ฮ่องกงตรงไหนก็หว่องChérie K.
Out of town
  • ADVERTISEMENT

    ADVERTISEMENT

    ADVERTISEMENT

    ADVERTISEMENT

    ออกนอกเมืองที่คุ้นเคยมาสู่เมืองที่ไม่เคยมาบ้าง วันนี้ฉันมีธุระแถว Kwun Tong (觀塘) ซึ่งออกเสียงด้วยสำเนียงอินเตอร์อย่างมั่นหน้าว่า "ควันตง" มานานชาติกว่า ๆ มาบรรลุธรรมก็เมื่อจูยองอ้ปป้าออกเสียงสำเนียงโลคอลว่า "กุ๊นถ่ง" โอเค เรามาเนียนทำตัวเป็นฮ่องกงเกอร์พูดแคนโตนีสกัน วันนี้เราจะไปกุ๊นถ่งกันนะคะ  นั่งรถไฟใต้ดินกันจนเบลอเลย เพราะต้องแวะมาทำธุระแถวจิมซาจุ่ยก่อน ฉันนั่ง MTR สายสีฟ้าจากสถานีทิ้นห่าว (Tin Hau) เพื่อเปลี่ยนสายสีแดงที่แอดมิรัลตี้ (Admiralty) มายังจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) จากสายสีแดงนั่งไปอีกสองสถานี มาเปลี่ยนเป็นสายสีเขียวที่หม่งก๊ก (Mong kok) แล้วก็นั่งไปอีกเก้าสถานีก็ถึงกุ๊นถ่ง (Kwun Tong)  ใช้เวลาเดินทางเกือบชั่วโมง แล้ววันนี้ต้องแวะพบลูกค้าที่ Initial headquarter อีก Google map น่ารักอีกแล้ว พากันเดินวนตั้งแต่บ่ายสอง ไปอ้อมอ่าวเกาลูนหรืออ่าวเก๋าหล่งรอบหนึ่ง กว่าจะถึง Initial ก็เกือบบ่ายสาม อีกหนึ่งนโยบายของกูเกิล แม็ป คือสนับสนุนให้ทุกคนออกกำลังกายนั่นเอง


    ฉันแวะ Yue Man Square ซึ่งเป็นใจกลางเมืองของกุ๊นถ่ง เป็นย่านรวมธนาคารของฮ่องกง ถ้านึกไม่ออกก็ขอให้คิดว่าแบงก์กรุงเทพอยู่ข้างไทยพาณิชย์ ถัดไปเป็นกรุงไทย ฝั่งตรงข้ามเป็นธนชาติ เยื้องมาอีกหน่อยเป็นกสิกร ถัดไปอีกเป็นทหารไทย เรียกว่ามาที่นี่ที่เดียวทำธุรกรรมได้ทุกธนาคาร นอกจากเป็นแหล่งรวมการเงินแล้ว ตรง Golden street มีร้านจิวเวลรีอยู่เป็นสิบ ๆ ร้าน เมื่อปี 1992 เป็นข่าวดังของฮ่อมาก Yip Kai Fuen ผู้ลี้ภัยที่ผิดกฎหมายของจีนอพยพมาอยู่ฮ่องกง ซึ่งในตอนนั้นเขาอายุเพียงแค่ 23 ปี เขาและสมุนใช้ปืนไรเฟิลเข้าปล้นร้านอัญมณีและเครื่องประดับ จนในที่สุดก็โดนตำรวจฮ่องกงจับ แต่ยิปก็แกล้งทำเป็นไส้ติ่งอักเสบ จนตำรวจย้ายเขาไปโรงพยาบาล ในที่สุดยิปก็หลบหนีไปได้ โดยการปล้นรถตู้และบังคับให้คนขับถอดเสื้อผ้าและรองเท้าออก เพื่อให้ยิปใส่พรางตาเจ้าหน้าที่ตำรวจและหลบหนีไปได้ อีกหกปีต่อมาเขาก็ปล้นร้านเครื่องประดับในกุ๊นถ่ง โดนไปถึง 5 ร้าน และต่อจากนั้นก็ก่อคดีอีกมากมาย ทั้งฆาตกรรมและปล้นอาวุธ จนตำรวจฮ่องกงตั้งค่าหัวยิปถึงหนึ่งล้านเหรียญฮ่องกงดอลลาร์  ในที่สุดก็โดนจับที่เคนเนดี้ ทาวน์ (Kenedy Town) ถูกศาลตัดสินให้จำคุก 41 ปี แต่ในที่สุดเขาก็เสียชีวิตที่โรงพยาบาลด้วยโรคมะเร็งปอด เมื่อวันที่ 19 เมษายนปี 2017 ฟังดูเหมือนพล็อตหนังแอคชั่นฮ่องกงที่เราคุ้นตามากกว่าจะเป็นเรื่องจริง แต่เรื่องของยิปถูกนำมาสร้างเป็นหนัง ทั้งเรื่อง The king of robbery, Hong Kong's king of thieves, The most dangerous man และ Trivisa  ประวัติโชกโชนในด้านมืดขนาดนี้ ยังมีหนังออกมาเป็นเกียรติเป็นศรีให้แก่ชีวิต 


