from the desert, with loveployapha.j
ชูวีดูวา~ จะพาเธอไปดำน้ำปลูกปะการัง
  • 19 February 2017



    ช่วงนี้เรากลับมาอยู่ที่ไทยค่ะ ได้ลาพักร้อนแบบ leave without pay มา 10 วันเต็มๆ อาห์... ไม่แคร์เรื่องเงินทองค่าบินกันเลยทีเดียว



    เรื่องของเรื่องคือเราโฮมซิกและสติแตก อยากกลับบ้าน อยากกลับไทย ชีวิตห่อเหี่ยวแสนเศร้า พอทางบริษัทเปิดให้ขอวันหยุดโดยไม่ได้รับการจ่ายเงินเดือนนี้ก็ไม่สนใจอะไรทั้งโลกแล้ว ฉันจะกลับบ้านว้อย ช่างเงินมันเถอะ ฮือ มีเงินเยอะแต่ไม่มีความสุขมันก็ไม่ใช่ป่ะว้าาาาา และโชคดี(หรือไม่ดีก็ไม่รู้แหะ) เขาก็ให้มาจริงๆด้วยแหละ แต่ตอนนี้หายสติแตกแล้วก็ได้มานั่งสำนึกว่าจริงๆชีวิตนี้เราก็ต้องการเงินซื้อปัจจัยสี่นะเว้ย เราอยู่หมุนอยู่ในโลกของทุนนิยม ถ้าไม่ทำงานแล้วเดือนหน้าจะเอาอะไรกิ๊นนนนนน





    และพอได้วันหยุดมา 10 วันก็เริ่มหาแพลนไปท่องเที่ยว กะว่าจะไปเยี่ยมเพื่อนที่เรียนอยู่ที่เกาหลี ไม่ก็ไปญี่ปุ่น หรือลงใต้ไปเที่ยวทะเล เปิดเฟสบุ๊คไปมาก็เจอโพสต์รวมค่ายอาสาต่างๆจากเพจ ธนาคารจิตอาสา และก็พบว่า เครือข่ายบ้านดินไทย มีค่ายไปกลับ ปลูกปะการัง ฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งพอดิบพอดี!





    ไปเที่ยวอย่างเดียวก็ได้แค่ไปเที่ยวล่ะเนอะ
    แต่ถ้าไปเที่ยวด้วย และได้ทำอะไรคืนสู่สิ่งแวดล้อมด้วยก็ยิ่งดีไปใหญ่






    Let's save the gulf of Thailand,

    Go and plant some corals!










  • สำหรับโครงการปลูกปะการังนี้มีชื่อเต็มๆคือ โครงการอาสาฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง คืนความอุดมสมบูรณ์ ให้ทะเลไทย ซึ่งจัดโดย อาสาบ้านดินไทย ค่ะ โดยรุ่นที่เราสมัครเป็นโครงการรุ่นที่สองแล้วเด้อ ซึ่งเราจะไปปลูกปะการังกันที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีค่ะ


    ตอนเช้าจะนัดลงทะเบียนกันตอนหกโมงเช้า เรามาเจอกันที่หน้าเซเว่น ซอยรางน้ำ ตรงข้าม King Power นั่นแหละ ซื้อของกินข้าวเช้า เม้ามอย ผูกมิตรกับอาสาคนอื่นๆ ซักพักก็มีสตาฟมาเช็คชื่อและแจกป้ายชื่อค่ะ




    ฮือออ คิดถึงชีวิตลูกค่ายและการเป็นสตาฟค่าย
    สมัยเรียนเราไปค่ายบ่อยมากกกกกก ได้ป้ายชื่อแบบนี้นี่คิดถึงเลยอะ





    ขึ้นรถมาปุ๊บก็ทำความรู้จักกับคนข้างๆซ้ายขวาหน้าหลังค่ะ ก็ได้รู้จักกับนาทย์ น้องพลอย น้องเฟริน พี่ปุ้ย และพี่ทรี ก็เม้ามอยกันซักพักและก็หลับยาววววววววว วาร์ปมาอีกทีก็ลงไปยืดเส้นยืดสายซื้อของกินในปั๊มน้ำมัน และก็หลับต่อจนไปถึงงงงง
































    จุดแรกที่เรามาแวะเยี่ยมชมคือ เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร ค่ะ โอโห... เรากับเพื่อน (ญี่ปุ่นและหนึ่ง) มองหน้ากันแบบ นี่เราเคยมาทัศนศึกษาที่นี่ตอนม.3 นี่หว่าาาาาาาา flashback มากกกกกกกกกก








































