ฮ่องกงตรงไหนก็หว่องChérie K.
เหงาในเหงา
  • Solitude&Loneliness

    Siempre que te pregunto
    Que cuando como y donde
    Tú siempre me respondes
    Quizás quizás quizás

    เสียงเพลง Quizás quizás quizás ของ Nat King Cole จากลำโพงดังคลอเบา ๆ ฉันนั่งอยู่กับตัวเองลำพังบนเก้าอี้นวมหนานุ่มตัวเก่า ตรงระเบียงแคบที่ทอดยาวขนานกับตัวห้อง จิบไวน์แดงจากชิลีลดราคาที่เพิ่งซื้อมาจากจากซุปเปอร์ฯเมื่อช่วงเย็น รสไวน์ทั้งฝาดและเฝื่อนมากกว่าที่คิด แต่ก็พอบรรเทาความอยากไปได้หลายระดับ มีชีสและผลไม้อบแห้งสองสามอย่างไว้กินแกล้ม ฉันเปิดไฟสลัว ๆ สีนวลตา จุดเทียนหอมกลิ่นวานิลลาหวาน ๆ สร้างบรรยากาศ มีคนเคยบอกว่าเพลงแจ๊สและไวน์ดีิิ ๆเป็นสิ่งคู่กัน ฉันเห็นด้วย แม้ว่าวันนี้ไวน์จะไม่อร่อยเท่าที่ควรก็ตาม  

    Quizás quizás quizás เป็นภาษาสเปนิช มีความหมายเป็นภาษาอังกฤษว่า Perhaps Perhaps Perhaps เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง In the mood for love หนังโรแมนติกซับซ้อนสับสนปนเหงาของผู้กำกับหว่อง การ์ไว อีกด้านของหนังที่สะท้อนให้เห็นสภาพสังคมฮ่องกงในยุค 1960 ภาพของคุณนายเฉิน นางเอกของเรื่องในชุดกี่เพ้าแบบจีนฮ่องกงสวยสง่าและปราณีตทุกชุด นี่คือสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมการแต่งกายของฮ่องกงได้เป็นอย่างดี




    บนตึกสูงชั้น 12 มองออกไปเห็นแสงไฟจากตึกระยับพราวราวกับดวงดาวแข่งกันอวดแสง ช่างน่าเศร้าที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะเห็นดาวสักดวงที่ฮ่องกง จึงไม่มีอารมณ์โรแมนติกออกมายืนดูดาวกับใครเขา มีแต่สร้างบรรยากาศมอมตัวเองเรื่อยไป มีกลิ่นอาหารจากที่ไหนสักแห่งโชยมาตามลม ฉันได้กลิ่นของเทียนหอมกลิ่นวานิิลลาผสมกับกลิ่นของเครื่องเทศบวกกลิ่นกระเทียมพริกไทยอะไรสักอย่าง แต่เมื่อยามท้องอิ่ม กลิ่นนั้นจึงเหม็นฉุนมากกว่าจะหอม 

    บนท้องถนนยังมีรถราวิ่งไปมาขวักไขว่ ฉันก้มดูนาฬิกาที่ข้อมือ บอกเวลา 9 นาฬิกากับอีก 18 นาทีโดยประมาณ เข็มวินาทียังกระดิกเดินอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เหมือนรถที่วิ่งบนท้องถนนในยามนี้ คนฮ่องกงรุ่นใหม่ใช้ชีวิตกันคุ้ม เสร็จงานแล้วก็มีสังสรรค์กันต่อ วันรุ่งขึ้นก็ตื่นมาทำงานกันได้ตามปกติโดยไม่มีทีท่าอิดโรยหรือแฮงค์โอเวอร์เลยแม้แต่น้อย กราบใจจริง ๆ 

    เวลาฮ่องกงห่างจากประเทศไทยเพียงแค่ชั่วโมงเดียว ระยะทางห่างกันประมาณพันไมล์ แต่ในแง่ของความรู้สึก ระยะทางระหว่างเราเหมือนไกลเกินกว่านั้น  ไกลจนไม่มีมาตราวัดใดวัดใจได้เลย

