ฮ่องกงตรงไหนก็หว่องChérie K.
Brew Note Coffee Roaster
  • ADVERTISEMENT

    ADVERTISEMENT

    ADVERTISEMENT

    ฉันเพิ่งมาดื่มกาแฟอย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็เมื่อเกือบสิบปีมานี้ ชอบกาแฟร้อนมากกว่ากาแฟเย็น ถึงแม้ว่าสภาพอากาศเมืองไทยจะไม่เอื้อก็ตาม  ฉันไม่ใช่สเปเชียลลิสต์ในด้านกาแฟ แยกการ Process ของกาแฟไม่ออก  ใช้ Espresso machine ก็ไม่เป็น ดื่มเป็นอย่างเดียว แต่ก็แอบหงุดหงิดทุกครั้งที่สั่งอเมริกาโนในเมืองไทย แล้วได้กาแฟดำใส่น้ำเชื่อมหวาน ๆ มาให้ บางร้านก็คงหวังดี กลัวกาแฟจะขมจัด เลยแอบเหยาะนมมาด้วยเบา ๆ บางที่ก็ใจดีแถมน้ำแข็งให้ซะเยอะเชียว แต่เชื่อไหมว่าฉันไม่เคยเจอปัญหาดังกล่าวกับร้านกาแฟในฮ่องกงเลย สั่งร้านไหนก็ถูกใจเสมอ ไม่มีการมาถามว่าชอบแบบคั่วอ่อน คั่วกลางหรือคั่วเข้ม แต่จะบอกคาแรคเตอร์ของเมล็ดกาแฟให้ทราบ ว่าเมล็ดแต่ละตัวให้รสแบบไหน อาฟเตอร์เทสต์ยังไง บางร้านบอกให้ทราบถึงแหล่งปลูก คนที่ชื่นชอบในการดื่มกาแฟอย่างฉันค้นพบว่า ฮ่องกงไม่ได้มีแค่อาหารอร่อย แต่มีร้านกาแฟดี ๆ บาริสต้าเก่ง ๆ เยอะไปหมด 

    Brew note coffee roaster เป็นร้าน Specialty coffee ที่จูยองอ้ปป้าแนะนำมาว่า 
    ”กาแฟร้านนี้ดีมากนะยู ดีงามไม่แพ้ร้านกาแฟในเมลเบิร์นเลย เป็นกาแฟแฮนด์ดริปที่ดีที่สุดในฮ่องกงเลย”
    อ้ปป้าผู้ซึ่งเคยเป็นเด็กเมลเบิร์นเก่า ปัจจุบันกลายเป็นผู้ใหญ่ฮ่องกง เริ่มผันตัวเป็นนักโฆษณา ถ้าพี่จะฮาร์ดเซลล์เบอร์นี้ น้องก็คงต้องลองหน่อยแล้ว

    บ่ายแก่ ๆ หลังจากที่คุยเรื่องงานกับบอสเสร็จและเอาของกลับมาเก็บที่อพาร์ตเมนต์แล้ว ฉันก็นั่งแทรมจาก Causeway bay ไป North point ที่ตั้งของร้านกาแฟ เพียงแค่สองป้ายแทรม ถามทางอ้ปป้า ฮีก็ตอบมาแบบงง ๆ เลยต้องเปิด google map ช่วย เพราะร้านกาแฟไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ ต้องข้ามถนนไปอีกฝั่ง เพื่อเข้าซอยไปอีกหน่อย โดยรวมแล้วซับซ้อนกำลังดี เป็นการเผาผลาญแคลอรี ก่อนจะไปเติมคาเฟอีนเข้าสู่ร่าง



    ในที่สุดกูเกิล แม็ปก็พาฉันมาถึงโดยพาไปอ้อมซอยถัดไปอีกสองซอยก่อนจะวนมาเจอร้าน เอาจริง ๆ ถ้าเดินเลี้ยวซ้ายก็จะถึงร้านโดยที่ไม่ต้องไปอ้อมตรงไหนเลย ขำมากกว่าจะโมโห เอาเถอะ ถือว่าเดินออกกำลังก็ได้ ฉันมองผ่านกระจกใสเข้าไปในร้าน คนแน่นขนัดทำให้ร้านดูคับแคบและอึดอัด แต่เมื่อผลักประตูเข้าไปกลับรู้สึกอบอุ่น กลิ่นกาแฟหอมฟุ้งไปทั่วร้าน เสียงบดเมล็ดกาแฟและเสียงเพลงขับคลอไปเบา ๆ เสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของผู้คนในภาษาที่ทั้งฟังออกและไม่ออก เป็นบรรยากาศร้านกาแฟที่ฉันชอบมาก ฉันเดินไปสั่งเอสเพรสโซร้อน บาริสต้าแนะนำว่าวันนี้ที่ร้านมีเมล็ดกาแฟพิเศษ Single origin มีตัว Moramora Yirgacheffe จากแหล่งปลูกเอธิโอเปีย มี Elida estate จากปานามา 