    เราก็เดินเล่น ถ่ายรูปเฮฮา ทุกคนเข้ากันได้เร็วมากกกกกกกก เม้ามอย เล่นตลกกันตลอดเวลา ฮาาาาา



























    มีช็อตกุ๊กกิ๊กด้วยนะคะคุณณณณณณ​ ค่ายนี้มันไม่ธรรมด๊าาาาา














    สาวๆที่ใส่กางเกงขาสั้นเตรียมตัวลงน้ำ (อย่างข้าพเจ้าเป็นต้น) ก็ต้องเช่าผ้าถุงนะคะ
    ราคา 20 บาท ใส่กันชิคๆงี้แหละ





    และสาเหตุที่เรามาเรือรบหลวงกันก่อนเพราะมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการนิดหน่อยค่ะ โดยมีอาสาสมัครที่เดินทางโดยรถยนต์จะเข้าไปปลูกปะการังกันก่อนในช่วงเช้า แล้วค่อยมาแวะเที่ยวกันตอนบ่าย แต่ของเราไปโดยรถบัสของทางค่าย เลยต้องสลับตารางเวลากันค่ะ เลยมีอาสาสาวๆหลายคนที่ไม่ได้ใส่กระโปรงยาวหรือกางเกงขายาวมาตั้งแต่ตอนเช้า (ไม่ได้ตั้งใจแต่งกายไม่เรียบร้อยนะค้าาา)








    นี่คือรวมตัวกันเป็นแก๊งแล้วเรียบร้อยจ้ะ แฮ่








    จากนั้นเราก็โดนต้อนขึ้นรถ ไปยังจุดที่สองค่ะ นั่นก็คือ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ สัตหีบ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตกองบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ที่นี่เป็นอีกพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจค่ะ เพราะเราจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตของเต่าทะเลชนิดต่างๆ รวมไปถึงมีบ่อเลี้ยงเต่าในแต่ละช่วงอายุให้ได้ชมด้วย ซึ่งได้แอบไปถามพี่ทหารที่ดูแลอยู่ก็ได้ความว่า ทางกองทัพเรือจะคอยดำเนินการเพาะไข่เต่าทะเลละนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ โดยพี่ๆเจ้าหน้าที่ทหารจะคอยออกตรวจลาดตระเวนตามเกาะต่างๆว่ามีคนมาแอบเก็บไข่เต่าหรือไม่ และคอยเก็บรวบรวมไข่เต่าเพื่อเอามาฟังในพื้นที่ของทางทหารเรือ ฟูมฟักซักพักหนึ่งและจะปล่อยให้กลับคืนสู่ธรรมชาติ ฮูเร่!




    ซึ่งเราเคยมาแล้วเมื่อตอนม.3 พอคุยกับพี่ทหารเพื่อเก็บข้อมูลแล้วแล้วก็เลยไปเดินชิวๆริมหาด ซื้อชานมไข่มุก แฮ่...


    มีน้องเฟิร์นเป็นนางแบบ





    จากนั้นเราก็นั่งรถกันต่อเพื่อไปที่ ค่ายวิทยาศาสตร์ทางทะเลและการอนุรักษ์ ซึ่งดำเนินการโดย อาจารย์ประสาน แสงไพบูลย์ ผู้ริเริ่มปลูกปะการังเพื่อคืนสมดุลให้แก่ระบบนิเวศทางทะเล พอไปถึงปุ๊บก็มีกิจกรรม Ice Breaking แนะนำตัวเอง รู้จักคนอื่นเล็กน้อย (ซึ่งแก๊งเราก็ตัวติดกันเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรู้จักคนอื่นๆอีก) จากนั้นก็กินข้าวกลางวันกันก่อนเลยจ้า กองทัพต้องเดินด้วยท้องเด้อออออ




    จากนั้นเราก็เข้าไปฟังบรรยายจากอาจารย์ประสานค่ะ ซึ่งอาจารย์ก็ได้อธิบายเกี่ยวกับเรื่องของปะการังและที่มาที่ไปของโครงการนี้








    เริ่มจากอาจารย์จะปูพื้นฐานความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปะการังกันก่อนว่า จริงๆแล้วตัวปะการังเล็กนิดดดดเดียวเองนะเออ มีหนวดดุ๊กดิ๊ก 6 เส้น ตัวปะการังจะสร้างหินปูนเกาะกับหินเป็นบ้าน และมีสาหร่ายที่เกาะตามแนวปะการังช่วยสังเคราะห์แสงและเป็นแหล่งของอากาศและอาหารของปะการัง (เป็นความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน +,+ ต๊ายยย เกรด 4 วิชาวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ป.1นะคะ ยังจำได้!)

