ฮ่องกงตรงไหนก็หว่องChérie K.
18 grams Specialty coffee
  • ADVERTISEMENT

    คาเฟ่สุดฮิปย่านคอสเวย์ เบย์

    วันนี้เป็นวันที่ฉันย้ายห้องมาอยู่ฝั่งทิ้นห่าว (Tin hau)  เพียงแค่ข้าม Victoria Park ไปอีกฝั่ง จูยองอ้ปป้ามาช่วยขนของ สัมภาระที่ดูจะเป็นภาระสมชื่อ มีกระเป๋าเดินทางสองใบ ใบใหญ่ขนาด 32 และ 16 นิ้ว พร้อมทั้งเสบียงอีกถุงใหญ่ ตอนที่กำลังลากกระเป๋าออกจากห้องกันอยู่นั้น คู่รักข้างห้องในตำนานที่เคยพูดถึง​ไปเมื่อตอนก่อนหน้านี้ก็กลับเข้ามาพอดี ผู้หญิงน่าจะเป็นคนฟิลิปปินส์ ส่วนผู้ชายเป็นฝรั่ง ไม่แน่ใจว่ามาจากชาติไหน บังเอิญว่าเราสบตากัน ฉันจึงส่งยิ้มให้เธอ เธอหลบตาแล้วก็รีบแตะคีย์การ์ดเปิดประตูเดินเข้าห้องไป เหมือนจะรู้ว่าฉันเป็นเจ้าของกระดาษโน้ตแผ่นนั้น ฉันหันไปมองจูยองอ้ปป้าที่มองมาพอดี เขาได้แต่ยักไหล่แล้วยื่นมือมารับกระเป๋าไปถือให้โดยไม่พูดอะไร 
    เราแวะร้านกาแฟ 18 grams ซึ่งเป็นร้านโปรดของเราทั้งคู่ ตรงถนน Cannon Street ระหว่างทางจากคอสเวย์ เบย์ไปที่พักใหม่ตรงทิ้นห่าว ต้องวนหาที่จอดรถกันอยู่นานกว่าจะได้มานั่งจิบกาแฟสวย ๆ โชคดีที่วันนี้คนน้อยกว่าทุกครั้ง และยังพอมีโต๊ะว่าง เราเลยไม่ต้องไปแชร์โต๊ะกับใครเหมือนคราวก่อนทุกครั้งที่มา 18 grams เป็นร้าน Specialty Coffee ที่เปิดเมื่อปี ค.ศ.2010 สาขาที่คอสเวย์ เบย์ เป็นสาขาแรกที่เป็น Premium Espresso Bar ในร้านมีแค่ 3 โต๊ะ บริเวณด้านนอกมีบาร์เล็กๆนั่งได้ประมาณ 4-5 คน และโต๊ะเพียงตัวเดียว ไว้ให้ลูกค้าเสวนาจิบกาแฟ ตอนนี้ 18 grams มีถึง 8 สาขาทั่วฮ่องกง 6 ที่เป็นคาเฟ่และอีกสองที่เป็น Coffee Stand ส่วนสาขาที่เป็น Roastery Lab จะอยู่ตรงหว่านจ๋าย ฉันเคยอ่านเว็บไซต์ของร้าน บอกไว้ว่าเป้าหมายของทาง 18 grams คือการนำกาแฟคั่วบดระดับพรีเมียมสู่ฮ่องกง พวกเขาเชื่อว่ากาแฟที่ดีไม่ได้เริ่มต้นที่คาเฟ่ แต่เริ่มมาจากแหล่งปลูก จึงเสาะหาเมล็ดกาแฟจากทั่วโลกเพื่อนำมาคั่ว บด และชงด้วยความพิถีพิถัน เพื่อเสิร์ฟให้กับลูกค้าที่แวะเวียนมาที่ร้าน บาริสต้าที่นี่ถูกฝึกมาอย่างดี มีความรู้ดีเยี่ยมทั้งในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ โดยเฉพาะบาริสต้า Leon เขาเพิ่งได้รับรางวัลอันดับสองในการแข่งขัน Hong Kong syphonnist coffee competition มาหมาด ๆ อ้ปป้าเล่าให้ฟังว่าไอ้เจ้าไซฟอนเนี่ย เป็นวัตถุซึ่งประกอบไปด้วยแก้วทรงกระบอกสำหรับใส่ผงกาแฟ กาต้มน้ำทรงกลม ฟิลเตอร์กรองกากกาแฟ และเตาทำความร้อน เหมือนอุปกรณ์ในห้องแลบวิทยาศาสตร์ยังงั้นเลย วิธีการชงก็คือบดเมล็ดกาแฟให้เป็นผงด้วยเครื่องบดกาแฟทั่วไป แล้วก็เทผงกาแฟลงไปในกระบอกแก้ว จากนั้นก็เติมน้ำร้อนลงไปในกาที่ใช้ต้ม แล้วก็เอาไปตั้งไฟ จนน้ำที่เดือดดันตัวขึ้นไปผสมกับผงกาแฟ แล้วก็ค่อย ๆไหลกลับลงมาในกาต้มน้ำ ส่วนกากกาแฟจะถูกกรองเอาไว้ด้วยฟิลเตอร์ ดูเท่อะไรขนาดนี้ เหมือนนักวิทยาศาสตร์กำลังทดลองสารเคมีอะไรสักอย่างเลย แต่จะว่าไปร้านที่ใช้ไซฟ่อนในการชงกาแฟในฮ่องกงมีน้อยมากถ้าเทียบกับทางฝั่งญี่ปุ่น ในฮ่องกงส่วนมากจะเป็นแฮนด์ดริปหรือชงจากเอสเพรสโซแมชชีน อ้ปป้าบอกว่าคงเป็นเพราะคนญี่ปุ่นชอบดื่มกาแฟแบบคลีน ๆ นั่นเอง 

