เขาร่วมต่อสู้จนมีกองกำลังทางทหารส่วนนึงที่จงรักภักดีต่อเขา

    เล่มสาม เป็นช่วงที่หวงฝู่เจี๋ยได้รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ และได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่อย่างหมดจด ส่วนเส้นทางการก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ของเขาจะเป็นอย่างไร น่าตื่นเต้นแค่ไหน ต้องใช้แผนการใดบ้างเพื่อแก้แค้นเหล่าองค์ชายและรัชทายาท และสุดท้ายหวงฝู่เจี๋ยจะตัดสินใจจัดการกับอดีตจักรพรรดิและเสด็จแม่ที่ทำให้ชีวิตวัยเด็กของเขาเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานอย่างไร ต้องมาติดตามกันนะคะ ส่วนเรื่องความรักนั้น เสี่ยวเจี๋ย อยากให้จางผิงรักเขาในแบบคนรัก แต่จางผิงจะเปลี่ยนแปลงสถานะจากพี่ใหญ่มาเป็นคนรักของเสี่ยวเจี๋ยได้อย่างไร มาเอาใจช่วยพวกเขากันค่ะ

    ส่วนเล่มพิเศษ จะมีเรื่องราวน่ารักๆ หลายๆตอนค่ะ ซึ่งเป็นช่วงที่หวงฝู่เจี๋ยขึ้นเป็นจักรพรรดิผิงอู่ตี้แล้ว ส่วนจางผิงก็เป็นขันทีพ่อบ้านประจำวังหลวงค่ะ มีทั้งตอนที่จางผิงอยากจะสร้างชื่อให้ตัวเองในยุทธภพ จึงแอบหนีออกนอกวังไปงานบู๊ลิ้มพร้อมกับเสี่ยวเจี๋ยค่ะ เราขำตอนที่จางผิงบอกว่าจะขอเกษียณกลับไปอยู่บ้านเกิด หวงฝู่เจี๋ยก็ยอม พร้อมเสริมว่าว่าจะสั่งย้ายวังหลวงไปที่นั่นด้วย เห็นมั้ยคะว่าเสี่ยวเจี๋ยเค้าหลงจางผิงขนาดไหนเนี่ย และแล้วก็มีสาวสวยมาตามจีบหวงฝู่เจี๋ยกับเค้าสักที จางผิงรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจมาก แต่จางผิงจะจัดการสาวสวยคนนั้นให้พ้นทางอย่างไร ขออุบไว้ก่อนน้า และตอนนี้เองจางผิงเริ่มเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกที่เขามีให้แก่เสี่ยวเจี๋ยนั้นคืออะไรกันแน่ อิอิ ส่วนตอนอื่นๆก็น่าสนใจ สามารถติดตามอ่านได้ในเล่มนะคะ


     -----------  -----------  -----------  


    สำหรับตัวละคร หวงฝู่เจี๋ย หรือ เสี่ยวเจี๋ยนั้น เขาเป็นคนที่ฉลาดมากๆ และเจ้าแผนการสุดๆ ยอมอดทน อดกลั้นทำทุกอย่างเพื่อให้แผนการสำเร็จ มีความเด็ดเดี่ยว โหดร้ายทารุณ ไร้ซึ่งเมตตา แต่ทั้งหมดนี้เค้ามันก็มีเหตุผล เพราะเขาถูกกระทำต่างๆนานาโดยที่ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย จากเด็กคนนึงที่ควรได้รับความรักและความอบอุ่น กลับต้องมีชีวิตที่เดียวดายและอ้างว้าง ไม่มีใครรักใครสนใจ จึงไม่แปลกใจที่หัวใจของเขาจะมีแต่ความเคียดแค้น แม้ว่าวิธีแก้แค้นของเขาจะแยบยลและโหดร้ายมาก เหมือนคนไร้หัวใจ แต่เราก็ไม่กล้าโทษเขาเลยนะคะ เพราะทุกคนผลักดันให้เขากลายเป็นแบบนี้ทั้งทางตรงแล้วทางอ้อม ทั้งเจตนาและไม่เจตนาเลยทีเดียว 

    ส่วนจางผิง เขาเป็นคนเรียบง่าย สบายๆ ดูซื่อๆไม่มีเล่ห์เหลี่ยม แต่จริงๆแล้วเจ้าตัวก็วางแผนการเก่งกาจ ไม่แพ้เสี่ยวเจี๋ยเลยค่ะ แถมแสดงละครได้แนบเนียนสุดๆ อีกทั้งยังมีฝีมือในการสืบความลับ สามารถจัดการคนที่มาขัดขวางเสี่ยวเจี๋ยให้พ้นทาง คอยช่วยเหลือ ดูแลปกป้องเสี่ยวเจี๋ยมาตลอด เขายอมทำทุกๆอย่างเพื่อแลกกับความสุขของเสี่ยวเจี๋ย แม้จะรู้ว่านั่นเป็นแผนการก็ตาม จนสุดท้ายความรู้สึกของเขาก็พัฒนาเป็นความรักในแบบที่เสี่ยเจี๋ยต้องการ 