    มีอากาศ มีอาหาร แนวปะการังก็เลยเป็นที่อยู่ของสัตว์ทะเลมากมาย แถมยังเป็นแนวป้องกันการกระเทศของคลื่นใต้ทะเลได้เป็นอย่างดีด้วยจ้ะ


    ปะการังสามารถเริงร่าอยู่ในทะเลได้น้ำที่มีอุณหภูมิประมาณ 20 - 30 องศาเซลเซียส และอยู่ที่ความลึกประมาณ 15 - 20 เมตร และสำหรับอ่าวไทยนั้นพบปะการังอยู่ลึกที่สุดคือที่ระดับความลึกประมาณ 76 เมตร อยู่อย่างเหมาะสมแก่การเติบโตของปะการังม๊ากมาก เพราะมีแม่น้ำหลายสายที่ไหลลงมาสู่อ่าวไทย ต่างก็พัดพาเอาสารอาหารที่อุดมสมบูรณ์ลงมาด้วย




    เมื่อก่อนอ่าวไทยคือ Paradise on earth ของเหล่าปะการังและสัตว์น้ำน้อยใหญ่ที่แท้จริง




    แต่... อ่าวไทยถูกทำลายเนื่องจากการทำประมงผิดวิธี ใช้เรืออวนลากกกกกกกกกกทุกอย่างขึ้นมา ผลคือเจ๊งหมด ตายหมด ไม่มีอะไรเหลือ อย่างเรือไดหมึกนี่ก็ไม่มีประเทศไหนเขาทำเยอะแยะขนาดนี้ แม้กระทั่งระเบิดปลาบ้างอะไรบ้าง เจ๊งค่ะ ประกอบกับภาวะโลกร้อนในปัจจุบันที่ทำให้อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น ปะการังพากันฟอกขาวตายหมดสิ้น เห็นรูปแล้วสลด... นี่เรากำลังทำลายบ้านของสัตว์น้ำ รวมถึงบ้านของพวกเราชาวโลกกันอยู่นะเนี่ย!!





    จากนั้นอาจารย์ก็เล่าให้ฟังเกี่ยวกับโครงการ การเอาปะการังที่โตแล้ว (อายุประมาณ 4 ปี) ไปปลูกใหม่ โดยต้องเอาไปติดกับปะการังที่มีชีวิตอยู่ แล้วจุลินทรีย์ในปะการังจะสู้กัน (แอ๊ะ แกเป็นใครวะ มาได้ไง ไป ไปสู้มัน มันแปลกปลอมมมมม) สู้ไปมาปะการังก็จะผลิตหินปูนออกมา ปิ๊ง ติดกันเฉย แฮปปี้ดี๊ด๊าจ้ะ


    และเอาไปต่อกับต้นที่ฟอกขาวตายไปแล้วไม่ได้นะคะ เพราะปะการังใหม่จะฟอกตายไปด้วยเฉยเลย นอกจากนี้ยังมีการหล่อซิลิโคนให้คล้ายและกลมกลืนกับโขนหินในทะเลและเอาปะการังไปวางด้วย เพราะบางพื้นที่มันไม่เหลืออะไรให้เอาปะการังไปติดแล้วไง ก็สร้างแนวปะการังขึ้นมาเลย เดี๋ยวมันก็จะผสมพันธุ์ปล่อยไข่ปล่อยน้ำเชื้อออกมาเป็นปะการังจิ๋วและเติบโตยิ่งใหญ่ต่อไป


    ปัจจุบันนี้นอกจากที่เราจะเริ่มปลูกและเพาะพันธุ์ปะการังเขากวางแล้ว เราก็ได้ทดลองและปลูกปะการังเพิ่มเติมอีกหลากหลายชนิดเลยค่ะ ทั้งแบบที่เป็นแบนๆ กลมๆหยักๆคล้ายสมอง (ดูบรึ๋ยมากกกก) เรียกได้ว่าครบถ้วนกระบวนความ :)


    ฟังบรรยายจบ เหล่าอาสาก็คึกคักอยากลงทะเลกันแล้ว อยากไปเห็นแปลงปลูกปะการังของจริงว่าหน้าตาเป็นยังไง ใต้ทะเล ณ เวลานี้สถานการณ์เป็นยังไงกันบ้างแล้ว วู้วววววว