    ถึง Initial Headquarter ที่เป็นส่วนของออฟฟิศก็เล่นเอาเหงื่อท่วม เพราะค่อนข้างไกลจากสถานีรถไฟใต้ดินพอควร ตัวตึกรายรอบไปด้วยโรงงานเก่า ๆ ขนาดย่อมที่แปรสภาพเป็นร้านค้า คาร์แคร์ และโรงรีไซเคิลขยะและตึกเก่า ๆ อพาร์ตเมนต์สูงเสียดฟ้าตั้งเรียงราย เป็นบรรยากาศที่แปลกตาหาดูที่ไหนไม่ได้นอกจากที่กุ๊นถ่งเท่านั้น ภายในตัวตึกของ Initial ตกแต่งเป็นสีดำ เรียบง่ายแต่ดูหรู มีกลิ่นอายวินเทจปนกับความโมเดิร์น ดูน้อยแต่มาก เป็นความ Less is more ที่แท้จริง Initial เป็นแบรนด์แฟชั่นที่มีทั้งความเรียบเท่และมินิมอล มีสาขาทั่วฮ่องกงและที่จีนแผ่นดินใหญ่ด้วย ไม่พอยังมีคาเฟ่ที่ขายทั้งอาหารและเครื่องดื่ม มีช็อปขายไอศกรีมด้วย มีคนแนะนำว่าอร่อย แต่ก็ยังไม่เคยลองสักที ได้แต่ผัดวันประกันพรุ่งเรื่อยไป ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็เสร็จธุระ โชคดีที่หาข้อมูลมาก่อนว่าแถวออฟฟิศของ Initial มี Kwun Tong Promenade ซึ่งเป็นสวนริมน้ำ มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เลยติดรองเท้าผ้าใบมาด้วย อย่างน้อยถ้าไม่วิ่งจริงจังก็ใส่เดินเล่นเลียบแม่น้ำชิลล์ ๆ ได้ จากจุดนี้สามารถมองเห็น Kwun Tong Typhoon shelter ด้วย มีเรือเฟอร์รีจอดลอยเหนือน้ำอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ริมทางวิ่งมีม้านั่งให้นั่งพัก มีพื้นที่สำหรับเด็กตรงใต้ทางบายพาสที่ถูกยกระดับขึ้นไป มีตู้น้ำให้กด เพียงแค่เอาบัตรปลาหมึกไปแตะ จะนั่งเฉย ๆ ชมน้ำชมฟ้าไปตามเรื่องก็ได้ ฉันเห็นคนฮ่องกงอายุประมาณ 50 เอาหนังสือมานั่งอ่าน ดื่มกาแฟไปด้วย ดูรื่นรมย์กับชีวิตที่ไม่วุ่นวาย แดดยามบ่ายแก่ ๆ ไม่ร้อนจัด มีเมฆคล้อยลอยต่ำ ลมเย็นพัดน้ำให้กระเพื่อมระยิบระยับยามกระทบกับแสงอาทิตย์ ดูผ่อนคลาย สงบ แต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ฉันวิ่งตามทางเลียบแม่น้ำไปกลับหลายต่อหลายรอบ เสียบหูฟัง ฟังเพลง ชมวิวไป วิ่งผ่านเห็นคนเอาอาหารมานั่งทานตรงม้านั่งก็แอบหิว นึกขึ้นได้ว่ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่บ่าย ฉันหาที่นั่งเพื่อเสิร์ชหาร้านอาหารอร่อยย่านกุ๊นถ่ง เพื่อจะพบว่าความอร่อยของคนเราไม่เท่ากันนั่นเอง



