from the desert, with loveployapha.j
พาเที่ยวงานวัดดูไบและไฟล์ทที่ไม่คาดฝัน
  • 09 February 2016




    ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะเต็มไปหมดเลยล่ะ เรื่องของเรื่องก็คือตารางบินที่เอาแน่เอานอนไม่ได้นั่นแหละ จะขอเล่าตามทามไลน์วันต่อวันเลยก็แล้วกันนะฮะ





    MON 08/02/2016 | Can-Use Reserve

    ตามกำหนดการเดิมหลังจากไฟล์ทไปกัวลาลัมเปอร์เราจะได้พัก 2 วัน คือเสาร์กับอาทิตย์ วันนี้ได้หยุดแต่ไม่เต็มวันเพราะวันอังคารต้องบินไปดับลินตอนตีหนึ่ง

    หลังกลับจากไฟล์ทกัวลาฯที่ดีเลย์ยาวนานเราก็สลบตายไปเลยหนึ่งวัน เที่ยวเล่นพักผ่อนอีกหนึ่งวัน พอมาวันนี้เราตื่นมาก็เริ่มเตรียมตัวสำหรับไฟล์ท เอาชุดไปส่งซัก รับเสื้อที่ร้านซักรีด จัดกระเป๋า เตรียมโค้ทและอุปกรณ์กันหนาวรองเท้าบูท กะว่าต้องเจออากาศหนาวแน่ๆ พอบ่ายๆเราเช็คตารางอีกที อ้าว…..เขาได้พรากดับลินไปจากอ้อมอกของอิฉันแล้วค่ะ เปลี่ยนเป็น Can-Use Reserve ไปเลย 3 วันเต็มๆ คือวันจันทร์ อังคาร และพุธ จากนั้นก็เป็น Day Off 2 วันก่อนจะเป็นไฟล์ทไปอัมมัน จอร์แดนในวันเสาร์และวาเลนไทน์เราจะบินไปซูริกตามตารางเดิม

    อธิบายก่อนว่า Can-Use Reserve คือโดนถอดออกจากไฟล์ทนั่นแหละ อาจจะมาจากผู้โดยสารน้อยแล้วเรากลายเป็นคนไม่จำเป็นก็ต้องเดินจากไป ถึงแม้ว่าภายในใจอยากจะบินแค่ไหน เราก็ต้องรอร๊อรอจนกว่าจะถึงช่วงประมาณ 6 โมงเย็นถึงจะรู้ชะตากรรมของตัวเองว่าจะได้ไฟล์ทไหน ชีวิตจะเป็นยังไงต่อ







    เราก็เอาแล้ววู้ย ลาก่อยดับลิน แอบเสียดายนะ ยุโรปไฟล์ทแรกของหนูก็ปิ้วไปเสียแล้ว แถมเป็น B777 ที่ไม่เคยจะได้บินอีกด้วย ฮืออออออ ได้แต่หวังว่าไฟล์ทที่ได้มาแทนจะโอเคนะ เหมือนรอบนู้นที่ถอดเราออกจากเทิร์นแล้วเปลี่ยนเป็นจาการ์ต้าและสุดท้ายก็จบที่เพิร์ธ

    พอประมาณห้าโมงครึ่งเราก็กดเช็คตารางของตัวเอง ปรากฎว่ามันเปลี่ยนเป็น…. HOME STANDBY!!!







    สิ่งแรกที่แว๊บเข้ามาในหัวคือคำว่า เชี่ย… เอาแล้วไงมึ้งงงงงงงง!!

    เจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันไย ฉันทำอะไรให้เธอเคืองขุ่นนนน โอ้ยยยยย…ฟิลลิ่งโศรยา ดาวพระศุกร์มากค่ะคุณเอ๊ย เหมือนเป็นพจมานที่โดนหม่อมแม่ตบกลิ้งลงจากบันไดแล้วโดนหญิงเล็กหัวเราะเยาะเย้ยซ้ำ ถอดดับลินไปไม่พอ ยังจะต้องมาสแตนบายอีกหรือนี่ ฮือออออ

    กลายเป็นว่าวันจันทร์ได้หยุด ส่วนวันอังคารของเรากลายเป็นสแตนบายตั้งแต่ตีสามถึงเก้าโมงเช้า เป็นโมเม้นไม่ทราบชะตากรรมอย่างแน่แท้ ไม่รู้ว่าเขาจะโทรมามั๊ย ต้องไปบินกี่โมง บินเครื่องอะไร บินไฟล์ทอะไร โอ้ยยยยยย อย่างน้อยบอกไฟล์ทมาก็ได้มะ อย่าทำแบบนี้เลย มันลุ้นเกินไป ใจเต้นแล้วมันเหนื่อยนะเว้ย

    ด้วยเหตุนี้เราเลยต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ เขาจะให้ไปไหนก็ต้องไป บุกน้ำลุยไฟที่ไหนก็ต้องทำ ถ้าเขาให้หนูไปบิน หนูจะถามว่าให้ไปบินไฟล์ทไหน ถ้าเขาบอกให้หนูสแตนบาย หนูจะถามว่าให้สแตนบายนานแค่ไหน สู้ค่ะ สตรอง!!







    สำหรับ Home Standby นั้นเค้าจะกำหนดเวลามาให้อย่างที่บอกนั่นแหละ สั้นยาวแต่ละคนไม่เท่ากัน อย่างของเรา 6 ชั่วโมง บางคนก็ 8 ชั่วโมงตามแต่บุญทำกรรมแต่ง ถ้าเราโดนเรียกก็จะมีคนโทรเข้ามา เรามีเวลา 45 นาทีในการแต่งตัว เตรียมของ และแว้นไปที่ HQ เพราะฉะนั้นการเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆเป็นสิ่งที่ควรทำนะฮ้า

    การเตรียมตัวของเราก็เริ่มตั้งแต่จัดกระเป๋านั่นแหละ เริ่มจากโยนทุกสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ลงไปที่เป็นของจุ๊กจิ๊กจิปาะถะ ยา เครื่องสำอาง รองเท้าแตะ คือสิ่งของที่ใช้ในทุกไฟล์ท โยนมันส่งไปในกระเป๋าเลยฮะ พร้อมกันนนั้นก็จัดเสื้อผ้าแยกไว้ 2 ชุด คือ Winter กับ Summer Collection เก๋ไก๋ไปอี๊ก เพราะเราไม่รู้ว่าจะโดนไปไฟล์ทไหน โทรปุ๊บก็โยนกองเสื้อผ้าลงไปได้ ง่ายมาก เย๊เฮ





    พอไม่ได้ไปดับลินแล้วก็เลยนอยๆพาลๆ เลยนัดพี่คนไทยไปกิน Fish & Chips นั่งจิบเบียร์ที่ Irish Village (อยู่แถวบ้านก็ดีงี้แหละ) นั่งเล่นนั่งเม้าจนถึงประมาณ 3 ทุ่มแล้วก็เดินต๊อกแต๊กกลับบ้าน อาบน้ำ นอน!











    TUE 09/02/2016 | Home Standby

    เราตั้งนาฬิกาปลุกตื่นมาตั้งแต่ตีสองครึ่ง แปรงฟัน น้ำไม่อาบเพราะรู้สึกว่าก็เพิ่งจะอาบไปเองอะ ใส่ชุดยูนิฟอร์มรอไว้เลย ถ้าเขาโทรมาปุ๊บก็เด้งปั๊บ แต่งหน้าทำผมแล้วออกเลย แต่พอตื่นขึ้นมาเตรียมตัวทุกอย่างเสร็จก็เริ่มสองจิตสองใจ เอาไงดีวะ จะนอนต่อหรือจะกินข้าวเผื่อไว้หรือจะนั่งอ่าน Safe Talk โอ้ยยย ทำตัวไม่ถูกโว้ยยยยยย