    เพลงเก่าจบลง เพลงใหม่ Sometimes when we touch คลอไปเบา ๆ ฉันเดินกลับเข้าไปในห้องนอน หยิบหนังสือ "รักเร้นในโลกคู่ขนาน" (Sputnik Sweetheart) ของเฮียมู  Haruki Murakami ที่อ่านค้างไว้เมื่อตอนกลางวัน มานั่งเอกเขนกอ่านต่อตรงระเบียง หนังสืออะไรแค่ชื่อก็เหงาแล้ว  ไวน์พร่องลงไปเกือบครึ่งขวด เปล่าหรอก ฉันไม่ได้คอแข็งดื่มไวน์เป็นน้ำอะไรขนาดนั้น แต่ซุ่มซ่ามทำไวน์หกก่อนหน้านี้ไปเสียเกือบครึ่ง เสียดาย แต่ทำอะไรไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้ว ไวน์หกไปเอาคืนมาก็ไม่ได้ ความรักก็เช่นกัน ถ้าเราปล่อยมือจากกันไป ก็คงกลับมาจับมือกันไม่ได้อีกแล้ว 

    ฉันก้มลงอ่านหนังสือต่อ ปล่อยให้ความรู้สึกหน่วงจู่โจมหัวใจอย่างเงียบ ๆ

    “ทำไมคนเราถึงเหงาได้ขนาดนี้ 
    คำอธิบายแท้จริงซ่อนอยู่ที่ไหน 
    คนบนโลกนับล้านคน ทุกผู้ทุกคนโหยหาใครสักคน 
    ที่จะมาปลอบประโลมใจให้คลายเหงา
    แต่ก็กระถดตัวหนี ปลีกตัวไปอยู่เดียวดาย
    ทำไม?
    เป็นไปได้หรือไม่ว่า โลกถูกส่งมาให้ลอยดวงกลางอวกาศเวิ้งว้าง 
    เพียงเพื่อให้เป็นที่พำนักของคนเหงา"
    -Sputnik Sweetheart 


    นั่นสินะ...ทำไมคนเราถึงเหงาได้ขนาดนี้ ใช่หรือไม่ว่าในวัน ๆหนึ่ง ความเหงาเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ไม่เลือกเวลาและสถานที่ เกิดขึ้นแล้วก็หายไป วนเวียนปะปนไปให้ชีวิตรู้จักกับความโดดเดี่ยว เคยคิดไหมว่าท่ามกลางคนมากมายทำไมเรายังรู้สึกเหงา แต่บางครั้งเวลาอยู่คนเดียวลำพังเรากลับไม่เหงา นั่นพอจะอนุมานอย่างหยาบ ๆ ได้ไหมว่า ผู้คนไม่ใช่ตัวแปรที่ทำให้เหงามากขึ้นหรือน้อยลง บางครั้งเราก็เหงาขึ้นมาในใจเงียบ ๆ โดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยอะไรทั้งนั้น จะว่าไปฉันไม่ใช่มนุษย์ Introvert ไม่ใช่ประเภทเหงาแล้วฟูมฟาย ต้องหาใครมาบรรเทาความเหงาให้เบาบาง ไม่ใช่คนขี้เหงาอยู่คนเดียวไม่เป็น ไม่ใช่คนพร่ำเพ้ออยู่ไม่ได้ เสียใจอะไรก็ไปโพสต์ลงในโซเชียล ยังใช้ชีวิตบนโลกเหมือนคนปกติ เหงา? ก็แค่หาที่เงียบ ๆ นั่งอ่านหนังสือหรือฟังเพลงอยู่ในโลกที่มีแค่ตัวเองไปตามเรื่อง ถึงแม้เพลงแต่ละเพลงนั้นจะยิ่งตอกย้ำให้เหงา ให้เศร้าไปอีก เหงาให้สุด ดิ่งลงไปในห้วงยามแห่งความเหงา เอาตัวเข้าไปอยู่ในอารมณ์เหงา เหมือนหมุดที่ตอกย้ำลงไปจนมิด ไม่พยายามเอาชนะหรือดึงตัวเองออกจากความเหงานั้นเลย แต่กลับชอบให้ตัวเองรู้สึกจมดิ่งอยู่กับความโดดเดี่ยวและเดียวดายนั้น   เราไม่ใช่คนที่โดดเดี่ยวที่สุดในจักรวาล โลกนี้อาจมีคนเหงามากมายที่ไม่แสดงออก แต่ไม่มีใครกระเสือกกระสนให้หลุดพ้นจากวงโคจรแห่งความเหงา 

    ฮ่องกงเป็นเมืองเหงาอย่างที่ใครหลายคนบอกจริงไหม? 
    บางครั้งเราไม่อาจนิยามสถานที่แห่งใด เพียงเพราะเรารู้สึกเช่นนั้น  ในความคิดฉัน... ฮ่องกงเป็นเมืองเหงาแบบเท่ ๆ เหงาแต่งาม อ้างว้างแต่ว่าอบอุ่น เป็นความโดดเดี่ยวที่เรารู้ดีว่าไม่เคยเดียวดาย เป็นความขัดแย้งที่งุนงง และมีเพียงเราเองที่เข้าใจ