    นี่ความรู้ใหม่เลยนะเนี่ย
                                                                                www.18grams.com

    ตอนแรกว่าจะสั่ง Take Away แล้วออกมาเลย เพราะคิดว่าคนคงแน่นร้านจนไม่มีโต๊ะให้นั่ง และก็เพราะจูยองอ้ปป้าพระเอกของเรางานเข้า เลยต้องรีบกลับเข้าออฟฟิศเดี๋ยวนั้น ออฟฟิศของเขาอยู่แถวจิมซาจุ่ย ซึ่งห่างจากที่นี่คนละฟากฝั่ง อ้ปป้าคุยโทรศัพท์อยู่พักนึง แล้วก็วางสายไป 
    "เธอรอพี่อยู่นี่ เดี๋ยวขอกลับไปเอาแล็ปท็อปในรถ แล้วทานอาหารเช้ากันที่นี่เลย" 
    จูยองอ้ปป้าบอกหลังจากที่สั่งอาหารและรูดบัตรจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว เช้าของเขาคือสิบเอ็ดนาฬิกา ห้าสิบนาที อีกสิบนาทีจะเที่ยงนั่นเอง กลายเป็นมื้อ Brunch มากกว่าจะ Breakfast นะเอาจริง ๆ ฉันเลือกโต๊ะที่ว่างแบบไม่มีใครแชร์ตรงโซนบริเวณนอกตัวร้าน รอไม่นานนัก จูยองอ้ปป้าก็โผล่หน้าหล่อ ๆ มาพร้อมแม็คบุ๊คในอ้อมแขน เอามากางนั่งทำงาน กดมือถือสลับกันไปโดยไม่พูดไม่จา สักพักก็หายออกไปคุยโทรศัพท์แล้วกลับมานั่งทำหน้าเคร่งเครียดต่อ ความเป็นมนุษย์เกาหลีมีบ้างที่หลุดสบถเป็นภาษาเกาหลีออกมา พออ้ปป้ารู้ว่าฉันเข้าใจ เขาก็หัวเราะ ในยามที่ยิ้มและหัวเราะแบบนี้ ใบหน้านั้นอ่อนเยาว์ราวหนุ่มน้อยอายุสิบเจ็ด ไม่เหมือนคนอายุสามสิบกลางๆเลย เอ๊ะ นี่เป็นคำชมหรือยังไงนะ ชมเอง งงเอง นักเลงจริง ๆ

    กาแฟที่เราดื่มวันนี้ เป็นเอสเพรสโซร้อนตัว Signature blend collection (House Blend) ตัว Black sheep เมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกเม็กซิโก, อินเดีย และโคลอมเบีย กาแฟเบลนด์คือเมล็ดกาแฟที่ผสมกาแฟจากหลายแหล่งปลูกเข้าด้วยกัน จนได้รสชาติที่เป็นกลมกล่อมและโดดเด่น อย่างตัวแกะดำที่ดื่มวันนี้ รสชาติที่ได้ก็จะรสกลาง ๆ นวล ๆ ไม่เปรี้ยวมาก 