    และแล้วเมื่อเวลาตีสามเป๊ะ ช่วงเวลาแห่งความเครียดก็เริ่มขึ้น มา มาเล้ยยยย จะจับอะไรยัดให้ก็มา ยังไงก็ไม่พร้อมโว้ยยยย! (อ้าว….) และขอบอกว่าตั้งแต่ข้าพเจ้ามีโทรศัพท์มือถือมา ไม่เคยมีครั้งใดที่จ้องมือถือด้วยความหวาดระแวงเช่นนี้มาก่อน คุณพระ… สะดุ้งมันทุก notification พอหน้าจอสว่างวาบมาปุ๊บใจนี่หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม จนในที่สุดต้องหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน Safe Talk จะได้มีอะไรทำที่เกิดประโยชน์ไม่ฟุ้งซ่าน


    ชั่วโมงแรกผ่านไป ใจยังเต้นตุบตับ เรานั่งอ่านไปเรื่อยๆซักพักก็เบื่อเลยเปลี่ยนมาไถหน้าจอดูคลิปทำอาหารในยูทูปไปเรื่อยจนล่วงเลยมาจนชั่วโมงที่สอง เราเริ่มตาปรือเลยตัดสินใจนอนแม่งแล้วโว้ย! ฉันไม่สนใจแล้ว ฉันง่วง ฉันต้องการพักผ่อน เลยเปิดเสียงโทรศัพท์ดังที่สุด แล้วสไลด์ตัวลงนอน….




    หกโมงครึ่งเราลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะแสงแดดยามเช้าส่องทะลุผ้าม่านมานิดนึง ฉิบหายแล้ววววววว มีคนโทรมาแล้วไม่ได้ยินป่ะวะ เด้งไปเช็คมือถือก่อนเลยอย่างแรก… ไม่มีมิสคอล โอเคโล่ง กระดึ๊บไปถอดรีเทนเนอร์และแปรงฟันอีกรอบ หนีบมือถือไปด้วย เดินไปคุ้ยตู้เย็นหาอะไรกินง่ายๆ

    เจ็ดโมงก็แล้ว ยังไม่มีวี่แวว…

    แปดโมงตรง…ก็ยังไม่มีคนโทรเข้า เอาแล้วเว้ยยยย ชั่วโมงสุดท้ายของการสแตนบาย รอดไม่รอดวะ

    เก้าโมงตรงเป๊ะ หมดเวลาลุ้น รอดครับ ไม่ต้องไปบินครับ ฮูเร่~







    เมื่อรอดแล้วเราก็จัดแจงนัดแนะกับผองเพื่อน ไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้าน Miyabi แถวๆ 21 Century Tower (Financial Centre Metro Station) ก็กุบกิบดี ไม่ถึงกับพีคมาก ยากิโซบะทะเลอร่อยดี ซูชิเฉยๆ จากนั้นก็ไปเดิยดูไบมอลต่อนิดหน่อย เสียทรัพย์ซื้อลิปแดงมาสองแท่ง ฮาาาาา พอค่ำๆเราก็เช็คตารางบินอีกที ปรากฎว่าวันพุธที่เดิมเป็น Can-Use ได้เปลี่ยนเป็น Day Off แล้วครับผมมมมมมม

    ฮูเร่ หยุดยาวๆไปเลย 7 วัน เพราะหลังจากไฟล์ทดับลินเรามีหยุดอีก 2 วัน หยุดรวมๆกันก็ 7 โอ้โห ชีวิตดี๊ดีย์เหลือเกิ๊น และไหนๆก็หยุดยาวแล้ว วันรุ่งขึ้นเราเลยแพลนกับพี่ๆคนไทยที่ว่างตรงกันว่าเราจะไปงานวัดนานาชาติประจำปีของดูไบกันเถอะ!











