เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
แอ็ดมิทจิตเวชNoot Tharara
เรื่องเล่า ขณะที่เราอยู่ในธีมซึมเศร้า พาร์ททู
  • จริง ๆ ตอนนี้เป็นเรื่องราวพาร์ทที่ต่อจากตอนที่ต่อจากนี้นะ คือตอนนี้อะเป็นพาร์ททู ตอนต่อจากนี้เป็นพาร์ทวัน แต่ว่าพาร์ทวันมันเทามาก เผื่อบางคนไม่อยากรับรู้ความเศร้าสร้อยหอยกาบตรงนั้น ก็จะได้อ่านตอนนี้แล้วจบที่ตอนนี้เลยไง นี่ เป็นไง เป็นห่วงสุขภาพจิตทุกคนด้วย

     

    จะเล่าความรู้สึกทีมันคอนทราสท์มาก ระหว่างที่เราเดินทางไปหาหมอเรื่องมันเริ่มจากบ้านเราแม่งโคตรรรรไกลจากโรงพยาบาลที่เรารักษาอยู่ แบบว่าใช้เวลาเดินทางข้าววันข้ามคืนไปเลย (เอาจริง ๆมันก็ไม่ข้ามวันข้ามคืนหรอกถ้านั่งเครื่องบินไป แต่ไม่เคยนั่งไง รอมีเพื่อนเดินทางก่อน จะได้มีเพื่อนเด๋อด้วยกัน) ถ้าไปดูเรื่องอื่นที่เราขึ้นหัวเรื่องไว้แต่ยังไม่เขียนต่อก็จะรู้ว่าเราอยู่จังหวัดไหน แต่กระแดะจะไปหาหมอที่กรุงเทพ เพราะต้องใช้เวลาเดินทางเป็นวัน ๆ แบบนี้มันเลยทำให้เราค้นพบความคอนทราสท์นี้

     

    หลังจากที่ทนทุกข์ทรมานร้องห่มร้องไห้อยู่ในห้องมาหลายวันก็ถึงวันที่หมอนัดสักที เราต้องเดินทางมาถึงกรุงเทพก่อนวันหมอนัด 1 วัน และพักที่บ้านเพื่อน(ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนและครอบครัวเพื่อน ที่อภินันทนาการที่พักให้เราไว้ ณ จุดนี้ค่ะ /กราบ)

     

    สาย ๆ วันเสาร์ เรานั่งน้ำตาคลอเบ้าฟังเพลงแบบทุกข์ ๆ บนรถทัวร์ แต่อยากหนีเข้าโลกส่วนตัวก็เลยเสียบหูฟัง แต่เราไม่รู้สึกร่วมอะไรกับเสียงเพลงทั้งนั้น ยิ่งเพลงจังหวะดนตรีสนุกเท่าไร เรายิ่งรู้สึกแย่เพราะเราไม่รู้สึกถึงการมีความสุขจากการฟังเพลงเหมือนเมื่อก่อน ฟัง ๆ ไปน้ำตาไหลสุดท้ายเราก็ทนฟังมันไม่ได้ ก็เลยปิดแม่ง กินยา หลับ ถึงหลับก็หลับไม่สนิทเรารู้สึกตัวอยู่ตลอด เพราะ 1. อาจเป็นเพราะมันเป็นตอนกลางวัน 2. น้ำลายไหลอาบแก้ม เย็นหน้าเลย เขิลผู้ชายข้าง ๆ ก็เขิล แต่ความสลึมสลือชนะความอาย ก็พยายามหลับต่อมันทั้งอย่างนั้นแหละ

     

    เรานัดเจอเพื่อนที่โรงหนังสกาล่า เพื่อนแม่งเลือกสถานที่นัดยังกะบ้านเราอยู่บางหว้าอะ แต่เราก็ไป จุดประสงค์หลัก ๆ ที่นัดที่นี่คือ จะพามันมาทำผมเพราะสัญญากับมันไว้ตั้งแต่ครั้งที่แล้วว่าจะพาไปทำ แต่ครั้งที่แล้วตารางทัวร์พบเพื่อนเราแน่นมากจนไม่ได้พามันไปทำผม เลยยกยอดมาครั้งนี้ ซึ่งการนัดกันที่สกาล่าครั้งนี้มันทำให้เรารู้ว่าวลี ไปหมดแล้วสมงสมอง มันเป็นยังไง ปกติเราไปสยามบ่อยมากตั้งแต่มัธยมจนมหาลัย จนเรียนจบ แต่เชื่อป่ะว่าครั้งนี้เราหาสกาล่าไม่เจอลืมแบบลืมไปเลย ลืมเหมือนไม่เคยไป พยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออกจนเราต้องไลน์ถามเพื่อนอะ