    เราอาจกระทำความหว่องโดยนั่งนิ่ง ๆ จมดิ่งอยู่กับความคิดของตัวเองในร้านเหล้าแถวลานไควฟง ท่ามกลางสิ่งเคลื่อนไหวและไฟนีออนสีสลัว ถือแก้วเหล้าไว้ในมือโดยไม่ยกขึ้นดื่ม คีบบุหรี่ไว้ที่ปลายนิ้วให้ไฟลามเลียช้าๆโดยไม่ยกขึ้นมาสูบ ปล่อยให้ควันบุหรี่ม้วนเป็นสายก่อนจะจางหายสลายไปในอากาศ สรรพสิ่งรอบข้างเงียบเหงาเปล่าดาย  คล้ายกับความรักที่เพิ่งจบลงไปเช่นกัน

    เสียงเพลงจากเครื่องเล่นเสียงยังคงดังทำลายความเงียบ ไวน์หมดขวดไปแล้ว แต่หนังสือยังค้างไว้ที่หน้าเดิม ฉันหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความที่เพิ่งมีคนส่งเข้ามา หน้าจอมือถือบอกเวลา 11:11pm นานแค่ไหนที่ความเป็นมนุษย์แอนะล็อกไม่สนใจกับเลขที่เรียงกันสวยๆตามนาฬิกาแบบดิจิทัลแบบนี้เลย มีคนบอกว่าถ้าเราบังเอิญมองเวลาแล้วเจอตัวเลขที่ซ้ำกันแบบนี้ แสดงว่ามีคนคนหนึ่งกำลังคิดถึงคุณอยู่ ให้อธิษฐาน แล้วคำอธิษฐานนั้นจะเป็นจริง ทั้งๆที่ไม่เคยเชื่อ แต่เวลาที่เห็นสิ่งเซอร์เรียลอะไรแบบนี้ ฉันมักคิดถึงใครคนหนึ่ง คนที่กลายเป็นคนเคยรู้จัก ฉันมักทำตัวเป็นนาฬิกา ไลน์ไปบอกเวลาทุกครั้งที่เห็นเลขเรียงสวยๆแบบนี้ เป็นกิจกรรมที่ดูไม่มีสาระ แต่ก็เป็นสิ่งบันเทิงอย่างหนึ่งที่เราทำร่วมกัน แม้ในตอนที่ไม่ได้คุยกันแล้ว ทุกครั้งที่ฉันเห็น ฉันยังนึกถึงเขาเสมอ เป็นความนึกถึงที่ค่อนไปทางคิดถึง ฉันคิดถึงเขามากจริง ๆ แต่ไม่แน่ใจเลยว่าทุกครั้งที่เขาเห็น เขาจะนึกถึงฉันบ้างไหม สถานะของเราวันนี้เป็นแค่คนที่เคยคุย เราต่างเงียบหายไปจากกันเหมือนสิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้น ปล่อยมือจากกันง่ายดาย ไม่พยายามที่จะรักษากันไว้ในชีวิตเลย ปล่อยให้อีกคนคิดว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีความหมาย ไม่มีค่าพอให้ดึงรั้ง แม้จะเข้าใจในธรรมชาติแห่งการเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งล้วนมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่เพียงชั่วระยะ แล้วดับไป ไม่มีใครเป็นเจ้าของใคร ไม่มีใครจะอยู่กับเราไปตลอด แม้จะเข้าใจแค่ไหน แต่หัวใจก็อดร้าวรานไม่ได้อยู่ดี 
    ฉันอาจเสพติดความเหงา ยังชอบดูหนังเหงาและฟังเพลงเหงา ยังยินดีปรีดาที่จะใช้ชีวิตอย่างเหงา ๆ มันดีกว่าการที่มีใครเข้ามาทำให้หายเหงา แต่สุดท้ายก็ทิ้งให้เดียวดายลำพัง 

    บางครั้ง...การ "ไม่มี" อาจดีกว่าการ "เคย" มีก็ได้

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
nannypiyawadee (@nannypiyawadee)
ชอบงานเขียนมากค่ะเขียนสนุก อ่านเพลิน มีสไตล์ สำนวนดี เขียนดีค่ะชอบ
Chérie K. (@familiarstrnger)
@nannypiyawadee ขอบคุณมากๆค่ะ รออ่านของคุณแนนนี่เหมือนกันนะคะ ^^