from the desert, with loveployapha.j
บนเขาที่เกือบจะใต้สุดของทวีปแอฟริกา
  • 08 October 2016







    สวัสดีประเทศแอฟริกาใต้



    จริงๆเรามีดวงที่จะได้มาเหยียบแอฟริกาใต้ก่อนหน้านี้แล้วนะ แต่ป่วยไปเสียก่อนเลยไม่ได้บิน รอแล้ว รอเล่า เราก็ยังไม่ได้เฉียดร่างมาแถวนี้เลยวู้ยเลยตัดสินใจว่าจะบิดไฟล์ทมาลองทำซักหน่อย


    คิดไปคิดมาระหว่างเคปทาวน์กับโจฮันเนสเบิร์ก ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก... ไปไหนดีว้า น่าไปทั้งคู่เลยแหะ เลยเปิดเข้าไปหาไอเดียจากในไอจี เลื่อนไปเลื่อนมาก็เห็นเพื่อนหลายคนบินไปดูเจ้าเพนกวินน้อยน่ารักที่เคปทาวน์ เลยตัดสินใจเอาวะ ไปเคปทาวน์ จะไปวิ่งเล่นกับเพนกวินให้สุขใจ♡






    เดิมทีเราได้ไฟล์ทนี้วันที่ 9 ตุลาคม แต่มีลูกเรือคนนึงส่งข้อความมาขอร้องว่าสลับไฟล์ทกับฉันหน่อยได้ไหม ครอบครัวมาเยี่ยมที่ดูไบและวันที่ 9 คือวันสุดท้ายที่จะได้อยู่ด้วยกัน ได้บอกลากัน ช่วยหน่อยเถอะ ไอ้เราก็อ่า... เพิ่งจบจากไฟล์ทยาวมา เหนื่อยมาก อยากได้วันหยุด 2 วันจะได้พักแบบชิวๆ แต่ก็สงสารเขาแหละ เข้าใจความรู้สึกเลยว่าเป็นยังไง แค่อยู่กับคนที่เรารักเพิ่มขึ้นไม่กี่ชั่วโมงก็มีค่าแล้ว


    เพราะงั้นแลกก็แลกวะ ยอมเหนื่อย ช่วยเขาไปนั่นแหละ






    โดยลืมไปว่า... อีเชี่ยเอ๊ยยยย ไฟล์ทนี้แม่งยาว 9 ชั่วโมงนี่หว่า ตาย ตาย ตาย ตาย ตายบนเครื่องเลยจ้า พออาลี่ รูมเมทผู้น่ารักที่มีแฟนเป็นหนุ่มเคปทาวน์รู้ก็มาไซโคทันทีว่า โห... แลกไฟล์ทนี้เนี่ยนะ ไม่น่าเล้ยยยย มันเป็นไฟล์ทกลางวัน ผู้โดยสารไม่หลับไม่นอน กดคอลกระหน่ำสุดอะไรสุดจริงๆ แถมไม่มี CRC ให้ได้เข้าไปนอนด้วย เวลาพักคือเข้าไปนั่งที่นั่งผู้โดยสารที่กั้นไว้ต่างหาก ถ้าไม่มีผ้าม่านบล็อกไว้ยูห้ามหลับเลยนะ


    ก็ช็อคๆไปตามเรื่อง แต่ก็แข็งใจมาบินนะ เหนื่อยเหลือเกินแต่ก็โตแล้วอะ วัยทำงานแล้ว ต้องมีความรับผิดชอบโว้ยยยยย

    โชคดีที่บนไฟล์ทเจอ เจ้แคลร์ ทำอยู่ในอีโค่เหมือนกันเลยยังดีที่มีคนคุยด้วย ลูกเรือคนอื่นก็น่ารัก เป็นมิตร จิตใจดี ขยันขันแข็ง ร่าเริงบันเทิงใจ และคอลน้อยกว่าที่คิดไว้เยอะมาก แต่ถ้าโผล่ร่างเข้าไปในเคบินเมื่อไรจะโดนเรียก เรียก เรียก และเรียก จนต้องจดกันเลยทีเดียวว่าผู้โดยสารที่นั่งนี้จะเอาอะไรบ้าง หนึ่ง สอง สาม สี่ ซึ่งแอร์อย่างพวกเราก็เดินสวนสนามวนกันไปค่ะ ได้พักจริงๆจังๆแค่ 1 ชั่วโมงบนที่นั่ง ซึ่งเดชะบุญที่มีผ้าม่านปิดให้เลยหลับได้