    สำหรับจางผิง เรียกได้ว่าเป็นทุกๆอย่างของหวงฝู่เจี๋ยเลยก็ว่าได้ค่ะ เป็นคนที่ประคับประคองจิตใจที่บิดเบี้ยวและผิดรูปผิดร่างของฝูเจี๋ยให้ก้าวเดินต่อไปได้ ในขณะที่ทุกคนมองหวงฝู่เจี๋ยเหมือนตัวประหลาด มีแต่จางผิงเท่านั้นที่ปฏิบัติกับหวงฝู่เจี๋ยเหมือนเขาเป็นมนุษย์คนนึง ทำให้หวงฝู่เจี๋ยรู้สึกสงบและปลอดภัย ตำแหน่งจักพรรดิของหวงฝู่เจี๋ยนั้น เรียกได้ว่าครึ่งนึงมาจากความแค้น อีกครึ่งนึงมาจากจางผิงเลยก็ว่าได้ หากไม่มีจางผิงเราก็คิดไม่ออกเลยค่ะว่าหวงฝูเจี๋ยจะเติบโตมาวิปริตและอำมหิตมากแค่ไหน  ดังนั้นจึงต้องขอบคุณตัวละครจางผิงจริงๆเลยค่ะ

    ส่วนความรักของทั้งสองคนนั้น เสี่ยวเจี๋ยนั้นดูง่ายมากค่ะว่าเค้ารักและต้องการจางผิงมากแค่ไหน เรียกได้ว่าเป็นความสุขหนึ่งเดียวในชีวิตนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ ขาดจางผิงไปเขาก็คงอยู่มีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้ บางครั้งจางผิงไม่สนใจเสี่ยวเจี๋ย แอบออกไปทำธุระ เสี่ยวเจี๋ยก็งอน น้อยใจ โกรธ บางทีก็ไม่ยอมพูดจากับจางผิงเป็นเดือนๆ แต่ในใจก็วางแผนอยู่ค่ะว่าทำยังไงดีให้จางผิงยอมเป็นของเขา ส่วนจางผิงแรกๆที่ยอมทำทุกอย่างก็เพราะสงสารเสี่ยวเจี๋ยล้วนๆเลย และเห็นนิ่งๆแบบนี้ เวลาเสี่ยวเจี๋ยงอนทีเขาก็นั่งไม่ติดเหมือนกันนะคะ สุดท้ายก็ต้องเป็นคนมาง้อทุกทีเลย 555 

    เรื่องนี้บอกได้ว่าเรียลมากๆ ทั้งเนื้อเรื่อง ความรู้สึก และตัวละครเรียกได้ว่ามีมิติมากจริงๆ ต่างคนก็ต่างมีเหตุผลในการกระทำ ทุกอย่างมีที่มาที่ไปทั้งหมดว่าทำไมตัวละครตัดสินใจทำแบบนั้น เนื้อเรื่องเลยทั้งดราม่า และดูสมจริงไม่อิงนิยายเลยก็ว่าได้ เรียกได้ว่าครบทุกรสเลย ส่วนการบรรยายเนื้อเรื่องทำได้ดีมากๆ เรียบง่ายแต่มีมิติ อ่านได้ลื่นไหล และแปลดีมากค่ะ หากใครอยากลองแนวใหม่ อ่านอะไรที่ไม่จำเจ แนะนำมากค่ะ และเรื่องนี้เรียกได้ว่าคลาสสิก จนขึ้นหิ้งของสะสมสำหรับใครหลายๆคนเลยทีเดียว เหมือนหนังสือนิยายที่ต้องมีติดตู้ 555 เมื่อก่อนราคาแรงมากๆเลย แต่ตอนนี้ก็มี Reprint แล้วรีบไปสอยได้เลยค่ะ 

    สำหรับเรื่องนี้เราอ่านมานานแล้ว และก็ชอบมากๆค่ะ เพราะเรืื่องราวเข้มข้น เต็มอิ่มมากจริงๆ แต่เพิ่งจะมาเริ่มเขียนรีวิวไม่นานมานี้เอง ตอนมีข่าว Reprint เลยกลับมาปัดฝุ่นอ่านใหม่อีกครั้งนึง ก็ยังรู้สึกสนุกเหมือนเดิม เลยรีวิวไปด้วยทีเดียว ไว้เจอกันใหม่เรื่องหน้านะคะ 


    Cr. ภาพประกอบจากเพจฝู

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in