    นึกถึงเพื่อนบาริสต้าชาวเกาหลี เขาเคยบอกว่าชอบเมล็ดเอธิโอเปีย เยอกาเชฟฟ์ เพราะชอบกาแฟรสเปรี้ยวแบบฟรุตตี้ฉ่ำ ๆ ฉันเลยเลือกเมล็ดโมรา โมรา เยอกาเชฟฟ์มาลองชิม ดื่มแล้วฉันก็นึกถึงเขา เป็นความนึกถึงที่อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นความคิดถึง 

    เอกลักษณ์ของกาแฟจากเอธิโอเปียที่ฉันเคยดื่ม จะมีความหอมของดอกไม้ รสเปรี้ยวของผลไม้ มีบอดี้ที่เบา แต่มีมิติ มีรสซับซ้อนและโดดเด่น ฉันเคยอ่านเจอว่าถ้าได้บาริสต้าเก่ง ๆ เข้าใจในศาสตร์และศิลป์ของกาแฟอย่างดีแล้วสื่อออกมาได้ครบถ้วน เราจะสามารถรู้เลยว่าเป็นเมล็ดกาแฟจากแหล่งปลูกไหน คั่วอย่างไร จริง ๆ ฉันเองก็ไม่ได้เก่งพอที่จะรู้อะไรได้ลึกขนาดนั้นทั้งหมด  รู้แค่ว่าอันไหนอร่อยถูกปาก ตัวเองชอบกาแฟรสแบบไหน ฉันใช้กาแฟดำเป็นตัววัด หากใครหยิบไปผสมกับน้ำตาลหรือนม ฉันก็อธิบายถึงความอร่อยไม่ได้แล้ว
    ฉันเลือกที่นั่งตรงหน้าบาร์กาแฟ เพื่อจะได้มองโชว์แฮนด์ดริปจากบาริสต้าวินเซนท์ได้ถนัด สักพักเอสเพรสโซร้อนก็ถูกนำมาเสิร์ฟตรงหน้าพร้อมกับ paper coaster บาริสต้าอีกคนอธิบายว่ากระดาษกลม ๆ สีฟ้าที่เสิร์ฟมาเป็นที่รองแก้วนี้ สามารถเขียนรสชาติของกาแฟที่เราดื่มเข้าไปว่ามี Aroma และ Texture, Acidity, Sweetness ยังไง Flavor และ After Taste เป็นแบบไหน พอเขียนเสร็จก็สามารถนำแผ่นนี้กลับบ้านเป็นที่ระลึกได้เลย ฉันไม่แน่ใจว่าใครเป็นเจ้าของไอเดียนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นจุดขายของร้านที่ดีมาก เพราะในความรู้สึกของฉันระหว่างที่จิบกาแฟแล้วค่อย ๆ กลืนลงคอ ก็จะวิเคราะห์รสชาติไว้ในใจเงียบ ๆ แล้วก็จะไม่ลืมรสนั้นและระลึกถึงความรู้สึกขณะดื่มอยู่เสมอ



    ฉันจิบน้ำเปล่าก่อนยกกาแฟขมร้อนในแก้วสีเดียวกับผนังร้านขึ้นจิบ โดยไม่ลืมที่จะสูดกลิ่นกาแฟที่หอมตลบอบอวลอยู่ตรงจมูก บอดี้ของกาแฟเบากว่าที่คิด ขมหอม ได้กลิ่นฟรุตตี้แบบเบอร์รี ๆ เป็นความเปรี้ยวที่แทรกขึ้นมาบาง ๆ เอซิดิตี้ไม่เหมือนกับตัวเยอกาเชฟฟ์ที่เคยดื่มมา อาฟเตอร์เทสต์ได้รสขมแล้วก็เปลี่ยนเป็นหวานในปากในคอ  เมื่อจิบน้ำตาม รสหวานจะยิ่งชัด เป็นความหวานโดยที่ไม่ต้องเติมน้ำตาลลงไปแม้แต่น้อย นี่เป็นเสน่ห์ของรสชาติกาแฟอีกอย่างหนึ่งที่ฉันค่อนข้างชอบ จริง ๆ แล้วการจิบน้ำตามหลังจากดื่มกาแฟจะทำให้อาฟเตอร์เทสต์ รสชาติและความหอมหายไป แต่กาแฟที่ดื่มวันนี้ยังคงติดอยู่ในใจไม่ลืมจริง ๆ ฉันไม่รู้ว่าควรจะเขียนรสชาติลงไปในกระดาษที่บาริสต้าให้มายังไง แต่เมื่อวินเซนท์เงยหน้าขึ้นมาเพื่อดูปฏิกิริยาหลังจากที่ดื่มกาแฟหมดของฉัน ฉันก็ได้แต่ส่งยิ้มไปและยกนิ้วโป้งให้ เพื่อบอกว่ากาแฟเยี่ยมจริง ๆ เขายิ้มและก้มศีรษะให้เล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปอยู่ในโลกกาแฟของเขาต่อ 