    ทันทีที่เข้าไปปุ๊บ ใส่ที่อุดหูปั๊บ เราหลับทันทีจนกระทั่งมีคนจิ้มปลุกให้ตื่นเนี่ยแหละ เหนื่อยมาก เหนื่อยจากภายในสู่ภายนอก ปวดร้าวและล้าไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย








    Table Mountain แลนด์มาร์กสำคัญของเมืองเคปทาวน์เขาล่ะ
    นี่มีสติถ่ายได้ตอนนั่งบัสไปโรงแรม ก่อนที่จะหลับตายไปจนถึงที่พัก











  • พอไปถึงโรงแรมช่วงเย็นๆก็กะว่าจะนอนแล้วรุ่งขึ้นจะติดต่อทัวร์ไปเที่ยวดูเพนกวินตามที่ตั้งใจไว้ พยายามหาคนไปด้วยทั้งไฟล์ทก็ได้มาแต่เจ้แคลร์นี่แหละ คงจะไปจอยทริปกับลูกเรือจากไฟล์ทอื่น แต่ไปๆมาๆลูกเรือคนอื่นเขาจะนั่งรถบัสฟรีของโรงแรมไปที่ Victoria & Alfred Waterfront ไปซื้อไวน์ กินข้าวอะไรกัน เราเลยเอาวะ กลั้นใจออกไปด้วยก็ได้ ไหนๆก็เหนื่อยแล้วเราก็ต้องเหนื่อยและพังให้ถึงที่สุด ซึ่ง... คิดไม่ผิดเลยจริงๆที่ออกไปฮะ








    เห็นท้องฟ้าแบบนี้เลยบอกลูกเรือคนอื่นว่าไปกินข้าวซื้อของอะไรกันก่อนได้เลย
    ขอเดินเล่นท้าความหนาว ถ่ายรูปแถวนี้กับเจ้แคลร์ก่อน











    ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีชมพูสลับส้ม สีน้ำเงินและครามค่อยๆคืบคลานเข้ามา
    ได้ยืนดูพระอาทิตย์ตกที่มหาสมุทรอินเดียก็ดีนะ แต่หนาวมาก หนาวสั่นจนตัวชา










    มีคู่รักมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งด้วย โรแมนติกมาก
    ซักพักได้ยินเสียงอู้หูววว เห็นชาวประชาแถวนั้นชี้ๆมือไปที่ทะเลเลยมองตาม
    เห็นครีบปลาโลมาโผล่พ้นน้ำมาสามสี่ตัว ตื่นเต้นมาก เสียดายถ่ายรูปมาไม่ทัน


















    พระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า อุณหภูมิที่หนาวอยู่แล้วก็ยิ่งลดลงอีก ชักเริ่มไม่ไหวเลยเดินเข้าไปในตัวตึกที่เหมือนคอมมูนิตี้มอลขนาดย่อม เดินวนไปเวียนมาจนเจอประตูทางออกอีกฝั่งหนึ่งเลยตัดสินใจว่าไหนๆก็มาแล้ว ยอมกัดฟันสู้อากาศหนาวออกไปดูอีกด้านนึงก็ได้ว้า







    เดินออกมาก็เจอชิงช้าสวรรค์และสนามเด็กเล่น มีร้านรวงขายของอยู่ด้านนอกเหมือนกัน
    บรรยากาศดีมากที่สุด






















































    มีการแสดงของวงอะแคปเปลาด้วยล่ะ ไปยืนฟังอยู่ เพราะดี :)












    เดินซักพักเริ่มไม่ไหวแล้ว หนาวก็หนาว หิวก็หิว เหนื่อยก็เหนื่อย เลยเดินเข้าไปในตึก สอดส่ายสายตาหาของกิน ครั้นจะให้กินพวกฟาสฟู้ดแมสๆก็เหมือนจะมาไม่ถึงเซาท์แอฟว่ะ อยากกินสเต็กอะไรแบบนี้ ในที่สุดก็ไปจบที่ร้าน Ocean Basket เป็นซีฟู้ดสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน (ไหนวะเนื้อ?) เห็นว่าคนเยอะไง ต้องอร่อยชัวร์ ลองก็ได้ว้าาาาา

