     

    เราเดินสยามหาร้านทำผมกับเพื่อนทั้งที่อารมณ์เศร้า ๆ นั่นแหละพูดคุยกับเพื่อนแบบซึม ๆ น้ำตาคลอ ๆ แต่เพื่อนมันไม่สนใจเลย เพราะมันหาร้านทำผมไม่เจอ

     

    ก่อนหน้านี้เรากินข้าวได้น้อยมาก มื้อละ 4-5 คำงี้กินน้อยชนิดว่ากะไม่โตแล้ว ทุกอย่างมันชืดจนเราไม่อยากกินกินไปแค่นี้มันก็รู้สึกจุกที่คอขึ้นมา เป็นแบบนี้อยู่หลายวันจนเรารู้สึกได้ว่าตัวเริ่มเหี่ยว ๆ ลง ครั้งนี้ที่กินกับเพื่อนก็เหมือนกันสมมติค่าอาหารร้อยนึง เรากินไปสิบบาทอะรู้สึกทรมานเหมือนกันนะกับการที่ไม่เอนจอยกับอาหารเนี่ย

     

    ด้วยความที่เพื่อนคนนี้มันเป็นคนรีบ ๆ ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากเร็วจนเราลืมซึม เพราะรีบตามมันเนี่ย พอถึงบ้านมันก็พาเราดูรายการเกาหลีจากที่ยิ้มไม่ออกมาหลายวัน เราก็เริ่มขำออกบ้างแล้ว

     

     วันต่อมาเราก็มาเจอเพื่อนอีกคนเราก็ระบายความเศร้าให้มันฟังบ้าง อีนี่ก็เปิดแต่ยูทูบให้ดู เออเว้ย ทำไมเพลินอะ ตอนดูคนเดียวไม่เห็นเพลินเลย ดูยูทูบกับมันทั้งวันจนหมดวันเลย

     

    วันต่อมา เป็นวันที่เราต้องเจอหมอ ก่อนเจอหมอเราต้องเจาะเลือด เพื่อดูระดับยา ดูค่าไต ค่าไทรอยด์ ข้าวปลาก็ยังไม่กิน แถวเจาะเลือดอย่างยาว กว่าจะถึงคิวเราตั้ง 50 คิวอะ จะไปกินข้าวก่อนเจาะเลือดก็ไม่แน่ใจว่าได้มั้ย (ก็คราวที่แล้วกินยาก่อนเจาะเลือดก็โดนพยาบาลบอกว่าไม่ได้อะ ฮือ) พอถึงคิวเจาะ โดนสูบไปสองหลอด เกือบเป็นลม เจาะเสร็จก็เดินเซ ๆ ตาพร่าไปหาข้าวหมูแดงไม่เอาไข่กิน

     

    พอได้พบหมอ เราก็เล่าความรู้สึกที่เผชิญในหลายวันที่ผ่านมาให้หมอฟังอารมณ์ทั้งหลายที่มันตกลง (ตกลงที่มัน down อะไม่ใช่ตกลงที่เป็น ok) อย่างไม่มีสาเหตุอื่นมากระทบ ก็ได้บทสรุปว่าเราต้องเปลี่ยนยา เป็นยาที่ไม่ต้องเจาะเลือดดูระดับยาและไม่เสี่ยงเป็นโรคไตเหมือนยาตัวเก่า เย่


    ยาตัวที่เลิกไปนี้เป็นยาตัวที่มีส่วนทำให้เราแอ็ดมิทจิตเวชทั้ง 2 รอบ รอบแรกเพราะทำมันหาย ขาดยาไปสองมื้ออาหาร ร้องไห้แบบควบคุมตัวเองไม่ได้เลย แอ็ดมิทรอบสองเพราะหมอให้กินยาตัวนี้เพิ่ม อารมณ์ตก ร้องไห้ตั้งแต่นั่งรถจนมาถึงแผนกจิตเวชของโรงบาลอะ


    เออ ที่บอกว่ากินข้าวไม่ลง จนรู้สึกตัวเหี่ยว ๆ ลงอะ พอมาชั่งน้ำหนักแล้วน้ำหนักไม่ลงอะ อุปทานไปเองว่าเหี่ยวลง 55555555

     

    พอเลิกยาตัวเก่า ก็เหมือนคืนวันสดใสขึ้นมานิดนึงบวกกับได้ใช้เวลากับเพื่อนด้วย ก็เลยไม่ได้จมอยู่ในอ่างความทุกข์ของตัวเองเท่าไร เราก็เริ่มกินข้าวได้มากขึ้น สนุกกับคลิปที่เพื่อนเปิดให้ดู สนุกกับฟังเพลงในรายการThe mask singer