    ไม่ไกลจากกุ๊นถ่ง มีสนามบินแห่งชาติอันเก่าแก่ของฮ่องกงที่ปิดให้บริการไปแล้วอย่างสนามบินไคตั๊ก (Kai Tak Airport)  เหตุผลที่ปิดไปคือทางการฮ่องกงต้องการขยายสนามบินเพื่อรองรับผู้โดยสาร และอีกเหตุผลหนึ่งคือการที่สนามบินไคตั๊กตั้งอยู่ในเขตเมือง ทำให้มีพื้นที่จำกัดในการสร้างรันเวย์เพิ่ม อีกทั้งรอบ ๆ สนามบินรายล้อมไปด้วยเทือกเขาและตึกสูง ทำให้เครื่องบินต้องร่อนค่อย ๆ  ผ่านตึกก่อนที่ล้อจะแตะรันเวย์ จนติดอันดับ 6 สนามบินที่อันตรายที่สุดในโลก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ทั้งบินตกน้ำบ้าง บินเฉี่ยวตึกบ้าง เคยอ่านจากที่ไหนสักแห่งว่านักบินกลัวเจอ Cross wind ขณะแลนดิงกันมาก แสงสีจากตึกทำให้ทัศนวิสัยไม่ดีเท่าที่ควร นักบินต้องมีความชำนาญและคุ้นเคยกับสนามบินอย่างมากที่จะพาเครื่องบินลงจอดอย่างราบลื่นและปลอดภัย เรียกว่าเป็นสนามบินปราบเซียนอะไรประมาณนั้นเลย  
    สนามบินไคตั๊กเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1925 และปิดให้บริการในปี 1998 รวมทั้งสิ้นเป็นระยะเวลา 77 ปี เกือบร่วมศตวรรษ ไฟลท์ขาเข้าสุดท้าย คือ KA841 ของสายการบิน Dragon Air ซึ่งบินมาจากฉงชิ่ง ไฟลท์ขาออกสุดท้ายคือ CX251 สายการบิน Cathay Pacific บินไปลอนดอน หลังจากส่งเครื่องบินลำสุดท้ายขึ้น พนักงานหอบังคับการบินได้จัดพิธีปิดสนามบินบนหอบังคับการบิน และคำสุดท้ายที่พูดขณะปิดไฟรันเวย์คือ "ลาก่อนไคตั๊ก, ขอบคุณ" และวันรุ่งขึ้น สนามบินก็ร้างผู้คน ไม่มีเครื่องบิน บินออก บินเข้าอย่างเคย
    ปัจจุบันสนามบินไคตั๊กได้กลายมาเป็นท่าเรือ Kai Tak Cruise Terminal เปิดให้บริการแล้วเมื่อปี 2013 จนถึงทุกวันนี้ เมื่อพูดถึงสนามบินไคตั๊ก คนฮ่องกงก็ยังคิดถึงกันอยู่ และยังเป็นสนามบินในความทรงจำของคนที่เคยไปเยือนด้วย 

                                                                              cr.Pinterest

    หนึ่งวันในกุ๊นถ่งหมดไปอย่างรวดเร็ว อย่างที่เขาว่าเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอ แม้ว่าเราอยากจะเก็บช่วงเวลาดี ๆ นั้นไว้ไม่ให้ผ่านไปก็ตาม แต่ทุกคนก็รู้ดี ว่าไม่มีใครทำได้ สิ่งที่จะทำให้ความทรงจำไม่เลือนหาย นั่นคือเราเก็บมันไว้ในซอกลึกที่สุดของหัวใจ วันข้างหน้าเราอาจจะไม่คิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมากเท่านี้ แต่ก็ยังรับรู้อยู่เสมอว่าครั้งหนึ่งสิ่งนั้นเคยเกิดขึ้น 

    จบ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in