    บาริสต้าวินเซนท์ของเราดูคูลมาก ๆ เมื่ออยู่ท่ามกลางอุปกรณ์กาแฟแบบนี้ เขายกกาน้ำ (Pourover Kettle) อย่างนุ่มนวล ค่อยๆเทน้ำร้อนผ่านดริปเปอร์และฟิลเตอร์ (Coffee Dripper&Filter) หยดแล้ววนออก ช้าบ้าง เร็วบ้าง สลับกันไปโดย จังหวะที่น้ำค่อย ๆ หยดกลายเป็นกาแฟสีน้ำตาลทอง ดูคล้ายภาพสโลว์โมชัน โดยมีเสียงดนตรีแจ๊สในร้านเป็นแบ็คกราวน์ มีที่บดมือหมุน (Hand Grinder) วางข้างๆกับเครื่องบดและเครื่องชง ให้ความรู้สึกเหมือนเขากำลังทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์อะไรสักอย่าง ดูเท่ไม่เบาเลย

    นอกจากจะมีกาแฟดี ๆ ให้ลูกค้าเลือกแล้ว ที่ร้านยังมีเมนู Non coffee drinks มีเครื่องดื่ม Chocolate แบบ single origin จากแหล่งปลูก Ecuador, Peru และ Bolivia ให้เลือก รวมถึง Specialty tea ด้วย วัดจากสายตาแบบหยาบ ๆ จะเห็นว่าคนส่วนใหญ่จะมาที่นี่เพื่อดื่มกาแฟ เกือบ 30% ของลูกค้าในร้านไม่ใช่ชาวเอเชีย และฉันก็็เป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่นั่งในร้านวันนี้ 


    ฉันเก็บกระดาษที่ยังไม่ได้เขียนอะไรลงไป สอดไว้ในหนังสือ เก็บหูฟังแบบอินเอียร์ที่ไม่ได้ใช้ลงในซองหนังเล็ก ๆ ยื่นถ้วยกาแฟที่ดื่มหมด ทิ้งคราบสีน้ำตาลจาง ๆ ไว้ที่ก้นถ้วยคืนบาริสต้า ชิดเก้าอี้ตรงบาร์ สำรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้งว่าไม่ได้ลืมอะไรไว้ และไม่มีเศษขยะให้ใครต้องเก็บ ก้มศีรษะบอกลาบาริสต้าที่หันมาสบตาพอดี เราต่างส่งยิ้มและกล่าวขอบคุณแก่กัน

    ตอนเย็นอากาศดี ฉันเลือกที่จะเดินกลับที่พักแทนการใช้รถรางเหมือนตอนขามา แวะซื้อของเพื่อเอาไปทำมื้อเย็น คนเรานี่ก็แปลกดี นอกจากอาหารสามมื้อที่เราทานเข้าไปแล้ว ก็ต้องดื่มกาแฟด้วย ที่เราดื่มกาแฟไม่ใช่เพื่อประทังความหิวหรือให้อิ่มท้อง นอกจากคาเฟอีนที่ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าแล้ว เราดื่มกาแฟเพื่อเสพรสและกลิ่น มีกาแฟให้ดื่มเวลานอนเอกเขนกอ่านหนังสือ หรือมีกาแฟอยู่ข้าง ๆ เวลานั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เมื่อตื่นเช้ามาเจอวิวสวย ๆ เราก็อยากจิบกาแฟ สะลึมสะลือหนักแค่ไหนได้กาแฟเข้าไปก็สดชื่น กาแฟกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต กาแฟทำให้ออกเดินทางมายังดินแดนที่ไม่เคยคุ้น อย่างที่ฉันเคยอ่านเจอจากหนังสือเล่มโปรดเล่มหนึ่ง

    "บางครั้งแรงขับเคลื่อนในชีวิต ก็มาจากกาแฟเพียงถ้วยเดียว"
    (จากหนังสือ A cup of Sydney ของคุณมิงค์ Minkuthen)



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in