     

    เชื่อป่ะว่านาทีที่เรากินข้าวหมดจานได้ในรอบหลายวัน เราแทบร้องไห้อะ เรากินข้าวอร่อยแล้ว นี่หรือความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมาหลายวัน พอเริ่มกลับมามีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราไม่ได้มีความสุขกับมันมาหลายวันเราแทบร้องไห้จริง ๆ นะ ฟังเพลงแล้วใจเต้นตามจังหวะเสียงเพลง แล้วยิ่งถ้าฮัมเพลงตามได้ยิ่งรู้สึกมีความสุขอะเหมือนมีดอกซากุระบานในใจอะไรแบบนั้นเลย ยิ่งตอนที่เราเดินห้างแล้วรู้สึกใจเต้นกับสิ่งของที่เราอยากได้นะ โอ้ยยยยยยยยเพิ่งรู้ว่าไอ้อะไรแบบนี้มันคือความสุข แค่ใจเต้นอยากได้ของอะ ไม่มีตังค์ซื้อช่างแม่ง แค่มีความรู้สึกอยากได้ก็มีความสุขแล้วอะ

     

    มันก็ไม่ได้พลิกกลับมามีความสุข ฟ้าสว่างสดใสอะไรแบบนั้นซะทีเดียวนะยังมีหม่น ๆ บ้าง แต่แค่เรากลับมารู้สึก กลับมาใจเต้น กลับมาอยากกิน อยากได้ แค่นั้นก็รู้สึกว่ามีความสุขแล้วอะมันทำให้เราคิดได้ว่า อะไรแบบนี้แหละคือความสุข ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่เลยเว้ย เราจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามันคือความสุขถ้าเราไม่เคยเฉย ๆ กับมันไปซะทุกอย่างอะไรพวกนี้นี่แหละคือเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ และมันทำให้เรารู้เราต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้ เราต้องก้าวผ่านมันไปเพื่อเสพความสุขแบบนั้น

     

    วันที่เรานั่งรถทัวร์กลับบ้าน เราเปิดเพลง ช่างมัน ของวง somkiat (เขียนชื่อวงนี้ภาษาไทยไม่เป็น 5555) ฟังต่อด้วยเพลง ขอวอน 1 ขอวอน 2 และก็ปล่อยให้แอพฟังเพลงสุ่มเล่นเพลงไปเรื่อยแล้วเราก็ฮัมเพลงตาม โมเม้นนั้นเรามีความสุขจนน้ำตาไหลเลยอะ ไหลแบบไหลออกมาจริง ๆ ข้าคิดว่าข้าจะไม่ได้เจอเจ้าอีกแล้ว เจ้าความรู้สึกฟังเพลงเพราะฮืออออ


     

    ตอนนี้ถ้าเรารู้สึกอยากกิน อยากได้ อยากทำ เราจะรีบดื่มด่ำกับมันให้สุด เพราะไม่รู้ว่าเราจะเปลี่ยนธีมวันไหน และมันจะกลับมาอีกทีตอนไหน อย่างที่ตอนนี้เรากำลังพิมพ์อยู่ เราเลยรีบพิมพ์แม่ง 2 ตอนเลยก่อนที่ความอยากทำนี้มันจะหายไป

     

    ปล. ต่อจากนี้อาจจะไม่มีเรื่องจากหอผู้ป่วยจิตเวชนะคะ เพราะเราก็พยายามพาตัวเองไม่ให้ไปอยู่ในห้องนั้นอยู่แต่คงเล่าเรื่องอะไรแบบนี้เรื่อย ๆ และเช่นเดิมค่ะ ถามได้ คอมเม้นต์ได้ขอบคุณสำหรับคนที่รออ่านเรื่องของเรานะคะ มันทำให้เราใจเต้นดีใจเวลาเห็นคุณแชร์บทความของเรา ขอบคุณนะคะ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
_93f.b (@ikmincho)
ดีใจที่ได้อ่านเหมือนกันนน ?
Noot Tharara (@Nootsstories)
@ikmincho นั่น B1 ใช่มั้ยยย
_93f.b (@ikmincho)
@Nootsstories เลาเอง งิ
Noot Tharara (@Nootsstories)
@ikmincho แค่เห็นชื่อเลาก็ลู้เลย กิ
_93f.b (@ikmincho)
@Nootsstories เขิงๆ
Noot Tharara (@Nootsstories)
@ikmincho B1 ตัวจริงต้อง เขิล แบบนี้ เขิลๆ
_93f.b (@ikmincho)
@Nootsstories เสียงหัวเราะเป็นไงนะ 55555555
Noot Tharara (@Nootsstories)
@ikmincho ฮิๆๆๆๆ 55555555555