    จูยองอ้ปป้าสั่งอเมริกาโนร้อน Single Origin เมล็ดจากบราซิล ซิงเกิล ออริจิน คือเมล็ดกาแฟที่มาจากแหล่งปลูกเดียว ไม่มีกาแฟตัวอื่นปะปน จึงค่อนข้างมีเอกลักษณ์ที่ชัดและโดดเด่น ได้ลองชิมแล้วไม่น่าเชื่อว่ากาแฟบราซิลเลียนจะรสดีขนาดนี้ บอดี้ค่อนข้างชัด มีรสของโกโก้และมอลต์เบา ๆ ที่รู้เพราะบาริสต้าแอบบอกมา อ้ปป้าหันมากระซิบกลับเช่นกัน
    "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามอลต์มันเป็นรสยังไง"
    ฉันลองชิมอีกที ก็พบว่าได้กลิ่นมอลต์อย่างที่บาริสต้าบอกจริง ๆ แต่รสโกโก้ชัดกว่ามาก ขมแบบสมูธ เอซิดิตี้กลาง ๆ ไม่ฟลอรัลฟรุตตี้ ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอุปาทานไหม ถึงได้รสมอลต์ตามที่เขาบอก ที่นี่เสิร์ฟ All day Breakfast จูยองอ้ปป้าการันตีว่ามูสลี่ (Muesli) และ Aussie Breakfast อร่อย รสชาติออสซี่แท้ ๆ ทานแล้วคิดถึงเมลเบิร์นเลย ใครอยากจะสัมผัสกับรสชาติแบบออสซี่บ้าง ก็สั่งมาทานกันได้ สนนราคาจานละ 108hkd เป็นราคาที่สมเหตุสมผล เพราะให้มาจานใหญ่ขนาดสองคนอิ่ม วัถตุดิบเกรดพรีเมียม ผักสดกรอบหวาน ออมเล็ตรสสัมผัสครีมมี ๆ กำลังดี ขนมปังอย่างดีกริลล์มาหอม ๆ ไส้กรอกและเบคอนก็คุณภาพดีมาก และที่สำคัญอร่อยมากกกก กอไก่ร้อยตัว อยากจะสั่งอีกจานก็เกรงใจราคาที่สมองประมวลผลเป็นเงินไทยไปแล้วเรียบร้อย ปกติไม่ใช่คนตะหนี่กับเรื่องกิน แต่ถ้าเป็นราคาที่อ้ปป้าต้องจ่ายก็รู้สึกเกรงใจ เคยแย่งจ่ายหลายทีแล้วแต่คุณพี่ไม่ยอม เลยต้องตอบแทนด้วยการซื้ิอของไปใส่ตู้เย็นให้ เป็นกฏของการ give และ take
    โดยรวมแล้วเราให้คะแนนร้านนี้ 4.9/5 กาแฟดีมาก อาหารอร่อยมาก พนักงานเฟรนด์ลีมาก แต่อาหารค่อนข้างช้า ทั้ง ๆ ที่เป็นวันที่คนเริ่มนิ่ง นั่งละเลียดกาแฟกันหมดแล้ว ช้าแบบหายหิวแล้วก็หิวใหม่อีกรอบ ถ้าหิวมากก็จะกระวนกระวายแอบหงุดหงิดใจเบา ๆ 18grams ไม่ใช่ร้านที่เราจะมานั่งทอดอารมณ์ชมนกชมไม้ แต่บางทีก็แอบเห็นคนฮ่องกงเอาแล็ปท็อปมากางดูซีรีส์เกาหลี นั่งดื่มกาแฟไปก็มี เพราะสาขานี้ตั้งอยู่ในย่านแหล่งช็อปฯที่คนค่อนข้างเดินพลุกพล่าน แต่ถ้าอยากชิมกาแฟดี ๆ ที่เรายกให้เป็นท็อปไฟว์ร้านกาแฟที่ดีที่สุดในฮ่องกง มีออลเดย์เบรกฟาสต์อร่อย ๆ ก็แนะนำเลย รับรองค่ะ ว่าจะไม่ผิดหวัง

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in