    ส่วนประกอบก็ตามภาพ อร่อยดีแหละ เยอะมาก แต่ก็กินหมดนะ แหะแหะแหะ







    จากนั้นก็ลงไปดูของเล่นๆในซุปเปอร์มาร์เก็ต วนไปวนมาซักพักก็ตัดสินใจกลับมานอนกัน ยกเลิกแล้วการไปดูเพนกวินใดๆ พอ ง่วง เหนื่อย นอน พรุ่งนี้จะไปซื้อไวน์แล้วก็กลับมานอน นอน นอน ตื่นไปบิน จบ พอ มีเวลาแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้นจะเอาอะไรเยอะแยะมากมาย












  • เช้าวันรุ่งขึ้นเราตื่นสาย ลงมาฟาดอาหารเช้าด้วยความเร็วแสงก่อนจะนั่งบัสฟรีไป Waterfront อีกนั่นแหละ หมายมาดว่าแค่เดินเล่น ซื้อไวน์ แล้วกลับไปนอน



    แต่เมื่อมองไปยังขุนเขา Table Mountain เบื้องหน้าแล้วใจก็เต้นระรัว เพลง Step Outside ที่ประกอบภาพยนตร์ The Secret Life of Walter Mitty ดังก้องในหัววนไปวนมา เฮ้ย...มาทั้งทีอะ มาแค่นี้หรอวะ ไม่ไปจริงๆหรอวะ ไฟล์ทเหนื่อยฉิบหายทำลายล้างจะมาแค่จิบๆเดินกริบๆแถวนี้จริงๆดิ เอาจริงดิ เฮ้ย... ไม่เอาน่าาาา สู้ดิวะ ไปดิวะ


    เมื่อคิดได้ดังนั้นก็หันไปบอกเจ้แคลร์ผู้อะไรก็ได้ยังไงก็ได้ โบกแท็กซี่ที่มิเตอร์ขึ้นทุกวินาที (เรื่องจริง แม่งวิ่งทุกวินาทีจริงจริ๊ง) ไปค่ะไป ไปขึ้นภูเขาค่ะ!! (โชคร้ายเจอแท็กซี่โกงไม่ยอมทอนเงินอีก หงุดหงิดจริง)







    พอไปถึงก็พบกับคิวขึ้นกระเช้าที่ยาวมาก เรายืนต่อคิวกันเกือบสามสิบนาที หนาวแต่ก็สู้นะ ระหว่างนั้นก็พยายามจะซื้อตั๋วออนไลน์จะได้ไวขึ้น สุดท้ายเน็ตกากต่อไปไม่นู่นนี่นั่นก็คิวก็ถึงเราพอดี ฉะนั้นถ้าใครอยากจะมาเที่ยวเอง เราขอแนะนำว่าซื้อตั๋วออนไลน์และปริ้นทุกสิ่งมาให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาจ้ะ และถ้ามีเวลาว่าง รักการผจญภัย มันมีเส้นทางเทรกกิ้งให้เดินขึ้นภูเขาด้วยนะ ซึ่งเราอยากเดินมากมากมากมาก แต่ด้วยเวลาอันจำกัดก็ต้องยอมขึ้นกระเช้าไปนั่นแหละ

























    ที่นี่เป็น New 7 Wonder of Nature ด้วยนะ ซึ่งประกอบด้วย
    • ป่าอะเมซอน
    • ฮาลองเบย์ - เวียดนาม
    • เกาะเจจู - เกาหลี
    • เกาะโคโมโด - อินโดนีเซีย
    • น้ำตกอีกัวซู - อาร์เจนติน่า
    • อุทยานแห่งชาติแม่น้ำใต้ดินปวยร์โตปรินเซซา - ฟิลิปปินส์
    • เทเบิลเมาท์เทน - แอฟริกาใต้ที่นี้นี่เองงงงงงงงงงงงงง





















    พอประตูเปิดปุ๊บ มนุษย์ทุกผู้ทุกนามไม่ว่าจะหัวดำ หัวทอง หรือหัวน้ำตาลต่างพุ่งพรวดเข้าไปจับจองที่ยืนริมหน้าต่าง 360 องศา จับราวกันไว้แน่นหนาไม่ปล่อยให้ใครเบียดเข้าไปใกล้ได้เลย เราเลยมายืนตรงที่วางถัดออกจากหน้าต่างมาหน่อยนึง