    WED 10/02/2016 | Dim Sum & Global Village Dubai

    วันนี้เรานัดเจอสาวๆอีเคที่ HQ เวลาประมาณห้าโมงเย็น จุดหมายแรกที่เราจะไปกันก็คือ International City เพราะได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่ามีร้านอาหารจีนที่โคตรเด็ดซุกซ่อนอยู่ในย่านคนจีน ประกอบกับมีเพื่อนคนนึงเคยไปมาแล้วก็รับประกันมาว่าเด็ดจริงแก เดี๋ยวพาไปเอง เลยเอาวะ ต้องไปโดนซักหน่อยแล้ว

    เป็นแอร์สายสวยมันยาก ผันตัวมาเป็นแอร์สายแดกน่าจะเหมาะกว่า ณ จุดนี้





    พอไปถึงปุ๊บก็พลิกเมนูกันระวิง มากันสี่คนสั่งเหมือนมากันซักประมาณแปด






    ที่เห็นในภาพนี่พร่องไปประมาณหนึ่งแล้ว ต่อด้วยทาร์ตไข่และแป้งทอดฟักทองซัมติงที่อร่อยมากๆ ฮือออออ ฟินนนน







    จากนั้นเราก็นั่งแท็กซี่ออกไปนอกเมืองกัน เพราะที่ตั้งของ Global Village อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควรเลยแหละ เป็นงานที่จัดเป็นประจำทุกปี ฟิลลิ่งงานวัด มีของกิน เครื่องเล่น งานออกร้านผลิตภัณฑ์จากประเทศต่างๆ งานเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนจนถึงเมษายนเท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่อากาศดี เดินเล่นนอกบ้านได้ไม่ละลายไปก่อนนั่นเองงงงง






    นี่คือทางเข้านะฮะ อลังการดาวล้านดวงมากๆ งานวัดแขกนี่มันทุ่มทุนสร้างจริงจริ๊ง และก่อนเข้าก็ต้องซื้อบัตรกันก่อน เพียง 15 AED หรือ 150 บาทไทยเท่านั้นจ้ะ






    ผ่านประตูมาปุ๊บก็จะพับกบ พบกับ….
















    กว้างมากกกกกกกกกกกกก กว้างกว่าที่คิดไว้มากๆ โซนแรกเป็นพวกร้านขายของราคาแพง เครื่องประดับ อัญมณีต่างๆ เป็นละแวกค่าเช่าที่แพงนั่นเอง
























    พอเดินเข้ามาเรื่อยๆผ่านโซนของแพงมาแล้วก็จะเจอกับบูทของแต่ละประเทศ ซึ่งไม่ใช่บูทไก่กาธรรมดานะคุณเอ๊ย ทุ่มทุนสร้างจริงไม่ติงนัง




























    ในแต่ละบูทก็จะมีให้เดินเข้าไป ก็จะไปเจอกับร้านรวงข้างใน มีเวทีการแสดงของประเทศต่างๆด้วยแหละ




    เราเดินเข้าโซนรัสเซียไป เดินกลับออกมาอีกทีได้แจ็กเกตหนังมาเฉยเลย ฮาาาาาาาา



















    นี่คือโซนพวกยุโรป สเปน อังกฤษ ฝรั่งเศสไรงี้ ไม่ได้เดินเข้าไปดูเท่าไร










    ชิงช้าสวรรค์นี่ประดับไฟแบบน้องเป็นสาวขอนแก่นยังบ่เคยมีแฟนบ้านอยู่แดนอีสานมากๆ คือนึกถึงงานวัดงานลอยกระทงไรงี้เลยอะ ถ้ามีเวทีประกวดนางนพมาศนี่จะใช่เหลือเกิน