    เราโดดขึ้นหลังรถมาตรงทะเลค่ะ มีพี่ๆเจ้าหน้าที่แจกเสื้อชูชีพและตรวจดูอุปกรณ์ต่างๆให้ ก่อนที่จะสอนเกี่ยวกับการลอยตัว















    พวกเราต้องลอยตัวไปนิ่งๆและเอามือสาวเชือกนี้ไปที่แพกลางทะเลที่เป็นจุดที่เราจะไปเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกปะการัง ซึ่งก็ฝึกกันพอสมควร ส่วนเราทำได้ ง่าย สบาย ก็ลอยนิ่งๆหายใจใต้น้ำไปเรื่อยๆ










    จากนั้นก็เริ่มปล่อยตัวไปทีละคนค่ะ ตั้งแต่จุดปล่อยตัวก็มีเม่นทะเลเลย ต้องลอยตัวผ่านไปอย่างระมัดระวัง ห้ามยืนและห้ามเตะขา เพราะอาจจะไปเหยียบหรือเตะปะการัง ตายอีก ยิ่งตายง่ายๆอยู่ด้วยนะเธอเอ๊ย กว่าจะปลูกได้แต่ละต้นเนี่ย







    Hello, it's me. จินตนาการว่าตัวเองเป็นแอเรียลกันไป










    ซึ่งไม่ต้องห่วงว่าเราจะโดดเดี่ยวเดียวดายใต้ท้องเล ลมพัดลมเพไปตามกระแสนะจ๊ะ
    เพราะมีพี่ๆเจ้าหน้าที่คอยว่ายน้ำประกบอยู่ไม่ห่างค่ะ
    หรือถ้าใครสาวเชือกไม่ไหวก็พลิกตัวนอนหงาย ยกมือขึ้น จะมีเรือมารับค่ะ ปลอดภัยหายห่วงเด้อ









    ตอนแรกน้ำจะขุ่นๆค่ะ เป็นทรายๆ พอว่ายไปลึกๆแล้วน้ำใสแจ๋วเลย
    ส่วนนี้ก็ดงปะการังเขากวางทั้งนั้นเลยนะเธอ










    อันนี้คือแปลงปลูกปะการัง ทำด้วยท่อพีวีซี ซึ่งไม่ได้ทิ้งให้กลายเป็นขยะกลางทะเลนะคะ
    ปลูกแล้วปลูกอีก ใช้ซ้ำ รีไซเคิลค่ะ










    เม่นทะเลและปลาเต็มไปหมดจริงๆ ว่ายไปพร้อมฝูงปลาน้ำตื้นเลยแหละ














    และแล้วก็มาถึงแพกลางทะเลจ้ะ









    มาถึงก็นั่งแยกเป็นกลุ่มและฟังการอธิบายเกี่ยวกับการปลูกปะการัง












    การปลูกปะการังนั้น เราจะเอากิ่งของปะการังมาใส่ไว้ในท่อพีวีซีที่ตัดแล้วเล็กๆซึ่งเป็นฐาน
    ใส่ไม่ต้องลึก ประมาณ 2 เซนติเมตรก็พอจ้ะ

    จากนั้นก็ไขน็อตตรึงปะการังไว้กับฐาน ไม่ต้องกลัวปะการังเจ็บ เพราะถ้าไม่แน่นแล้วลงไปอยู่ในน้ำ
    ปะการังโอนเอนไปมา หักอีก ตายอีกค่ะ (ตายง่ายจังวู้ยยยยย)

    และต้องรีบดำเนินการให้เสร็จภายใน 15 นาทีค่ะ เดี๋ยวปะการังตายเด้อ








    สวัสดี นี่คือปะการังของเราเอง อ้อ... จับไปจับมาปะการังจะมีเมือกๆออกมา ต้องระวังนะจ๊ะ
    เอาไปป้ายหน้าป้ายตาจะเกิดอาการคันได้










    แก๊งกระพงของเราเอง ฮูเร่ รู้จักน้องบอสและพี่เอิร์ธเพิ่มมาอีกจ้ะ ฮาาาาา












    ภาพหมู่ตามธรรมเนียม จากนั้นพี่ๆเจ้าหน้าที่ก็จะดำน้ำ เอาแปลงปะการังไปวาง
    โตเร็วๆนะหนูๆทั้งหลาย♡