    และก่อนที่กระเช้าจะออกตัว เจ้าหน้าที่ก็ประกาศว่าให้ปล่อยมีออกจากราวที่จับ ทุกคนงงๆแต่ก็ทำตาม พอกระเช้าเคลื่อนที่ปุ๊บ พื้นกระเช้าก็ค่อยๆเคลื่อนหมุนไปรอบๆ ทำให้เราได้เห็นวิวจนครบ 360 องศาจริงๆ เก๋มากกกกกกกกกกกกกกก
















    ฟ้าใส แดดจ้า ลมสงบ

















    ขึ้นมาปุ๊บอากาศหนาวมาก หมอกลง ลมเย็นยะเยือกพัดมาบาดผิวตลอดเวลา ฮือ ทำไมฟ้าไม่ใสล่ะ























    กลุ่มมนุษย์ที่ดูไม่หนาว คาดว่าเป็นกลุ่มที่เดินขึ้นมานะฮะ
    ส่วนเรานี่ยืนซีด ตัวสั่นงันงก












    รู้สึกว่าอยู่ใกล้เมฆมากเลยล่ะ เหมือนเอื้อมมือไปก็ถึงแล้ว
































    จากจุดเริ่มต้นก็มีเส้นทางให้เดินศึกษาธรรมชาติอยู่ 3 เส้น คือ 15 นาที 20 นาที และ 30 นาทีตาลำดับ
    ซึ่งเราก็เดินเอาเท่าที่เวลาเอื้ออำนวยก็แล้วกัน
    ต้องรีบกลับไปนอนก่อนไฟล์ท































  • จากนี้ต่อไปจะเป็นภาพ
    เราเดินต่อไปซักพักฟ้าก็เริ่มใส แต่อากาศไม่อุ่นขึ้นเลยให้ตายเถอะ



































    ออกไปแตะขอบฟ้าจริงๆแล้วนะ











































    เลือกไม่ถูกเลย เอารูปไหนลงไอจีดีวะ ดีไปหมด




























    ภูเขานั่นเรียกว่า Lion Head ล่ะ














    ตั้งใจไว้ว่าจะไปเห็น 7 Wonders ให้ครบเลย
    ไม่ว่าจะเป็นอันเก่าอันใหม่หรืออะไรก็ตามแต่ เกิดมาแล้วต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่า!









    พวกเราเดินสลับถ่ายรูปกันจนเกือบจะหมดเวลา เรารีบนั่งกระเช้า โบกแท็กซี่กลับไปที่โรงแรม ถึงปุ๊บก็พุ่งตัวลงที่นอนแล้วหลับเลย เหนื่อย ต้องนอน ได้ข่าวมาว่าไฟล์ทขากลับมันเชี่ย เพราะแม้ว่าเป็นไฟล์ทกลางคืนแต่ผู้โดยสารผู้น่ารักก็ไม่หลับไม่นอน คึกคักกันเหลือเกิน





    ไฟล์ท 9 ชั่วโมงขากลับแทบลากเลือดเพราะได้พักในโซน Crew Rest แค่ 55 นาทีเท่านั้น กระดกกาแฟวนกันไปค่ะ คอลไม่เยอะอย่างที่คาดการณ์ไว้ แต่ถ้าโผล่ร่างเข้าไปในเคบินละก็จะโดนเรียกไม่จบไม่สิ้น ถึงดูไบในสภาพที่เกินกว่าจะบรรยายได้ ยับ ยู่ ยี่ มากเหลือเกิน





    ทริปนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่มีเจ้แคลร์เป็นคู่หูท่องแอฟริกาใต้
    เออออห่อหมกไปไหนไปด้วยกันตลอดเวลา ฮา
    ไว้ลีฟแล้วมาเที่ยวด้วยกันใหม่นะ :)














    ลากันไปด้วยภาพนี้














    ด้วยรัก... จากแอร์ทะเลทรายที่กลับไปกรุงเทพบ่อยเหลือเกิ๊น บ่อยจนจะไม่มีเรื่องมาเล่าแล้วเนี่ย









Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in