    จริงๆเขามีจุดพลุด้วยนะ แต่เฉพาะวันศุกร์กับวันเสาร์เท่านั้น เลยอดดูพลุเลย เซ็งๆ










    และนี่คือบูทของไทยแลนด์แดนสยามฮะ กรี๊ดมาก สวยมาก ใหญ่มาก แต่ไม่เดินเข้าไปดูข้างในนะ เพราะเราพุ่งตัวไปที่โซนเครื่องเล่นที่อยู่ข้างเคียงก่อน








    เข้าโซนเครื่องเล่นแล้วฮะ มีให้เล่นหลากหลาย ราคาอยู่ที่ 35 AED ถ้ายิ่งแพงก็ยิ่งหวาดเสียว มีซุ้มยิงปืน ปาลูกบอลไรงี้ด้วยนะ


















    นี่คือบ้านผีสิง เก๋ไปอี๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก











    มุมนี้คือฟิลลิ่งงานวัดมากๆ ชอบ รู้สึกเหมือนอยู่บ้านยังไงก็ไม่รู้สิ


















    ก่อนที่จะเล่นเกมอะไรก็ตามแต่เราก็ต้องไปซื้อบัตรก่อน เป็นบัตรเติมเงิน เต็มตังเอาไว้เล่นเกมนั่นเอง











    ที่ประทับใจที่สุดคือเครื่องนี้ Vortex เป็นเครื่องหมุนๆ หมุนไปเรื่อยๆ แต่ความกวนประสาทคือเปิดเพลง The Blue Danube Waltz ประกอบการหมุน ตลกมาก ไปดูคลิปได้ในไอจีนะจ๊ะ (ployapha.j โปรโมตหน่อยละกันโน๊ะ)










    พอพ้นโซนเครื่องเล่นก็มาเจอกับโซนของกินและร้านอาหารต่างๆ จริงๆมันก็มีบูทเล็กๆขายขนมนมเนยรอบๆงานนั่นแหละ แต่ถ้าอยากได้อะไรหนักท้องหน่อยก็เข้ามาแถวนี้ได้เลย มีร้านอาหารนานาชาติจากทั่วทุกมุมโลกให้เลือกชิมนะจ๊ะนายจ๋า










    สำหรับสุดยอดแห่งการตกแต่งและความอลังวังเวอร์ในที่นี่ เราขอยกให้อินเดียเลย ของจริงสวยมาก ใหญ่มาก งบเยอะมากไปอี๊กกกกกกกกกกกกก











    เราเดินเรื่อยๆถึงเที่ยงคืน อากาศเย็นมาก หนาวมาก ก่อนกลับก็เลยเดินไปซื้อช็อคโกแลตร้อนและ Karak Tea เป็นชานมที่มีกลิ่นสมุนไพรขิงๆ หอมมาก อร่อยมาก ถ้าใครมาเที่ยวแถบนี้เราอยากให้ลอง คอนเฟิร์มความแสงพุ่งจริงๆ





    ไว้ว่างๆจะไปอีก ยังเดินไม่ครบทุกประเทศเลย อยากดูพลุด้วยแหละ :)









    THU 11/02/2016

    วันนี้อยู่บ้านว่างๆ ไม่ได้ทำอะไร ตอนแรกว่าจะไปเดินเล่นริมทะเลแต่ก็ตื่นสาย บวกกับความขี้เกียจเข้าครอบงำเลยไม่ไปก็ได้วู้ย อยู่บ้านเฉยๆนี่แหละดีแล้วไม่เปลืองตัง เตรียมกระเป๋าไปซูริก เตรียมตัวสำหรับอัมมันที่จะบินวันเสาร์นี้ ทำกับข้าวกุ๊กกิ๊กอยู่บ้าน แฮปปี้เดย์เหลือเกิน









    FRI 12/02/2016 | Can-Use Reserve Again and Again

    ตื่นเช้ามาเหมือนมีอะไรดลใจให้เช็คตารางบิน อ้าววววว เชี่ยยยยยย ลาก่อยอัมมันตอนบ่ายสองของวันพรุ่งนี้ปลิวหายไปแล้วจ้าาาาา กลายเป็น Reserve อีกแล้วว้อย อะไรกับฉันกันนักกันหนาเนี่ยยยยยยยย