    จากนั้นเราก็สาวเชือกกลับ นั่งรถกลับไปอาบน้ำแต่งตัวและกลับกรุงเทพกันค่ะ ฟังเพลงบอดี้แสลมมาตลอดทาง ระหว่างทางก็แวะพักเข้าห้องน้ำ กินข้าว ซื้อของฝาก (ได้ข้าวเกรียบมา 3 ถุง) แลกเฟส ตั้งกรุ๊ปไลน์ ฟอลโล่วไอจีกันเรียบร้อย ก็ร่ำลา เจอกันใหม่ค่ายหน้า (ตอนนี้ก็มีชวนกันไปค่ายที่อื่นแล้วเรียบร้อย)










    จากที่วันนี้เราได้ไปเป็นจิตอาสาปลูกปะการังมา แม้ว่าจะไม่ได้ทำอะไรเยอะแยะเพราะเป็นค่ายไปกลับ แต่สิ่งที่เราได้รับจากค่ายนี้มันมีค่ามากค่ะ เรารู้สึกว่าการศึกษา ความเข้าใจ และการปลูกจิตสำนึกให้กับคนรุ่นใหม่เป็นสิ่งสำคัญ

    เพราะทำลายมันง่ายกว่าสร้างมากๆ และมีคนเบื้องหลังจำนวนมากที่คิด สร้าง และทำทุกวิถีทางที่จะรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ แม้ว่าอ่าวไทยมันพังจนหมด ก็ยังมีกลุ่มคนเล็กๆ ประกอบโดยคุณครูประสานและทีมงานที่นี่ช่วยกันดูแล รักษา ปลูกปะการังเพื่อฟื้นฟูท้องทะเลไทย

    และสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดคือการทำลายด้วยน้ำมือมนุษย์นี่แหละ น่าเศร้าที่ในอดีตเราทำลายอ่าวไทยที่อุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารทั้งปลาทั้งคนจนหมดสิ้น จากเรือเล็กๆที่เอาไม้ผูกกับอวนแล้วลากเอาสัตว์น้ำมาหมดกลายเป็นเรือลากอวนใหญ่ๆ เรือไดหมึกที่เขียวไปหมดทะเลไทย อ่าวไทยกลายเป็นทะเลทรายใต้น้ำ ปะการังฟอกขาวตายจนหมด สัตว์น้ำไม่มีที่อยู่ก็พากันหายไป ภัยจากภาวะโลกร้อน หมด ไม่เหลือแล้วอ่าวไทยที่อุดมสมบูรณ์

    วันนี้เราดำลงไปดูแค่น้ำตื้น เห็นความเปลี่ยนแปลงของท้องทะเลไทยกำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดี ที่เห็นความพยายามที่จะปลูกปะการังไปทดแทนแล้วดีใจ ที่ใดมีปะการังที่นั่นมีปลาจริงๆนะ :)



    วันนี้มันปลุกไฟบางอย่างในตัวเรามากๆเลย เราเชื่อว่าในประเทศนี้ยังมีคนกลุ่มเล็กๆที่ยังมีความหวังและต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ควรแก้ไขอยู่ ก็สู้กันต่อไป และสำหรับเราแล้ว...ในฐานะจิตอาสาหนึ่งวัน ก็จะพยายามช่วยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ สิ่งสำคัญคือเรื่องคนนี่แหละ ปลูกฝังจิตสำนึกดีๆให้เด็กๆต่อไป






    สำหรับใครที่สนใจเกี่ยวกับกิจกรรมค่ายอาสาต่างๆ และมีเวลาว่างในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดที่เพจธนาคารจิตอาสาได้เรื่อยๆนะคะ มีกิจกรรมมากมายที่น่าสนใจนอกเหนือจากการออกค่ายอาสาแล้ว ยังมีกิจกรรมพวกงานคราฟท์ งานทำมือที่ต้องการคนจำนวนมากอีกด้วยค่ะ อย่างเราเอง ถ้ามีวันหยุดและกลับมาไทยก็จะออกไปค่ายอีกค่ะ







    Do your little bit of good whenever you are,

    it is little bit of good put together that overwhelm the world!






    สุดท้ายนี้... ขอขอบคุณอาสาบ้านดินไทยที่จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ ขอบคุณอาจารย์ประสานและทีมงานสำหรับความรู้และแรงบันดาลใจ ขอบคุณญี่ปุ่นและหนึ่งที่มาด้วยกัน ขอบคุณแก๊งกระพง ดีใจมากเลยที่ได้มารู้จักกับทุกคนนะฮ้าฟฟฟฟฟฟ เจอกันใหม่ค่ายหน้า ฮูเร่!






    ด้วยรัก...จากอ่าวไทย





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in