    ไม่รู้ชะตากรรมอีกแล้ว แบบนี้ไม่ชอบเลย เพราะไฟล์ทต่อไปคือซูริกที่รอคอย ถ้าเราเจอสแตนบายแล้วได้บินไปไหนที่กระทบกับซูริกของเราจะโกรธมากนะ แง้ ละนี่เพิ่งบินได้แค่ 3 ไฟล์ทกับ A380 ทั้งนั้นเลย ไม่เคยได้บิน B777 เลย ลืมหมดล้าวว่าต้องทำไง โธ่…





    และแล้วตอนบ่ายสองสี่สิบนาที ตารางเราก็เปลี่ยนอีกครั้ง… ลาก่อนซูริก สวิตเซอร์แลนด์ ปลิวหายไปกลับสายลมหนาวและสวัสดี…



    “กรุงเทพ – ฮ่องกง – กรุงเทพ”



    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด ตอนนั้นคือไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดี คือมันก็เสียดายซูริก โห…ตั้งแต่ทำงานมายุโรปยังไม่ได้ไปเหยียบ แต่นี่ก็กรุงเทพ บ้าน กับข้าวของแม่ ปิ้งย่างกับเพื่อน เฮ้ยยยย บาบีคิวพลาซ่าแม่งจัดโปรบุฟเฟ่ด้วยว่ะ ซื้อของ น้ำพริก น้ำปลา เครื่องสำอาง เสื้อผ้า กรี๊ด ดีใจ มือไม้สั่นไลน์ไปบอกทุกคน ปริ่มเหลือเกิน และก็แอบเสียดายที่ไม่ได้ไปค้างฮ่องกงเพราะบินแค่สามชั่วโมงเท่านั้น ถ้าได้ไปค้างด้วยนี่จะดี๊ดีประเสริฐเลิศล้ำมาก แต่ได้ค้างกรุงเทพตั้ง 2 คืนก็โอเคนะ ฮือออออ อยากกินไข่เจียวที่แม่ทำ แง้





    นี่ก็นัดที่บ้าน นัดเพื่อนอะไรเรียบร้อย วาเลนไทน์จะไม่เดียวดายอีกต่อไป ฮิ้ววววววว <3 ตกเย็นเลยไปเดินอิเกีย ซื้อของจุ๊กจิ๊กเข้าบ้าน เย้เย้เย้



    พอมาวันนี้ SAT 13/02/2016 ก็จัดกระเป๋าให้โล่งที่สุด น้อยที่สุด เตรียมขนของกลับไทยสุด นั่งอัพบล็อกนี้แล้วไปด้วย ตามเรื่องงานบอลไปด้วย โอ้ยยยยยย พีคมาก #ทีมธรรมศาสตร์ สุดๆ เดี๋ยวก็ไปกินข้าวเย็น อ่าน Safe Talk นอนตั้งแต่หกโมงเพราะจะต้องตื่นห้าทุ่มครึ่ง ไปบรีพตอนตีหนึ่ง สู้แหละ กลับบ้านทั้งทีนี่เนาะ :)









    ก็นี่แหละ สัปดาห์ที่แสนจะวุ่นวายเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเยอะแยะเหลือเกิน ตื่นเต้นกับไฟล์ทคืนนี้แหะ ไม่รู้จะโอเคมั๊ย เป็นยังไงบ้าง เครียดๆนะเอาจริง นี่คงเดี๋ยวไปล้างจาน อาบน้ำ แล้วนอนเลย อย่างอื่นค่อยตื่นมาอ่านก็ได้วู้ย การนอนสำคัญกว่า T T





    See you very soon BKK :)

    ด้วยรัก...จากใจคนที่จะได้กลับบ้านแล้วว้อยยยยยย





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in